ตอนที่ 37 ภายในป่าแห่งหนึ่ง ณ ทวีปมังกรทองป่าแห่งนี้นั้นมีลักษณะพิเศษคือเป็นป่าที่มีต้นไม้หลากสีสันมากที่สุดไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีเขียว สีเหลือง สีส้ม ซึ่งชื่อของป่าแห่งนี้นั้นคือป่าหลากสีและป่าแห่งนี้นั้นจะมีแต่บริเวณรอบเมืองเมืองชิวเทียนเท่านั้นซึ่งเมืองชิวเทียนนั้นอยู่ห่างจากเมืองท่ามังกรทองมาประมาณหนึ่งร้อยกิโลเมตรเท่านั้นผู้เล่นปกติจะใช้เวลาเดินทางประมาณสองวันหนึ่งคืน และภายในป่าหลากสีนั้นเต็มไปด้วยสัตว์อสูรตั้งแต่ระดับ 50 – 60 มากมายซึ่งป่าแห่งนี้นับเป็นป่าที่มีสัตว์อสูรชุกชุมมากที่สุดแห่งหนึ่งในเกมส์เลยแต่ทว่ามันกลับไม่ค่อยได้รับความนิยมในการมาเก็บระดับสักเท่าไหร่เพราะป่าแห่งนี้นั้นสัตว์อสูรทั้งหมดจะเป็นแมลงและขึ้นชื่อว่าแมลงก็คือมันมีพิษแน่นอนพิษในเกมส์ศึกชิงจ้าวยุทธนั้นไม่ถึงตายก็จริงแต่มันก็สร้างความลำบากให้ผู้เล่นมากทำให้ผู้เล่นไม่นิยมเก็บระดับกับสัตว์อสูรมีพิษสักเท่าไหร่ ฟุ่บ !! ร่างของผู้เล่นหญิงคนหนึ่งร่อนลงมาจากต้นไม้อย่างนิ่มนวลซึ่งเธอก็คือจันทร์วาดนั่นเอง “ฟู่ว...ร้อยกว่ากิโลเมตรใช้เวลาเดินทางสามชั่วโมงดีนะเจอวิธีเดินทางด้วยวิชาตัวเบาบนต้นไม้ไม่งั้นกว่าจะมาถึงนี่คงเล่นไปครึ่งค่อนวันแน่” จันทร์วาดบ่นออกมา เริ่มแรกที่ออกจากเมืองมานั้นจันทร์วาดยังใช้วิชาตัวเบาวิ่งอยู่บนพื้นธรรมดาแต่เนื่องจากบนพื้นนั้นมักจะมีสิ่งกีดขวางอย่างพวกก้อนหินหรือต้นไม้หรือสัตว์อสูรขวางทางอยู่ทำให้ใช้ออกวิชาตัวเบาไม่สะดวกส่งผลให้เธอเดินทางได้ช้าเพราะต้องหลบพวกมันจันทร์วาดวิ่งอยู่แบบนั้นพักใหญ่จนในที่สุดเธอก็นึกถึงหนังจอมยุทธที่เธอเคยดูผ่านตาเธอจำได้ว่าจอมยุทธพวกนั้นชอบใช้วิชาตัวเบาวิ่งบนต้นไม้หรือแม้กระทั่งวิ่งบนน้ำและเธอก็คิดขึ้นว่าเธอจะทำแบบนั้นบ้างได้มั้ย แน่นอนเธอลองทำทันทีช่วงแรกเธอพลาดบ่อยครั้งเหยียบกิ่งไม้แรงไปบ้างจนมันหัก กะระยะกระโดดจากต้นไม้พลาดซึ่งบางครั้งก็กระโดดเลยหรือกระโดดไม่ถึงจนทำให้เธอตกต้นไม้แต่เมื่อเธอเริ่มชินมันก็ทำให้เธอเดินทางได้เร็วขึ้นหลายเท่าตัว “ว่าแต่ป่านี้สวยชะมัดยังกับป่าในฤดูใบไม้ร่วงในซีรีส์เกาหลี” จันทร์วาดพูดออกมาเธอมองดูภาพป่าหลากสีด้านหน้าทีเต็มไปด้วยสีสัน ตอนนั้นเองจู่ๆเธอก็ได้ยินเสียงบางอย่าง
หึ่ง !! หึ่ง !! หึ่ง !! หึ่ง !! หึ่ง !! เสียงที่เธอได้ยินมันค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆจันทร์วาดพยายามเงี่ยหูฟังว่ามันเสียงตัวอะไรกันแน่ “ผึ้ง !!” ในที่สุดจันทร์วาดก็เห็นต้นเหตุของเสียงมันคือฝูงผึ้งห้าตัวจะเรียกฝูงก็ไม่ถูกเพราะฝูงมันคงมาหลายสิบและอาจจะหลายร้อยแต่ทว่าผึ้งที่เธอเห็นนั้นมันกลับมีขนาดใหญ่กว่าผึ้งปกติมาก นี่แน่ใจนะว่าผึ้งไม่ใช่ลูกหมา !! จันทร์วาดคิดในใจผึ้งที่กำลังบินมานั้นแต่ละตัวขนาดพอๆกับลูกหมาเลย [สัตว์อสูรผึ้งพิษระดับ 55 เตรียมจู่โจม !!][สัตว์อสูรผึ้งพิษระดับ 53 เตรียมจู่โจม !!][สัตว์อสูรผึ้งพิษระดับ 52 เตรียมจู่โจม !!][สัตว์อสูรผึ้งพิษระดับ 54 เตรียมจู่โจม !!][สัตว์อสูรผึ้งพิษระดับ 54 เตรียมจู่โจม !!] และเมื่อผึ้งเข้ามาในระยะเสียงระบบแจ้งเตือนก็ดังขึ้นในหัวของเธอทันที มาซะทีเดียวห้าตัวเลยไอ้ห่าเอาวะลองสู้ดูแล้วกัน !! จันทร์วาดคิดว่าจำนวนเท่านี้เธอน่าจะรับมือไหวจึงไม่ได้หนีและจะลองสู้กับมันดู ฟุ่บ !! ผัวะ !! โคร่ม !! ผึ้งตัวแรกบินเข้ามาใช้เหล็กในที่ก้นของมันโจมตีใส่เธอแต่จันทร์วาดหลบได้และเตะสวนกลับไปจนมันปลิวไปกระแทกต้นไม้เลือดลดไปกว่า 10% “เออตัวใหญ่ก็ดีแฮะโจมตีง่ายถ้ามันตัวเล็กเท่าผึ้งปกติไม่รู้จะโจมตีไงเลย” จันทร์วาดพูดออกมาเธอคิดว่าตัวมันใหญ่แบบนี้ก็ดีเหมือนกันเพราะถ้ามันตัวเล็กเหมือนผึ้งปกติคงสู้มันลำบาก หึ่ง !! หึ่ง !! หึ่ง !! ผัวะ !! ผัวะ !! โคร่ม !! จันทร์วาดสู้กับพวกผึ้งพวกนี้อย่างไม่ยากเย็นจนกระทั่งเธอลดเลือดของพวกมันไปได้กว่า 50% ในตอนนั้นเองจู่ๆรูปแบบการโจมตีของผึ้งมันก็เปลี่ยนไป “เฮ้ย !!” จันทร์วาดอุทานออกมาอย่างตกใจเพราะนึกไม่ถึงว่าจะมีเปลี่ยนรูปแบบการโจมตีด้วย พวกผึ้งมันเปลี่ยนรูปแบบการโจมตีจากที่โจมตีเข้ามาตรงๆมันกลับบินล้อมกรอบเธอแล้วพุ่งเข้ามาโจมตีพร้อมกันแทนจันทร์วาดที่ไม่ได้ระวังเพราะนึกไม่ถึงว่าจะมีการเปลี่ยนรูปแบบการโจมตีด้วยนั้นถูกเหล็กในแทงเข้าไปเต็มๆ ฉึก !! ฉึก !! ฉึก !! อ๊าก !! จันทร์วาดร้องออกมาเมื่อโดนเหล็กในแทงเลือดของเธอลดไปเกือบ 10% [ผู้เล่นติดพิษสับสน 1 นาที][ผู้เล่นติดพิษวิสัยทัศน์แคบ 1 นาที][ผู้เล่นติดพิษเคลื่อนไหวช้าลง 1 นาที] บ้าน่าพิษอะไรเนี่ยสับสน...วิสัยทัศน์แคบ...เคลื่อนไหวช้าลง !! จันทร์วาดที่ได้ยินเสียงเตือนก็ตกใจมากทันใดนั้นเองสถานะพิษพวกนั้นก็แสดงผลกับเธอ วู่บ !! ร่างกายเธอเคลื่อนเริ่มเคลื่อนไหวช้าลงแน่นอนมันไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับจันทร์วาดเท่าไหร่นักและต่อมาพิษวิสัยทัศน์แคบก็เริ่มแสดงผลการมองเริ่มแคบลงจากที่ปกติมนุษย์สามารถมองเห็นได้กว้างประมาณ 160 องศาเท่านั้น เวรล่ะสิมองได้แคบลงก็มองไม่เห็นศัตรูน่ะสิ !! การมองที่แคบลงมาทำให้จันทร์วาดเริ่มลำบากตอนนี้เธอมองเห็นแต่ด้านหน้าเท่านั้นมองไม่เห็นอะไรด้านข้างเลยและสุดท้ายพิษสับสนที่จันทร์วาดตอนแรกยังไม่เข้าใจว่ามันส่งผลอะไรก็เริ่มแสดงผล “เอ๊ะ !!” จันทร์วาดอุทานออกมาเมื่อครู่เธอเห็นผึ้งตรงหน้าตัวทางขวากำลังจะพุ่งเข้ามาแทงเธอจึงคิดจะใช้แขนขวากันเอาไว้แต่ทว่าทันทีที่สมองเธอสั่งการให้ยกแขนขวาแขนซ้ายเธอกลับยกขึ้นแทนทำให้เธอโดนมันแทง ฉึก !! อ๊าก !! จันทร์วาดที่โดนแทงเข้าไปร้องออกมาทันทีเลือดของเธอลดไปอีก 3 % [ผู้เล่นติดพิษเคลื่อนไหวช้าลง 1 นาที] จันทร์วาดติดพิษเคลื่อนไหวช้าลงเข้าไปอีกรอบทำให้มันเพิ้มเวลาขึ้นไปอีกหนึ่งนาทีเป็นสองนาที แย่แล้วไอ้พิษสับสนนี่แสบสุดเลยประสาทสั่งการเปลี่ยนจากขวาเป็นซ้าย...จากซ้ายไปเป็นขวา !! จันทร์วาดตื่นตระหนกมากเธอไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนไม่รอช้าจันทร์วาดตัดสินใจหนีทันทีเธอต้องหนีไปตั้งหลักรอให้พิษหมดระยะเวลาถ้ายังดื้อสู้ต่อไปมีถ้าเธอโดนโจมตีอีกนั่นเท่ากับทุกการโจมตีจะทำให้เธอติดพิษและถ้าเป็นแบบนั้นเธอตายแน่นอน ฟุ่บ !! จันทร์วาดใช้วิชาตัวเบาทันทีถึงแม้จะติดพิษสับสนทำให้ประสาทสั่งการกลับด้านกันแต่ถ้าแค่หนีล่ะก็ไม่ยากเลยสำหรับเธอ เพียงการกระโดดครั้งเดียวจันทร์วาดก็หนีไปไกลกว่าห้าสิบเมตร หึ่ง !! หึ่ง !! หึ่ง !! หึ่ง !! หึ่ง !! เหล่าผึ้งทั้งห้าตัวไล่ตามจันทร์วาดทันทีแต่ด้วยที่มันมีความเร็วไม่เท่าเธอทำให้มันตามเธอไม่ทันและไม่กี่วินาทีต่อมาจันทร์วาดก็หนีมันมาได้ไกลกว่าห้าร้อยเมตรจนพ้นระยะพวกมันก็เลิกไล่ตาม ตุ่บ !! แฮ่ก !! แฮ่ก !! แฮ่ก !! ทันทีที่หนีพ้นจันทร์วาดก็ทิ้งตัวลงนอนทันที “โอยพิษบ้าบออะไรเนี่ยแสบสันชะมัดนี่คงเป็นข้อจำกัดของการออกเก็บระดับคนเดียวสินะเพราะถ้าออกเก็บระดับกันหลายคนถึงจะมีคนโดนพิษแต่คนอื่นยังไม่โดนก็สามารถปิดฉากฆ่าพวกผึ้งนั่นได้ไม่ยาก” จันทร์วาดบ่นออกมาตอนนี้เธอเริ่มรู้ข้อจำกัดของการเก็บระดับคนเดียวแล้วถึงแม้การเก็บระดับคนเดียวจะมีข้อดีที่ระดับขึ้นไวมากแต่มันก็ยากกว่ามากเช่นกันและที่สำคัญที่สุดคือเธอนึกไม่ถึงว่าสัตว์อสูรจะมีการเปลี่ยนรูปแบบการโจมตีเมื่อเลือดลดไปได้ระยะหนึ่งนั่นคือสิ่งที่เธอไม่คาดคิดมากที่สุด จริงสิเรามียาแก้พิษอยู่นี่มันจะใช้ได้กับพิษพวกนี้มั้ยนะ !! จันทร์วาดคิดในใจก่อนจะเริ่มควานหากระเป๋ามิติทั้งที่ติดพิษสับสนอยู่การเคลื่อนไหวของเธอนั้นช่างประหลาดเพราะพิษสับสนทำให้จากที่เธอต้องการเคลื่อนไหวไปซ้ายมันก็ดันเคลื่อนไหวไปขวาเธอใช้เวลาทำความคุ้นชินกับมันอยู่หลายวินาทีกว่าจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ามิติหยิบยาแก้พิษออกมาเปิดฝากระดกลงคอได้ อึก !! จันทร์วาดกระดกยาแก้พิษลงคอไป [ผู้เล่นดื่มยาแก้พิษระดับกลางผู้เล่นได้รับสถานะต้านพิษเป็นเวลา 30 นาที] และทันที่จันทร์วาดดื่มยาแก้พิษเข้าไปสถานะพิษประหลาดทั้งหลายที่ติดมาก่อนหน้านี้ก็หายไปทันที “ว่าแล้วว่ายาแก้พิษนี่กินได้ทันทีไม่เหมือนยาฟื้นฟูเลือดแถมยังแก้พิษประหลาดพวกนี้ได้อย่างที่คิด” จันทร์วาดพูด “ระดับกลางอยู่ได้สามสิบนาทีงั้นเหรอต่อขวดคงใช้ฆ่าสัตว์อสูรพวกนั้นได้ราวสามสี่ชุด” จันทร์วาดพูดซึ่งหลังจากเธอดื่มยาแก้พิษลงไปเธอก็ยังไม่ได้ไปไหนเธอกับเลือกหยิบเอาชุดหม้อสนามออกมาและเริ่มก่อไฟ “ไอ้เราก็ขี้เกียจกินยาบ่อยมันเสียจังหวะหวังว่ายาแก้พิษระดับสูงจะได้สถานะต้านพิษได้นานหน่อยนะ” จันทร์วาดพูดออกมาก่อนจะหยิบน้ำจากในกระเป๋ามิติมาเทใส่หม้อสนามรอจนน้ำเดือดก็หยิบเอาต้นคางคกและโสมอายุร้อยปีราคาต้นละสองร้อยเหรียญทองลงไปในหม้อต้มอยู่ไม่นานวัตถุดิบก็เริ่มละลายและหายไปปรากฎยาแก้พิษตกอยู่ข้างหม้อสนามสามขวด [ผู้เล่นได้รับยาแก้พิษระดับสูง 3 ขวด] “เอาล่ะมาลองกินกันเลย” จันทร์วาดเปิดฝายาแก้พิษระดับสูงออกและกระดกเข้าปากทันที [ผู้เล่นดื่มยาแก้พิษระดับสูงผู้เล่นได้รับสถานะต้านพิษเป็นเวลา 3 ชั่วโมง] “โอ้ขวดละสามชั่วโมงถึงแม้จะทำยาแก้พิษระดับกลางแล้วคุ้มค่าเงินกว่าแต่จะให้มากระดกบ่อยมันก็เสียเวลาเอาเป็นว่ากินมันแบบนี้นี่แหละสะดวกดี” จันทร์วาดนั้นไม่คิดมากเรื่องความคุ้มค่าของวัตถุดิบเพราะเธอไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน ใช่แล้วการกินยาแก้พิษระดับกลางที่ใช้แค่ต้นคางคกกับโสมสิบปีราคายี่สิบเหรียญทองนั้นคุ้มค่ากว่ามากเพราะถ้าจะใช้ต้านทานพิษให้ได้ 3 ชั่วโมงนั้นมันใช้แค่ 9 ขวดเท่านั้นเท่ากับว่าเธอจะเสียเงินแค่ 60 เหรียญทอง แต่ทว่ายาแก้พิษระดับสูงมันกลับมีต้นทุนถึง 200 เหรียญทองเลยทีเดียวถ้าเป็นพวกงกหรือคิดมากเรื่องความคุ้มค่าของเงินล่ะก็ให้ตายยังไงก็กินยาแก้พิษระดับกลางดีกว่าแต่จันทร์วาดนั้นพูดง่ายๆว่าเธอรวยนั่นเองแถมเธอออกล่าสัตว์อสูรเพียงคนเดียวจัดการฆ่าสัตว์อสูรได้แค่ตัวเดียวก็ดรอปเงินมาเป็นร้อยเหรียญทองแล้วเทียบกับที่มาเป็นปาร์ตี้ที่ต้องหารเงินและของกันแล้วเธอไม่ลำบากเรื่องเงินเลยสักนิด “เอาล่ะยาแก้พิษใช้ได้ขวดละสามชั่วโมงแม่มีสามขวดก็เก้าชั่วโมงนั่นเท่ากับเที่ยงคืนพอดีแม่จะกวาดให้เรียบป่าเลย !!” จันทร์วาดยิ้มเหี้ยมออกมาได้เวลาที่เธอจะไปล้างแค้นพวกผึ้งนั่นแล้ว ฟุ่บ !! จันทร์วาดเก็บของและวิ่งกลับไปยังทิศทางที่หนีมาทันทีและแล้วการเก็บระดับสไตล์จันทร์วาดที่เน้นการกวาดเรียบแบบตอนที่เก็บระดับในถ้ำภูเขาไฟใต้พิภพก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง (ตอนที่ 24) จบ...