ขณะเดียวกัน ภายในส่วนลึกของมหาสมุทรที่มืดมิดและลึกจนแทบจะไร้สิ่งมีชีวิตอื่นๆ มีร่างเงาสีดำขนาดใหญ่ที่กำลังแผ่พลังงานสีทองออกมาอย่างวูบวาบจากร่างกายของมัน แสงสีนั้นส่องประกายไปกับมวลผืนน้ำ ทำให้พื้นที่รอบข้างดูเปล่งประกายอันลึกลับและน่าสะพรึงกลัว
ดราโกเนีย สิ่งมีชีวิตแห่งตำนานที่ยิ่งใหญ่ มันเพิ่งจัดการสังหารเหล่ามอนสเตอร์ในส่วนลึกของมหาสมุทรไปมากมาย
ทั้งเพื่อปกป้องเขตแดนของตนเองและเพื่อหาสารอาหารมาเติมพลังงาน
หลังจากนั้นมันก็พักผ่อนอยู่ท่ามกลางสายน้ำเย็นเยือก การย่อยสารอาหารที่ซับซ้อนทำให้มันปลดปล่อยแสงสีทองที่แผ่ไปทั่วร่างกายของมัน ร่างขนาดมหึมาของดราโกเนียยังคงสงบนิ่งใต้ผืนน้ำอันมืดมิด
แต่ในเวลานี้ สัญญาณบางอย่างภายในร่างกายของมันเริ่มตื่นตัว
“กรร!”
ดราโกเนียเริ่มรู้สึกหิวอีกครั้ง มันต้องการสารอาหารเพิ่มเพื่อเติมเต็มพลังงานและเตรียมตัวสำหรับการเคลื่อนไหวครั้งต่อไป ดวงตาของมันเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แสงสีทองจากดวงตานั้นส่องประกายออกมาอย่างเยือกเย็นและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
มันจ้องมองขึ้นไปยังผืนน้ำที่อยู่เบื้องบน ผ่านความลึกของมหาสมุทรที่หนาทึบ ราวกับว่ามันกำลังพิจารณาบางสิ่งบางอย่าง ใจของมันเริ่มเต้นแรงขึ้น พลังที่ซ่อนอยู่ภายในร่างค่อยๆฟื้นคืนมา เสียงคำรามเบาๆดังขึ้นจากภายในลำคอของมัน เหมือนกับการประกาศเตรียมความพร้อม
“ถึงเวลาที่จะออกไปจากที่นี่แล้ว”
ความคิดของดราโกเนียสะท้อนก้องอยู่ภายในหัว มันรู้ดีว่าทรัพยากรในมหาสมุทรนี้อาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของมันอีกต่อไป มันจำเป็นต้องหาสิ่งที่ใหญ่กว่า ยิ่งใหญ่กว่าและทรงพลังมากกว่าเพื่อเติมเต็มพลังอันมหาศาลของมัน
ดราโกเนียเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ร่างสีดำขนาดใหญ่ของมันค่อยๆลอยตัวขึ้น ท่ามกลางสายน้ำที่แยกออกเป็นสองฝั่ง ขณะที่มันค่อยๆไต่ระดับขึ้นไปสู่เบื้องบน ผืนน้ำที่หนาทึบแหวกทางให้กับสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีผู้ใดกล้าท้าทาย
“ครืนนนนนนนนนนน!”
เมื่อมันเริ่มเคลื่อนที่ขึ้นมาจากส่วนลึกของมหาสมุทร คลื่นน้ำเริ่มแปรปรวน และพลังอันยิ่งใหญ่ของดราโกเนียก็เริ่มก่อให้เกิดกระแสน้ำวนที่แผ่ขยายไปทั่วมหาสมุทร มันไม่ใช่แค่สัตว์อสูร มันคือสัตว์แห่งตำนานที่มีพลังที่เหนือกว่าทุกสิ่งในโลกใบนี้
ด้วยความหิวกระหายและพลังที่แฝงอยู่ในร่าง ดราโกเนียตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะออกไปสู่โลกภายนอก
ตัดกลับมาที่คฤหาสน์อันเงียบสงบภายในเมืองหรู่หมิง ทันย่านั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของคฤหาสน์ ร่างของเขาแม้จะเปล่งประกายพลังอันน่ากลัวหลังจากการต่อสู้กับยักษ์น้ำแข็ง
แต่ในเวลานี้ เขากลับดูนิ่งเงียบและสงบอย่างผิดปกติ ใบหน้าไร้อารมณ์ และแววตาเฉยชาที่มองออกไปไกล ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ราวกับว่ากำลังรอคอยอะไรบางอย่างที่สำคัญ
โรซาเลียยืนขนาบอยู่ด้านข้างของทันย่า นางมองไปยังสามีของเธอด้วยความเป็นห่วง
ดวงตาของเธอสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในท่าทีของเขา แม้ว่าทันย่าจะสงบนิ่ง แต่โรซาเลียรู้ดีว่าภายในใจของเขากำลังเต็มไปด้วยความคิดที่ซับซ้อน ต้องรับรู้ถึงการทรยศจากขุนพลเทพและองค์กรที่เคยมีส่วนร่วม ทำให้เขาไม่อาจแสดงออกถึงความรู้สึกได้ง่ายๆ
แววตาของโรซาเลียเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ นางรู้ดีว่าทันย่ากำลังเผชิญกับอะไร การทรยศที่เขาต้องเผชิญนั้นร้ายแรงเกินกว่าจะมองข้ามได้ นางอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
“แล้วแผนของท่านคืออะไร?”
ทันย่าเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นและมุ่งมั่น
“ฉันจะไม่หนีและจะไม่หลบซ่อนอย่างแน่นอน... ในเมื่อมันกล้ามาเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง ฉันก็จะเปิดเผยตัวตนให้กับพวกมันได้เห็น และจะทำให้รู้ว่าเบฮีมอทไม่ใช่สิ่งที่ใครจะกำจัดได้ง่ายๆ”
โรซาเลียมองทันย่าอย่างเงียบงัน นางรู้สึกถึงความตั้งใจและความมั่นใจในคำพูดของเขา
ทันย่าไม่ได้หวั่นไหว เขารู้ว่าศัตรูของเขามีแผนการบางอย่าง แต่เขาก็มีแผนที่ยิ่งใหญ่กว่า
“พวกมันจะได้รู้ว่าการทำให้เบฮีมอทโกรธจะนำพาความหายนะมาสู่พวกมันเอง”
เมื่อพูดจบ สายตาของเขาก็เริ่มแปรเปลี่ยนไปเป็นประกายราวกับแสงของดวงดาว
และเพียงพริบตาเดียว ท้องฟ้าทั่วบริเวณเมืองหรู่หมิงก็ถูกปกคลุมด้วยเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับสูงจากทั่วโลก หลี่จิ้ง ซวนหยวน หยางจินเหิน และเหล่านักสู้พันธุกรรมที่สวมใส่ชุดเกราะซึ่งเต็มไปด้วยพลังงานต่างเข้าประจำที่ ทั้งหมดปรากฏตัวขึ้นและล้อมรอบคฤหาสน์ของทันย่า
แต่ละคนต่างเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่พวกเขารู้ดีว่าจะต้องเกิดขึ้น
ขณะที่แสงอาทิตย์กำลังลดแสงลง บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความเงียบสงัด น่าเกรงขามและกดดัน
สมาพันธ์โลกได้ตัดสินใจอพยพประชาชนทั้งหมดออกไปก่อนหน้านี้ ทุกอย่างถูกเตรียมการอย่างเป็นระบบ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียชีวิตของผู้บริสุทธิ์ที่อาจเกิดขึ้นในศึกครั้งนี้ ท้องถนนว่างเปล่า ไม่มีเสียงใดนอกจากลมที่พัดผ่าน
คฤหาสน์ของทันย่ากลายเป็นศูนย์กลางของความเงียบที่ปกคลุมทั้งเมือง
“.................”
ทันย่านั่งอยู่ที่ด้านหน้าคฤหาสน์ ร่างของเขายังคงนิ่ง สายตาของเขามองไปยังท้องฟ้าเบื้องบนที่เต็มไปด้วยผู้คนซึ่งลอยอยู่เหนือพื้นดิน ชุดเกราะและอาวุธที่พวกเขาถือไว้สะท้อนแสงที่จางลงจากดวงอาทิตย์ ดูราวกับกองทัพแห่งการลงทัณฑ์ที่ถูกส่งมาเพื่อจัดการกับเขา
“จะ..เจ้านั้นบอกเรื่องนี้กับพวกหลี่จิ้งแล้ว!”
โรซาเลียยืนอยู่ข้างๆทันย่า นางมองไปยังเหล่านักสู้ที่อยู่เหนือฟากฟ้า ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวลและโทสะ ผู้นำลึกลับและขุนพลเทพที่เคยเป็นพันธมิตรได้ทรยศทันย่าอย่างที่เธอกลัวมาตลอด และบัดนี้ พวกเขาส่งเหล่ามนุษย์มาเผชิญหน้ากับคนที่เธอรัก
ทันย่าหายใจเข้าลึกๆ สายตาของเขาเยือกเย็น เขารู้ว่าวันนี้คงไม่อาจหลีกเลี่ยงความจริงได้อีกต่อไป ตัวตนของเขาในฐานะเบฮีมอทถูกเปิดเผยแล้ว ทุกคนต่างมองว่าเขาเป็นภัย เป็นศัตรูที่ต้องถูกกำจัด และวันนี้—เขาจะต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินของโลกนี้
“จักรพรรดิสงครามทันย่า!”
“ไม่ใช่ซิ คนทรยศทันย่า!”
เสียงของหลี่จิ้งดังขึ้นอย่างทรงพลัง ร่างของเขาลอยอยู่กลางอากาศ และในมือนั้นถืออาวุธที่เปล่งแสงสีทอง
“ข้าเทพสงครามหลี่จิ้งมาที่นี่ในฐานะตัวแทนของสมาพันธ์โลกและชาวมนุษย์ทุกคน”
“และข้ามาที่นี่เพื่อประกาศต่อหน้าทุกคนว่าเจ้าคือมอนสเตอร์! เจ้าไม่ใช่มนุษย์ แต่คือเบฮีมอทที่คอยหลอกลวงเรา เจ้าคือศัตรูของมนุษยชาติ!”
เสียงของหลี่จิ้งก้องกังวานไปทั่วท้องฟ้า นักสู้คนอื่นๆที่ลอยอยู่โดยรอบต่างเฝ้ามองสถานการณ์อย่างเงียบงัน สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปที่ทันย่า รอคอยการตอบสนองจากเขา ขณะที่หัวใจภายในส่วนลึกก็เริ่มเต้นระรัวขึ้น เพราะพวกเขาก็ไม่คิดเลยว่าทันย่าจะคือศัตรูของมนุษย์ชาติ
“ฉันไม่ได้ปฏิเสธว่าฉันเป็นเบฮีมอท...”
ทันย่าลุกขึ้นจากเก้าอี้ช้าๆ ดวงตาสีดำสนิทของเขาสะท้อนแสงสีทองจากอาวุธของหลี่จิ้ง ริมฝีปากของเขาแย้มเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น และเขาได้กล่าวออกมา น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเฉยชาและหนักแน่น
“แต่ฉันไม่ใช่ศัตรูของมนุษยชาติเพียงเพราะคำประกาศของแกหรอก หลี่จิ้ง”
“ฉันไม่เคยเห็นแกเป็นพักพวก พวกแกทั้งหมดมันก็เป็นเพียงแค่สารอาหารเท่านั้น”
“แต่ถ้าอยากสังหารฉันละก็.. พวกแกทั้งหมดเตรียมตัวที่จะสูญพันธ์กันได้เลย!”
เมื่อสิ้นคำพูดอันเดือดดาลของเขา
วินาทีนั้นร่างของทันย่าก็ค่อยๆปลดปล่อยพลังงานสีดำทมิฬที่ไหลเวียนออกมา แสงสว่างของพลังที่แผ่ออกจากตัวเขาทำให้อากาศรอบข้างเริ่มสั่นสะเทือน ความกดดันอันยิ่งใหญ่เริ่มแผ่ขยายออกมาจนทุกคนรู้สึกได้ นักสู้พันธุกรรมระดับสูงต่างเฝ้ามองด้วยความตื่นตัว เมื่อรู้ว่าการเผชิญหน้าครั้งนี้อาจกลายเป็นการสู้รบที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
เวลานั้น หลี่จิ้งจับสังเกตได้ถึงการปรากฏตัวของโรซาเลียที่ยืนขนาบอยู่ข้างทันย่า ใบหน้าของเขาแสดงออกถึงความประหลาดใจและความไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงยังคงอยู่ที่นั่น ขณะที่ทันย่า—ผู้ถูกประกาศว่าเป็นเบฮีมอท—กำลังเตรียมที่จะเผชิญหน้ากับสมาพันธ์โลกและทุกคน
“โรซาเลีย! เจ้าถอยออกมาจากทันย่าเดี๋ยวนี้!”
หลี่จิ้งตะโกนเสียงดัง น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยและความเร่งรีบ
“เขาไม่ใช่มนุษย์ เขาคือสัตว์ประหลาด”
“เจ้าจะอยู่ใกล้เขาไม่ได้ มันอันตรายเกินไป!”