***ภูติน้อยผู้ที่มีความรัก [ลิลลี่ ออฟซิเดียน]
“กรี๊ดดดดดดด! โดนไล่ตามมาแล้ว! ดอง!? ”
“มันจะโดนไล่ตามมาก็เพราะเสียงเธอนี่ละยัยบ้อง! ”
“ดอง!? ”
มีเสียงฝีเท้ากลุ่มหนึ่งกำลังดังไล่หลังตามมาอยู่
แผนล่ม โดนตามล่า เรียกได้ว่าสถานการณ์เลวร้ายสุด ๆ
"ว่าแต่เธอนะทิ้งหนังของจิ้งเหลนไปได้แล้ว! แบกเอาไว้แบบนั้นหนักตัวเปล่ากันพอดี! "
"ไม่เอาเด็ดขาด! [เจ้าดำ] มันคือหลักฐานความสำเร็จของฉันที่ปราบจ่าฝูงด้วยตัวคนเดียวได้ ไม่ยอมทิ้งไปเด็ดขาดเลยดอง! "
"ชีวิตกับสิ่งของจะเลือกอันไหน!? ว่าแต่นี่ถึงขนาดตั้งชื่อให้กับมันเลยเรอะ…"
โฮปนี่ไม่เข้าใจถึงความโรแมนติกเอาซะเลย
มันคือความภาคภูมิใจยังไงละดอง!
"ดอง! "
" ไม่ต้องมาทำเป็นพ่นลมหายใจอย่างภาคภูมิใจเลยนะ! "
" ทิ้งมันไปซ่าาาาา! "
" ไม่เอาาาา! คิดจะจับถอดผ้าคลุมของเด็กสาวออกไปอย่างงั้นหรือ? โฮป~ คนลามก~"
" โฮ่? ดูเหมือนว่าจะยังมีอารมณ์ขันอยู่สินะ? ถ้าอย่างงั้นผมคนนี้จะช่วยลอกปอกเปลือกให้เธอจนหมดสิ้นเนื้อประดาตัวเองก็แล้วกัน”
“ระ--- โรคจิต! ดอง! ”
เจ้าโฮปเริ่มยื่นมือปลาหมึกเข้ามาหาเรือนร่างของฉันจากทางด้านหลังด้วยใบหน้าที่หื่นกระหาย (มโนเอาเอง)
เป้าหมายคงไม่พ้นพยายามจับเปลืองผ้าฉัน แล้วปูยีปูยำร่างน้อย ๆ ที่น่ารักของฉันอย่างแน่นอน (นี่ก็มโนเอาเองเช่นกัน)
“ท่านโฮปเจ้าค่ะ หนังของตัวจิ้งเหลนดำมีราคาสูงมากเจ้าคะ เพราะเป็นเครื่องหนังที่นิยมใช้ทำชุดดำน้ำของชนเผ่าหมีค่ะ”
“โอเค! งั้นเก็บมันให้มั่น อย่าให้เป็นรอยขีดขวนเด็ดขาดนะลี่! ”
แบบนี้ก็ได้หรือดอง!?
“แล้วก็... ผมจะพยายามช่วยปกป้อง [เจ้าดำ] ของเธอเอง เพราะงั้น หลังจบงานนี้แล้ว ผมขอส่วนแบ่งค่าขายวัตถุดิบด้วยนะ”
นี่เห็นหนังสัตว์สำคัญกว่าฉันอย่างงั้นหรือดอง!
หักคะแนนความชอบที่มีต่อโฮป 999 แต้มดอง!
***
“กรุณาช่วยหยุดปล่อยมุข แล้วมาตั้งสมาธิกับการหนีกันหน่อยสิยะทั้งสองคน! ”
ไฮเจนที่บินอยู่บนท้องฟ้าพูดด้วยความโกรธ
“ฉันเห็นเงาของศัตรูจำนวนมากกำลังวิ่งทะลุป่ามาทางนี้ ระวังตัวกันด้วยละ! ”
ไฮเจนแผดเสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง
ความจริงฉันกับเธอสามารถบินหนีขึ้นฟ้าไปเลยก็ได้
แต่พวกเราไม่คิดจะทิ้งเพื่อนกันหรอก เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเรายังร่วมชะตากรรมวิ่งหนี---
“บอกตำแหน่งศัตรูให้แล้วนะ ฉันขอตัวเผ่นก่อนละ”
“...”
อย่าหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวสิดอง!
ในขณะที่กำลังประท้วงไฮเจนอยู่ในใจเช่นนั้น เสียงฝีเท้าที่วิ่งไล่ตามหลังก็ดังเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ
“ม้า? ไม่สิชนเผ่าม้าต่างหาก”
สิ่งมีชีวิตรูปร่างมนุษย์ที่ยืนสี่ขาเหมือนกับม้าจำนวนห้าคนกำลังวิ่งไล่ตามหลังพวกเรามา
พวกเขาสวมเกราะเบาสีขาวบริสุทธิ์ที่เกิดจากการนำแร่เฮเดสไปตีเป็นเส้นใยบาง ๆ แล้วทอเป็นเสื้อคลุมตัว
นักรบม้าศึกในชุดคลุมสีเขากลุ่มนี้กำลังวิ่งไล่ล่าตามหลังด้วยแรงกดดันที่น่ากลัว
สายตาของพวกเขา… คือสายตาที่พร้อมจะฆ่าคนได้
“พวกมันไม่ใช่สัตว์ป่า! แต่เป็นพวกเผ่าอสูรกายครับ! ”
“สายลับอย่างงั้นหรือ! ”
“อย่าปล่อยให้พวกมันหนีรอดไปได้เด็ดขาด! รีบส่งคนไปแจ้งพวกผู้กล้าเร็ว! ”
โดนไล่ตามทันเสียแล้วสิดอง
ว่าแต่ผู้กล้าอย่างงั้นหรือ?
จากที่ได้ยินมาจากไพไรต์ เห็นว่าผู้กล้าที่นั่งเฝ้าอยู่เมืองหลวงนั้น มีด้วยกันอยู่ 4 คน
[แคลไซต์] ผู้กล้าเผ่าแมว สตรีผู้มีขนสามสี ขาว เหลือง เขียว สลับกันทั่วทั้งร่าง สตรีเก้าชีวิตผู้เป็นอมตะ
[อความารีน] ผู้กล้าเผ่าเสือ สตรีที่มีขนสีฟ้าทะเลเรียงตัวนุ่มสวยงาม แม่ของโทแพซ
[ซันสโตน] ผู้กล้าเผ่าม้า สีแดงพระอาทิตย์ สตรีลมกรดที่ไม่มีใครสามารถวิ่งไล่ตามได้ทัน
[อเมทิสต์] ผู้กล้าเผ่าหนู ผู้มีขนสีม่วงแดง บุรุษหนูร่างเล็กผู้ไร้เงา
ฉันไม่รู้ว่ามีใครที่มาร่วมกองทัพแห่งความโกรธแค้นตรงหน้า แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร ฉันก็ไม่อยากจะเจอทั้งนั้นละ
โดยเฉพาะกับแม่ของโทแพซ ยิ่งไม่อยากเจอเข้าไปใหญ่เลยดอง...
ใครมันจะโจมตีแม่ของเพื่อนกันได้ จริงไหมละดอง
ในตอนนั้นเองที่ลูกธนูไม้สีแดงไร้หัวศรเหล็กถูกนำขึ้นมาวางนาบบนธนูสีขาว
เสียงสายรั้งถูกดึงจนตึงดังเสียดอากาศ
ศรไม้แหลมสีแดงพุ่งทะลุลอดผ่านอากาศท่ามกลางแมกไม้ของป่าใหญ่
แล้วพริบตานั้น ฉันก็เห็นเปลวไฟเริ่มลุกท่วมลูกธนูจนกลายเป็นศรเพลิงสีแดงฉาน
อะไรกันละนั่น!?
ฉันรีบใช้พลังภูติ สร้างพื้นที่ปลอดออกซิเจน พร้อมกับสร้างม่านกระแสลมแรงเพื่อเบนทิศทางลูกธนูออกไปให้พ้นทาง
พริบตาที่ลูกธนูติดเพลิงพุ่งเข้าสู่บาเรียของฉัน มันก็กลายเป็นแท่งไม้เปล่าสีดำ ก่อนจะถูกพัดปลิวไปตามกระแสลมดั่งใบไม้แห้งที่ร่วงโรยจากต้นไม้ใหญ่
“พลังปาฏิหาริย์ของพวกอสูรแสงอย่างงั้นหรือ? ”
เขาเรียกว่าวิทยาศาสตร์เวทมนตร์ต่างหากดอง~
“ชิ! พวกเราถอยก่อน! ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกผู้กล้าดีกว่า! ”
แต่ทว่าอันตรายมันยังไม่จบ
ในตอนนั้นเองที่เกิดเสียงเป่าแตรดังขึ้นไปทั่วป่า
“ระวังตัวด้วย มีอะไรก็ไม่รู้กำลังกระโดดตามยอดไม้ไปทางพวกเธอแล้ว! ”
เสียงของไฮเจนดังขึ้นมาอีกครั้งจากท้องฟ้ากว้าง
อ่าว? นึกว่าบินหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวก่อนแล้วเสียอีกดอง
“ฉันเหลือบมองไล่หลังไปพร้อมกับบินทะยานเลียบพื้นดินตรงไปด้านหน้า
สิ่งนั้นกระโดดชิ่งไปมาตามยอดไม้อย่างรวดเร็วประดุจสายฟ้า
ใช้แรงสะท้อนกับความอ่อนตัวของธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ แล้วเคลื่อนไหวสามมิติบนอากาศอย่างเสรีราวกับมีปีกบินทะยาน
ขนสี ขาว เหลือง เขียว เคลื่อนผ่านแมกไม้สีแดงสลับดำที่เป็นฉากหลัง
หางกับหูแมวโบกสะบัดอย่างดุดัน ประหนึ่งดั่งแมวที่กำลังจะตะครุบเหยื่อ
แส้เหล็กสีขาวสะท้อนแสงจันทร์ พร้อมกับส่งเสียงขูดลากดังน่ากลัว
รูปลักษณ์ของเธอช่างตรงกับที่ไพไรต์เคยอธิบายเอาไว้
เธอคือ [แคลไซต์] ผู้กล้าเผ่าแมว สตรีเก้าชีวิตผู้เป็นอมตะนั่นเอง
“เจ้าพวกเผ่าอสูรกาย! ”
ดวงตาของเธอคือดวงตาของคนที่กำลังคลุ้มคลั่งไปด้วยความแค้น
“ไม่ให้หนีไปได้หรอก! ”
เธอกระโดดขึ้นไปยืนบนยอดต้นไม้ที่สูงหกเมตร ยืนตระหง่านสูงเหยียดฟ้าบนยอดไม้ แล้วทิ้งน้ำหนักตัวลงจนยอดของต้นไม้โก่งงอลงมา
เสียงเสียดอากาศของต้นไม้ใบหญ้าดังเสียดแก้วหู พร้อมกับร่างของเธอที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าสูง
ใช้ประโยชน์จากต้นไม้ในการเคลื่อนไหวออกตัวอย่างงั้นหรือดอง?
เธอบิดแขนขวากับแขนซ้าย แล้วสะบัดแส้เหล็กสีขาวที่ยาวหนึ่งเมตรอย่างรุนแรงทีหนึ่ง
พริบตานั้นก็เกิดเสียงคล้ายโซ่เหล็กที่ถูกดึงออกมาอย่างรุนแรงออกมาจากโซ่เหล็กทั้งสองเส้น
โซ่เหล็กที่ดูคล้ายใบมีดขนาดเล็กต่อกันเป็นท่อน ๆ เหมือนปล้องตะขาบเล่มนั้น กำลังยืดยาวขยายออกมามากถึงสิบเมตรจรดพื้นดิน
เสียงลากโซ่ช่างคล้ายกับเสียงขู่ของอรสพิษร้าย
“เริ่มจากไอตัวที่บินบนท้องฟ้าก่อน! ”
เธอเริ่มตวัดมือขวาแล้วบิดร่างกายในขณะที่ลอยอยู่ใจกลางอากาศ
สายโซ่เหล็กที่ยาวจรดพื้นเริ่มหมุนควงกลางอากาศ โดยมีร่างที่งดงามของเธอเป็นจุดศูนย์กลาง
หน้าอกอันอวบอิ่มแสนน่าอิจฉาเริ่มกระเพือมขึ้นลงเป็นจังหวะตามแรงการเคลื่อนไหว
ขาขาวนวลดุจหิมะถูกยกขึ้นสูงเผยโผล่ออกมาจากชุดกี่เพ้าสีขาวที่แสนเย้ายวน
ถ้าหากนำทวงท่านี้ไปแสดงโชว์ในงานกีฬายิมนาสติก เธอคงจะได้รับร้อยคะแนนเต็มอย่างไร้ข้อกังขา
ทว่านี่ไม่ใช่ลีลาแห่งการกีฬาหรือศิลปะสำหรับเอาไว้ชื่นชม
แต่เป็นลีลาแห่งวรยุทธ์เพื่อการสังหารศัตรู
โซ่เหล็กเริ่มเลื้อยขึ้นท้องฟ้าประดุจงูที่แวกว่ายในมหาสมุทร
เสียงสายโซ่ดังสะท้อนก้องไปทั่วเหนือหัว หมายที่จะรัดร่างของไฮเจนที่กำลังโบยบิน
“ไฮเจน! ”
“ไม่เป็นไร! ”
ไฮเจนเบี่ยงปีกตัวเองเล็กน้อยเพื่อหักเลี้ยวหลบอย่างงดงาม
แต่ทว่า---
“เธอเล็งไปที่พวกเพกมาไทต์ต่างหากค่ะ! ”
พรุนรีบกรีดเสียงเตือนดังขึ้นมาในวินาทีที่ไฮเจนหลบการโจมตีนั้นได้
แส้เหล็กไม่ได้หยุดการโจมตีอยู่ที่ไฮเจน
เธอทิ้งตัวเองให้ร่วงหล่นตามแรงโน้มถ่วง พร้อมกับตวัดแส้เหล็กที่ยังมีแรงเฉื่อยจากการเหวี่ยง เปลี่ยนทิศทางไปที่เอทกับสล็อตที่กำลังวิ่งอยู่ทางด้านขวาของฉัน
“เอท! ระวัง! ดอง! ”
“ท่านลี่ เมื่อไหรจะจำเจ้าคะ? ก็บอกว่าข้าน้อยชื่อ [เพกมาไทต์] เจ้าค่ะ อีกอย่าง ไม่ต้องห่วง การโจมตีแค่นี้ข้าน้อยหลบได้สบายมากเจ้าค่ะ! ”
“Zzzz”
เอทวิ่งประชิดร่างของเมดหมาป่าตัวน้อยที่กำลังวิ่งหลับตาด้วยความเร็วสูง แล้วใช้มือทั้งสองข้างโอบเอวของเธอ ก่อนจะเบี่ยงตัวเองหลบแส้เหล็กที่ฟาดลงมาจากด้านบนที่พุ่งผ่านใบหน้าไปเพียงแค่ปลายจมูก
“สุดยอดเลยดอง! ”
“ใช่ไหมละเจ้าค่ะ~”
“ZZzz”
แส้เหล็กที่ยาวกกว่าสิบเมตรเส้นนั้นจมลึกลงไปในผิวดิน
ฝุ่นดินที่เกิดจากแรงกระแทกของโซ่เหล็กกำลังลอยคลุ้งขึ้นมาสูงราวหนึ่งเมตร
เมื่อดูจากรูปการแล้ว แบบนี้คงไม่มีทางดึงขึ้นมาไหวแน่นอน
“เห็นได้ชื่อว่าเป็นผู้กล้า แต่กระจอกกว่า---”
“อย่าประมาทสิสิค่ะลี่! ”
เสียงของพรุนดังขึ้นจนทำให้ฉันตกใจ แล้วรีบกางม่านสนามพลังแม่เหล็กแรงสูงขึ้นมาตรงหน้า
ร่างของแมวผู้กล้าที่ควรลงจอดบนพื้น กลับกำลังเหยียบลงบนยอดไม้อีกต้นหนึ่งแทน
ดูเหมือนว่าเธอจะใช้ร่างที่พริ้วไหวในการสปริงตัวกลางอากาศ เพื่อเปลี่ยนทิศทางการลงจอด
เธอใช้ขาคู่นั้นเหยียบลงบนยอดไม้ แล้วดีดตัวกลับขึ้นสู่อากาศอีกครั้งโดยไม่คิดหยุดพักหายใจ
โซ่เหล็กที่ควรจมลึกลงไปในผิวดิน ถูกดึงขึ้นสู่เบื้องบนอีกครา
สายโซ่หมุนควงกลางอากาศราวกับมีชีวิต แล้วพุ่งเข้ารัดร่างของพวกเราทั้งสามคนที่อยู่ใกล้กับโซ่เหล็กมากที่สุด
"สนามแม่เหล็กไม่ได้ผล!? ตกลงแร่เฮเดสมันเป็นโลหะประเภทไหนกันเนี่ยดอง! "
โซ่เหล็กที่เต็มไปด้วยคมมีดพุ่งผ่านม่านสนามแม่เหล็กของฉันเข้ามา ราวกับไม่สนใจเรื่องกฏเกณฑ์ของแรงผลักกับแรงดึงดูดของแม่เหล็กกับวัตถุโลหะ
แล้วฉันก็ถูกสายโซ่รัดร่างเอาไว้จนได้…
ฉัน เอท กับสล็อต
พวกเราสามคนกำลังถูกโซ่เหล็กที่เต็มไปด้วยคมมีดรัดเข้ามัดรวมกันจนแน่น
ใบมีดสีขาวเริ่มจมลึกลงไปในผิวอันบอบบาง
ของเหลวสีแดงกึ่งโปรงแสงที่เป็นหลักฐานของภูติครึ่งมนุษย์กำลังไหลซึมย้อยลงมาตามสายโซ่สีขาว
ที่ร่างของฉันไม่โดนบดขยี้ตัดเป็นชิ้น ๆ ไปเสียก่อน เป็นเพราะว่าเอทกับสล็อตกำลังใช้มือของตัวเองจับโซ่ที่แหลมคมง้างสู้มันเอาไว้อยู่
แต่ถึงจะง้างสู้ มันก็ยังรัดแน่นจนแม้แต่ฉันที่ตัวเล็ก ก็ยังมองหาช่องว่างลอดหนีออกไปไม่ได้อยู่ดี
"... เป็นการโจมตีที่เร็วมาก การโจมตีสองครั้งแรกที่ดูช้านั้น ก็เพื่อให้ฝ่ายข้าน้อยประมาทสินะเจ้าคะ? "
ถึงน้ำเสียงของเอทจะยังฟังดูสบายอารมณ์ แต่มือของเธอที่หุ้มด้วยถุงมือหนานั้น เริ่มที่จะมีเลือดไหลซึมออกมาให้เห็นบ้างแล้ว
"โฮ่? ถึงขนาดที่ทนคมของโซ่เหล็กเล่มนี้ได้? ไม่น่าเชื่อว่าคนทรยศจะมีของดีใช้กันด้วยนะเนี่ย? "
ดูท่าการที่เอทกับสล็อตมาอยู่กับพวกเรา จะถูกตัดสินเหมารวมว่าเป็นคนทรยศในสายตาของเธอไปแล้วดอง…
"ไหน ขอทดสอบหน่อยซิว่าจะทนได้สักกี่น้ำ? "
*กึก*
สายโซ่เริ่มถูกดึงรัดจนแน่นมากขึ้น
เจ็บ เจ็บ เจ็บ!
แขน… แขนฉันจะขาดเป็นสองท่อนแล้วดอง!
ฉันเบนสายตาไปทางโฮป พรุน กับไฮเจน
พวกเขาทั้งสามคนต่างกำลังปะทะกับโซ่เหล็กอีกเส้นที่ถูกควบคุมด้วยมือซ้ายของผู้กล้าแมว
การควบคุมโซ่เหล็กของเธอนั้นน่ากลัวมาก
สายโซ่สีขาวที่เคลื่อนไหวผ่านม่านอากาศนั้น มีความยาวมากถึงสิบเมตร
มันเคลื่อนไหววิ่งวนไปรอบตัวเธอ แล้ววิ่งขึ้นบนฟ้า เลื้อยไปตามผิวดิน และวิ่งอ้อมไปด้านหลังได้ราวกับว่ามันมีชีวิต
การเคลื่อนไหวของมันไร้ทิศทางที่แน่ชัด จนไม่อาจรู้ได้เลยว่ามันจะโจมตีเข้ามาตอนไหน
ที่สำคัญ การเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิตทั้งหมดนี้ของโซ่เหล็กเส้นนี้ ยังถูกใช้แขนเพียงข้างเดียวในการควมคุมเท่านั้นอีกด้วย
ช่างเป็นทักษะการควบคุมแส้ที่น่ากลัวมาก
สามต่อหนึ่ง
ทั้งที่พวกโฮปเป็นฝ่ายได้เปรียบเรื่องจำนวน แต่กลับเป็นว่าถูกคนเพียงคนเดียวไล่ต้อนกลับไปแทน
ไม่อาจทำได้แม้แต่ให้ผู้กล้าเผ่าแมวคนนี้เคลื่อนไหวไปจากตำแหน่งได้เลยเสียด้วยซ้ำ
นี่หรือคือฝีมือของผู้กล้าเผ่าแมว…
จริงสิ~
ไม่ใช่ว่าชนเผ่าท้องถิ่นที่นี่มองพวกโนอาร์เป็นเทพเจ้าอยู่ไม่ใช่หรอกหรือดอง?
"จะ---โจมตี [สล็อต] ที่เป็นสาวกของ [โนอาร์] แบบนี้ มันบาปนะดอง! "
ฉันลองพูดแหย่เธอดู เพื่อว่าจะสามารถสร้างโอกาสรอดขึ้นมาได้
"ท่านลี่เจ้าค่ะ! "
แต่ทว่าเอทกลับส่งเสียงดังอย่างตื่นตระหนกแทรกขึ้นมาแทน
มีอะไร---
เดียวก่อนนะ
ไม่ใช่ว่าชนเผ่าท้องถิ่นรู้จักแต่โนอาร์คนเดียวหรือเปล่า?
จะว่าไป…
" แก---"
ฉันก็ไม่เคยเห็นนักเรียนแลกเปลี่ยนมาแสดงความเคารพ นอกจากโนอาร์เสียด้วยสิ
"ช่างกล้า---"
คนที่ยอมเคารพพวกสล็อต กลัทโทนี่ย์ กับคนอื่น ๆ นอกจากโนอาร์นั้น รู้สึกจะมีแต่คนที่ใกล้ชิดกับไพไรต์เท่านั้น…
"กล้า--- มาแอบอ้างชื่อของเทพเจ้าอย่างงั้นหรือ! "
ดวงตาของผู้กล้าแมวกลายเป็นสีแดงก่ำไปแล้ว
แรงรัดเองก็เพิ่มมากขึ้นแล้วด้วย
งานนี้ฉันตายแน่ ใครก็ได้ ช่วยฉันด้วย! ดอง!