Pioneer Era

    ตอนที่ 101 ปะทะผู้กล้าเผ่าแมว

    ***ภูติน้อยผู้ที่มีความรัก [ลิลลี่ ออฟซิเดียน]

    “กรี๊ดดดดดดด! โดนไล่ตามมาแล้ว! ดอง!? ”

    “มันจะโดนไล่ตามมาก็เพราะเสียงเธอนี่ละยัยบ้อง! ”

    “ดอง!? ”

    มีเสียงฝีเท้ากลุ่มหนึ่งกำลังดังไล่หลังตามมาอยู่

    แผนล่ม โดนตามล่า เรียกได้ว่าสถานการณ์เลวร้ายสุด ๆ



    "ว่าแต่เธอนะทิ้งหนังของจิ้งเหลนไปได้แล้ว! แบกเอาไว้แบบนั้นหนักตัวเปล่ากันพอดี! "

    "ไม่เอาเด็ดขาด! [เจ้าดำ] มันคือหลักฐานความสำเร็จของฉันที่ปราบจ่าฝูงด้วยตัวคนเดียวได้ ไม่ยอมทิ้งไปเด็ดขาดเลยดอง! "

    "ชีวิตกับสิ่งของจะเลือกอันไหน!? ว่าแต่นี่ถึงขนาดตั้งชื่อให้กับมันเลยเรอะ…"

    โฮปนี่ไม่เข้าใจถึงความโรแมนติกเอาซะเลย

    มันคือความภาคภูมิใจยังไงละดอง!

    "ดอง! "

    " ไม่ต้องมาทำเป็นพ่นลมหายใจอย่างภาคภูมิใจเลยนะ! "



    " ทิ้งมันไปซ่าาาาา! "

    " ไม่เอาาาา! คิดจะจับถอดผ้าคลุมของเด็กสาวออกไปอย่างงั้นหรือ? โฮป~ คนลามก~"

    " โฮ่? ดูเหมือนว่าจะยังมีอารมณ์ขันอยู่สินะ? ถ้าอย่างงั้นผมคนนี้จะช่วยลอกปอกเปลือกให้เธอจนหมดสิ้นเนื้อประดาตัวเองก็แล้วกัน”

    “ระ--- โรคจิต! ดอง! ”

    เจ้าโฮปเริ่มยื่นมือปลาหมึกเข้ามาหาเรือนร่างของฉันจากทางด้านหลังด้วยใบหน้าที่หื่นกระหาย (มโนเอาเอง)

    เป้าหมายคงไม่พ้นพยายามจับเปลืองผ้าฉัน แล้วปูยีปูยำร่างน้อย ๆ ที่น่ารักของฉันอย่างแน่นอน (นี่ก็มโนเอาเองเช่นกัน)

    “ท่านโฮปเจ้าค่ะ หนังของตัวจิ้งเหลนดำมีราคาสูงมากเจ้าคะ เพราะเป็นเครื่องหนังที่นิยมใช้ทำชุดดำน้ำของชนเผ่าหมีค่ะ”

    “โอเค! งั้นเก็บมันให้มั่น อย่าให้เป็นรอยขีดขวนเด็ดขาดนะลี่! ”

    แบบนี้ก็ได้หรือดอง!?

    “แล้วก็... ผมจะพยายามช่วยปกป้อง [เจ้าดำ] ของเธอเอง เพราะงั้น หลังจบงานนี้แล้ว ผมขอส่วนแบ่งค่าขายวัตถุดิบด้วยนะ”

    นี่เห็นหนังสัตว์สำคัญกว่าฉันอย่างงั้นหรือดอง!

    หักคะแนนความชอบที่มีต่อโฮป 999 แต้มดอง!



    ***



    “กรุณาช่วยหยุดปล่อยมุข แล้วมาตั้งสมาธิกับการหนีกันหน่อยสิยะทั้งสองคน! ”

    ไฮเจนที่บินอยู่บนท้องฟ้าพูดด้วยความโกรธ

    “ฉันเห็นเงาของศัตรูจำนวนมากกำลังวิ่งทะลุป่ามาทางนี้ ระวังตัวกันด้วยละ! ”

    ไฮเจนแผดเสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง

    ความจริงฉันกับเธอสามารถบินหนีขึ้นฟ้าไปเลยก็ได้

    แต่พวกเราไม่คิดจะทิ้งเพื่อนกันหรอก เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเรายังร่วมชะตากรรมวิ่งหนี---

    “บอกตำแหน่งศัตรูให้แล้วนะ ฉันขอตัวเผ่นก่อนละ”

    “...”

    อย่าหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวสิดอง!



    ในขณะที่กำลังประท้วงไฮเจนอยู่ในใจเช่นนั้น เสียงฝีเท้าที่วิ่งไล่ตามหลังก็ดังเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ

    “ม้า? ไม่สิชนเผ่าม้าต่างหาก”

    สิ่งมีชีวิตรูปร่างมนุษย์ที่ยืนสี่ขาเหมือนกับม้าจำนวนห้าคนกำลังวิ่งไล่ตามหลังพวกเรามา

    พวกเขาสวมเกราะเบาสีขาวบริสุทธิ์ที่เกิดจากการนำแร่เฮเดสไปตีเป็นเส้นใยบาง ๆ แล้วทอเป็นเสื้อคลุมตัว

    นักรบม้าศึกในชุดคลุมสีเขากลุ่มนี้กำลังวิ่งไล่ล่าตามหลังด้วยแรงกดดันที่น่ากลัว

    สายตาของพวกเขา… คือสายตาที่พร้อมจะฆ่าคนได้

    “พวกมันไม่ใช่สัตว์ป่า! แต่เป็นพวกเผ่าอสูรกายครับ! ”

    “สายลับอย่างงั้นหรือ! ”

    “อย่าปล่อยให้พวกมันหนีรอดไปได้เด็ดขาด! รีบส่งคนไปแจ้งพวกผู้กล้าเร็ว! ”

    โดนไล่ตามทันเสียแล้วสิดอง

    ว่าแต่ผู้กล้าอย่างงั้นหรือ?



    จากที่ได้ยินมาจากไพไรต์ เห็นว่าผู้กล้าที่นั่งเฝ้าอยู่เมืองหลวงนั้น มีด้วยกันอยู่ 4 คน

    [แคลไซต์] ผู้กล้าเผ่าแมว สตรีผู้มีขนสามสี ขาว เหลือง เขียว สลับกันทั่วทั้งร่าง สตรีเก้าชีวิตผู้เป็นอมตะ

    [อความารีน] ผู้กล้าเผ่าเสือ สตรีที่มีขนสีฟ้าทะเลเรียงตัวนุ่มสวยงาม แม่ของโทแพซ

    [ซันสโตน] ผู้กล้าเผ่าม้า สีแดงพระอาทิตย์ สตรีลมกรดที่ไม่มีใครสามารถวิ่งไล่ตามได้ทัน

    [อเมทิสต์] ผู้กล้าเผ่าหนู ผู้มีขนสีม่วงแดง บุรุษหนูร่างเล็กผู้ไร้เงา

    ฉันไม่รู้ว่ามีใครที่มาร่วมกองทัพแห่งความโกรธแค้นตรงหน้า แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร ฉันก็ไม่อยากจะเจอทั้งนั้นละ

    โดยเฉพาะกับแม่ของโทแพซ ยิ่งไม่อยากเจอเข้าไปใหญ่เลยดอง...

    ใครมันจะโจมตีแม่ของเพื่อนกันได้ จริงไหมละดอง



    ในตอนนั้นเองที่ลูกธนูไม้สีแดงไร้หัวศรเหล็กถูกนำขึ้นมาวางนาบบนธนูสีขาว

    เสียงสายรั้งถูกดึงจนตึงดังเสียดอากาศ

    ศรไม้แหลมสีแดงพุ่งทะลุลอดผ่านอากาศท่ามกลางแมกไม้ของป่าใหญ่

    แล้วพริบตานั้น ฉันก็เห็นเปลวไฟเริ่มลุกท่วมลูกธนูจนกลายเป็นศรเพลิงสีแดงฉาน

    อะไรกันละนั่น!?

    ฉันรีบใช้พลังภูติ สร้างพื้นที่ปลอดออกซิเจน พร้อมกับสร้างม่านกระแสลมแรงเพื่อเบนทิศทางลูกธนูออกไปให้พ้นทาง

    พริบตาที่ลูกธนูติดเพลิงพุ่งเข้าสู่บาเรียของฉัน มันก็กลายเป็นแท่งไม้เปล่าสีดำ ก่อนจะถูกพัดปลิวไปตามกระแสลมดั่งใบไม้แห้งที่ร่วงโรยจากต้นไม้ใหญ่

    “พลังปาฏิหาริย์ของพวกอสูรแสงอย่างงั้นหรือ? ”

    เขาเรียกว่าวิทยาศาสตร์เวทมนตร์ต่างหากดอง~

    “ชิ! พวกเราถอยก่อน! ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกผู้กล้าดีกว่า! ”



    แต่ทว่าอันตรายมันยังไม่จบ

    ในตอนนั้นเองที่เกิดเสียงเป่าแตรดังขึ้นไปทั่วป่า

    “ระวังตัวด้วย มีอะไรก็ไม่รู้กำลังกระโดดตามยอดไม้ไปทางพวกเธอแล้ว! ”

    เสียงของไฮเจนดังขึ้นมาอีกครั้งจากท้องฟ้ากว้าง

    อ่าว? นึกว่าบินหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวก่อนแล้วเสียอีกดอง

    “ฉันเหลือบมองไล่หลังไปพร้อมกับบินทะยานเลียบพื้นดินตรงไปด้านหน้า

    สิ่งนั้นกระโดดชิ่งไปมาตามยอดไม้อย่างรวดเร็วประดุจสายฟ้า

    ใช้แรงสะท้อนกับความอ่อนตัวของธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ แล้วเคลื่อนไหวสามมิติบนอากาศอย่างเสรีราวกับมีปีกบินทะยาน

    ขนสี ขาว เหลือง เขียว เคลื่อนผ่านแมกไม้สีแดงสลับดำที่เป็นฉากหลัง

    หางกับหูแมวโบกสะบัดอย่างดุดัน ประหนึ่งดั่งแมวที่กำลังจะตะครุบเหยื่อ

    แส้เหล็กสีขาวสะท้อนแสงจันทร์ พร้อมกับส่งเสียงขูดลากดังน่ากลัว

    รูปลักษณ์ของเธอช่างตรงกับที่ไพไรต์เคยอธิบายเอาไว้

    เธอคือ [แคลไซต์] ผู้กล้าเผ่าแมว สตรีเก้าชีวิตผู้เป็นอมตะนั่นเอง



    “เจ้าพวกเผ่าอสูรกาย! ”

    ดวงตาของเธอคือดวงตาของคนที่กำลังคลุ้มคลั่งไปด้วยความแค้น

    “ไม่ให้หนีไปได้หรอก! ”

    เธอกระโดดขึ้นไปยืนบนยอดต้นไม้ที่สูงหกเมตร ยืนตระหง่านสูงเหยียดฟ้าบนยอดไม้ แล้วทิ้งน้ำหนักตัวลงจนยอดของต้นไม้โก่งงอลงมา

    เสียงเสียดอากาศของต้นไม้ใบหญ้าดังเสียดแก้วหู พร้อมกับร่างของเธอที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าสูง

    ใช้ประโยชน์จากต้นไม้ในการเคลื่อนไหวออกตัวอย่างงั้นหรือดอง?

    เธอบิดแขนขวากับแขนซ้าย แล้วสะบัดแส้เหล็กสีขาวที่ยาวหนึ่งเมตรอย่างรุนแรงทีหนึ่ง

    พริบตานั้นก็เกิดเสียงคล้ายโซ่เหล็กที่ถูกดึงออกมาอย่างรุนแรงออกมาจากโซ่เหล็กทั้งสองเส้น

    โซ่เหล็กที่ดูคล้ายใบมีดขนาดเล็กต่อกันเป็นท่อน ๆ เหมือนปล้องตะขาบเล่มนั้น กำลังยืดยาวขยายออกมามากถึงสิบเมตรจรดพื้นดิน

    เสียงลากโซ่ช่างคล้ายกับเสียงขู่ของอรสพิษร้าย



    “เริ่มจากไอตัวที่บินบนท้องฟ้าก่อน! ”

    เธอเริ่มตวัดมือขวาแล้วบิดร่างกายในขณะที่ลอยอยู่ใจกลางอากาศ

    สายโซ่เหล็กที่ยาวจรดพื้นเริ่มหมุนควงกลางอากาศ โดยมีร่างที่งดงามของเธอเป็นจุดศูนย์กลาง

    หน้าอกอันอวบอิ่มแสนน่าอิจฉาเริ่มกระเพือมขึ้นลงเป็นจังหวะตามแรงการเคลื่อนไหว

    ขาขาวนวลดุจหิมะถูกยกขึ้นสูงเผยโผล่ออกมาจากชุดกี่เพ้าสีขาวที่แสนเย้ายวน

    ถ้าหากนำทวงท่านี้ไปแสดงโชว์ในงานกีฬายิมนาสติก เธอคงจะได้รับร้อยคะแนนเต็มอย่างไร้ข้อกังขา

    ทว่านี่ไม่ใช่ลีลาแห่งการกีฬาหรือศิลปะสำหรับเอาไว้ชื่นชม

    แต่เป็นลีลาแห่งวรยุทธ์เพื่อการสังหารศัตรู



    โซ่เหล็กเริ่มเลื้อยขึ้นท้องฟ้าประดุจงูที่แวกว่ายในมหาสมุทร

    เสียงสายโซ่ดังสะท้อนก้องไปทั่วเหนือหัว หมายที่จะรัดร่างของไฮเจนที่กำลังโบยบิน

    “ไฮเจน! ”

    “ไม่เป็นไร! ”

    ไฮเจนเบี่ยงปีกตัวเองเล็กน้อยเพื่อหักเลี้ยวหลบอย่างงดงาม

    แต่ทว่า---

    “เธอเล็งไปที่พวกเพกมาไทต์ต่างหากค่ะ! ”



    พรุนรีบกรีดเสียงเตือนดังขึ้นมาในวินาทีที่ไฮเจนหลบการโจมตีนั้นได้

    แส้เหล็กไม่ได้หยุดการโจมตีอยู่ที่ไฮเจน

    เธอทิ้งตัวเองให้ร่วงหล่นตามแรงโน้มถ่วง พร้อมกับตวัดแส้เหล็กที่ยังมีแรงเฉื่อยจากการเหวี่ยง เปลี่ยนทิศทางไปที่เอทกับสล็อตที่กำลังวิ่งอยู่ทางด้านขวาของฉัน

    “เอท! ระวัง! ดอง! ”

    “ท่านลี่ เมื่อไหรจะจำเจ้าคะ? ก็บอกว่าข้าน้อยชื่อ [เพกมาไทต์] เจ้าค่ะ อีกอย่าง ไม่ต้องห่วง การโจมตีแค่นี้ข้าน้อยหลบได้สบายมากเจ้าค่ะ! ”

    “Zzzz”

    เอทวิ่งประชิดร่างของเมดหมาป่าตัวน้อยที่กำลังวิ่งหลับตาด้วยความเร็วสูง แล้วใช้มือทั้งสองข้างโอบเอวของเธอ ก่อนจะเบี่ยงตัวเองหลบแส้เหล็กที่ฟาดลงมาจากด้านบนที่พุ่งผ่านใบหน้าไปเพียงแค่ปลายจมูก



    “สุดยอดเลยดอง! ”

    “ใช่ไหมละเจ้าค่ะ~”

    “ZZzz”

    แส้เหล็กที่ยาวกกว่าสิบเมตรเส้นนั้นจมลึกลงไปในผิวดิน

    ฝุ่นดินที่เกิดจากแรงกระแทกของโซ่เหล็กกำลังลอยคลุ้งขึ้นมาสูงราวหนึ่งเมตร

    เมื่อดูจากรูปการแล้ว แบบนี้คงไม่มีทางดึงขึ้นมาไหวแน่นอน

    “เห็นได้ชื่อว่าเป็นผู้กล้า แต่กระจอกกว่า---”

    “อย่าประมาทสิสิค่ะลี่! ”

    เสียงของพรุนดังขึ้นจนทำให้ฉันตกใจ แล้วรีบกางม่านสนามพลังแม่เหล็กแรงสูงขึ้นมาตรงหน้า



    ร่างของแมวผู้กล้าที่ควรลงจอดบนพื้น กลับกำลังเหยียบลงบนยอดไม้อีกต้นหนึ่งแทน

    ดูเหมือนว่าเธอจะใช้ร่างที่พริ้วไหวในการสปริงตัวกลางอากาศ เพื่อเปลี่ยนทิศทางการลงจอด

    เธอใช้ขาคู่นั้นเหยียบลงบนยอดไม้ แล้วดีดตัวกลับขึ้นสู่อากาศอีกครั้งโดยไม่คิดหยุดพักหายใจ

    โซ่เหล็กที่ควรจมลึกลงไปในผิวดิน ถูกดึงขึ้นสู่เบื้องบนอีกครา

    สายโซ่หมุนควงกลางอากาศราวกับมีชีวิต แล้วพุ่งเข้ารัดร่างของพวกเราทั้งสามคนที่อยู่ใกล้กับโซ่เหล็กมากที่สุด

    "สนามแม่เหล็กไม่ได้ผล!? ตกลงแร่เฮเดสมันเป็นโลหะประเภทไหนกันเนี่ยดอง! "

    โซ่เหล็กที่เต็มไปด้วยคมมีดพุ่งผ่านม่านสนามแม่เหล็กของฉันเข้ามา ราวกับไม่สนใจเรื่องกฏเกณฑ์ของแรงผลักกับแรงดึงดูดของแม่เหล็กกับวัตถุโลหะ

    แล้วฉันก็ถูกสายโซ่รัดร่างเอาไว้จนได้…



    ฉัน เอท กับสล็อต

    พวกเราสามคนกำลังถูกโซ่เหล็กที่เต็มไปด้วยคมมีดรัดเข้ามัดรวมกันจนแน่น

    ใบมีดสีขาวเริ่มจมลึกลงไปในผิวอันบอบบาง

    ของเหลวสีแดงกึ่งโปรงแสงที่เป็นหลักฐานของภูติครึ่งมนุษย์กำลังไหลซึมย้อยลงมาตามสายโซ่สีขาว

    ที่ร่างของฉันไม่โดนบดขยี้ตัดเป็นชิ้น ๆ ไปเสียก่อน เป็นเพราะว่าเอทกับสล็อตกำลังใช้มือของตัวเองจับโซ่ที่แหลมคมง้างสู้มันเอาไว้อยู่

    แต่ถึงจะง้างสู้ มันก็ยังรัดแน่นจนแม้แต่ฉันที่ตัวเล็ก ก็ยังมองหาช่องว่างลอดหนีออกไปไม่ได้อยู่ดี



    "... เป็นการโจมตีที่เร็วมาก การโจมตีสองครั้งแรกที่ดูช้านั้น ก็เพื่อให้ฝ่ายข้าน้อยประมาทสินะเจ้าคะ? "

    ถึงน้ำเสียงของเอทจะยังฟังดูสบายอารมณ์ แต่มือของเธอที่หุ้มด้วยถุงมือหนานั้น เริ่มที่จะมีเลือดไหลซึมออกมาให้เห็นบ้างแล้ว

    "โฮ่? ถึงขนาดที่ทนคมของโซ่เหล็กเล่มนี้ได้? ไม่น่าเชื่อว่าคนทรยศจะมีของดีใช้กันด้วยนะเนี่ย? "

    ดูท่าการที่เอทกับสล็อตมาอยู่กับพวกเรา จะถูกตัดสินเหมารวมว่าเป็นคนทรยศในสายตาของเธอไปแล้วดอง…


    "ไหน ขอทดสอบหน่อยซิว่าจะทนได้สักกี่น้ำ? "

    *กึก*

    สายโซ่เริ่มถูกดึงรัดจนแน่นมากขึ้น

    เจ็บ เจ็บ เจ็บ!

    แขน… แขนฉันจะขาดเป็นสองท่อนแล้วดอง!

    ฉันเบนสายตาไปทางโฮป พรุน กับไฮเจน

    พวกเขาทั้งสามคนต่างกำลังปะทะกับโซ่เหล็กอีกเส้นที่ถูกควบคุมด้วยมือซ้ายของผู้กล้าแมว



    การควบคุมโซ่เหล็กของเธอนั้นน่ากลัวมาก

    สายโซ่สีขาวที่เคลื่อนไหวผ่านม่านอากาศนั้น มีความยาวมากถึงสิบเมตร

    มันเคลื่อนไหววิ่งวนไปรอบตัวเธอ แล้ววิ่งขึ้นบนฟ้า เลื้อยไปตามผิวดิน และวิ่งอ้อมไปด้านหลังได้ราวกับว่ามันมีชีวิต

    การเคลื่อนไหวของมันไร้ทิศทางที่แน่ชัด จนไม่อาจรู้ได้เลยว่ามันจะโจมตีเข้ามาตอนไหน

    ที่สำคัญ การเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิตทั้งหมดนี้ของโซ่เหล็กเส้นนี้ ยังถูกใช้แขนเพียงข้างเดียวในการควมคุมเท่านั้นอีกด้วย

    ช่างเป็นทักษะการควบคุมแส้ที่น่ากลัวมาก

    สามต่อหนึ่ง

    ทั้งที่พวกโฮปเป็นฝ่ายได้เปรียบเรื่องจำนวน แต่กลับเป็นว่าถูกคนเพียงคนเดียวไล่ต้อนกลับไปแทน

    ไม่อาจทำได้แม้แต่ให้ผู้กล้าเผ่าแมวคนนี้เคลื่อนไหวไปจากตำแหน่งได้เลยเสียด้วยซ้ำ

    นี่หรือคือฝีมือของผู้กล้าเผ่าแมว…



    จริงสิ~

    ไม่ใช่ว่าชนเผ่าท้องถิ่นที่นี่มองพวกโนอาร์เป็นเทพเจ้าอยู่ไม่ใช่หรอกหรือดอง?

    "จะ---โจมตี [สล็อต] ที่เป็นสาวกของ [โนอาร์] แบบนี้ มันบาปนะดอง! "

    ฉันลองพูดแหย่เธอดู เพื่อว่าจะสามารถสร้างโอกาสรอดขึ้นมาได้

    "ท่านลี่เจ้าค่ะ! "

    แต่ทว่าเอทกลับส่งเสียงดังอย่างตื่นตระหนกแทรกขึ้นมาแทน

    มีอะไร---



    เดียวก่อนนะ

    ไม่ใช่ว่าชนเผ่าท้องถิ่นรู้จักแต่โนอาร์คนเดียวหรือเปล่า?

    จะว่าไป…

    " แก---"

    ฉันก็ไม่เคยเห็นนักเรียนแลกเปลี่ยนมาแสดงความเคารพ นอกจากโนอาร์เสียด้วยสิ

    "ช่างกล้า---"

    คนที่ยอมเคารพพวกสล็อต กลัทโทนี่ย์ กับคนอื่น ๆ นอกจากโนอาร์นั้น รู้สึกจะมีแต่คนที่ใกล้ชิดกับไพไรต์เท่านั้น…

    "กล้า--- มาแอบอ้างชื่อของเทพเจ้าอย่างงั้นหรือ! "

    ดวงตาของผู้กล้าแมวกลายเป็นสีแดงก่ำไปแล้ว

    แรงรัดเองก็เพิ่มมากขึ้นแล้วด้วย

    งานนี้ฉันตายแน่ ใครก็ได้ ช่วยฉันด้วย! ดอง!