ภายในป่าไม้มืดเต็มไปด้วยต้นไม้แน่นขนัดจนไม่สามารถเดินเป็นเส้นตรงได้ เมื่อเชนสูดลมหายใจทำให้รู้ว่าอากาศในสถานที่แห่งนี้ชื้นกว่าด้านนอกไม่น้อย กิ่งก้านและใบไม้ที่ขึ้นปกคลุมเหนือหัวของทั้งสามนักล่าจนเหมือนเป็นหลังคาสีเขียวนั้น คอยบดบังแสงจากดวงอาทิตย์ให้ส่งแสงลอดผ่านลงมาได้รำไรกลุ่มของเชนเดินกันติดตามเข้ามาในป่าไม้มืดอย่างไม่รีบร้อนนัก ทั้งกลุ่มคอยสาดส่องสายตาไปรอบๆ เพื่อมองหาหญ้าแสงจันทร์ซึ่งเป็นเป้าหมาย แต่เหมือนพวกเขาจะไม่ค่อยจะมีดวงมากนักเพราะหลังจากเดินหากันร่วมยี่สิบนาทีก็ยังไม่พบเห็นสักต้น พบเพียงสัตว์อสูรตัวเล็กๆ ระดับต่ำไม่เกินระดับสิบบ้างประปราย แต่พอพวกมันเห็นพวกเขาทั้งกลุ่มก็หลบหนีไม่ได้เข้ามาจู่โจม อสูรพวกนี้คงพอจะสัมผัสได้ว่ามนุษย์กลุ่มนี้แข็งแกร่งไม่น้อยระหว่างที่เดินหากันอยู่ เชนกับคิมและไกด์ก็พูดคุยกันไปเบาๆ"เมื่อก่อนพี่เคยเข้ามาในป่าไม้มืดแล้วได้เจอกับอสูรขั้นสามัญ ระดับชั้นแปดด้วยนะ" คิมพูดเรื่องในอดีตขณะที่สายตาคอยสาดส่องไปตามพื้นเพื่อหาหญ้าแสงจันทร์ "ตอนนั้นพี่อยู่แค่ระดับชั้นสี่เองมั้ง""โอ้ แล้วพี่ทำยังไงต่อ" เชนเองก็กำลังมองหาหญ้าแสงจันทร์ตามที่ได้ข้อมูลจากไรม์ เมื่อได้ยินว่าคิมเคยเจออสูรระดับชั้นแปดก็หันหน้ามาถามอย่างสนใจ"หึหึ ลองทายสิ" คิมพูด พร้อมยิ้มมุมปากเชนเห็นรอยยิ้มของคิมก็ประหลาดใจ "อย่าบอกนะว่า..พี่ฆ่ามันได้""ใช่.." คิมพูดสีหน้าจริงจัง เชนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็มองคิมอย่างทึ่งๆ จนไกด์ที่เดินไม่ห่างอมยิ้มเมื่อได้เห็น "..ซะที่ไหนเล่า! วิ่งสิครับพี่น้อง..ตอนพี่เห็นมันพี่ก็หันหลังวิ่งสับตีนแตกจนรองเท้าที่ใส่หลุดไปตอนไหนพี่ยังไม่รู้เลย ฮ่าๆ ""ฮ่าๆ ผมก็นึกว่าพี่ฆ่ามันได้ อุตส่าห์ตั้งใจฟัง" เชนหัวเราะเมื่อได้ยิน หลังจากที่ร่วมทางพูดคุยกันมาสักพักทำให้เชนสนิทใจพูดหยอกล้อกับคิมได้ไม่น้อย ยิ่งคิมเป็นคนตลกๆ ด้วยยิ่งทำให้เข้ากันง่ายไปใหญ่"คิม..เลิกแกล้งเชนได้แล้ว เล่าอะไรให้น้องฟังเนี่ย" ไกด์พูดขึ้นยิ้มๆ เชนแม้ไม่ได้คุยกับไกด์มากนักแต่ก็พอบอกได้ว่าเธอเป็นคนใจดีและดูเป็นผู้ใหญ่ออกจะตรงข้ามกับคิมที่ดูนิสัยเป็นเด็กเฮฮา"ไม่เป็นไรหรอกครับพี่ไกด์" เชนพูดขึ้นยิ้มๆ เมื่อได้ยินไกด์หันไปตำหนิคิมเบาๆ"เห็นมั้ย เชนยังไม่ว่าอะไรเลย" คิมหันไปมองไกด์แล้วพูดขึ้นพร้อมทำหน้ายียวนจนไกด์ค้อนสายตาใส่ นั่นแหละคิมจึงต้องหดหัวยกมือขึ้นยอมแพ้ "ครับๆ ขอโทษครับแม่""เดี๋ยวเถอะ! " ไกด์ได้ยินคิมเรียกตัวเองว่าแม่ก็ถลึงตาใส่จนคิมที่เห็นต้องหันหน้าหนีไปทางอื่น แต่เชนเห็นที่แก้มของคิมมีเหงื่อไหลน้อยๆ ไหลมาเป็นทาง ดูแล้วคิมคงกลัวพี่สาวคนนี้ไม่น้อย จากที่เชนได้พูดคุยกันมาจึงได้รู้ว่าทั้งคู่เป็นคนรักกันและกำลังจะมีแปลนแต่งงานกันในอีกไม่นานอีกด้วย คิมยังเอ่ยปากชวนเชนให้ไปร่วมงานแต่งจนไกด์ที่เดินอยู่ไม่ห่างหน้าแดงน้อยๆทั้งกลุ่มเดินหาและพูดคุยกันอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนเวลาล่วงเลยไปนานกว่าครึ่งชั่วโมง แต่เหมือนวันนี้จะเป็นวันดวงซวยของพวกเขา เพราะเดินมานานขนาดนี้ยังไม่เจอหญ้าแสงจันทร์แม้แต่ต้นเดียว"หายไปไหนหมดฟะ! " คิมที่เริ่มหัวเสียพูดขึ้นขณะกำลังแหวกกองหญ้ากองหนึ่งเพื่อตามหา"เราควรไปหาในที่โล่งๆ ไหม ผมได้ข้อมูลว่าพวกมันจะขึ้นในสถานที่ที่แสงจันทร์ส่องถึงนะ" เชนเอ่ยขึ้นตามข้อมูลที่ได้มาจากไรม์ พื้นที่แถวนี้มีใบไม้ขึ้นปกคลุมหนาแน่นจนแสงลอดผ่านลงมาได้ไม่มาก ทำให้เชนพอจะคาดเดาได้ว่าเมื่อแสงจันทร์ในเวลากลางคืนส่องลงมา คงมีพื้นที่ไม่มากนักที่กระทบกับแสงจันทร์"มันก็ใช่ แต่จริงๆ มันก็ไม่ได้หายากแบบนี้หรอกนะ..แถมพื้นที่โล่งๆ ที่ว่าน่ะจำเป็นต้องเข้าไปถึงเขตชั้นกลางนู่นแหละถึงจะมี..อาจเสี่ยงไปเจอกับพวกอสูรด้วย" คิมพูดขึ้นเมื่อได้ยินเชนแสดงความเห็น อสูรในป่าชั้นนอกนั้นเป็นแค่ระดับต่ำๆ แต่เมื่อเข้าไปถึงเขตชั้นกลางอสูรจะมีระดับที่สูงขึ้นมาก"แต่เราก็ไม่มีทางเลือกนี่ ก็คงต้องเดินหาไปเรื่อยๆ ถ้าโชคดีเจอก่อนเข้าเขตชั้นกลางก็ดีไป แต่ถ้าไม่เจอยังไงก็ต้องเข้าไปดูล่ะนะ" ไกด์พูดขึ้นหลังจากที่เพิ่งไปแหวกหญ้ากองหนึ่งเพื่อหาแต่ก็ไม่เจอ"ก็คงต้องงั้นแหละ" คิมพยักหน้าเมื่อได้ยินพร้อมหันไปมองเชนที่มีระดับต่ำที่สุดในกลุ่ม "เชนนายโอเคนะ"เชนพยักหน้ารับไม่ได้พูดอะไร"งั้นก็ไปกัน" คิมเดินนำไปอย่างผู้ที่คุ้นเคยเส้นทาง พอจะบอกได้ว่าคิมคงเข้ามาในป่าแห่งนี้บ่อยไม่น้อยและก็เหมือนวันนี้จะเป็นวันดวงซวยของพวกเขาจริงๆ เดินมาถึงปลายของป่าชั้นนอกก็ยังไม่พบหญ้าแสงจันทร์แม้แต่อันเดียว"ด้านหน้าก็เป็นป่าชั้นกลางแล้ว" คิมพูดพร้อมชี้ไปยังป่าเบื้องหน้า "เตรียมตัวกันด้วยอาจเจออสูรจู่โจม ระดับของพวกมันเริ่มต้นคงสักยี่สิบ สูงสุดคงสี่สิบได้"พูดจบคิมก็เดินนำทางเข้าไปยังป่าเบื้องหน้า เชนที่สังเกตการเดินของคิมกับไกด์ ในเขตป่าชั้นนอกพวกเขาเดินสบายๆ ไม่ได้กังวลอะไรมากนัก แต่เมื่อเข้าสู่เขตป่าชั้นกลางลักษณะการเดินดูจะระมัดระวังมากขึ้น จนเชนเองก็ไม่ประมาทมีสมาธิอยู่ตลอดเวลาไม่ว่อกแว่กพร้อมส่องสายตามองไปรอบๆ หาหญ้าแสงจันทร์ที่เป็นเป้าหมายหลังจากที่หากันอยู่นานกว่าสิบนาทีพวกเขาก็ยังไม่เจอ แต่พบเห็นร่องรอยการขุดตามพื้น ที่คิมคาดว่าจะเป็นที่หญ้าแสงจันทร์อยู่สองสามจุด ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีคนเพิ่งจะมาเก็บพวกมันไป แถมลอยขุดยังดูสดใหม่อยู่อีกด้วย"มีคนเพิ่งมาขุดพวกมันไปไม่นาน" คิมพูดขึ้นขณะที่กำลังชันเข่ามองไปยังรอยขุดที่เจอเป็นรอยที่สี่"แบบนี้ท่าจะแย่นะ แปลว่าเราเดินทับเส้นทางของคนพวกนี้ที่ดูแล้วอาจมาเก็บหญ้าแสงจันทร์เหมือนกัน การที่เราหาไม่เจอเลยอาจเพราะพวกเขาเก็บตามทางที่เดินมาหมดแล้ว" เชนวิเคราะห์ จากการที่เดินมาไม่นานก็เห็นรอยขุดไปถึงสี่จุด แปลว่าพวกเขากำลังเดินทับเส้นทางของคนกลุ่มนั้น ที่อาจมาหาหญ้าแสงจันทร์เหมือนกัน"อืม อาจเป็นอย่างที่นายว่า" คิมพยักหน้าเห็นด้วย "งั้นเราไปยังที่โล่งของเขตป่าชั้นกลางกันเถอะ ฉันจำได้ที่หนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากนี้ ที่นั่นอาจมีหญ้าแสงจันทร์อยู่"ไกด์พยักหน้ารับ การมุ่งไปที่โล่งที่ว่านั่นเลยอาจจะดีกว่ามาเดินตามทางที่มีคนเดินนำไปแล้วเช่นนี้"ผมก็เห็.." ในตอนนั้นเอง ลมที่คอยพัดเบาๆ ให้ใบไม้ในป่าไม้มืดแห่งนี้ปลิวไสวจนเกิดเสียงเบาๆ ก็เปลี่ยนทิศ ในจังหวะนั้นเชนที่กำลังยืนพูดคุยกับคิมและไกด์ก็ต้องหยุดชะงัก เขาได้กลิ่นบางอย่างที่ลอยมาแตะจมูกทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้กลิ่นที่ว่านี้เลยแม้แต่น้อย"เป็นอะไรเหรอเชน" ไกด์ที่เห็นเชนอยู่ๆ ก็หยุดชะงักคำพูดไป หันมาถามอย่างสงสัย"ผมได้กลิ่น..แปลกๆ " เชนพูดขึ้นพร้อมทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่น"หือ? " คิมที่ได้ยินก็หลับตาทำท่าดมอากาศอยู่ครู่ก็ลืมตาขึ้น "พี่ไม่เห็นได้กลิ่นเลย""แต่ผมได้กลิ่นนะ..มันเป็นกลิ่นจางๆ ที่เหมือนกลิ่น..." เชนทำท่าดมพร้อมกับเดินตามกลิ่นนั้นไป คิมกับไกด์เองก็ทำหน้าสงสัยเดินตามเชนมาไม่ได้เอ่ยขัดอะไร เชนเดินตามกลิ่นมาถึงใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งที่ตั้งอยู่ห่างจากจุดเดิมเพียงสิบก้าว เมื่อเดินมาถึงใต้ต้นไม้ต้นนี้เขายิ่งได้กลิ่นนี้ชัดเจน แม้แต่คิมกับไกด์เองก็ทำหน้าแปลกๆ เหมือนจะได้กลิ่นที่ว่าแล้วเช่นกัน เชนเมื่ออยู่ใต้ต้นไม้ต้นนี้ก็รับรู้ได้ว่ากลิ่นที่ว่านี้ลอยลงมาจากด้านบนของต้นไม้ เขาจึงเงยหน้าขึ้นไปมองพร้อมพูดคำที่เอ่ยค้างไว้ "...เหมือนกลิ่น..สาบสัตว์"และในทันใดที่เชนเงยหน้าขึ้นมองไปยังต้นไม้สูงต้นนั้น บนกิ่งไม้ใหญ่ขนาดหนึ่งคนโอบที่สูงจากพื้นไปร่วมสิบเมตร สายตาของเชนได้ปะทะเข้ากับ...ดวงตาสีเหลืองคู่หนึ่งที่กำลังจ้องมองมาที่เขา!