บทที่29 ความมืดที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน!
หวังเหล่ยเห็นซากอาวุธโบราณระดับ9จำนวนกว่า100อัน,ก็อดสงสัยขึ้นมาอีกไม่ได้ว่า,เฟยอวี่ไปปล้นสุสานของยอดฝีมือที่ไหนมากันแน่!
"ข้ายังมีซากอาวุธโบราณระดับ8ไล่ลงมาจนถึง6อีกมากเลย!"
หวังเหล่ยได้ยินเฟยอวี่บอกว่ามีอีกมากก็พูดบางอย่างออกมา
"นี่เ้าไปปล้นสุสานของยอดฝีมือที่ไหนกันแน่!"
เฟยอวี่ได้ยินหวังเหล่ยบอกว่าเขาไปปล้นสุสานมา,ก็หัวเราะแล้วตอบกลับไปทันที
"ฮ่าฮ่า.คนที่ปล้นไม่ใช่ข้าแต่เป็เ้าต่างหากถ้าคนของสำนักอินทรีย์ท่องนภาถามว่าเ้าได้มันมาอย่างไร,เ้านั้นละที่ต้องบอกว่าได้มาจากสุสานที่ไหนก็แล้วแต่เ้า!,พอพวกเราไปถึงสำนักอินทรีย์ท่องนภาแล้ว,เป็เ้าต่างหากที่ต้องนำมันไปแลกเปลี่ยนเป็ทรัพยากรที่ข้า้า,เพราะว่าข้ายัง้าคริสตัลอสูรและสมุรไพรอีกมากมาย,เอาั้แ่ระดับ6ขึ้นไปยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งดี,เ้าช่วยข้าจัดการหามันให้ที,ข้าจะให้ให้ลู่จื้อคอยประสานงานช่วยเ้าด้วยอีกคน!"
หวังเหล่ยได้พอได้ยินว่าความ้าของเฟยอวี่ก็ไม่ได้คิดมากอะไรมันก็แค่งานง่ายๆ,ถึงแม้เขามีตำแหน่งเป็แค่ผู้าุโกิตติมศักดิ์ก็จริง,แต่ว่าแม้แต่เ้าสำนักก็ยังไม่กล้าขัดใจเขาเช่นกัน
"ถ้าไม่มีอะไรแล้วข้าขอตัว" หวังเหล่ยพูดจบก็รีบจากไปอย่างรวดเร็ว,เขาแทบจะอดใจไม่ไหวแล้ว,ที่จะไปศึกษาเคล็ดวิชาลมปราณเทพทรราชฉบับดั้งเดิมนี่เต็มแก่แล้ว!
แต่จะว่าไปแล้วมันก็ไม่ใช่ฉบับดั้งเดิมแต่อย่างใด,มันควรจะเรียกว่าฉบับปรับปรุงใหม่เสียมากกว่า,ในอดีดเฟยอวี่ศึกษาตำราค่ายกลจากคําภีร์ลึกลับ,จนทำให้ตัวเฟยอวี่มีความรู้และความเข้าใจที่มากกว่าผู้คนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไปมากโข,หลังจากที่เขาได้พบกับไป๋ลี่และคําภีร์ลึกตัวเขาที่เป็แค่คนที่ไม่มีชื่อเสียงอะไร,เพียงใช้เวลาไม่กี่ร้อยปีก็ได้กลายเป็คนที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เลยก็ว่าได้!
หลังจากที่หวังเหล่ยจากไปแล้ว,ไป๋ลี่ก็นำสมุนไพรออกมาดูดกลืนอย่างมีความสุข
เฟยอวี่ที่เห็นท่าทางของไป๋ลี่ในตอนนี้ทีไร,ก็อดที่จะคิดไม่ได้ว่า,ไป๋ลี่นั้นชอบสมุนไพรหรือเสพติดมันกันแน่
"ไป๋ลี่เ้าก็รีบๆทะลวงระดับ6จะได้มากลั่นคริสตัลอสูรพวกนี้ให้ข้า!"
"เ้าจะรีบร้อนไปทำไมให้ข้าได้ดื่มด่ำกับสมุนไพรของข้าให้เต็มที่เสียก่อน,คริสตัลอสูรแค่นั้นพอข้าเข้าสู่ระดับ6แล้ว,ใช้เวลาไม่นานก็กลั่นมันได้หมดแล้ว,เ้าฝึกวิชาของเ้าไปเถอะ,เ้ายังอยู่แค่แก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ระดับที่1แม้แต่หนูน้อยรั่วชิงยังแซงหน้าเ้าไปแล้ว!"
ได้ยินที่ไป๋ลี่พูดเฟยอวี่ก็นำของเหลวจิติญญาระดับ3-4ที่เหลือออกมา,แล้วก็เริ่มฝึกวิชาทันที!
............
เวลากลางคืน ณ ป่าลึกแห่งหนึ่ง
มีคนสองคนในชุดคลุมสีดำที่มีลวดลายเป็หยดเืสีแดงกำลังนั่งอยู่หน้ากองไฟ
"มีอะไรไม่สบอารมณ์อย่างนั้นหรือ?"
"ไม่มีอะไรแค่พยัคฆ์เพลิงที่ข้าถ่ายทอดปราณทมิฬให้ไปนั้น,มันตายแล้ว!"
"ตายแล้ว?...ในที่ห่างไกลความเจริญแบบนั้น,ไม่หน้าจะมีใครสามารถฆ่ามันได้นี่หน่า!"
"ดูเหมือนว่าเ้าเมืองบ้านนอกนั้นจะมีฝีมืออยู่ไม่น้อย,แต่มันก็แค่สัตว์ชั้นต่ำตัวเดียวไม่มีค่าอะไรให้มาใส่ใจ,นิกายของพวกเราเตรียมการกันมากกว่าแสนปี,เพื่อที่จะได้กลับไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง!"
"นั้นสินะาครั้งใหญ่ไกล้จะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว,พวกเราได้ทำข้อตกลงกับราชันสัตว์อสูรไว้แล้ว,ว่าพวกเราจะช่วยให้พวกสัตว์อสูรชนะาครั้งนี้,แลกกับการที่พวกมันจะต้องบอก,ตำแหน่งที่จำศีลของราชันค่ายกลเฟยอวี่กับพวกเรา,เพื่อที่พวกจะได้รู้วิธีที่จะกลับไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง!"
"บันทึกโบราณของพวกสัตว์อสูรก็ได้บอกไว้ว่า,ราชันค่ายกลเฟยอวี่ได้เลือกที่จะจำศีลแล้วจะตื่นขึ้นมาในสองหมื่นปี,แต่นี่ดูเหมือนว่าแผนการของราชันค่ายกลเฟยอวี่จะล้มเหลว,มันช่างสะใจเสียจริง,ถ้าไม่ใช่เพราะว่าราชันค่ายกลเฟยอวี่กวาดล้างนิกายของพวกเราที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์,จนทำให้ต้องหลบซ่อนอย่างหวาดกลัว,จนต้องลอบหนีมาเริ่มต้นใหม่ที่ดินแดนชั้นต่ำแห่งนี้,นิกายของพวกเราคงได้เป็ผู้ปกครองดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว!"
"แต่คนที่ฆ่าพวกเรามากที่สุดคือราชินีศักดิ์สิทธิ์ไป๋ลี่ต่างหาก,ราชันค่ายกลเฟยอวี่ก็แค่เป็คนวางแผนการต่างๆ,แต่ก็นะในเมื่อไม่มีสองคนนี้อยู่แล้ว,นิกายของพวกเราก็ไม่ต้องกลัวสิ่งใดอีกต่อไปแล้ว!"
"ยิ่งตอนนี้ความรู้ความสามารถของผู้คนตกต่ำลงอย่างมาก,ต่างจากพวกเราที่ยังคงมีมรดกที่สมบูรณ์,ขาดก็แต่ทรัพยากรระดับสูงที่มันไม่มีอยู่ในดินชั้นต่ำแห่งนี้,เป็เหตุให้การเติมโตของนิกายพวกเราหยุดชะงักลง!"
"ก็ต้องขอบคุณผู้าุโของพวกเราเมื่อหนึ่งแสนปีก่อน,ที่ได้ลอบโจมตีพวกทายาทของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในาครั้งใหญ่เมื่อหนึ่งแสนปีก่อน,จนพวกมันเกือบจะล่มสลาย!"
"ถูกของเ้าเพราะเหตุนี้เองพวกทายาทของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้,เลยไม่ได้น่ากลัวแต่อย่างใด,มันก็เหลือเวลาอีกไม่นานแล้วที่พวกมันจะต้องเลือก,ว่าจะยอมสยบให้กับนิกายของพวกเราหรือล่มสลายไปตลอดกาล!"
ถ้าเฟยอวี่ได้เห็นชุดคลุมของพวกมันเฟยอวี่จะรู้ทันทีเลยว่า,มันคือชุดของนิกายเงาโลหิตที่เฟยอวี่กับไป๋ลี่ได้กวาดล้างไปแล้วในครั้งอดีตนั้นเอง!
............
เฟยอวี่ยังคงทะลวงระดับพลังอย่างต่อเนื่อง,ตอนนี้เฟยอวี่อยู่ที่ระดับแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ระดับที่3แล้ว,ไกล้จะเข้าสู่ระดับ4ขั้นกลางแล้ว,ส่วนไป๋ลี่ก็หลับลงไปแล้ว,เมื่อตื่นขึ้นมานางคงจะเข้าสู่ระดับ6อย่างแน่นอน,ไป๋ลี่ที่ก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว,ก็เพราะว่านางแค่กู้คืนพลังที่ถดถอยไป,ต่างกับเฟยอวี่ที่ฝึกฝนใหม่เลยั้แ่ต้น
แกนศักดิ์สิทธิ์อันที่4ของเฟยอวี่ไกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้วก่อนฟ้าจะสว่างก็คงทะลวงระดับ4ขั้นกลางได้
............
เช้าวันใหม่ของเมืองพยัคฆ์ครามเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
หลังจากาจบลงแล้ว,ความวุ่นวายก็ยังคงมีให้เห็นอยู่,การรับสมัคทหารก็ได้เกิดขึ้นมาทันทีแถมยังมีเกณฑ์ในการรับสมัครที่ต่ำมากๆ,รับแม้แต่ผู้ที่ไม่เป็วรยุทธ์ทำให้มีคมาสมัคอย่างล้นหลาม,ส่วนมากก็เป็พวกคนที่ยากจนเพราะค่ายทหารจะสอนวรยุทธ์ให้ฟรีพร้อมอาหารการกินที่สมบูรณ์พร้อม,วันๆก็ทำแค่ฝึกปรือวิชาการต่อสู้ทั้งสบายทั้งยังมีอนาคตให้ไขว่คว้า
.....
ณ ร้านค้าอาวุธตระกูลหม่า
ที่ห้องรับรองไป๋ลี่กำลังกลั่นคริสตัลอสูรอยู่,ส่วนเฟยอวี่ก็นำกระดาษเปล่าจำนวนมากออกมาเขียนบางอย่าง
"เฮอ...เสร็จสักที,ของเหลวจิติญญาระดับ6 30หยด ระดับที่7อีก65หยด,ไม่เลว ไม่เลว..เฮ่.เฟยอวี่ระหว่างที่รอพวกสาวน้อยข้าขอทะลวงระดับ6ขั้นกลางก่อนเลยก็แล้วกัน,เ้าค่อยมาปลุกข้าถ้าข้ายังไม่ตื่นตอนที่จะออกเดินละกัน!"
พูดจบไป๋ลี่เก็บซากคริสตัลอสูรระดับ7เข้าแหวนมิติ,แล้วดูดกลืนซากคริสตัลอสูรระดับ6ทั้งหมดแล้วกลับไปนอนที่เตียงทันที!
เฟยอวี่ยังคงก้มหน้าเขียนบางอย่างต่อไป....
พอเฟยอวี่เขียนเสร็จ,รั่วชิง,หม่าซินรุ่ย,และลู่จื้อ,ก็เดินเข้ามาพอดี
ทั้งสามเข้ามาในห้องรับรองเป็ลู่จื้อที่เดินตรงเข้าพูดกับเฟยอวี่ทันที
"คนที่ใส่หน้ากากสีเงินกับชุดคลุมสีดำเป็เ้าอย่างนั้นหรือ?"
"เป็แค่ผู้ติดตามควรที่พูดจากับเ้านายของตัวเองให้สุภาพหน่อย!" เฟยอวี่ตอบกลับลู่จื้อไปด้วยน้ำเสียงของชายหน้ากากสีเงิน,ทำให้ลู่จื้อที่ได้ยินนั้นทำสีหน้าปลาดออกมาให้เห็นทันที
เฟยอวี่เห็นสีหน้าของลู่จื้อก็พูดขึ้นมาอีก
"ทำไม..หรือว่าเ้ารู้สึกผิดหวังที่เ้านายของเ้าเป็เพียงแค่เด็กคนหนึ่ง!,หรือเ้าคิดว่าข้านั้น,มีคุณสมบัติไม่พอที่จะเป็เ้านายของเ้า!"
"ไม่..ข้าแค่ใและปลาดใจเท่านั้น..,แล้วต่อจากนี้จะให้เรียกเ้าว่า.นายท่าน.นายน้อย,หรือแบบใดดี!" ลู่จื้อที่เริ่มควบคุมสติของตัวเองได้,ก็เริ่มพูดจาตอบโต้เฟยอวี่ทันที
"ข้าไม่ใช่คนที่ถือยศศักดิ์,เ้าจะเรียกข้าอย่างไรก็ได้,ขอแค่เ้ามีความจริงใจต่อข้าก็พอ!,แล้วก็ระหว่างาของเมืองพยัคฆ์คราม,การที่เ้าเลือกที่จะต่อสู้แทนที่จะหลบหนีนั้น,ทำให้ข้าปลาดใจไม่น้อยเลยทีเดียว,เพราะว่าตอนนี้ข้ากลับมาแล้วเห็นภาพการสู้รบอย่างดุเดือด,ข้าก็คิดว่าเ้าคงจะไม่อยู่ในเมืองพยัคฆ์ครามแล้ว,แต่กลายเป็ว่าเ้ากับเป็กำลังรบหลักที่สู้อยู่กับสัตว์อสูรที่หน้ากลัวที่สุดในสนามรบ,มันทำให้ข้าประทับใจอย่างมากกับการตัดสินใจของเ้าในครั้งนี้,มันคงเป็การตัดสินใจที่ยากลำบากของเ้า,เพราะฉะนั้นข้าเองก็มีรางวัลที่จะให้เ้าเช่นกันรับนี้ไปสิ!" พอเฟยอวี่พูดจบก็ส่งกระดาษอีก20กว่าแผ่นให้กับลู่จื้อพร้อมกับพูดขึ้นมาอีกครั้ง
"นี่คือเคล็ดวิชาลมปราณหยกเทวะขั้นที่2-3,รวมทั้งกระบวนท่าต่างๆ,และวิธีใช้พลังลมปราณหยกเทวะที่ถูกต้อง,รวมทั้งท่าเท้าที่เหมาะกับวิชานี้ที่ไม่มีธาตุเป็หลัก,มันสามารทำให้เ้าเข้าสู่ระดับ9ขั้นสมบูรณ์,เ้าจะสามารถสังหารยอดฝีมือระดับ9คนใดก็ตามได้อย่างง่ายดาย,หรือแม้แต่ระดับ10ขั้นต้นก็ยากที่ทำร้ายเ้าได้!...แล้วก็นะตอนนี้ข้ามีทางให้เ้าเลือก2ทาง,1คือติดตามข้าต่อไปแล้วพักดีซื่อสัตย์ต่อข้าเพียงคนเดียวเท่านั้น,แล้วข้าจะทำให้เ้าได้เห็นว่าโลกที่เ้าอยู่ตอนนี้มันเล็กเพียงใด.2เ้าสารมารถจากไปได้ทันทีแล้วไขว่คว้าอนาคตของเ้าด้วยมือของเ้าเอง!"