จากนั้น ภาพเหตุการณ์ก็ได้ตัดมายังช่วงเหตุการณ์ที่คินซากินั้นกำลังสืบหาสาเหตุการณ์ตายของทาดาชิอยู่ทันที ทางด้านเซย์เมย์นั้นก็กำลังนั่งรอใครบางคนอยู่ที่ร้านกาแฟของคานาเมะ ในขณะเดียวกันนั้น เขาก็นั่งจิบกาแฟร้อนๆ ที่เขาเคยสั่งเอาไว้อย่าง Black Charcoal Mint ไปพลางๆ พร้อมกับตักชิ้นเค้กช้อนเล็กๆ ที่เขาเคยสั่งเอาไว้อย่าง Dark Chocolate Cake ขึ้น มากินอย่างชิวๆ
และสักพัก ใครบางคนที่เขากำลังรออยู่นั้นก็ได้เดินเข้ามาในร้านด้วยความเร่งรีบ ก่อนที่คนๆ นั้นจะมานั่งที่โต๊ะเดียวกับเซย์เมย์ ซึ่งไม่ใช่ใคร แต่เป็นคินซากิ
“ไม่ได้เจอกันนานนะ...คินทาโร่” เซย์เมย์เอ่ยชื่อของคินซากิอีกชื่อหนึ่งราวกับว่าเคยรู้สึก และคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ในระหว่างนั้น เขาก็พลางหลับตาพริ้ม และนั่งจิบกาแฟร้อนอย่างชิวๆ คิตาโซโนะ คินซากินั้น แท้จริงแล้ว เขาก็คือซากาตะ คินโทกิ หรือคินทาโร่ ซึ่งถูกห้วงมิติแห่งกาลเวลาดึงตัวมายังโลกในยุคปัจจุบันนี้ด้วย
“ที่ว่ามีเรื่องสำคัญจะมาบอกให้ทราบเนี่ย เรื่องอะไรหรือขอรับ ท่านอาจารย์”
“ก็เรื่องที่เจ้ากำลังสืบหาเนี่ยแหละ แต่ก่อนอื่น เราไปคุยกันที่รถดีกว่า”
จากนั้น เซย์เมย์ก็รีบจ่ายเงินให้กับคานาเมะ ผู้เป็นเจ้าของร้าน ก่อนที่พวกเขาทั้งสองจะรีบเดินออกจากร้านไปขึ้นรถเก๋งคันหรูสีดำทันที หลังจากนั้น เซย์เมย์ก็ได้เล่าสาเหตุการตายที่แท้จริงของทาดาชิให้กับคินทาโร่ได้ฟังทันที
“สิ่งที่โดมันใช้ในการวางยาคุณฟูจิเอดะ ทาดาชินั้นมันไม่ใช่ยาพิษ แต่เป็นผงจากซากได-โคโดกุ สุดยอดสัตว์พิษทั้ง 5 ชนิดที่ถูกผสมรวมกันเป็นหนึ่ง”
“ได-โคโดกุ” คินทาโร่เอ่ยด้วยความสงสัย พร้อมกับมีสีหน้าที่งุนงง
“เป็นการประกอบพิธีกรรมทางไสยเวทย์และมนต์ดำที่มีความคล้ายคลึงกับโคโดกุ คือใช้ในการสาปแช่งผู้คนให้มีอาการป่วยไข้จนถึงแก่ชีวิต หรือไม่ก็สาปแช่งผู้คนให้ประสบพบเจอแต่ความวิบัติ แต่ได-โคโดกุนั้นจะมีความรุนแรงที่มากกว่าเป็นหลายเท่า...” เซย์เมย์ถอนหายใจสักพัก ก่อนที่เขานั้นจะเอ่ยเล่าให้คินทาโร่ฟังต่อไปอีกว่า
“และที่สำคัญ ผงจากซากได-โคโดกุนั่นก็ถูกนำไปใช้ในการสร้าง และปลุกเสกสร้อยอัญมณีต้องสาปแห่งได-โคโดกุขึ้นมา ซึ่งจะทำให้คำสาปใดๆ ก็ตามที่อยู่ในตัวของผู้ถูกสาปนั้นมีความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นเป็นหลายเท่าอีกด้วย”
เมื่อได้รู้เรื่องทุกอย่างมาจากเซย์เมย์ ผู้เป็นอาจารย์ คินทาโร่ก็ได้รู้แล้วว่า ทาดาชินั้นไม่ได้สิ้นใจลงเพราะโรคมะเร็งในลำไส้ แต่เขานั้นสิ้นใจลงเพราะถูกวางยา คินทาโร่นั้นไม่รอช้า จึงรีบยกมือถือไอโฟนขึ้นมาวางหู เพื่อกล่าวรายงานสาเหตุการตายที่แท้จริงของทาดาชิให้มิเนโกะทราบโดยทันที และภาพก็ได้ตัดกลับมายังช่วงปัจจุบัน
“เพียงแต่ว่าที่ผ่านมา ข้าก็แค่นิ่งเงียบ และแกล้งทำเป็นว่าความจำเสื่อมก็เท่านั้นแหละ เพื่อที่อยากจะรู้ว่าคนอย่างเจ้า หน่ะชั่วช้าเลวทรามไปได้สักแค่ไหน...”
เซย์เมย์กล่าวน้ำเสียงเรียบกับโดมันด้วยใบหน้าอันสุขุมลุ่มลึกและนิ่งสงบ แต่แฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
“จริงๆ แล้วข้าเองก็ใช่ว่าจะรู้วีรกรรมชั่วๆ ของเจ้าไปซะทุกอย่างหรอกนะ แต่ข้าก็พอจะรู้ได้บ้างหล่ะ ว่าจิตใจอันเลือดเย็นอำมหิตผิดมนุษย์อย่างเจ้าหน่ะมันเกินเยียวยา เพราะเจ้าหน่ะคิดแต่จะเอาชนะข้า จนเจ้าไม่สนใจเลยว่า ทุกสิ่งที่เจ้าได้กระทำลงไปนั้นได้คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยไปตั้งเท่าไหร่”
“หุบปาก!!” โดมันตะโกนเอ่ยสั่งเสียงดังลั่นด้วยความเกรี้ยวกราดพลางร่ายมนต์ดำ เพื่อทำการยิงลูกพลังเวทย์ดำใส่เซย์เมย์ แต่เขาก็สามารถหลบมันได้โดยที่ตัวเขานั้นแทบจะไม่ขยับเขยื้อนใดๆ เลย หลังจากนั้นสักพัก ลูกพลังเวทย์ดำนั้นก็เกิดแรงระเบิดขึ้นแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง พร้อมกับเสียงระเบิดที่ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ
“คนที่เคยอยู่ในท่ามกลางความศรัทธาของชาวบ้านมาโดยตลอดอย่างเจ้าหน่ะ จะไปเข้าใจอะไร” โดมันกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเทาที่ค่อยๆ ดังขึ้นจนกลายเป็นเสียงตะโกนที่ดังออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด
หลังกล่าวจบ โดมันก็รีบทำการร่ายมนต์ดำเสกลูกพายุสายฟ้าสีดำทมิฬที่มีขนาดใหญ่ออกมาเพื่อโจมตีใส่คู่ต่อสู้ แต่เซย์เมย์นั้นก็รีบโยนแผ่นยันต์ขึ้นบนกลางอากาศ ก่อนที่เขานั้นจะรีบทำการร่ายเวทย์อย่างรวดเร็ว เพื่อเสกแผ่นยันต์ให้กลายเป็นลูกพายุสายฟ้าที่มีขนาดใหญ่ออกมาต้านทานลูกพายุสายฟ้าสีทมิฬของอีกฝ่ายไว้ได้ทัน จนเกิดเป็นแรงลมอันมหาศาลที่แทบจะพัดทุกสิ่งทุกอย่างโดยรอบให้ปลิวว่อนไปทั่วทั้งบริเวณในทันที
และในระหว่างนั้น โดมันรีบทำการร่ายมนต์ดำเสกสัตว์ชนิดหนึ่งขึ้นมาในแบบที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ซึ่งสัตว์ชนิดนั้นก็คือสัตว์ดึกดำบรรพอย่างไดโนเสาร์นั่นเอง โดมันได้ทำการร่ายมนต์ในการเสกที-เร็กซ์ขึ้นมา มันมีความดุร้ายและความกระหายอยากในเนื้อมนุษย์ที่มากกว่าที-เร็กซ์ตัวอื่นๆ เป็นหลายเท่า อีกทั้งยังมีความแข็งแกร่งกว่ามากด้วย
มันได้กู่ร้องคำรามออกมาเสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณ จนทำให้แรงลมอันมหาศาลนั้นหยุดพัดโหมกระหน่ำลงในทันที ก่อนที่มันจะรีบวิ่งเข้าพุ่งชนใส่ด้วยความเร็วสูง แต่เซย์เมย์ก็รีบโยนแผ่นยันต์ขึ้นบนกลางอากาศ ก่อนที่เขาจะรีบทำการร่ายเวทย์อย่างรวดเร็ว เพี่อทำการเสริมพลังให้กับลิงกอริลล่า จนทำให้ร่างของมันนั้นค่อยๆ ขยายร่างออกมา จนมีขนาดที่เท่ากับที-เร็กซ์ของอีกฝ่าย
กอริลล่าร่างยักษ์ใหญ่นั้นได้เข้ามารับมือกับที-เร็กซ์ของอีกฝ่าย ก่อนที่จะเกิดการต่อสู้กันขึ้นอย่างดุเดือด ระหว่างกอริลล่าร่างใหญ่ที่เกิดขึ้นจากพลังเวทย์ของเซย์เมย์ และที-เร็กซ์ ไดโนเสาร์ที่เกิดจากการร่ายมนต์ดำของโดมัน
หลังจากที่ต่อสู้กันมาได้สักพัก กอริลล่าก็ได้เสียท่าให้กับที-เร็กซ์ของโดมัน และถูกมันใช้ฟันอันแหลมคมดั่งใบมีดฉีกกระชากเนื้อออกเป็นชิ้นๆ จนทำให้ร่างของกอริลล่าขนาดใหญ่นั้นค่อยเลือนหายไป
ที-เร็กซ์นั้นรีบพุ่งเข้าไปงับร่างของเซย์เมย์ด้วยความเร็วสูง แต่เซย์เมย์นั้นก็รีบทำการร่ายเวทย์สร้างแผงอาคมป้องกันที่มีลักษณะเป็นทรงกลมขึ้นล้อมรอบตัวเขาไว้ได้ทันก่อนที่มันนั้นจะเข้ามางับ จนทำให้เขี้ยวของที-เร็กซ์นั้นไม่สามารถกัดผ่านทะลุแผงอาคมป้องกันของเซย์เมย์เข้ามาได้เลย
ทางด้านเซย์เมย์นั้นก็รีบทำการร่ายเวทย์ด้วยความรวดเร็ว เพื่อที่จะยิงลำแสงพลังเวทย์ใส่ร่างของมันทะลุออกมา ที-เร็กซ์ได้ถูกเซย์เมย์ยิงลำแสงพลังเวทย์ทะลุออกมา จนทำให้ร่างของมันค่อยๆ ทรุดล้มลงที่พื้นเสียงดังสนั่น และก็เลือนหายไป
“แต่ก็ไม่อยากจะเชื่อเลยนะ โดมัน ว่าพลังเวทย์ดำของเจ้าจะถูกพัฒนามาได้ไกลถึงเพียงนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ต่อให้เจ้าจะมีพลังอำนาจมนต์ดำที่แข็งแกร่งมากสักแค่ไหน หรือเจ้าจะมีทักษะในการใช้มนต์ดำที่เก่งกาจมากสักเพียงใด แต่ยังไงซะ คนอย่างเจ้าหน่ะก็ไม่มีวันที่จะชนะข้าได้อยู่ดี” ดูเหมือนว่าคำพูดจาเสียดแทงที่ออกมาจากปากของเซย์เมย์นั้นได้เข้าจุดกับปมในใจของโดมันพอดี โดมันนั้นรู้สึกฉุนจัด จึงรีบทำการร่ายมนต์ดำเพื่อเสกกระบี่แสงสีดำทมิฬขึ้นบนแขนข้างซ้ายของเขา ก่อนที่เขานั้นจะพุ่งเข้าไปฟันใส่ด้วยความบ้าคลั่ง
แต่เซย์เมย์นั้นก็รีบทำการร่ายเวทย์เพื่อเสกกระบี่แสงสีฟ้าขึ้นบนแขนข้างขวาของเขา ก่อนที่เขานั้นจะรีบใช้กระบี่แสงที่เกิดจากพลังเวทย์นั้นเข้ารับการโจมตีของคู่ต่อสู้ไว้ได้ทัน จากนั้นทั้งสองฝ่ายต่างก็พุ่งเข้าปะทะกันด้วยคมกระบี่แสงที่เกิดจากพลังเวทย์อย่างดุเดือด เสียงกระทบกระทั่งกันของสองคมกระบี่แสงที่เกิดจากพลังเวทย์นั้นดังสนั่นกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ