King X King เมื่อได้เกิดเป็น องค์รัชทายาทลำดับสุดท้าย [จบ]

    ตอนที่ 62 คนที่รอพบ

    ณ ทางเข้าคฤหาสน์
    " ทหารมาทำอะไรที่นี่เยอะแยะ "
    เอเนเชียร์พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสงสัย หลังจากเห็นทหารหลายสิบคนยืนอยู่ทางเข้าคฤหาสน์ และก็มีรถม้าหรูหรา 1 คันกำลังจอดอยู่กลางวงของพวกทหารเหล่านั้น แล้วมาถามฉันที่เดินมากับเธอจะไปรู้ได้ยังไง ว่าพวกนั้นมาทำอะไร
    พวกทหารที่กำลังยืนอยู่ทางเข้าหน้าคฤหาสน์ในตอนนี้เป็นทหารเผ่าเอลล์ที่ผมยาวกันทุกคน ผมสีเหลือง แล้วก็สวมชุดเกราะหนักทั้งตัว รวมถึงหมวกเหล็กที่เปิดให้เห็นหน้า อาวุธส่วนมากก็เป็นประเภทธนูมีดาบออกมาให้เห็นประปราย เพียงมองพวกทหารด้านหน้าตอนนี้ก็รู้สึกได้เลยว่าพวกนี้ไม่ใช้ทหารธรรมดาอย่างแน่นอน รวมถึงพลังเองก็ตรวจสอบไม่ได้ ซึ่งการตรวจพลังไม่ไ่ด้มันก็ยังเป็นเรื่องที่ผมยังไมเข้าใจถึงทุกวันนี้ ถามแลนด์กรีสไปก็ไม่ยอมบอก แต่ผมคิดว่ามันต้องเกี่ยวกับกระต่ายแน่นอน!
    " ไปกันเถอะรู้สึกไม่ดีเลย "
    เอเนเชียร์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงท่าทางจริงจัง อย่าพูดอะไรที่มันเป็นลางแบบนั้นสิ
    จากนั้นเราทั้งสองคนก็รีบเดินเข้าในในคฤหาสน์ทันที โดยในระหว่างที่ผมกับเอเนเชียร์เดินผ่านพวกทหารที่กำลังยืนอยู่ พวกนั้นก็ส่งสายตามองมาทางผมด้วยท่าทางไม่พอใจกัน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่พวกนี้จะมองผมด้วยแววตาแบบนั้น เพราะพวกนี้เองก็คงจะแค้นมนุษย์อยู่เมื่อสงครามครั้งที่แล้ว ถึงเวลามันจะผ่านมา 10 ปีแล้วก็เถอะ หลังจากที่หยุดสงครามไปแต่การศูนย์เสียและความแค้นก็ไม่ได้หายตาม
    " คุณหนูคะ! "
    " มีอะไรชาร์? "
    เสียงเอลฟ์สวมชุดเมดรับใช้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเหมือนกับว่ามีอะไรบ้างอย่าง เอเนเชียร์ก็ถามกับทั้นทีด้วยน้ำเสียงสงสัย
    " นายท่านบอกว่าถ้าคุณหนูกับท่านดรารอน์กลับมาให้ไปที่ห้องรับแขกด่วนเลยคะ เพราะตอนนี้มีคนรอพบพวกท่านอยู่ "
    รอพบ? แล้วทำไมต้องมารอพบพวกเราสองคนด้วย ไม่สิ! ที่รอพบอาจจะไม่ใช่เอเนเชียร์แต่เป็นเราคนเดียว และเมื่อดูจากกองทหารด้านนอกแล้วต้องเป็นคนที่มีอำนาจอยู่พอตัวแน่
    เมื่อผมกับเอเนเชียร์รู้เรื่องพวกเราทั้งสองคนก็เดินไปที่ห้องรับแขกของคฤหาสน์ทันที
    ณ ห้องรับแขก
    หลังจากที่พวกเราทั้งสองคนเดินเข้ามาก็เจอผู้ชายเผ่าเอลฟ์ 2 คน กำลังนั่งอยู่ที่ชุดโต๊ะกลางห้อง ที่เป็นชุดโต๊ะหรูหราม้อย่างดี ด้านรอบห้องเองก็เป็นเครื่องประดับหรูหราติดเอาไว้เหมือนกัน ส่วนชายทั้งสองคนที่กำลังนั่งอยู่ก็กำลังหันหน้ามาทางพวกผม คนที่ 1 เป็นแลนด์กรีสส่วนคนที่ 2 เป็นผู้ชายที่สวมชุดเกราะแบบทหารด้านนอก มีเพียงใบหน้าและผมสีเหลืองปรากฏออกมาให้เห็นเท่านั้น และก็มีดาบคาดเอวอยุ่
    ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังหันมองมาทางผมกับเอเนเชียร์ที่เดินเข้ามากัน
    " ท่านปู่มีอะไรกันคะ??? "
    " วันนี้ปู่พาแม่ทัพ ทาร์เทียร์ มาให้พวกหลานรู้นะสิ "
    แลนด์กรีสตอบกลับ แล้วก็ชี้นิ้วไปทางทาร์เทียร์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของตน ทาร์เทียร์แม่ทัพใหญ่ของประเทศเอลฟ์คนนั้นนะเหรอ เหอะ! แบบนี้ก็เข้าใจแล้วว่าทำไมทหารพวกนั้น ที่เป็นคนคุ้มกันด้านนอกถึงได้ดูแข็งแกร่งกันนัก
    " ยินดีที่ได้พบข้า ทาร์เทียร์ แวร์ เซอร์เนียร์ "
    " เอเนเชียร์คะ "
    " ดรารอน์ครับ "
    ทาร์เทียร์พูดขึ้นมาขณะที่มองมาทางพวกผมทั้งสองคนอยู่ แล้วพวกเราก็รีบตอบกลับไปทันทีโดยท่าทางก้มหัวลงเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพต่อเขา
    " โห่ว- นั่นนะเหรอเด็กที่ท่านพูดถึงท่านแลนด์กรีส "
    " ใช่เจ้าหนูนั้นแหละ! "
    นั่นไง! ว่าแล้วมันต้องเป็นแบบนี้ เอาอีกแล้ว เฮ้อ~
    " เจ้าหนูตอนนี้พลังเวทย์ของเจ้าเข้าขั้นกลางแล้วใช่ไหม? "
    ทาร์เทียร์ถามออกมา
    " ครับ! "
    ก็รู้มาจากแลนด์กรีสแล้วไม่ใช่เหรอจะมาถามอีกเพื่ออะไร แต่พอได้ยินหมอนนี้ถามออกมาแบบนี้ความรู้สึกของเราก็สัมผัสถึงเรื่องยุ่งยากได้อีกแล้ว ขออย่าให้เกิดอะไรเลยนะ เฮ้อ~
    " แล้วเจ้าก็เป็นร่างจำแรงอสูรระดับ 2 ด้วยใช่ไหม? "
    " ครับ "
    " ฮาๆๆๆๆ- จะเรียกว่า 2 มันก็ยังไงอยู่เพราะตอนนี้หมอนนี้เจ้าเด็กนี้ก็กำลังเข้าใก้ระดับ 3 เข้าไปแล้ว "
    ระหว่างที่ผมกำลังคุยกับทาร์เทียร์อยู่ แลนด์กรีสก็หัวเราะแล้วก็พูดออกมา แต่มาลองคิดดูก็แปลกเหมือนกันในตอนนี้ผมก็ฝึกมาเรื่อยๆแล้ว แต่ยังไม่สัมผัสถึงร่างระดับ 3 ไม่ได้เลยทั้งๆที่ร่างระดับ 2 สามารถเป็นง่ายแท้ๆ แต่ก็เอาเถอะผม คิดเอาไว้แล้วมันต้องไม่ง่ายแบบนี้
    " เอาละงั้นข้อขอทดสอบหน่อยได้ไหม "
    ทาร์เทียร์พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นแล้วก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่กำลังงนั่งอยู่ ด้วยสีหน้าที่ดูแล้วกำลังสนุกอย่างแน่นอน ชิ! ไอหมอนนี้มันอยากอัดเราเล่นแหงๆ
    " งั้นก็ตกลง! "
    แลนด์กรีสตอบออกมา เดี๋ยว เดี๋ยว ใจเย็นสิไม่ใช่ว่าสิทธิ์ในการตัดสินใจมันเป็นของฉันเหรอ แล้วนายไปพูดแบบนั้นทำไม แล้วอีกอย่าง คิดจะส่งฉันไปให้หมอนั้นที่เป็นแม่ทัพของประเทศเอลฟ์อัดเล่นหรือไง นั่นไงใบหน้าแบบนั้น! ผมคิดในใจหลังจากที่แลนด์กรีสพูดออกมา แล้วเขาก็กำลังทำใบหน้ายิ้มแบบมีนัยมองมาทางผม เฮ้อ~
    งั้นก็หมดทางเลือกแล้วละ!
    " ตกลงครับ "
    " งั้นก็ดี ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ไปที่ด้านนอกของคฤหาสน์กันเลย "
    ด้านนอก? ทำไมต้องไปด้านนอกด้วย ด้านในคฤหาสน์ก็มีห้องฝึกต่อสู้นะ????
    ...............
    ณ ลานกว้างนอกคฤหาสน์
    บริเวณที่ผมกำลังยืนอยู่ตอนนี้เป็นเขตลานกว้างขนาดใหญ่กว่า 100 เมตร ที่ผมใช้ฝึกฟันขวานศึกวันละ 1,000 ครั้งทุกวัน และด้านหน้าของผมตอนนี้ก็มีทาร์เชียร์กำลังยืนมองผมอยู่ด้วยรอยยิ้มแบบมั่นใจมาก ส่วนทางข้างสนามาที่ห่างไปประมาณ 10 เมตรเอง ก็มีกลุ่มทหารเอลฟ์ที่ยืนอยู่ด้านหน้าคฤหาสน์ตอนที่ผมเดินเข้ามายืนอยู่ และแลนด์กรีสกับเอเนเชียร์ก็กำลังยืนอยู่ในกลุ่มพวกนั้นเช่นกัน
    แต่ยืนดูผมก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก แต่ท่าทางเตรียมพร้อมแบบนั้นมันอะไรกัน ในตอนนี้พวกทหารนับ 10 คนกำลังถือโล่ขนาดใหญ่เท่ากับตัวเอง และเป็นเหล็กหน้ายืนเป็นวงล้อมรอบตัวของแลนด์กรีสและเอเนเชียร์เอาไว้ พวกนั้นคิว่ดาอยู่ในสงครามหรือยังไง ถึงได้เตรียมพร้อมขนาดนั้น-
    " งั้นก็มาเริ่มกันเลยเจ้าหนู! "
    ระหว่างที่ผมกำลังมองไปยังพวกทหารถือโล่ด้วยความสงสัยอยู่ เสียงของทาร์เทียร์ก็พูดขึ้นมา และผมก็รู้ได้ในทันทีว่าทำไมพวกทหารถึงได้เอาโล่ขนาดใหญ่แบบนั้นมาป้องกันเอาไว้ เพราะด้านหน้าของผมตอนนี้มีเวทย์บอลไฟขนาดใหญ่กว่า 10 เมตรกำลังลอยอยู่บนมือทั้งสองข้างของทาร์เทียร์
    เข้าใจแล้วสาเหตุที่ให้ออกมาสู้ด้านนอก มันเป็นแบบนี้นี่เอง ใช้เวทย์ขนาดนั้นกับเด็กอายุ 10 ปี หมอนั่นยังมีเกียติของแม่ทัพใหญ่ของประเทศเอลฟ์อยู่ไหม เหอะๆ!
    เกล็ดความรู้ : แม่ทัพหญ่! ทาร์เทียร์เป็นแม่ทัพใหญ่ หรือจะพูดเข้าใจง่ายก็คือแม่ทัพสูงสุดของประเทสเอลฟ์ โดยแต่ละประเทศจะมีคนที่มีตำแหน่งแบบนี้ประเทศละคน พลังของพวกแม่ทัพใหญ่อย่างน้อยก็ต้องอยู่ชั้นสูงสุด อย่างเช่นของทาร์เทียร์ มีพลังเวทย์ธาตุไฟ 12,000,000 จุด แม่ทัพใหญ่ประเทศอื่นเองก็มีพลังอยู่ประมาณนี้กันหมด ทำให้ตัวตนของพวกเขาแต่ละคนสำคัญกับประเทศอย่างมาก

    คล้ายกับเรื่องKing X King เมื่อได้เกิดเป็น องค์รัชทายาทลำดับสุดท้าย [จบ] ที่คุณอ่าน