กระบี่สีเงินวาวตอนนี้อาบย้อมไปด้วยโลหิตแดงฉานฟงซวนเว่ยต่อให้มันคิดจนสมองลัดวงจรมันก็คงคาดไม่ถึงว่ากระบี่ที่มันยื่นให้ลู่เฟยจะกลายเป็สิ่งที่ใช้สังหารตัวเองนับั้แ่ที่มันมอบกระบี่ให้ลู่เฟยก็ไม่ต่างจากมันเลือกที่จะฆ่าตัวตายแล้ว
กระบี่เสียบคาที่คอหอยฟงซวนเว่ยเบิกตากว้างแทบจะถลนม่านตาสีหม่นหดวูบ ปากอ้าค้างส่งเสียงไม่เป็ภาษา “อะ.กะ..อะ.กึก..” เนื้อตัวของมันสั่นเทาสติค่อยๆเลือนลางเห็นได้ชัดว่ายังไงมันก็ไม่รอดแล้ว
ลู่เฟยแค่นเสียงทางจมูกหนึ่งที พลันดึงกระบี่ออกอย่างเรียบง่ายฟงซวนเว่ยล้มนอนคว่ำหน้าโลหิตหลั่งไหลอย่างบ้าคลั่งจนเกิดเป็บ่อโลหิตแพร่ขยายทั่วรถม้าจนไหลนองลงไปบนพื้นดินลู่เฟยสะบัดกระบี่หนึ่งครั้งโลหิตที่ติดอยู่ก็กระเด็นออกจนเกือบหมดเสร็จธุระก็เก็บกระบี่เข้าฝักเอ่ยเบา “เ้าคงไม่ได้ใช้มันแล้วหละถ้างั้นข้าขอละกัน” เอ่ยจบก็นำกระบี่เหน็บเอวหันหลังกลับเดินออกไปอย่างเรียบง่ายไม่แม้ที่จะเหลือบมองกลับไปเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นด้วยซ้ำ
เมื่อเปิดผ้าม่านเดินออกมาทันใดนั้นสายตาของลู่เฟยก็สังเกตุเห็นสิ่งหนึ่งที่ตกอยู่พื้นมันเป็ก้อนหินสีขาวประหลาดลู่เฟยหยิบขึ้นมาดูจึงรู้ว่ามันคือศิลาสื่อสารจึงจะเก็บกลับใส่ไว้ที่ผ้าคาดเอวแต่ต้องบังเกิดสีหน้าตกตะลึงเมื่อเปิดผ้าคาดเอวออกมามันกลับพบศิลาสื่อสารอยู่แล้วตอนแรกมันก็เพียงคิดว่าทำตกเพราะว่าสองก้อนนี้แทบจะเหมือนกันทุกอย่าง...ซวยแล้วนี่ไม่ใช่ของข้า แต่เป็ของฟงซวนเว่ย!
ถ้าหากว่าฟงซวนเว่ยบอกผู้ติดตามมันแล้วจริงมันคงจะเพียงผ่านไปไม่นานนักแต่ก็เพียงพอที่มันจะกลับมาหาฟงซวนเว่ยแต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้อยู่แถวนี้ถ้าไม่ใช่หละถ้าหากมันไปคนละทางทันใดนั้นสีหน้าพลันขาวฮวบหัวใจบีบกระหน่ำเต้นรัวภายในหัวคิดถึงเื่ที่เลวร้ายที่สุดสำหรับมัน …มันกำลังไปหาพี่หญิง!
ลู่เฟยไม่รีรอวิ่งกลับด้วยความเร็วสูงสุดไม่คำนึงถึงอะไรทั้งนั้นในหัวเพียงนึกถึงวาจาที่ตัวเองได้เอ่ยไว้กับมู่ไฉซู ‘พี่หญิงรอข้าอยู่ที่นี่นะห้ามไปไหน’ถ้าเป็ลู่เฟยมันนั้นซุกซ่อนรัสมีพลังได้แต่มู่ไฉซูนั้นไม่หากผู้ติดตามตระกูลฟงค้นพบระบุตำแหน่งรัสมีพลังของนางได้อย่างแน่ชัดแล้วถ้างั้นนางก็ไม่ต่างจากเป้านิ่ง
มู่ไฉซูยืนรออย่างเงียบเชียบไม่ส่งเสียงแม้แต่น้อยเพราะกลัวว่าอาจจะทำให้มีคนอื่นหรือสัตว์ร้ายได้ยินนางหันซ้ายหันขวามองดูรอบๆไม่ว่าจะซ้ายขวาหน้าหลังล้อมรอบนางล้วนเป็ป่าจึงเป็เื่ปกติที่หญิงสาวอายุสิบเจ็ดปีจะเกิดอาการระแวงหน้าระแวงหลังขบคิดเรื่อยเปื่อยกลัวสัตว์ประหลาดต่างๆนาๆ กลับกันลู่เฟยยิ่งดูแปลกประหลาดขึ้นทุกทีในสายตาของนางยิ่งนานวันไปก็ยิ่งไม่เหมือนเด็กอายุสิบห้าเข้าทุกวัน
มู่ไฉซูหลังจากที่ผ่านความกลัวต่อสถานการณ์สุดเลวร้ายแต่พอหวนนึกถึงลู่เฟยผู้ที่ไม่น่าจะทำอะไรได้แต่กลับเข้ามาช่วยนางอย่างไม่สนใจว่าตัวเองจะเจออะไรหรืออีกฝ่ายจะเป็ใครหน้าไหนทำให้นางอดคิดไปไกลไม่ได้ว่าสำหรับลู่เฟยแล้วนางสำคัญขนาดไหนหรืออาจจะสำคัญกว่าชีวิตตัวเองความรู้สึกของมู่ไฉซูตอนนี้นั้นนางไม่อาจบรรยายได้ ทั้งๆที่นางยังไม่รู้ว่าวันนี้จะรอดหรือไม่รอดนางกลับรู้สึกเหมือนหัวใจถูกเติมเต็มจนล้น
มู่ไฉซูพึมพัมแ่เบา “หากเป็เช่นนี้ข้าคง..” ทันใดนั้นมีบางอย่างพุ่งมาด้านหลังอย่างรวดเร็วจับยกนางอย่างไม่ได้ตั้งตัวทำให้มู่ไฉซูใยิ่งมือไม้สาวไปสาวมา“ว๊ายยยยย…”
“โอ้ย โอ้ยพี่หญิง นี่ข้าเองท่านมองคนก่อนจะทุบไม่ได้รึไงกัน”เป็ลู่เฟยที่พุ่งมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
มู่ไฉซูเอ่ยเสียงสูง “เ้าเกือบทำข้าหัวใจวายตายแล้ว”
ลู่เฟย “โทษทีพี่หญิง แต่พวกเราจะช้าไม่ได้เด็ดขาดพี่หญิงไม่ต้องกังวลพวกเราจะต้องไม่เป็อะไร”
มู่ไฉซู “ไม่ว่าน้องเฟยจะว่าเช่นไรข้าก็เชื่อทั้งนั้น ต่อให้จะเกิดอะไรข้าก็ไม่กลัวหากมีเ้าอยู่ข้างๆ”
ั้แ่ที่เข้าชิงตัวมู่ไฉซูลู่เฟยก็วิ่งแทบจะไม่ได้หยุดพลังลมปราณก็ลดทอนลงเรื่อยๆ ถึงมันจะแกร่งกว่าปกติถึงสิบเท่าหรือจะเรียกให้ถูกคือมันเป็คนธรรมดาๆแต่ผู้อื่นใช้พลังลมปราณได้เพียงส่วนเดียวแต่จะอย่างไรลู่เฟยก็เป็เพียงชั้นแรกเริ่มขั้นกลางไม่ว่าจะเป็ความรู้ในชาติก่อนหรือจะเป็ตอนนี้จะอย่างไรก็ตามในสถานการณ์ตอนนี้มันก็เป็เพียงคนไร้ทางสู้ที่ทำได้แต่หนีอยู่ดี
...ถ้าหากวิ่งต่อไปแล้วยังหนีไม่พ้นคงได้จบเห่จริงๆแน่ วิ่งหนีมานานเช่นนี้แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาถ้าให้ดีมันก็คงอาจจะไม่ได้ตามมาหรือตามไม่ทันแล้วแน่ข้าก็ไม่รู้ทางเพียงวิ่งออกมามั่วๆให้ห่างจากรถม้าคงไม่ซวยขนาดที่วิ่งคนละทางแล้วมาเจอหน้ากันพอดีหรอกกระมั้ง
ทันใดนั้นลู่เฟยใจหายวูบความซวยที่ครุ่นคิดเมื่อครู่กลับบังเกิดขึ้นแล้วห่างไปไกลข้างหน้ากลับมีเสียงวิ่งลุยป่ามาอย่างรวดเร็วแถมยังเร็วกว่าลู่เฟยไม่รู้กี่เท่าลู่เฟยสามารถได้ยินแล้วทำไมอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินลู่เฟยเบี่ยงทางหนีแต่ดูเหมือนว่ามันจะเบี่ยงตามมาทีนี้ก็มั่นใจชัดเจนแล้วว่ามันต้องเป็คนติดคามตระกูลฟงอย่างแน่แท้แล้วที่สำคัญดูเหมือนมันจะไม่ได้เป็แค่คนขับรถมันอาจจะเก่งกาจพอๆกับเหล่าผู้อวุโสตระกูลลู่แค่ความเร็วก็เร็วกว่าลู่เฟยเป็สิบเท่าแล้วเร็วกว่าสิบเท่าสำหรับลู่เฟยแต่นับเป็ร้อยเท่าสำหรับผู้อื่นที่อยู่ชั้นแรกเริ่มขั้นกลาง!
ลู่เฟยคิ้วขมวดเป็ปมคิดหาวิธีหนีทุกอย่างที่เป็ไปได้แต่ก็แทบจะไม่มีเลยบนูเานี้เส้นทางไหนเลยจะรู้ได้ทั้งมันทั้งมู่ไฉซูไม่เคยมาซักครั้งถึงจะไม่ได้ถูกไล่ล่าก็คงต้องใช้เวลาเป็วันกว่าจะหาทางออกได้พลังลมปราณที่เหลืออยู่ก็มีไม่ถึงสามส่วนด้วยซ้ำหากวิ่งต่อไปอยู่เช่นนี้พลังลมปราณคงเกลี้ยงเกรงว่าคงต้องปล่อยให้มู่ไฉซูมาแบกมันวิ่งแทนหากเป็เช่นนั้นก็คงไม่น่าจะรอดแน่นอนแต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีวิธีหนีเพียงแค่แทบจะไม่มีเท่านั้น วิธีที่อาจจะรอดก็มีวิธีเดียวก็คือชักกระบี่ออกมาแล้วฆ่าผู้ติดตามตระกูลฟงซึ่งวิธีนี้น่าจะเป็วิธีที่โง่เง่าไร้สมองที่สุดแล้วแต่ดันเป็วิธีเดียวที่อาจจะรอด
ลู่เฟยพลันหยุดวิ่งวางมู่ไฉซูลงอย่างนุ่มนวล “พี่หญิงท่านวิ่งไปก่อนเลยเร็ว!”
มู่ไฉซูรู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็เช่นไร “น้องเฟยหมายความว่าอย่างไร ข้าไม่ขอหนีไปคนเดียวเด็ดขาด”
ลู่เฟยเอ่ยหนักแน่น“พี่หญิง ท่านไม่ได้หนีไปคนเดียวข้าพอมีแผนรับรองว่าพวกเราหนีพ้นแน่”
มู่ไฉซูเมื่อเห็นท่าทีของลู่เฟยแล้วนางก็เชื่อหลายส่วนเพราะว่าลู่เฟยไม่ได้มีท่าทางว่าจะกลัวหรือตัวสั่นซักนิดยังไม่มี เหมือนกับว่าแผนที่ว่านี้จะได้ผลแน่นอน“น้องเฟยรีบตามข้ามาหละ” เอ่ยจบนางสวมกอดลู่เฟยแน่นก่อนจะออกตัววิ่งไป
ลู่เฟยไม่ได้มั่นใจเลยซักนิดเหมือนที่มันเอ่ยไปที่มันดูท่าทางเหมือนมั่นใจไม่กลัวอะไรเลยก็เป็เพราะว่ามันที่เคยเป็ถึงตัวตนที่อยู่บนจุดสูงสุดความองอาจเย่อหยิ่งทะนงตัวล้วนเป็เื่ธรรมดาในชีวิตที่ไม่ว่าจะทำเช่นไรก็ไม่อาจปลอกออกมาเหมือนเปลือกไข่ได้
ถึงจะไม่รู้ว่าจะเป็ยังไงไม่มีความมั่นใจว่าตัวเองจะทำอะไรได้แต่เมื่อหวนนึกถึงพี่หญิงมู่ไฉซูของตนต่อให้จะยากลำบากกว่านี้เป็ร้อยเท่าพันทวีไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องทำให้ผ่านพ้นไปจนได้ไม่อาจปล่อยนางไว้คนเดียวเด็ดขาดหญิงสาวมนุษย์สุดแสนธรรมดาผู้หนึ่งที่คอยเติมเต็มหัวใจหมื่นปีของมัน
แผนที่ว่านั้นที่จริงล้วนไม่มีเอ่ยออกไปก็เพื่อให้นางสบายใจแต่เมื่อได้รับอ้อมกอดจากนางที่เป็นางกอดมันเองครั้งแรก มีเพียงเหตุผลนี้ไม่ว่าจะยากเย็นดุจปีนป่าย์มันก็ต้องผ่านพ้นไปให้ได้ก็เพื่อที่จะได้กลับไปเจอนางอีกครั้ง
ลู่เฟยซุกซ่อนรัสมีพลังลมปราณคนหลบซ่อนในพุ่มไม้พลันชักกระบี่ออกจากฝักสายตาเพ่งเล็งอย่างจริงจังพลังลมปราณควบรวมที่ปลายกระบี่คิดเฝ้ารอเพื่อหวังที่จะสังหารในกระบวนท่าเดียว
ลู่เฟยมุมปากยกเล็กน้อยครุ่นคิด ...หากไม่สำเร็จ ข้าไม่มีทางรอดแน่ แต่อย่างน้อยนางจะต้องไม่เป็อะไร