“เป็นไปไม่ได้ เหมยเจียงนางต้องเป็นเหมยเจียง” แพรวากลืนก้อนแข็งๆ ลงคอ เจ็บที่หัวใจ เหมือนกันทุกคนผู้ชาย คนรักเก่าคนรักใหม่และเขาก็ไม่อาจลืมคนรักเก่าได้เลย
สายตา อาวรณ์โหยหาจับจ้องที่ใบหน้าสวยหวานนั้นไม่คาดสายตา แพรวา ก้มมองผิวสีน้ำผึ้งของตนเอง ก่อนจะปลงอนิจจังคนหรือผีจูออน ทำไมขาวอย่างนั้น เลี่ยงออกมาห่าง ๆ แบบที่ใครก็ไม่สังเกตเห็นหรือ ว่าตัวเองเป็นเพียงอากาศไปเสียแล้วเพลง อากาศของพี่ป้างล่องลอยพลิ้วไหวในสายลมหนาว
อย่าทำแบบนี้เลย แบบนี้เลย
เหมือนฉันไม่เคยมีความหมาย เธอไม่เคยสนใจไม่เคยเห็น
ก็เป็นแค่เพียงอากาศ แค่ลมที่พัดไม่มีตัวตนT_T
เสี่ยวโอเขย่งเท้ามอง ก่อน จะนิ่วหน้า แสดงการสงสัยใคร่รู้ แพรวา เดินหลบออกไปยังห้องของตัวเอง อย่างไม่สนใจ ใคร่ดีใคร แต่กลับต้องดีใจอย่างที่สุดเมื่อพบกับ ลี่มี่ ที่กำลังจัดเก็บของในห้องอยู่เพียงลำพัง แพรวา กระโดดเข้าคว้ามือลี่มี่เขย่าเบาๆ
“เจ้าหายดีแล้ว ข้าเป็นห่วงเจ้าแทบตาย” รู้สึก เหมือนที่พึ่งพิงกลับมาแล้ว ลี่มี่ยิ้มบางๆ
“ข้าก็คิดถึงท่านแทบแย่ หมอหลวงอนุญาตให้กลับมารับใช้ท่านข้าดีใจแทบตายนายหญิง”
“เจ้าอยู่กลับหมอหลวงข้าก็เบาใจ” แพรวาพูดจากใจจริงอย่างน้อยในวังแห่งนี้ สองคนนี้ก็เป็นที่พึ่งพิงทางใจได้อย่างดี
“แล้วนายหญิงไม่ต้องอยู่ปรนนิบัติ ฝ่าบาทหรือวันนี้”
แพรวาสีหน้า เศร้าสลดลงทันที
“ฝ่าบาท ทรงมีหญิงงามนางใหม่”
“หาแสดงว่าข้าน้อยตกข่าว ทำไมได้ยินแต่เรื่องที่ฝ่าบาททรงโปรดปรานนายหญิงยิ่งกว่าหญิงใด”
“ผ้าแพรผืนเก่าสีไม่สวยถูกใจ เท่า ผ้าไหมผืนใหม่ หรอกลี่มี่”
“แล้วนายหญิงยอมรึเจ้าค่ะ” มองหน้าลี่มี่แบบไม่เชื่อสายตายามที่แพรวาท้อ อย่างน้อยก็มี ลี่มี่นี่แหละที่ ปลุก สกิลเทพในตัวให้ฟื้นคืน จริงสิแพรวา ก็คิดว่าตัวเองไม่น่ายอม
“ไปกันนายหญิงเราจะยอม แบบนั้นไม่ได้ นั่นไม่ใช่นายหญิง แม้สักนิดฝ่าบาทย่อมไม่เห็นใครดีกว่านายหญิงเป็นแน่ ท่องไว้ท่องไว้นายหญิงเดินมาไกลพันลี้จะยอมกลับไปย่ำเดิมได้อย่างไร”
“กำลังใจมาเลย ลี่มี่เจ้าช่างเหมาะที่จะเป็น พวกก่อม็อบ”
“อะไรคือก่อม็อบ”
“เปล่าๆ ไม่มีอะไรข้าเพ้อเจ้อไปตามเรื่อง” มือน้อยของลี่มี่จูงแขน แพรวา ออกเดินไปจากห้อง
เมื่อเดินมาตามทางแพรวาชักหวั่นๆ
“แม่นาง เหมยหลิว หน้าตาเหมือนเหมยเจียงเลยนะลี่มี่”
“เหมือนแต่หาใช่คนคนเดียวกัน”
“แต่ถ้าฝ่าบาท ต้องการอยู่กับนางเพียงลำพังล่ะจะทำอย่างไร”
ลี่มี่เท้าสะเอว
“เมื่อนั้นเราค่อย คิดอุบายใหม่แต่ข้าน้อยคิดว่าอย่างไรเสีย ฝ่าบาทต้องทรงเห็นแก่ เยื่อใยที่มีกับนายหญิง เชื่อลี่มี่เถอะ ลี่มี่มองตาฝ่าบาทยามจ้องมองนายหญิง .....” ว่าแล้วก็ ทำหน้าตาเหมือนคนที่อ่านนิยายหรือดูซีรีย์ ที่ถึงตอนฟินๆ แพรวาสูดลมหายใจเข้าก่อนจะเดินนำลี่มี่ไปทันที
“ข้าน้อย เฟยลี่ คาราวะฝ่าบาท” จริงตามคาด เหมยหลิว นั่งอยู่ต่อหน้าฝ่าบาท หัวเราะเอียงอายคงกำลังคุยกันออกรส จริตจะกร้านของนางช่างน่ามอง ขนาดแสดงท่าทีเนียมอายยังน่าทะนุถนอม ด้วยวัยอ่อนเยาว์ของนาง ผุดผาด สวยสมใบหน้าที่สวยจน แทบจะตีบ้านตีเมืองได้นั้นทำเอาแพรวาถอนหายใจรอบที่ร้อย ลี่มี่ย่นจมูกเมื่อเห็นหน้าเหมยหลิว
“อ้าว เฟยลี่มาแล้วรึ วันนี้ทำไมมาเร็วจัง ข้ากำลังคุยกันถูกคอกับเหมยหลิว”
“เหมยหลิว ไม่กล้าถ้าหากพี่สาว จะมาปรนนิบัติ ฝ่าบาท อย่างนั้นเหมยหลิวขอตัว”
ลี่มี่ ขยับปากขมุบขมิบตามเหมยหลิวแบบล้อเลียน แพรวา กระทุ้งศอกเบาๆว่าเป็นการเสียมารยาท
“ข้ายังสนุกอยู่เลย อย่าเพิ่งไปได้ไหม เหมยหลิวมีหลายอย่างที่ยังอยากถาม”
“อย่างนั้น ข้าน้อยเฟยลี่ไว้มาใหม่ ฝ่าบาททรงมี ผู้ที่คุยเป็นเพื่อนในค่ำคืน***...เหน็บหนาว***..นี้แล้ว” น้ำตาจะไหลฮ่องเต้ไม่ทันสังเกต อาการของแพรวา แต่เหมยหลิวจับจ้องและทำหน้าใสซื่อ
“ข้าน้อย ขอตัวพี่สาวมาแล้วฝ่าบาท จะทำให้เหมยหลิว กับพี่สาวขัดใจกันเหมยหลิวไม่กล้า” ท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัว จะบอกว่าน่าสงสารก็ใช่ อีก ทางหนึ่งช่างน่าหมั่นไส้ยิ่งนัก แพรวาเชิดหน้าก่อนจะขยับตัวเข้าไปนั่งข้างฮ่องเต้ตามที่เคยแสดง เมื่ออยู่กับเหล่าสนม
“ฝ่าบาท เลือกเลยเพค่ะ ว่าจะ ให้ใครอยู่เป็นเพื่อนค่ำคืนนี้” น้ำเสียงออดอ้อนไม่แพ้กันลี่มี่อมยิ้มก่อนจะยกนิ้วโป้งให้
“อยู่ทั้งคู่ได้ไหม ข้ายังคุยกับเหมยหลิว ติดลมอยู่เลยอย่าให้ต้องลำบากใจ” เหมยหลิวทำหน้าใสซื่อปนเศร้า
“ฝ่าบาทไม่อยากอยู่กับ เฟยลี่สองต่อสองรึ เพค่ะ” แพรวายังเล่นต่อได้อีก
“ถ้าพี่สาวไม่ชอบใจ อย่างนั้นเหมยหลิวไว้มาคืนพรุ่งนี้ก็ได้” แววตาเศร้าสลดนั้น ฉายมายังฮ่องเต้หนุ่มชัดเจน
“พวกเจ้านี่อย่างไรกันคนหนึ่งก็ไล่ คนหนึ่งก็อยากไป ไม่มีใครฟังคำสั่งข้าเลยหรืออย่างไร” แพรวาหน้าตูมรู้สึกโมโหจริงๆ สะบัดแขนที่เกี่ยวแขนฮ่องเต้ออกก่อนจะก้าวมายืนข้างหน้า
“ข้าพระองค์ไว้มาใหม่ ไว้ทรง ...คุยเสร็จเมื่อไหร่ ..ถามกันเสร็จเมื่อไหร่ให้เสี่ยวโอไปตามข้าพระองค์ ยังไม่สาย สะบัดร่างบอบบางเดินลิ่วไม่สนใจใครทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น ลี่มี่หรือเสี่ยวโอที่ดักหน้าดักหลัง ฮ่องเต้ถอนหายใจยกจอกชาขึ้นจิบก่อนจะ วางจอกชากระแทกเสียงดัง
“ชาเย็นไปเสียแล้วเสี่ยวโอ ไปเปลี่ยนชามาใหม่” เสี่ยวโอลนลาน ไม่เป็นท่าจากที่วิ่งตามแพรวาอยู่นั้น
“ลี่มี่ ดื่มเป็นเพื่อนข้าหน่อย” สุรา ถูกลี่มี่นำมาวางไว้ข้างๆหลายไหทีเดียวตามคำสั่งของแพรวา ที่ม้านั่งหน้าห้อง
“คนใจร้าย คนใจคอกลับกลอก เจ้าว่าไหมลี่มี่” ลิ้นพันกันเสียแล้วก่อนจะแหกปากร้องเพลง หมดห่วง ของ ตั๊ก ศิริพรเวอร์ชั่นหน้ากากหอยนางรม
ก่อนที่ดวงตะวันจะรุ่งพรุ่งนี้ ไม่เจอแล้ว สิ่งที่มีก็แค่เพียงภาพความหลังย้ำ ภาพที่เธอกับเขา ก้าวเดินจากฉันไป ปล่อยให้ความเจ็บร้าวใจ ทิ้งอยู่ที่ฉัน.........
“นายหญิงท่านอย่าดื่ม เยอะเกินไปเดี่ยวจะเมามายไม่ได้สติอีก” ชินอ๋อง ยืนฟังท่วงทำนองเพลง ออกจะงงงงด้วยภาษาที่ต่างออกไป
น้ำเสียงเศร้าสร้อยไม่อาจปกปิด
“ความเจ็บช้ำเปรียบดั่งหิมะ ไม่คงทนอีกไม่นานก็มลายหายไป”
“ความเจ็บช้ำใจ เปรียบดั่งหินผา ไม่มีทางมลายหายไป” แพรวาต่อปากต่อคำ
“ท่านมาพอดี ข้ากำลังหาคนร่วมดื่ม” แพรวา กอดแขนชินอ๋องด้วยความเมามายไม่ทันระวังคนโดนกอดแขน สะดุ้งกับอาการสนิทสนมนั้นใจ หนุ่มวาบไหวมองมือที่เกาะกุมไม่วางตา
“นั่งๆ ๆ” ฉุดแขนชินอ๋องที่ทำท่าทางเก้อเขินให้นั่งลง คว้าไหเหล้ารินเหล้าใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบจนหกเลอะ ชินอ๋องจับมือบางที่ถือไห ก่อนจะสบตา สี น้ำตาลเข้มของแพรวาพยายามค้นคว้าหาคำตอบ
“เจ้าโศกเศร้าเสียใจ ถึงเพียง นี้เชียวหรือ จึงดื่มจนเมามายเพื่อท่านพี่” มอง แพรวาด้วยสายตาลึกซึ้งปนสงสาร ลี่มี่ขยับตัวออกห่าง
“เปล่าววววว ข้าแค่อยากดื่มไม่ได้ดื่มมานานแล้ว”
“เป็นข้าที่ทำร้ายเจ้า ถ้าหากข้าไม่พาเหมยหลิวมา”
“อย่าซีเรียส น่าข้าไม่แคร์ คนแบบนั้นหรอกมาดื่มกันดีกว่า” ชินอ๋องจับใจความได้บ้างไม่ได้บ้างแต่ก็พอเข้าใจ แพรวายก ถ้วยสุราจ่อริมฝีปากชินอ๋อง ชินอ๋องรับมาถือไว้ในมือ
แพรวา ยกของตัวเองขึ้นดื่มรวดเดียวหมดถ้วย เช็ดริมฝีปากที่เต็มไปด้วยหยดเหล้าเรี่ยราด ก่อนจะฟุบลง หมดสติเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์เต็มพิกัด ชินอ๋องเขย่าร่างเล็กที่นอนฟุบหน้าไปมา
“แม่นาง เฟยลี่ ข้าหลวงหญิง" ไม่มีการตอบสนอง ลี่มี่เข้ามาประคองแต่แพรวากับฮึดฮัด
“ข้าง่วงแล้ว นอนก่อนสักพัก เดี่ยวสร่างเมาจะดื่มเป็นเพื่อนทันแน่” ปัดไม้ปัดมือ ลี่มี่วุ่นวาย ชินอ๋องพยุงร่างเล็กขึ้นมาก่อนจะช้อน อุ้มไว้ในวงแขน
“ข้าเอง เจ้าไปจัดแจงที่นอนให้นางหาน้ำอุ่นมาเช็ดตัวนางด้วย” ลี่มี่เดินหายไปอย่างว่าง่าย
“ฝ่าบาท ไม่เล่นแบบนี้ เพค่ะ” เสียงแพรวายังคงไม่ได้สติ พร่ำเพ้อ ชินอ๋องถอนหายใจยาวเหยียด ร่างกำยำในแบบแม่ทัพหนุ่ม ขยับวงแขนกอดกระชับร่างบางแนบอกความรู้สึกบางอย่างแล่นเข้าสู่หัวใจ