อนุรักษ์กับน้ำฟ้าแอบไปดูโรงงานซอสที่ทั้งสองพูดถึงด้วยกันตอนเลิกงาน
“ผมเอาโดรนมาด้วย ตอนนี้มีแค่ยามเฝ้าหน้าโรงงาน ่บ่ายยังงี้เขามักจะไม่ค่อยอยู่ เดี๋ยวผมปล่อยโดรนเข้าไปข้างใน”
น้ำฟ้าตื่นเต้นกับอุปกรณ์ที่อนุรักษ์มี เขายื่นแท็บเล็ตให้เธอถือเอาไว้ “ในโดรนมีกล้องคุณภาพสูงจะถ่ายทอดภาพและบันทึกภาพไว้ในตัว เราเลยต้องระวังหน่อย”
“ที่เราต้องจอดรถไกลเพราะอย่างนี้นี่เอง”
“ดีนะ ที่โรงงานซอสอยู่ห่างจากโรงงานอื่น ไม่น่าจะมีคนมาเห็น”
“นี่คุณนุ พูดแบบนี้แสดงว่าคุณเคยมาที่นี่ก่อนที่จะพาฉันมาใช่ไหมคะ?”
“ครับ ผมเคยมาแอบสืบเงียบๆ แล้ว ครั้งก่อนถ่ายส่วนหน้าเอาไว้ แต่มีคนมาเจอก็เลยต้องหลบ ครั้งนี้ถ่ายข้างหลัง เราจะอยู่นานไม่ได้”
ชายหญิงทั้งสองก้มๆ เงยๆ อยู่รั้วด้านข้างโรงงานได้พักใหญ่ก็รีบพากันขึ้นรถออกจากบริเวณโรงงาน ในขณะที่ผู้ชายสองคนบนรถที่อยู่ห่างออกไปพากันขมวดคิ้ว
“คุณฟ้ากับผู้จัดการหน้าอ่อนนั่น เหมือนมาสืบความลับเลยครับ?”
“อนุรักษ์คงไม่ใช่ตำรวจปลอมตัวมาหรอกนะ? ดูอุปกรณ์ของเขาสิ นี่มันมืออาชีพชัดๆ”
“จริงด้วยพี่ณัฐ ผมว่าเราคงต้องระวังคนๆ นี้ไว้หน่อยดีกว่า”
ณัฐวุฒิเม้มปาก “ไม่หน่อยล่ะ ต้องระวังให้มาก”
อนุรักษ์ขับรถกลับมาส่งน้ำฟ้าที่บริษัท “ผมจะรีบกลับไปรวบรวมข้อมูล เดี๋ยวค่ำๆ เราค่อยคุยกันนะครับ”
“ได้ค่ะ คืนนี้ค่อยคุยกัน”
น้ำฟ้ายืนโบกมือจนรถของอนุรักษ์ลับตา เธอขับรถกลับบ้านโดยไม่มีรู้ตัวว่าตนเองถูกสะกดรอยตาม
“พี่ณัฐ ไม่เข้าไปถามคุณฟ้าเหรอครับ?”
“ยัง รอให้สองคนนั้นมีข้อมูลดีๆ ก่อน อุตส่าห์ไปสืบกันขนาดนี้ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าอนุรักษ์คิดจะทำอะไร? ถ้าฉันโผล่ไปตอนนี้ก็เท่ากับแหวกหญ้าให้งูตื่น”
วันต่อมาข่าวคนตกตึกตายก็สร้างความใให้กับคนในบริษัทเพราะบุคคลที่เป็เ้าของห้องในข่าวก็คือหนึ่งในพนักงานที่ถูกระบุว่าร่วมทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างในโรงงานในเครือบริษัทวินเนอร์
“พวกมันคงคิดจะฆ่าปิดปากผ่านภพ ดีที่นายส่งคนเข้าไปซุ่มอยู่ข้างใน ไม่งั้นพยานปากสำคัญคงถูกโยนลงมาแทน” ธนาเคร่งเครียด
“คงต้องพาพยานสองคนไปหลบอยู่ที่ในที่ปลอดภัยก่อนครับ ระยะนี้ผมจะให้คนคอยตามประกบ” ณัฐวุฒิคาดไม่ถึงว่าวิศวกรหนุ่มที่แปรพักตร์จากคุณกรินทร์มาเป็พยานให้กับธนาจะถูกหมายหัว “ทีแรกผมคิดว่าเขาอาจจะทำร้ายเพื่อข่มขู่แต่นี่กลับฆ่าทิ้ง คุณกรินทร์โเี้กว่าที่ผมคิดเอาไว้”
ธนาพิงหลังกับเก้าอี้ทำงานแล้วหลับตา “ฉันก็ไม่คิดว่าเงินก้อนโตจะทำให้พวกเขามองชีวิตคนอื่นไร้ความหมาย แผนของเราต้องรีบเริ่มให้เร็วที่สุด”
ธเนศโทรศัพท์หาพี่ชายฝาแฝดและบอกเื่ที่เขาให้คนสืบ “ได้มาแล้วหลักฐาน กรินทร์กับสายน้ำติดต่อกัน ดูเหมือนจะรวมหัวคิดจะฆ่าพยานปิดปาก ดีนะที่ณัฐไหวตัวทัน”
“ถ้าไม่กระชากหน้ากากคนพวกนี้ ชีวิตของเราคงไม่มีทางสงบสุข”
“แกคิดจะทำอะไรก็รีบเถอะ ฉันกลัวว่าพอพวกมันจนตรอกจะแว้งกัดเราไม่เลือก” ธเนศนึกเป็ห่วงลูกชายของธนา
“เนศ แกรับหน้าที่ดูแลคุณแม่ ผักกาดกับน้องพืชนะ เื่อื่นฉันจัดการเอง”
“ได้ แกระวังตัวด้วย”
คืนนั้นธนากับณัฐวุฒิออกไปประชุมวางแผนกับทีมบอดี้การ์ดกลุ่มใหญ่ โดยมีไต้ฝุ่นเป็คนยืนกางผังโรงงานอยู่โต๊ะกลางห้อง
“คนของพวกนั้น ฉันสืบมาแล้ว เป็มือปืนจากหลายซุ้มด้วยกัน กว่าครึ่งยังมีหมายจับติดตัว มือปืนบางคนถูกหมายหัวว่าจะจับตายอยู่แล้ว”
ธนามองเห็นหนุ่มหล่อที่ดูสำอางยืนอยู่ตรงกลางก็ชะงัก แต่เขาไม่ทักท้วงสิ่งใด ณัฐวุฒิสั่งเอาไว้แล้วว่างานนี้ห้ามถาม ไม่ว่าไต้ฝุ่นซึ่งเป็เพื่อนสนิทของณัฐวุฒิบอกอย่างไรก็ให้ทำตามนั้น
‘นี่คงเป็ตัวจริงของเสี่ยตะวัน มาเฟียที่ไม่เคยเปิดเผยโฉมหน้า ทำตัวเหมือนหนึ่งในทีมบอดี้การ์ดของเสี่ยตะวัน อันที่จริงนี่ล่ะเ้าพ่อ’
ธนาเคยเข้าไปพบกับเสี่ยตะวันในบ้านลับครั้งหนึ่ง ผู้ชายคนนั้นแต่งกายเหมือนคนอาหรับไม่เปิดเผยแม้กระทั่งเส้นผมและมือ เห็นเพียงดวงตาสองข้าง ซ้ำในห้องที่อนุญาตให้พบยังมืดสลัว
“คุณธนาต้องสวมเสื้อเกราะกันะุนะครับ”
“แล้วพวกคุณล่ะ?”
“ไม่ต้องห่วง ทีมเรามีเสื้อเกราะกันทุกคน เสี่ยตะวันไม่้าให้คนของเขาเสี่ยงชีวิตโดยไม่จำเป็หรอกครับ”
ธนาผงกศีรษะ “ดีครับ ผมจะได้สบายใจ ผมเองก็ไม่อยากให้คนอื่นเสี่ยงชีวิตเพราะผมเหมือนกัน”
การหารือล่วงไปเกือบสี่ชั่วโมง ณัฐวุฒิไม่ได้กลับคอนโดมิเนียมเพราะคนของเรารายงานว่ามีรถน่าสงสัยคอยซุ่มอยู่ข้างหน้าสองคัน ชายหนุ่มถูกคุณธนากร บิดาของธนากับธเนศโทรศัพท์ตามให้ไปหาพอดี เขาจึงคิดจะไปนอนที่บ้าน ศราวุฒิกุล
น้ำฟ้าถูกอาน้ำเพชรเรียกไปให้นอนที่บ้านศราวุฒิกุลด้วย “อาไม่ค่อยสบายใจ ที่บ้านนี้ก็มีแค่อากับคุณกรและก็คนรับใช้อีกสามสี่คน พวกนั้นก็มีแต่ผู้หญิง อาเลยให้คุณกรเรียกผู้ชายมาอยู่ในบ้านอีกสักสองคน”
คุณธนากรออกจากตำแหน่งประธานบริหารของวินเนอร์แล้วก็จริงแต่ก็ยังกุมบังเหียนคณะกรรมการที่คอยกำกับการทำงานอยู่เื้ั คดีทุจริตครั้งใหญ่ที่มีมูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านและเกี่ยวพันกับคุณกรินทร์หนึ่งในหุ้นส่วนสำคัญเป็เื่ที่น่าใ
“ได้ค่ะ เดี๋ยวฟ้าไปนอนเป็เพื่อน ขนาดพยานยังถูกตามฆ่า ไม่รู้ว่าคนพวกนั้นจะคิดทำเื่บ้าๆ กับคุณอาสองคนไหม?”
“นี่ฟ้า อาเพิ่งรู้มาว่าคุณเนศก็เคยถูกตามล่านะ แต่รอดมาได้ คดีรถถูกชนตกน้ำนั่นน่ะ” น้ำเสียงของน้ำเพชรสั่น ชีวิตเธอไม่เคยต้องเผชิญเื่น่ากลัวขนาดนี้
“คดีนั้นเกี่ยวกับคุณเนศเหรอคะ?” น้ำฟ้าแสร้งถาม ทั้งๆ ที่เธอเป็คนเห็นกับตาตนเองแต่ก็ไม่้าให้อาของตนตื่นตระหนก
“ใช่ อาได้ยินคุณกรคุยโทรศัพท์กับลูกน้อง”
“อาเพชรทำใจให้สบายนะคะ เดี๋ยวฟ้าเก็บกระเป๋าไปนอนเป็เพื่อนสักสองสามวันค่ะ” น้ำฟ้ารีบรับปาก
ตัวเธอเองในตอนนี้ก็รู้สึกเคว้งคว้าง พอณัฐวุฒิไม่ได้สนใจเธอแล้ว แทนที่เธอจะรู้สึกโล่งใจแต่กลับคล้ายจะหายใจไม่ออก หลายครั้งที่คิดจะส่งข้อความไปถามข่าวแต่ก็อดใจไว้ ระหว่างเธอกับเขา ไม่มีสถานะ ตัวเขาเองก็เคยพูดอยู่บ่อยๆ ว่าเขาแค่ควบคุมเธอเพื่อไม่ให้เธอเข้าไปวุ่นวายกับธนา เธอนอนอยู่บ้านก็รู้สึกกระสับกระส่าย หากเปลี่ยนที่นอนเสียบ้าง หวังว่าจะดีขึ้น
น้ำฟ้ามาถึงก็ลากกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กเข้าไปในห้องพักรับรองแขกที่ชั้นหนึ่งด้านใน พลันนึกถึงตอนที่เขาเข้ามาอุ้มเธอตอนที่เธอปวดท้องแล้วพากลับคอนโดมิเนียม
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น อนุรักษ์ส่งคลิปที่เขาส่งโดรนเข้าไปถ่ายทุกซอกทุกมุมในโรงงานซอสมาให้เธอดู
“วันนี้ผมเห็นผู้ชายน่ากลัวนับสิบคนเข้าไปข้างใน คำว่าลงมือที่ผมดักฟังได้เมื่อวันก่อน คงจะใกล้ถึงเวลาแล้วล่ะ แต่ไม่รู้ว่าพวกมันคิดจะจัดการใคร? สภาพโรงงานนี้ถ้าจับตัวคนมาไว้เรียกค่าไถ่ก็เหมาะ ซ่อนคนก็ดี หรือไม่ก็...”
“ดักฆ่า...”
“คุณฟ้าคิดเหมือนผมเลย ในเมื่อท่านประธานใหญ่คิดจะซื้อ ถ้าหากพวกมันหลอกให้เข้าไปดูล่ะก็ เสร็จแน่ๆ”
น้ำฟ้าหน้าเสีย ถ้าหากธนาถูกหลอกเข้าไป คนที่จะติดตามไปด้วยก็ต้องเป็ณัฐวุฒิ เขาเคยบอกกับเธอว่าชีวิตบอดี้การ์ดอยู่กับความเสี่ยงตลอดเวลา ไม่รู้ว่าจะแค่าเ็หรือเคราะห์ร้ายอาจจะถึงตาย
**********
