“ ได้ เรื่องนี้ไม่มีปัญหาไม่เพียงแต่ตัวเจ้าเท่านั้นแต่รวมถึงศิษย์ใหม่ทุกคนนั้นมีสิทธิประลองเป็นตาย หากต่างฝ่ายต่างยอมที่จะลงบันทึกสัญญาเลือดเป็นตายกัน ” ประมุขกวางชุนกล่าวตอบออกมา
“ แต่กว่าที่พวกเจ้านั้นจะท้าประลองกันได้ก็ต้องรอให้ถึงรอบสี่คนสุดท้ายตามกฎการประลองก่อน หรือไม่ก็เป็นพวกเจ้าทั้งหลายโชคดีจับฉลากได้เป็นคู่ประลองกันเอง ”
“ ต่อไปพวกเจ้าจงมาจับคู่การประลอง ” เนี่ยลี่กล่าวออกมาก่อนที่ทั้ง 30 คน จะค่อยๆเดินออกไปจับฉลาก ที่เบื้องหน้าของผู้อาวุโสเนี่ยลี่นั้นมีไหอยู่หนึ่งใบที่ได้ใส่หมายเลขเอาไว้ตั้งแต่ 1-15 โดยที่แต่ละเลขก็จะมี 2 ใบด้วยกัน
จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงเนื่องจากเป็นคนที่เข้ามาในห้องเป็นคนสุดท้ายฉะนั้นตัวของเขาไม่มีโอกาศได้จับฉลากเลยใบสุดท้ายนั้นเป็นของเขาโดยปริยาย
ฟึบ
หลังจากที่จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงได้หยิบฉลากของเขาขึ้นมาดูในฉลากใบนั้นเขียนอย่างชัดเจนว่า 14
ด้วยความที่หอแห่งการต่อสู้ในชั้นที่ 3 นั้นพื้นที่ลานประลองมีจำกัดจึงได้มีการแบ่งการประลองทั้งหมด เป็น 3 รอบด้วยกัน
“ ผู้ที่ได้หมายเลข 1-5 นั้นขึ้นไปบนเวทีลานประลองของพวกเจ้าได้ ”
เมื่อสิ้นเสียงของผู้อาวุโสเนี่ยลี่ เซี้ยถูได้เหลือบมองจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงพร้อมด้วยสายตาแห่งความคาดหวัง ก่อนที่สายตาของเขาจะหมดหวังลงเมื่อไม่เห็นจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงขึ้นไปบนเวทีประลอง
เซี้ยถูนั้นขึ้นไปบนลานประลองแรก เขาจับได้หมายเลข 1 รวมทั้งศิษย์ใหม่ทีเหลืออีก 9 คนก็ได้ขึ้นไปประจำลานประลองของตัวเอง
ต้องบอกว่าเหมือนเป็นความโชคดีของเซี้ยถูผู้นี้อยู่พอสมควร เนื่องด้วยคู่ต้องสู้ของเขานั้นเป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุ 9 ปีเท่านั้นการประลองในครั้งนี้ไม่ได้ใช้เพียงแค่ฝีมือแต่โชคชะตานั้นก็เป็นส่วนหนึ่งด้วยเช่นกัน
ในช่วงการทดสอบเข้าสำนักกลุ่มคนทั้งหมดถูกแบ่งเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่อายุ 6-9 ปี *แก้จาก 10 เป็น 9 ครับเผื่อคนงง ด้วยเด็กหนุ่มกลุ่มนี้แรกเข้าพลังฝึกตนเป็นเพียง รวบรวมปราณขั้นที่ 1-3 กลุ่มต่อมาคืออายุ 10-13 ปีแรกเข้ากลุ่มนี้พลังการฝึกตนอยู่รวบรวมปราณขั้นที่ 3-5 และกลุ่มสุดท้ายคือผู้อายุ 14-16 ที่พลังการฝึกตนอยู่รวบรวมปราณขั้นที่ 5-8
แต่การประลองในวันนี้นั้นไม่ได้มีการจับกลุ่มหรือแยกกันประลองเกิดขึ้น ทั้ง 30 คนนั้นสามารถเจอกันได้หมด
“ พวกเจ้าทั้ง 10 คนเริ่มประลองกันได้และก็จงอย่า่ได้ลืมกฎของการประลองที่ข้าได้กล่าวไปแล้วด้วยล่ะ ”
เมื่อคนบนลานประลองพร้อมกันแล้วนั้นเสียงของเนี่ยลี่ก็ได้ดังขึ้น
ตัวของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงได้หลับตาและเริ่มหาวออกมา ตัวของเขานั้นไม่ได้สนใจการประลองเล็กๆแบบนี้เลยหากรู้ว่ารางวัลนั้นน้อยถึงเพียงนี้เขาจะไม่มาแล้วด้วยซ้ำ
เซี้ยถูหลังจากเริ่มการประลองแม้จะเป็นเด็กหนุ่ม 9 ขวบตัวของเขาก็ไม่ได้ประมาท เขานั้นได้เริ่มปลดปล่อยพลังการฝึกตนของตัวเองออกมา
“ เซี้ยถูผู้นี้สมแล้วที่เป็นถึงนายน้อยตระกูลเซี้ย ชั่งไม่ทำให้หัวหน้าตระกูลผิดหวัง ”
“ แม้ว่ามันผู้นี้จะแอ็คไปหน่อยก็เถอะแต่ถ้าดูจากระดับการฝึกตนของมันและอายุนั้นมันก็ถือว่าเป็นอัจฉริยะคนหนึ่งเลย ”
“ ข้าว่าข้านั้นจะเอานายน้อยเซี้ยถูผู้นี้เป็นแบบอย่างของตัวข้า ”
“ พวกเจ้านั้นจะไปชมมันทำ ขนาดมันเป็นถึงนายน้อยตระกูลเซี้ยแต่อายุของมันตั้ง 13 ปีแล้ว แต่มันก็พึ่งเลื่อนการบ่มเพาะไประดับรวมรวมปราณขั้นที่ 6 ได้เอง เมื่อ 2 เดือนก่อนนั้นระดับขั้นการฝึกตนของมันยังเท่า หมิงฉีผู้นั้นอยู่เลย เป็นนายน้อยตระกูลซะเปล่าอายุ 13 ปี แต่ระดับการฝึกตนเท่าพวกบ้านนอก อายุ 10 ปีซะได้ ”
แรกๆที่เซี้ยถูได้ปลดปล่อยแสดงพลังการฝึกตนของตัวเองออกมาก็ได้มีเสียงชมที่ทำให้เขานั้นภูมิใจอยู่หรอกแต่พอหลังๆ เสียงที่ดังเข้าหูเขานั้นมันก็ได้ทำให้สีหน้าของเขาโกรธ คิ้วของเขาได้ขมวดขึ้นเป็นปม
เมื่อไม่สามารถทำอะไรกับเสียงรอบๆเวทีได้ตัวของเซี้ยถูก็คิดจะระบายอารมณ์กับเด็ก 9 ปีตรงหน้าแทน เด็กผู้นี้นั้นพลังฝึกตนอยู่ที่ขั้นรวบรวมปราณขั้นที่ 3 แม้จะไม่ถือว่ามากแต่ก็ไม่ถือว่าน้อยเช่นกันอยู่ในระดับกลาง ๆ
“ ข้าขอยอมแพ้ ” เมื่อเด็กหนุ่มเห็นเซี้ยถูนั้นโกรธ ก็ไม่ต้องรอให้ตัวของเขาเอง โดนอัดทำร้ายเด็กหนุ่มนั้นได้เลือกขอยอมแพ้ซะก่อน
เซี้ยถูเห็นอย่างนั้นแม้จะไม่พอใจ แต่ก็อดได้ใจขึ้นมาบ้างไม่ได้ ถ้าหากว่าเขาชนะอีกรอบหนึ่งนั้นตัวของเขาก็จะติด 1 ใน 10 และมีสิทธิได้ของรางวัลกับเขาด้วย ยิ่งไปกว่านั้นเขาภาวนาว่าขอให้ได้เจอกับหมิงฉี ในรอบถัดไปด้วยเถอะอย่าให้มันดวงซวยเเล้วถูกกำจัดไปก่อนละ ถ้าหากเป็นเช่นนั้นเงินรางวัลที่เขาหมายตาไว้มันก็จบสิ้นกันพอดี
เมื่อคิดถึงหมิงฉีเขาก็ได้หันไปมองทางด้านมันเพื่อดูว่ามันนั้นมีปฎิกิริยาเกรงกลัวอะไรไปหรือไม่
จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงไม่ทำให้ความคาดหวังของเซี้ยถูนั้นผิดหวัง ตอนนี้จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงได้นอนหลับน้ำลายไหลย้อยอยู่อีกแล้ว เขาไม่เพียงไม่สนใจเซี้ยถูเท่านั้นแต่เขาไม่สนใจทุกสิ่งรอบกายของเขาเลย
ดีแล้วที่เจ้าไม่เห็นความเก่งกาจของข้าหาไม่นั้นถ้าหากเจ้ายอมละทิ้งศักดิ์ศรีไม่มาประลองกับข้า ตัวของข้านั้นเมื่ออยู่ในสำนักเพลิงสืบทอดก็คงไม่สามารถทำอะไรเจ้ามากไปกว่านี้ได้
หลังจากจบการประลองของเซี้ยถูได้ 30 นาทีต่อมาก็ได้เริ่มการประลองกลุ่มที่ 2 ขึ้น
“ นั้นหรูเฟิงเป็นรวบรวมปราณขั้นที่ 8 คนเดียวในการประลองในวันนี้ ข้าว่าตัวของเขาต้องได้ที่ 1 แน่นอน ”
“ ไม่แปลกหรอกหรูเฟิงนั้นอายุได้ 17 ปีแล้ว แม้ 2 เดือนก่อนเข้านั้นจะอายุ 16 ปี ก็เถอะ ”
เสียงรอบๆสนามประลองของศิษย์ใหม่ได้ดังขึ้น
คู่ประลองของหรูเฟิงในครั้งนี้เป็นหญิงสาวผู้หนึ่งที่อายุได้ 16 ปี พลังฝึกตนอยู่ที่รวบรวมปราณขั้นที่ 7
“ นั้นแม่นางหนิงลี่ นายหญิงน้อยแห่งตระกูลหนิง ไม่ใช่หรือ ว่ากันว่านางนั้นเองก็ใกล้บรรลุรวบรวมปราณขั้นที่ 8 แล้ว ”
บนลานประลอง
“ น้องหนิงลี่ ข้าว่าตัวเจ้านั้นควรยอมแพ้ตัวของข้าดีกว่าข้าไม่อยากทำร้ายใบหน้าที่งดงามของเจ้า ”
“ เจ้าว่าข้านั้นไม่สามารถต่อสู่กับเจ้าได้งั้นหรือ ” แม่นางหนิงลี่กล่าวออกมาพร้อมปลดปล่อยพลังการฝึกตนที่แท้จริง รวบรวมปราณขั้นที่….