ตอนที่ 6
ม่อหลานเดินเข้าไปนั่งใกล้ผู้มีพระคุณที่กำลังหายใจรวยริน ประคองนางขึ้นมาสู่อ้อมแขนของตนเอง หัวใจตอนนี้แทบจะแตกออกเป็เสี่ยง ๆ
"ขอโทษ ข้าขอโทษ" หญิงสาวพร่ำบอกแต่ประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมา
"อึก! ข้าช่วยชีวิตท่าน ตายแทนท่าน ช่วยตอบแทนข้าอย่างหนึ่งได้หรือไม่" ไป๋จูเริ่มมองสิ่งรอบตัวพร่าเลือนไปหมด ความหนาวเหน็บกัดกินจนร่างกายสั่นสะท้าน แรงที่จะเปล่งเสียงพูดแทบไม่มี แต่จำเป็ต้องพูดออกมา
"ได้ ข้าจะทำให้ท่านทุกอย่าง อดทนไว้ ข้าจะพาท่านไปหาหมอ"
ม่อหลานพยายามจะประคองให้นางลุกขึ้นยืน แต่สตรีในอ้อมแขนอ่อนแรงมากแล้ว จึงทำให้เสียหลักล้มไปทั้งคู่
"อย่าพยายามเลย ข้ารู้ตัวว่าไม่รอดแน่ แต่ข้ายังมีห่วง ลูกน้อยทั้งสองไม่มีใครอีกนอกจากข้า ท่านช่วยดูแลพวกเขาให้ดี รับปากได้หรือไม่"
มือผอมแห้งยื่นออกมา ถูกมือที่แข็งแรงกว่าคว้าจับเอาไว้แน่น
"ข้ารับปาก สองคนนั้นข้าจะใช้ชั่วชีวิตของข้าดูแลพวกเขาให้ดี ท่านอย่าได้ห่วง" ม่อหลานกัดริมฝีปากที่สั่นระริกจนรู้สึกถึงกลิ่นคาวเื
จางไป๋จูยิ้มน้อย ๆ อย่างหมดห่วง สายตามองเห็นบุรุษผู้หนึ่งกำลังยื่นมือส่งมาให้ตน หญิงสาวเอื้อมมือเข้าไปจับมือหนา ที่แสนจะอบอุ่น เขาพานางเดินทางไปตามเส้นทางที่มีทุ่งดอกไม้รอบ ๆ ช่างเป็สถานที่ที่สวยงามมากเหลือเกิน...
"ท่าน ผู้มีพระคุณอย่าหลับ ลืมตาขึ้นมาก่อน"
ม่อหลานร้องเรียกสตรีในอ้อมแขนที่หลับตาพริ้ม มือข้างที่นางจับมือไว้ ตกลงมาข้างลำตัว
...อ๊ากกกก...
เสียงร้องด้วยความเ็ปทางใจ ดังก้องสะท้อนไปทั่วผืนป่า นกน้อยพากันบินหนีขึ้นไปบนท้องฟ้า แตกตื่นกับเสียงของความเ็ปนี้
ม่อหลานกอดร่างไร้ลมหายใจเอาไว้แน่น เป็เพราะนางสตรีนางนี้ถึงต้องตาย เป็เพราะนางลูกต้องมากำพร้าแม่
ความผิดบาปครั้งนี้ จะต้องใช้วิธีไหนหนอถึงจะล้มล้างความผิดได้ หากให้ย้อนเวลากลับไปได้ นางจะไม่ยื้อที่จะมีชีวิตอยู่ จะนอนรอความตายอยู่ที่ริมแม่น้ำนั้น
"ขอโทษ ขอโทษจริง ๆ"
ม่อหลานนั่งสำนึกผิดอยู่ได้สักพัก มองร่างที่ไร้ลมหายใจ ในเมื่อนางตายในฐานะมือสังหาร เช่นนั้นม่อหลานก็ได้ตายไปแล้ว ต่อจากนี้นางจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เป็ผู้ที่ดูแลเด็ก ๆ ลูกของผู้มีพระคุณ
หญิงสาวจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้ากับศพ ลงมือขุดหลุมฝังศพ แม้จะเจ็บที่าแมาก
หลังจากจัดการฝังศพเรียบร้อยแล้ว ม่อหลานเก็บดอกไม้ป่าที่ขึ้นอยู่แถวนั้นมาวางเคารพหน้าหลุมศพ
ก่อนจะเก็บหน่อไม้ที่ตกอยู่บนพื้น ใส่คืนในตะกร้า มองไปทางหลุมศพครู่หนึ่ง จึงเดินโซซัดโซเซไปตามแนวต้นไม้ โดยไม่รู้ทิศทาง
ความมุ่งมั่นเดียวที่พาสองเท้าน้อยก้าวเดินไปข้างหน้า คือตามหาหมู่บ้านและลูกของผู้มีพระคุณ
ดวงอาทิตย์เริ่มเคลื่อนลงต่ำ แต่ม่อหลานก็ยังหาทางออกจากป่านี้ไม่ได้ สองขาเริ่มไร้เรี่ยวแรง ตลอดทั้งวันที่เกิดเื่ยังไม่มีอาหารได้ตกถึงท้อง
ร่างกายที่าเ็หนัก เริ่มฝืนต่อไปไม่ไหว หญิงสาวเข่าทรุดลงไปกองที่พื้น ก่อนจะล้มตัวนอนคว่ำหน้าอยู่ที่พื้น
ก่อนที่สติจะดับวูบ ได้ยินเสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นมา
"นั้น นางอยู่ตรงนั้น"
พร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนหนึ่ง แม้สองตาที่หนักอึ้งจะปิดสนิท แต่ม่อหลานรับรู้ได้ว่า แขนแกร่งของใครคนหนึ่งช้อนร่างของนางขึ้นไปสู่อ้อมอก หลังจากนั้นนางก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย...
"แง ๆ"
เสียงร้องไห้ของเด็กที่ไหนกัน มาดังใกล้ ๆ หูของข้า
"ท่านแม่ ตื่นขึ้นมากอดฉิงชวนก่อน แง ๆ"
แม่...เด็กนี้เรียกใครว่าแม่ เรียกข้าหรือ แต่ข้าไม่มีลูกนี้
แล้วนี่ผู้ใดกัน เอาผ้ามาเช็ดหน้าให้ข้า เย็นสดชื่นดีเหมือนกัน หรือจะเป็ครูปรานี...ครูขา หนูเจ็บเหลือเกิน เจ็บไปทั้งเนื้อทั้งตัว โดยเฉพาะที่ไหล่ซ้าย ครูช่วยหนูด้วย
"ท่านแม่ แง ๆ ท่านแม่"
นี้เด็กที่ครูปรานีรับมาเลี้ยงอีกหรือ ถึงได้มาร้องกวนใจเช่นนี้
เปลือกตาบางขยับเปิดขึ้น สิ่งแรกที่พบเห็นคือ ใบหน้าของเด็กสาวหน้าตาดีคนหนึ่ง กำลังชะโงกหน้ามองลงมา
พอหันไปทางเสียงร้อง เด็กหญิงตัวกลมยืนเกาะขอบเตียงร้องไห้ไม่ยอมหยุด
สิ่งแรกที่เข้ามาในความคิด ที่นี่ไม่ใช่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของครูปรานี แต่ยังอยู่ในโลกที่นางข้ามมิติมาแบบไม่รู้ตัว
เพราะการแต่งตัว ข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องแคบ ๆ นี้ เป็คนละยุคสมัยที่นางเกิดเลย
"ที่นี่ที่ไหน" เสียงแหบระโหยเอ่ยออกมา
"ท่านแม่ ที่นี่คือบ้านของเรายังไงล่ะ ท่านจำไม่ได้หรือ"
ท่านแม่หรือ บ้านหรือ ทำไมเด็กสาวถึงทำเหมือนกับว่ารู้จักข้าดี
หรือว่าเด็กน้อยทั้งสองคือ...
"เด็กน้อย เ้าใช่ลูกของสตรีที่เข้าไปหาหน่อไม้ในป่าวันนี้หรือไม่"
ฉิงเจีย มองสตรีที่พึ่งจะรู้สึกตัวขึ้นมา ตอนแรกที่อาเฟิงพาตัวเข้ามาในบ้าน เด็กสาวก็ไม่ได้ฉุกคิดอะไร เพราะว่าทั้งใบหน้า เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็เป็ชุดที่ท่านแม่ใส่ออกไปเข้าป่า
แต่ว่า ท่านแม่ตัวจริงผอมแห้ง แต่สตรีบนเตียงกลับมีน้ำมีนวล บวกกับตอนที่เปลี่ยนเสื้อผ้าทำแผลให้ ตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยแผลเป็
ฉิงเจียจึงมั่นใจได้ว่า สตรีนางนี้ไม่ใช่มารดาของตน แต่ว่าทำไมนางถึงมีใบหน้าเหมือนท่านแม่ สวมใส่เสื้อผ้าของท่านแม่ได้
เด็กหญิงตัวน้อยเห็นมารดารู้สึกตัว อยากจะขึ้นเตียงไปสวมกอด แต่เห็นมารดาพูดจาแปลก ๆ จึงวิ่งไปจับมือของพี่สาว
"พี่หญิง ท่านแม่เจ็บหนักจนจำพวกเราไม่ได้หรือเ้าคะ แง ๆ ข้าอยากได้ท่านแม่คนเดิม" ฉิงชวนน้ำตายังไม่เหือดแห้งดี ก็ไหลออกมาอีก
"ไม่เป็ไรนะชวนเอ๋อร์ ท่านแม่เพิ่งฟื้นขึ้นมา น้องหญิงออกไปรอด้านนอกก่อน ไปเล่นกับเพื่อน ๆ ก็ได้ ไว้ท่านแม่หายดีแล้ว ค่อยมาหาใหม่ดีหรือไม่"
ฉิงเจียนั่งลงเช็ดน้ำตาให้น้องสาว นางมีเื่ต้องคุยกับสตรีที่อยู่บนเตียง มีลางสังหรณ์ว่าต้องเกิดเื่ไม่ดีกับท่านแม่แน่ ส่วนน้องสาวยังเล็กนักไม่สมควรต้องมารับรู้เื่นี้
ฉิงชวนพยักหน้าอย่างว่าง่าย เดินออกจากห้องไป
"ท่านเป็ใคร เหตุใดถึงใส่ชุดของท่านแม่ข้า"
ฉิงเจียเอ่ยปากถามทันทีที่น้องสาวตัวน้อยออกไปจากห้องแล้ว...