หลังจากเลิกเรียนทุกวันรุ่นน้องรุ่นพี่ในโรงเรียนมักจะเห็นภาพชินตาของมะปรางกับมิวเดินจูงมือไปซ้อมที่โรงยิมเป็นประจำสม่ำเสมอทั้งสองสาวยังคงมุ่งมั่นฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องโดยมีวิทย์,ครูหนึ่งและบัวผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปเฝ้าดูแลตลอดเวลา
“หลายวันที่ผ่านมาการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงของน้องดีขึ้นตามลำดับครับครูหนึ่ง”วิทย์พูดด้วยความชื่นชม
“ผมคิดว่าทั้ง2 คนนี้เป็นคู่ซ้อมที่เหมาะสมกันอย่างแท้จริง”ครูหนึ่งพยักหน้าตอบรับ
“ได้เวลาที่ทั้ง2 สาวจะเดินทางไปเก็บตัวที่กรุงเทพแล้วครับ เหลือเวลาประมาณ 1เดือนน่าจะเพียงพอต่อการปรับตัวที่แคมป์ทีมชาติ”
“ประเด็นนี้ผมเห็นด้วยกับคุณวิทย์ครับถ้าอย่างนั้นหลังจากฝึกซ้อมเย็นวันนี้เสร็จสิ้นแล้ว ผมฝากคุณวิทย์แจ้งคุณบัว,คุณพ่อกับคุณแม่ของน้อง, มะปรางกับมิว ส่วนผมจะประสานท่านเลขาฯ ที่กรุงเทพในเบื้องต้นท่านเลขาฯ แจ้งมาแล้วว่า ที่พักพร้อมแล้วคิดว่าให้เดินทางพรุ่งนี้ได้เลยครับ”
วันนี้มะปรางกับมิวไม่ได้ซ้อมคู่มีเพียงการวอร์มร่างกายเบาๆ เห็นวิทย์กับบัวเดินตรงเข้ามาหาแต่ไกล “วันนี้ซ้อมพอแล้วเหรอ?”
“ค่ะพี่หมอ...ตอนนี้ร่างกายหนูกับมิวอยู่ตัวแล้วค่ะ”
“พี่กับครูหนึ่งคุยกับท่านเลขาเรียบร้อยแล้ววันนี้ซ้อมพอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้มะปรางกับมิวเตรียมตัวเดินทางไปกรุงเทพได้เลยก็จะมีพี่บัวติดตามไปดูแลด้วย ทางสมาคมฯ ส่งรถมารับช่วงสายๆ ประมาณ 10 โมง”
“ค่ะพี่หมอ”
ภายในแคมป์ทีมชาติโค้ชบีกับเจ้าหน้าที่ของสมาคมฯ กำลังตรวจตราห้องพักของมะปรางกับมิวอย่างละเอียด “ห้องนี้ใหญ่มากพอที่จะอยู่ได้ถึง5 คน คุณวิทย์แจ้งผมว่าพรุ่งนี้จะเดินทางออกจากขอนแก่นช่วง 10 โมงเช้า ถึงที่นี่น่าจะประมาณช่วงเย็นๆ หัวค่ำ”
โรจน์ยังคงอบอุ่นร่างกายอยู่กับมนต์ชัยในขณะที่น้ำซ้อมล่อเป้าอยู่ไม่ห่างมากนัก “โค้ชบีบอกว่าพรุ่งนี้น้องมะปรางกับมิวจะเดินทางมาที่นี่...พี่ฝากน้ำช่วยดูแลน้องทั้ง2 คนด้วยนะ”
“ได้ค่ะพี่โรจน์...น้องติดทีมชาติตั้งแต่ยังเด็กขนาดนี้หนูก็ห่วงน้องเรื่องนี้มากค่ะ” น้ำพูดด้วยความห่วงใย
“พี่ติดทีมชาติตอนอายุ20 ปียังจำความรู้สึกตอนนั้นได้เป็นอย่างดี ตื่นเต้นมาก แต่น้องมะปรางเพิ่ง 18 ปียังเด็กมากกลับต้องมาเจอความกดดันกับความคาดหวังมากมายขนาดนี้”
“หนูห่วงน้องเรื่องนี้ที่สุดค่ะพี่โรจน์แต่หนูก็เข้าใจดีว่าถ้าเราเข้ารอบ โค้ชบีต้องการให้น้องเจอกับลู่เฟย”
“พี่กับมนต์ชัยกะว่าจะลุยเต็มที่เปิดทางให้น้องสู้กับลู่เฟยง่ายที่สุด”
“หนูก็คิดเหมือนกันค่ะพี่โรจน์”
ช่วงหัวค่ำพ่อกับแม่มะปรางกำลังจัดเตรียมกระเป๋าสัมภาระอย่างขะมักเขม้นสีหน้ามีรอยยิ้มตลอดเวลาส่วนมะปรางขึ้นไปจัดเตรียมของใช้ส่วนตัวในห้องนอนตัวเอง ในขณะที่มิวกำลังคุยโทรศัพท์กับพ่อที่ด้านข้างแพ็คกระเป๋าไว้เรียบร้อยแล้ว
“พรุ่งนี้พี่ฝากดูแลมะปรางกับมิวด้วยพี่กับครูหนึ่งคุยกันไว้ว่าช่วงแข่งเราจะเดินทางไปเชียร์น้องที่กรุงเทพแต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะไปได้ไหม?”วิทย์พูดไปพลางลากกระเป๋ามาบริเวณประตูทางออกห้องพยาบาล
“ไม่ต้องห่วงค่ะพี่วิทย์บัวค่อนข้างคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตที่กรุงเทพอยู่แล้วค่ะ”
“ขาดเหลืออะไรก็แจ้งพี่หรือครูหนึ่งได้ตลอดเวลา”
“ค่ะพี่วิทย์”
เช้าวันรุ่งขึ้นมะปรางนัดเจอมิวที่หน้าอาคาร1...ครูใหญ่, ครูเพ็ญศรี, ครูหนึ่ง, วิทย์, คณะครู, พ่อกับแม่มะปรางและเด็กๆนักเรียนต่างยืนกันเต็มพื้นที่บริเวณด้านหน้าอาคารรอส่งมะปราง,มิวและบัวเดินทางไปกรุงเทพ
เจ้าหน้าที่ของสมาคมฯกำลังช่วยกันขนสัมภาระของสามสาวขึ้นรถตู้ มีรถกระบะจอดด้านข้าง เจ้าหน้าที่ช่วยกันใช้เชือกมัดหุ่นไม้อย่างแน่นหนา
“หนูกับมิวขอไปอยู่ที่กรุงเทพสักพักก่อนนะคะ...หนูจะโทรหาทุกวันค่ะ”มะปรางโผเข้ากอดพ่อกับแม่ทั้งน้ำตา ทั้งสองได้แต่ยิ้มทั้งน้ำตาพร้อมกับดึงตัวมิวเข้ามากอดด้วยกัน“มิว...แม่ฝากน้องด้วยนะ”
“คุณบัวผมฝากดูแลมะปรางกับมิวด้วยครับ...น้องทั้ง 2 คนยังไม่เคยใช้ชีวิตที่กรุงเทพมาก่อน”
“ไม่ต้องห่วงค่ะคุณพ่อหนูรับปากว่าจะดูแลทั้ง 2 คนอย่างดีค่ะ”
“ผมจะส่งครูไปเยี่ยมที่กรุงเทพเป็นระยะๆขาดเหลืออะไรก็แจ้งผมได้โดยตรง” ครูใหญ่พูดด้วยรอยยิ้ม
“พี่มะปราง...พี่มิวพวกหนูไปกรุงเทพไม่ได้ หนูจะเชียร์พี่ๆ ที่นี่นะคะ”
“ผมจะเชียร์พี่ทั้ง2 คนอยู่ที่นี่ครับ”
“พวกเราเป็นกำลังใจให้ครับ”
การเดินทางอันยาวนานกว่า6 ชั่วโมงจากขอนแก่นถึงกรุงเทพทำให้บัว, มะปรางและมิวอ่อนเพลียอ่อนล้าจากการเดินทางไกลอย่างมากสามสาวหลับสนิทตลอดการเดินทางจนกระทั่งรถตู้เดินทางถึงแคมป์ทีมชาติ รถเข้าจอดบริเวณทางเข้าศูนย์ฝึกซ้อมหลักของสมาคมศิลปะป้องกันตัวสมัยใหม่
“คุณบัว,น้องมะปราง, น้องมิว ถึงศูนย์ฯ แล้วครับ”พนักงานขับรถปลุกด้วยรอยยิ้ม ทำให้สามสาวสะดุ้งตื่นงัวเงียยังไม่ฟื้นตัวเท่าใดนัก
“ถึงแล้วเหรอ?...กี่โมงแล้ว”บัวพูดน้ำเสียงหลับๆ ตื่นๆ “กี่โมงแล้วค่ะพี่?”
“4โมงกว่าๆ แล้วครับคุณบัว...ท่านนายกสมาคมฯ, ท่านเลขาฯ กับโค้ชบีมาต้อนรับครับ”
คำตอบของพนักงานขับรถทำให้บัว,มะปรางและมิวแทบจะตื่นตัวทันทีรีบหันไปมองนอกหน้าต่างรถตู้ ท่าทีลุกลี้ลุกลนของสามสาวสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนอย่างมาก
“สวัสดีค่ะท่านนายกสมาคมฯ,ท่านเลขา, โค้ชบี”
“สวัสดีครับ...เชิญๆๆๆ”
“หนูต้องขอโทษท่านเป็นอย่างสูงด้วยค่ะที่ไม่เรียบร้อยแบบนี้”บัวพูดไปพลางยกมือไหว้ “หนูขอโทษจริงๆ ค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับๆเดินทางไกล 5-6 ชั่วโมงแบบนี้ก็ต้องมีอ่อนเพลียอ่อนล้ากันไปบ้าง”
“บัวแชทบอกแล้วว่าเดินทางถึงแคมป์แล้วครับครูหนึ่งกำลังนั่งคุยกับท่านนายกฯ, ท่านเลขาฯ แล้วก็โค้ชบี” วิทย์ก้มอ่านแชทที่เพิ่งได้รับ
“โอเคครับคุณวิทย์เดี๋ยวผมแจ้งให้ครูใหญ่รับทราบครับ”
มะปราง: “ถึงศูนย์ฝึกซ้อมในแคมป์ทีมชาติแล้วนะเพิ่งถึงมะกี้นี้เอง”
โอ๋: “นั่งรถนานๆ เหนื่อยไหมปราง?”
มะปราง: “ตอนนี้เพลียมากเลยแหละ หลับกับมิวตลอดทางพี่คนขับรถปลุก พอลืมตาขึ้นมาก็ถึงแล้ว”
โอ๋: “อืมๆ ก็รีบเข้าที่พัก พักผ่อนก่อนๆๆ”
มะปราง: “รักนะ จุ๊บๆๆ”
โอ๋: “คิดถึงนะ”
โค้ชบีอาสาพาบัว,มะปรางและมิวเข้ามายังที่อาคารที่พักด้านข้างของศูนย์ฝึกซ้อมหลัก “โห!!ห้องใหญ่มากค่ะโค้ชบี”บัวพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอย่างยิ่ง
“ทางสมาคมฯอยากให้นักกีฬาทุกคนได้ที่พักสะดวกสบายนิดหนึ่งครับ ห้องนี้รองรับได้ถึง 5 คนครับห้องโอเคไหมครับ?”
“โอเคค่ะโอเคมากๆ ค่ะ พวกหนูไม่คิดว่าจะดีขนาดนี้ค่ะโค้ชบี”
“ศูนย์ฝึกซ้อมหลักให้ออกทางประตูใหญ่ของอาคารนี้แล้วเดินตรงเข้ามาได้เลยครับ แต่ถ้าเดินไปด้านหลังก็จะเป็นศูนย์อาหารครับ…ส่วนตารางการฝึกซ้อมก็จะมี2 รอบ คือ รอบเช้ากับรอบบ่ายในแต่ละวัน นักกีฬาในแคมป์จะพักในอาคารนี้ทั้งหมดครับ”
“ขอบคุณมากนะคะโค้ชบีที่ต้อนรับพวกหนูดีขนาดนี้”บัวเอ่ยปาก
“ผมไม่รบกวนเวลาแล้วครับเดินทางไกลกันมาขนาดนี้ คิดว่าพักผ่อนก่อนดีกว่าครับ...พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ครับ”
“ขอบคุณค่ะโค้ชบี”
มะปรางเดินสำรวจภายในห้องพักมีขนาดค่อนข้างใหญ่แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนอย่างพอเหมาะ
“พี่บัวมีห้องนอนใหญ่2 ห้อง...แล้วก็...แล้วก็ตรงนี้มีห้องนอนอีก 1 ห้องเล็ก”มะปรางพูดไปพลางชะเง้อมอง
“จะนอนด้วยกันไหม?หรือจะนอนแยก...พี่ยังงัยก็ได้”บัวเอ่ยปากถาม
“หนูว่าห้องนอนใหญ่มากเลยนะคะ...ขนาดห้องเล็กก็ยังกว้างมากนะคะพี่บัว”มะปรางยืนหัวเข้าไปมองแต่ละห้องนอน “เอายังงัยดีมิว?”
“ก็นอนแยกก็ได้แล้วก็สลับมานอนด้วยกัน ดีไหมคะพี่บัว?” มิวออกไอเดีย
“พี่ก็ว่างั้นแหละ...พี่คิดว่าห้องดีมากเลยแหละ”
“ฮุ่ยหนิง...แล้วกะซ้อมที่นี่ยังงัยดี?”
“ยังไม่รู้ว่าโค้ชบีจะวางแผนซ้อมยังงัยแต่ถ้าไม่มีอะไรเป็นพิเศษ มาซ้อมคู่อีกสักรอบปิดท้ายก่อนแข่งดีป่ะ?”
“อืมๆดีๆๆ คิดเหมือนกันอ่ะ ลองขอโค้ชบีก่อน...ฮุ่ยหนิง”
“พี่บัวหนูหิวแล้ว ลงไปหาอะไรกันกินดีไหม?”
“ไปสิๆๆพี่ก็หิวเหมือนกัน”
สามสาวใช้เวลาจัดข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวพักหนึ่งก่อนที่จะเดินออกจากอาคารที่พักตรงมาศูนย์อาหารที่อยู่ด้านหลังเห็นร้านพ่อค้าแม่ค้าเรียงรายกันหลายร้าน
พ่อค้าแม่ค้ารวมไปถึงคนนอกที่กำลังนั่งทานข้าวในแต่ละโต๊ะหันมาเห็นบัว, มะปรางและมิวเดินเข้ามาในโรงอาหารต่างก็วิ่งกรูเข้ามรุมล้อมหน้าล้อมหลังกันเต็มไปหมด
“นั่นมะปรางกับมิวนี่น่า!!!”
“ใช่ๆๆจำได้ๆๆๆ น้องมะปรางกับน้องมิว...แล้วก็พี่บัวใช่ป่ะครับ?”
“หนูตามข่าวพี่มะปรางมาตั้งแต่คลิปจับโจรแล้วค่ะ!!หนูขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ? จะเอาไปอวดเพื่อน”
“พี่บัว,น้องมะปรางแล้วก็น้องมิว ตัวจริงน่ารักจัง!”
“ผมขอลายเซ็นทั้ง3 คนด้วยนะครับ”
“หนูขอด้วยนะคะๆๆๆๆพี่ๆๆ หนูขอลายเซ็นด้วยค่ะ”
“หนูขอถ่ายเซลฟีพี่ๆทุกคนด้วยนะคะ”
“สวัสดีค่ะๆๆสวัสดีค่ะทุกคนๆๆ...สวัสดีพี่ๆ ทุกคนนะคะ”สามสาวยกมือไหว้ทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแทบไม่ทัน “มาๆๆถ่ายรูปกันค่ะๆๆๆ”
กลุ่มคนที่อยู่ด้านนอกศูนย์อาหารเมื่อได้ทราบว่าเป็นกลุ่มของมะปรางต่างคนต่างรีบวิ่งเข้ามาสมทบจนกินเนื้อที่ล้นไปถึงถนนด้านนอกอาคาร
มะปรางกับมิวหันมายิ้มตอบรับกล้องหลายมุมหลายด้านด้วยความสุข“เอากล้องด้านหน้าก่อนแล้วไปด้านซ้ายบ้างๆๆ...ถ่ายยังๆๆๆ”