ฮวาเสี่่ยวซี จอมป่วน (จบ)

    ตอนที่ 61 เจ็บปวดเกินทน

    หลังจากสั่งการให้คนออกตามหาฮวาเสี่ยวซีอย่างสุดกำลังแล้วจิ้นอ๋องก็เสด็จกลับไปยังห้องทำงานส่วนพระองค์ในป้อมผาเหล็ก พระองค์ทรงทิ้งพระวรกายลงบนเก้าอี้หลังโต๊ะทรงงานอย่างอ่อนแรงความเงียบงันปกคลุมทั่วห้องมีเพียงเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาของพระองค์เท่านั้นที่ดังแว่วมา


    พระองค์ทรงนั่งเหม่อมองไปยังแผนที่บนโต๊ะดวงพระเนตรเหม่อลอย ราวกับมิได้จดจ่ออยู่กับสิ่งใด ความรู้สึกผิด ความกังวลและความเจ็บปวดถาโถมเข้ามาในพระทัยอย่างหนักหน่วงภาพของฮวาเสี่ยวซีที่ตกลงไปในแม่น้ำยังคงติดตา พระองค์ทรงกำพระหัตถ์แน่นพยายามกลั้นความรู้สึกที่จุกอยู่ที่พระศอ


    แล้วในที่สุดหยาดน้ำตาใสก็ค่อยๆ เอ่อล้นออกมาจากพระเนตรไหลรินลงมาอาบพระพักตร์คมคายอย่างเงียบๆ ไร้ซึ่งเสียงสะอื้นใดๆมีเพียงหยาดน้ำตาที่ไหลลงมาเป็นสายบ่งบอกถึงความทุกข์ทรมานและความสูญเสียที่พระองค์กำลังเผชิญอยู่ภายในพระทัยเพียงลำพัง


    หลังจากทรงปล่อยให้น้ำตาได้ชะล้างความทุกข์ในพระทัยอยู่เนิ่นนาน   จิ้นอ๋องก็ทรงรวบรวมพระสติทรงลุกขึ้นประทับ ณ โต๊ะทรงงานอีกครั้ง พระองค์ทรงจรดปลายพู่กันลงบนกระดาษเริ่มบรรจงเขียนฎีกาส่งไปยังเมืองหลวงรายงานสถานการณ์การรบและชัยชนะที่ได้รับแด่องค์ฮ่องเต้ให้ทรงทราบทุกประการอย่างละเอียด


    เมื่อทรงจัดการเรื่องเอกสารและรายงานเสร็จสิ้นจิ้นอ๋องก็ทรงบัญชาให้ควบคุมตัวแม่ทัพหานเฉิงซีและอ่องซูแห่งเป่ยหม่านพร้อมทั้งเชลยศึกอื่นๆ เดินทางไปยังเมืองเฉิงหยางเมืองชายแดนที่สำคัญของแคว้นต้าเหลียงพระองค์ทรงมีพระประสงค์จะใช้เมืองนี้เป็นสถานที่เจรจาต่อรองกับแคว้นเป่ยหม่านในเรื่องการแลกเปลี่ยนตัวประกันโดยทรงหวังว่าการจับกุมบุคคลสำคัญทั้งสองนี้จะทำให้เป่ยหม่านยอมอ่อนข้อและยุติความขัดแย้งโดยสันติ


    แม่ทัพใหญ่ฮวาเดินเข้ามาหาฮวาหยางที่กำลังยืนมองไปยังสายน้ำด้วยแววตาเศร้าสร้อยเขาวางมือบนบ่าบุตรชายอย่างให้กำลังใจ


    "อาหยาง...เจ้าอยู่ทางนี้ก็ให้คนช่วยกันตามหาน้องสาวเจ้าไปก่อน"ฮวาเจิ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่ก็แฝงไว้ด้วยความห่วงใย"รอฟังข่าวจากท่านอ๋องว่าจะทรงมีบัญชาอย่างไรต่อไปพ่อคงต้องรีบกลับไปยังเมืองเฉิงหยางก่อนเรื่องที่เสี่ยวซีหายตัวไปอย่างไรก็ปิดบังทางเมืองหลวงไม่ได้ แต่พ่อก็ยังหวัง...หวังว่าเจ้าจะเจอน้องสาวของเจ้าโดยเร็ว" น้ำเสียงของเขาแผ่วลงในตอนท้ายราวกับความหวังนั้นริบหรี่เต็มที


    "ท่านพ่อ!....ข้า....เป็นห่วงน้องสาว"ฮวาหยางตาแดงๆ ฮวาเจิ้นก็ไม่ต่างจากบุตรชายนักเขายิ่งคิดถึงนางเท่าไหร่หัวใจก็ยิ่งเจ็บปวดเพิ่งจะได้เจอหน้ากันหลังจากส่งนางเข้าสำนักศึกษา เก้าปีเวลาเก้าปีที่เขาไม่เคยแวะไปเยี่ยมนาง เลยสักครั้ง เขานึกเสียใจอย่างสุดซึ้งฮวาเจิ้นคิดถึงบุตรสาวและนึกสำนึกผิดที่ปล่อยเวลาเก้าปีให้ผ่านไปโดยไม่ได้เหลียวแลบุตรสาวคนเดียวเพียงเพื่อให้นางได้ร่ำเรียนการเป็นกุลสตรีอย่างที่ควรเป็น ฮวาเจิ้นปวดร้าว จนร่างกายทนไม่ไหว เขากระอักเลือดออกมาแล้วล้มตึงลงไปฮวาหยางรีบรับร่างของบิดาทันใด


    ความปวดร้าวในอกนั้นทวีความรุนแรงขึ้นจนร่างกายของฮวาเจิ้นไม่อาจทานทนได้อีกต่อไปเขา ไอ ออกมาอย่างรุนแรง ก่อนจะ กระอักเลือดสดๆ ออกมาคำใหญ่ แล้ว ล้มตึง ลงกับพื้นอย่างหมดสติฮวาหยางที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รีบ โผเข้าประคอง ร่างของผู้เป็นบิดาไว้ได้ทันท่วงทีด้วยความตกใจและเป็นห่วงอย่างสุดขีด“ท่านพ่อ!....”ท่านอ๋องเดินออกมา วิ่งไปช่วยฮวาหยางประคองแม่ทัพใหญ่ฮวาเข้าไปในห้องพัก  “ข้าจะให้คนไปตามท่านหมอมา”


    "ขอบพระทัยท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ"ฮวาหยางกล่าวด้วยความเคารพและเป็นห่วงบิดา

    จิ้นอ๋องพยักพระพักตร์เล็กน้อยกำลังจะก้าวเดินออกจากห้อง ทันใดนั้น พระองค์ก็ทรง ไอ อย่างรุนแรง ก่อนจะ กระอักเลือดสดๆออกมาเช่นกัน ฮวาหยางที่เห็นดังนั้นก็ตกใจ รีบ วิ่งเข้าไปประคอง พระวรกายของจิ้นอ๋องไว้ทันที

    "ท่านอ๋อง!ท่านก็ไม่สบายหรือพ่ะย่ะค่ะ?" ฮวาหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกใจและเป็นห่วงอย่างยิ่ง


    จิ้นอ๋องทรงโบกพระหัตถ์ห้ามฮวาหยางด้วยพระพักตร์ซีดเซียว"ข้าไม่เป็นอะไร... เจ้าไปดูบิดาเจ้าเถิด..." ตรัสจบ พระองค์ก็ทรงสะบัดพระกรออกจากมือของฮวาหยาง แล้วเสด็จออกจากประตูห้องไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้ฮวาหยางยืนมองตามด้วยความกังวลใจ


    หลังจากเหตุการณ์ที่ฮวาเสี่ยวซีพลัดตกน้ำไปบรรยากาศในป้อมผาเหล็กก็ปกคลุมไปด้วยความเศร้าหมองผู้คนที่คุ้นเคยและรักใคร่นางต่างพากันโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปอย่างกะทันหันของนางความสดใสและรอยยิ้มที่เคยมีในป้อมแห่งนี้ดูเหมือนจะเลือนหายไปพร้อมกับร่างเล็กที่จมดิ่งลงสู่สายน้ำอันเย็นเยียบ


    อี้เฟยหลงไม่เคยคาดคิดว่าความรู้สึกสูญเสียจะรุนแรงถึงเพียงนี้หัวใจทั้งดวงราวกับถูกบีบแหลกละเอียดจนเจ็บปวด

    เกินทนทานนางทรุดกายลงนั่งบนเตียงนอนอย่างหมดแรง ก่อนจะค่อยๆ เอนตัวลงนอนอย่างอ่อนล้าเปลือกตาหนักอึ้งแต่กลับปิดไม่สนิทภาพของฮวาเสี่ยวซียังคงวนเวียนอยู่ในสมองไม่จางหาย


    ทุกภาพความทรงจำกลับหวนคืนมาอย่างชัดเจนโดยเฉพาะช่วงเวลาที่พวกเขาสองคนอยู่ด้วยกันเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา... รอยยิ้มสดใสดวงตาเป็นประกาย น้ำเสียงหวานใสที่เอื้อนเอ่ย ทุกสัมผัสทุกความรู้สึกอบอุ่นยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำ ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ความคิดถึงถาโถมเข้ามาจนอี้เฟยหลงรู้สึกราวกับหายใจไม่ออก น้ำตาค่อยๆไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างเงียบเชียบในความมืดมิด


    ในความมืดมิดของห้องบรรทมอี้เฟยหลงพลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่ายความเงียบงันยิ่งขับเน้นความเหงาและความคิดถึงที่กัดกินหัวใจนางยกมือขึ้นกุมอกข้างซ้าย ราวกับต้องการบรรเทาความเจ็บปวดที่แสนสาหัส


    "ทรมาน...จริงๆ เสี่ยวซีเออร์..." เสียงกระซิบแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากสั่นเทาน้ำตาไหลอาบแก้มอีกครั้ง

    "ข้าคิดถึงเจ้า... คิดถึงเจ้าเหลือเกิน"ความรู้สึกผิด ความเสียใจ และความรักที่ยังคงอยู่เต็มเปี่ยมในหัวใจทำให้

    ค่ำคืนนี้ยาวนานและมืดมิดกว่าที่เคยเป็น


    ฮวาหยางเปิดประตูห้องบิดาเข้าไปอีกครั้งด้วยหัวใจที่หนักอึ้งภาพที่เห็นตรงหน้ายิ่งทำให้ความเจ็บปวดทวีคูณขึ้น บิดานอนอยู่บนเตียงดวงตาเหม่อลอยมองไปยังเพดานห้องอย่างว่างเปล่า ไร้ซึ่งแววตาแห่งความรู้สึกใดๆ


    เมื่อเห็นสภาพของผู้เป็นบิดาฮวาหยางรู้สึกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบรัดหัวใจของตนอย่างแรงจนเจ็บปวดแทบขาดใจน้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วเริ่มเอ่อคลอเบ้าขึ้นมาอีกครั้ง เขาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและสับสน


    "เสี่ยวซีเออร์...พี่จะทำอย่างไรดี... ทำอย่างไรดี..." เสียงของเขาแผ่วเบาราวกับคนกำลังจมดิ่งสู่ห้วงแห่งความ

    ทุกข์ทรมาน "เจ็บ... เจ็บจริงๆ..."ความเจ็บปวดจากการสูญเสียน้องสาว และความเจ็บปวดที่เห็นบิดาต้องทนทุกข์ทรมานทำให้ฮวาหยางรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังถล่มทับลงมา


    ความเศร้าโศกปกคลุมป้อมผาเหล็กและริมฝั่งแม่น้ำราวกับเงามืดจิ้นอ๋อง ฮวาเจิ้น และฮวาหยางต่างจมดิ่งอยู่ในห้วง

    แห่งความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าท่ามกลางความเงียบงันและความหวังอันริบหรี่


    องค์รักษ์เว่ยนำกำลังพลออกติดตามหาร่องรอยของฮวาเสี่ยวซีอย่างไม่ย่อท้อพวกเขาเดินเลียบไปตามแนวริมตลิ่งอย่างละเอียด บางคนที่ว่ายน้ำเก่งก็ลงไปในกระแสน้ำเย็นเยียบพยายามว่ายทวนกระแสและตามหาบริเวณที่อาจจะ

    เป็นจุดขึ้นฝั่งได้แต่ความพยายามของพวกเขาก็ไร้ผล ไม่พบแม้แต่เงาของหญิงสาวหรืออาจจะเป็นไปได้ว่ากระแสน้ำที่เชี่ยวกรากได้พัดพาเธอไปไกลเกินกว่าที่พวกเขาจะตามหาได้ทัน


    ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกร่อนร่างกายและจิตใจของทุกคนที่ออกตามหาพวกเขาอ่อนแรงจนแทบไม่สามารถทรงตัวอยู่ในน้ำต่อไปได้องค์รักษ์เว่ยเห็นดังนั้นจึงตัดสินใจสั่งให้ทุกคนหยุดพักการค้นหาชั่วคราวและให้กลับไปยังป้อมผาเหล็กเพื่อรายงานสถานการณ์ให้จิ้นอ๋องทรงทราบ

    คล้ายกับเรื่องฮวาเสี่่ยวซี จอมป่วน (จบ) ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730