หลังจากสั่งการให้คนออกตามหาฮวาเสี่ยวซีอย่างสุดกำลังแล้วจิ้นอ๋องก็เสด็จกลับไปยังห้องทำงานส่วนพระองค์ในป้อมผาเหล็ก พระองค์ทรงทิ้งพระวรกายลงบนเก้าอี้หลังโต๊ะทรงงานอย่างอ่อนแรงความเงียบงันปกคลุมทั่วห้องมีเพียงเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาของพระองค์เท่านั้นที่ดังแว่วมา
พระองค์ทรงนั่งเหม่อมองไปยังแผนที่บนโต๊ะดวงพระเนตรเหม่อลอย ราวกับมิได้จดจ่ออยู่กับสิ่งใด ความรู้สึกผิด ความกังวลและความเจ็บปวดถาโถมเข้ามาในพระทัยอย่างหนักหน่วงภาพของฮวาเสี่ยวซีที่ตกลงไปในแม่น้ำยังคงติดตา พระองค์ทรงกำพระหัตถ์แน่นพยายามกลั้นความรู้สึกที่จุกอยู่ที่พระศอ
แล้วในที่สุดหยาดน้ำตาใสก็ค่อยๆ เอ่อล้นออกมาจากพระเนตรไหลรินลงมาอาบพระพักตร์คมคายอย่างเงียบๆ ไร้ซึ่งเสียงสะอื้นใดๆมีเพียงหยาดน้ำตาที่ไหลลงมาเป็นสายบ่งบอกถึงความทุกข์ทรมานและความสูญเสียที่พระองค์กำลังเผชิญอยู่ภายในพระทัยเพียงลำพัง
หลังจากทรงปล่อยให้น้ำตาได้ชะล้างความทุกข์ในพระทัยอยู่เนิ่นนาน จิ้นอ๋องก็ทรงรวบรวมพระสติทรงลุกขึ้นประทับ ณ โต๊ะทรงงานอีกครั้ง พระองค์ทรงจรดปลายพู่กันลงบนกระดาษเริ่มบรรจงเขียนฎีกาส่งไปยังเมืองหลวงรายงานสถานการณ์การรบและชัยชนะที่ได้รับแด่องค์ฮ่องเต้ให้ทรงทราบทุกประการอย่างละเอียด
เมื่อทรงจัดการเรื่องเอกสารและรายงานเสร็จสิ้นจิ้นอ๋องก็ทรงบัญชาให้ควบคุมตัวแม่ทัพหานเฉิงซีและอ่องซูแห่งเป่ยหม่านพร้อมทั้งเชลยศึกอื่นๆ เดินทางไปยังเมืองเฉิงหยางเมืองชายแดนที่สำคัญของแคว้นต้าเหลียงพระองค์ทรงมีพระประสงค์จะใช้เมืองนี้เป็นสถานที่เจรจาต่อรองกับแคว้นเป่ยหม่านในเรื่องการแลกเปลี่ยนตัวประกันโดยทรงหวังว่าการจับกุมบุคคลสำคัญทั้งสองนี้จะทำให้เป่ยหม่านยอมอ่อนข้อและยุติความขัดแย้งโดยสันติ
แม่ทัพใหญ่ฮวาเดินเข้ามาหาฮวาหยางที่กำลังยืนมองไปยังสายน้ำด้วยแววตาเศร้าสร้อยเขาวางมือบนบ่าบุตรชายอย่างให้กำลังใจ
"อาหยาง...เจ้าอยู่ทางนี้ก็ให้คนช่วยกันตามหาน้องสาวเจ้าไปก่อน"ฮวาเจิ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่ก็แฝงไว้ด้วยความห่วงใย"รอฟังข่าวจากท่านอ๋องว่าจะทรงมีบัญชาอย่างไรต่อไปพ่อคงต้องรีบกลับไปยังเมืองเฉิงหยางก่อนเรื่องที่เสี่ยวซีหายตัวไปอย่างไรก็ปิดบังทางเมืองหลวงไม่ได้ แต่พ่อก็ยังหวัง...หวังว่าเจ้าจะเจอน้องสาวของเจ้าโดยเร็ว" น้ำเสียงของเขาแผ่วลงในตอนท้ายราวกับความหวังนั้นริบหรี่เต็มที
"ท่านพ่อ!....ข้า....เป็นห่วงน้องสาว"ฮวาหยางตาแดงๆ ฮวาเจิ้นก็ไม่ต่างจากบุตรชายนักเขายิ่งคิดถึงนางเท่าไหร่หัวใจก็ยิ่งเจ็บปวดเพิ่งจะได้เจอหน้ากันหลังจากส่งนางเข้าสำนักศึกษา เก้าปีเวลาเก้าปีที่เขาไม่เคยแวะไปเยี่ยมนาง เลยสักครั้ง เขานึกเสียใจอย่างสุดซึ้งฮวาเจิ้นคิดถึงบุตรสาวและนึกสำนึกผิดที่ปล่อยเวลาเก้าปีให้ผ่านไปโดยไม่ได้เหลียวแลบุตรสาวคนเดียวเพียงเพื่อให้นางได้ร่ำเรียนการเป็นกุลสตรีอย่างที่ควรเป็น ฮวาเจิ้นปวดร้าว จนร่างกายทนไม่ไหว เขากระอักเลือดออกมาแล้วล้มตึงลงไปฮวาหยางรีบรับร่างของบิดาทันใด
ความปวดร้าวในอกนั้นทวีความรุนแรงขึ้นจนร่างกายของฮวาเจิ้นไม่อาจทานทนได้อีกต่อไปเขา ไอ ออกมาอย่างรุนแรง ก่อนจะ กระอักเลือดสดๆ ออกมาคำใหญ่ แล้ว ล้มตึง ลงกับพื้นอย่างหมดสติฮวาหยางที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รีบ โผเข้าประคอง ร่างของผู้เป็นบิดาไว้ได้ทันท่วงทีด้วยความตกใจและเป็นห่วงอย่างสุดขีด“ท่านพ่อ!....”ท่านอ๋องเดินออกมา วิ่งไปช่วยฮวาหยางประคองแม่ทัพใหญ่ฮวาเข้าไปในห้องพัก “ข้าจะให้คนไปตามท่านหมอมา”
"ขอบพระทัยท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ"ฮวาหยางกล่าวด้วยความเคารพและเป็นห่วงบิดา
จิ้นอ๋องพยักพระพักตร์เล็กน้อยกำลังจะก้าวเดินออกจากห้อง ทันใดนั้น พระองค์ก็ทรง ไอ อย่างรุนแรง ก่อนจะ กระอักเลือดสดๆออกมาเช่นกัน ฮวาหยางที่เห็นดังนั้นก็ตกใจ รีบ วิ่งเข้าไปประคอง พระวรกายของจิ้นอ๋องไว้ทันที
"ท่านอ๋อง!ท่านก็ไม่สบายหรือพ่ะย่ะค่ะ?" ฮวาหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกใจและเป็นห่วงอย่างยิ่ง
จิ้นอ๋องทรงโบกพระหัตถ์ห้ามฮวาหยางด้วยพระพักตร์ซีดเซียว"ข้าไม่เป็นอะไร... เจ้าไปดูบิดาเจ้าเถิด..." ตรัสจบ พระองค์ก็ทรงสะบัดพระกรออกจากมือของฮวาหยาง แล้วเสด็จออกจากประตูห้องไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้ฮวาหยางยืนมองตามด้วยความกังวลใจ
หลังจากเหตุการณ์ที่ฮวาเสี่ยวซีพลัดตกน้ำไปบรรยากาศในป้อมผาเหล็กก็ปกคลุมไปด้วยความเศร้าหมองผู้คนที่คุ้นเคยและรักใคร่นางต่างพากันโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปอย่างกะทันหันของนางความสดใสและรอยยิ้มที่เคยมีในป้อมแห่งนี้ดูเหมือนจะเลือนหายไปพร้อมกับร่างเล็กที่จมดิ่งลงสู่สายน้ำอันเย็นเยียบ
อี้เฟยหลงไม่เคยคาดคิดว่าความรู้สึกสูญเสียจะรุนแรงถึงเพียงนี้หัวใจทั้งดวงราวกับถูกบีบแหลกละเอียดจนเจ็บปวด
เกินทนทานนางทรุดกายลงนั่งบนเตียงนอนอย่างหมดแรง ก่อนจะค่อยๆ เอนตัวลงนอนอย่างอ่อนล้าเปลือกตาหนักอึ้งแต่กลับปิดไม่สนิทภาพของฮวาเสี่ยวซียังคงวนเวียนอยู่ในสมองไม่จางหาย
ทุกภาพความทรงจำกลับหวนคืนมาอย่างชัดเจนโดยเฉพาะช่วงเวลาที่พวกเขาสองคนอยู่ด้วยกันเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา... รอยยิ้มสดใสดวงตาเป็นประกาย น้ำเสียงหวานใสที่เอื้อนเอ่ย ทุกสัมผัสทุกความรู้สึกอบอุ่นยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำ ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ความคิดถึงถาโถมเข้ามาจนอี้เฟยหลงรู้สึกราวกับหายใจไม่ออก น้ำตาค่อยๆไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างเงียบเชียบในความมืดมิด
ในความมืดมิดของห้องบรรทมอี้เฟยหลงพลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่ายความเงียบงันยิ่งขับเน้นความเหงาและความคิดถึงที่กัดกินหัวใจนางยกมือขึ้นกุมอกข้างซ้าย ราวกับต้องการบรรเทาความเจ็บปวดที่แสนสาหัส
"ทรมาน...จริงๆ เสี่ยวซีเออร์..." เสียงกระซิบแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากสั่นเทาน้ำตาไหลอาบแก้มอีกครั้ง
"ข้าคิดถึงเจ้า... คิดถึงเจ้าเหลือเกิน"ความรู้สึกผิด ความเสียใจ และความรักที่ยังคงอยู่เต็มเปี่ยมในหัวใจทำให้
ค่ำคืนนี้ยาวนานและมืดมิดกว่าที่เคยเป็น
ฮวาหยางเปิดประตูห้องบิดาเข้าไปอีกครั้งด้วยหัวใจที่หนักอึ้งภาพที่เห็นตรงหน้ายิ่งทำให้ความเจ็บปวดทวีคูณขึ้น บิดานอนอยู่บนเตียงดวงตาเหม่อลอยมองไปยังเพดานห้องอย่างว่างเปล่า ไร้ซึ่งแววตาแห่งความรู้สึกใดๆ
เมื่อเห็นสภาพของผู้เป็นบิดาฮวาหยางรู้สึกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบรัดหัวใจของตนอย่างแรงจนเจ็บปวดแทบขาดใจน้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วเริ่มเอ่อคลอเบ้าขึ้นมาอีกครั้ง เขาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและสับสน
"เสี่ยวซีเออร์...พี่จะทำอย่างไรดี... ทำอย่างไรดี..." เสียงของเขาแผ่วเบาราวกับคนกำลังจมดิ่งสู่ห้วงแห่งความ
ทุกข์ทรมาน "เจ็บ... เจ็บจริงๆ..."ความเจ็บปวดจากการสูญเสียน้องสาว และความเจ็บปวดที่เห็นบิดาต้องทนทุกข์ทรมานทำให้ฮวาหยางรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังถล่มทับลงมา
ความเศร้าโศกปกคลุมป้อมผาเหล็กและริมฝั่งแม่น้ำราวกับเงามืดจิ้นอ๋อง ฮวาเจิ้น และฮวาหยางต่างจมดิ่งอยู่ในห้วง
แห่งความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าท่ามกลางความเงียบงันและความหวังอันริบหรี่
องค์รักษ์เว่ยนำกำลังพลออกติดตามหาร่องรอยของฮวาเสี่ยวซีอย่างไม่ย่อท้อพวกเขาเดินเลียบไปตามแนวริมตลิ่งอย่างละเอียด บางคนที่ว่ายน้ำเก่งก็ลงไปในกระแสน้ำเย็นเยียบพยายามว่ายทวนกระแสและตามหาบริเวณที่อาจจะ
เป็นจุดขึ้นฝั่งได้แต่ความพยายามของพวกเขาก็ไร้ผล ไม่พบแม้แต่เงาของหญิงสาวหรืออาจจะเป็นไปได้ว่ากระแสน้ำที่เชี่ยวกรากได้พัดพาเธอไปไกลเกินกว่าที่พวกเขาจะตามหาได้ทัน
ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกร่อนร่างกายและจิตใจของทุกคนที่ออกตามหาพวกเขาอ่อนแรงจนแทบไม่สามารถทรงตัวอยู่ในน้ำต่อไปได้องค์รักษ์เว่ยเห็นดังนั้นจึงตัดสินใจสั่งให้ทุกคนหยุดพักการค้นหาชั่วคราวและให้กลับไปยังป้อมผาเหล็กเพื่อรายงานสถานการณ์ให้จิ้นอ๋องทรงทราบ