คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 86 :จากเพนกวินมิวสิคไปแพนด้ามิวสิค

            ตอนที่ 86 :จากเพนกวินมิวสิคไปแพนด้ามิวสิค

             

            “น้องสาม เกิดอะไรขึ้น ? ” ซ่งจิงจ้านกับไป่เหลียนเฉิงแปลกใจกับปฏิกิริยาของทั้งสองเป็นอย่างมาก

             

            ซู่ปางจือสะบัดหัว และได้สติกลับมานิดหน่อย “พี่สาม มีเรื่องอะไรก็บอกมาเลย”

             

            หลิวจือเซียส่ายหน้าไม่พูดอะไร ทว่าเขากลับก้มลงไปพูดกับเยว่เยว่ว่า “เยว่เยว่ ง่วงไหมลูก ? ”

             

            ความจริงเยว่เยว่แทบจะลืมตาไม่ขึ้นอยู่แล้ว เธอมองพวกหลิวจือเซียที่คุยกัน และนั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างเชื่อฟังและหลับไปเงียบ ๆ

             

            เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวจือเซีย เด็กหญิงก็ขยี้ตาด้วยมือเล็ก ๆ และพูดว่า “พ่อคะ เยว่เยว่ยังไม่ง่วงค่ะ ! ”

             

            “เด็กน้อยนี่ จะลืมตาไม่ขึ้นอยู่แล้ว ยังปฏิเสธอีก ! ” หวางหยิงหยิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เยว่เยว่ลูบหัวเล็ก ๆ ของหนูน้อย “ยังจะทำปากแข็งอีกหรือ ? ”

             

            “ป้าหยิงหยิง เยว่เยว่ไม่ได้ปากแข็งนะคะ” เยว่เยว่กะพริบตาอันกลมโตของเธอ และมองหวางหยิงหยิง

             

            “เจ้าตัวแสบ ! ” หวางหยิงหยิงพ่ายแพ้ให้แก่ความไร้เดียงสาของเยว่เยว่ เธอยิ้มและแตะปลายจมูกของเยว่เยว่พร้อมกับพูดว่า “ป้าจะพาหนูไปอาบน้ำดีไหม ? ”

             

            “พ่อ…” เยว่เยว่หันไปขอความเห็นของหลิวจือเซีย

             

            “ไปเถอะ ! ” หลิวจือเซียลูบหัวเด็กน้อยและพูดกับหวางหยิงหยิงว่า “พี่หยิงหยิง รบกวนพี่แล้ว ! ”

             

            “ไม่รบกวนเลย ! ” หวางหยิงหยิงลุกขึ้นและยิ้มให้เยว่เยว่ “ไปกันเถอะ เยว่เยว่”

             

            “น้องสาม นี่โน้ตบุ๊ค” ตอนนี้เอง หวางเสี่ยวถงก็นำโน้ตบุ๊คมาให้

             

            หลิวจือเซียรับโน้ตบุ๊คไป พอล็อคอินเข้าเวย์ป๋อของเขาปุ๊บ เสียงแจ้งเตือนที่คน @ เขา ก็ดังขึ้นเป็นชุด เขาขมวดคิ้ว ไม่สนใจเสียง @ ที่เข้ามาทั้งหมดและคลิกไปที่เวย์ป๋อของจินฉือถังโดยตรงเลย

             

            ซู่ปางจือโน้มตัวเข้ามาด้วยความอยากรู้ หลังจากที่เห็นแล้ว ใบหน้าที่แดงก่ำของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีม่วงขึ้นมาทันที “ให้ตายเถอะ ไอ้หมาบ้าจิน อยากตายขนาดนั้นเลยรึไง ? ”

             

            “หมาบ้าจินทำอะไร ? ”

             

            “อะไร เกิดอะไรขึ้น ? ”

             

            เมื่อได้ยินซู่ปางจือสบถด่าออกมา ซ่งจิงจ้านกับไป่เหลียนเฉิงก็รีบเข้ามา และมองที่จอโน้ตบุ๊คทันที

             

            พวกเขามองดูด้วยท่าทีไม่ซีเรียส แต่ทว่าผลที่ได้ก็คือใบหน้าของทั้งสองดำทะมึนเลยทีเดียว

             

            “บ้าเอ๊ย จินฉือถังคนนี้ฉันรู้จัก มันก็แค่อึหนูบนโลกอินเทอร์เน็ต” ไป่เหลียนเฉิงที่เป็นคนสุภาพก็ยังอดไม่ได้ที่จะด่าออกมา “น้องสาม ‘เซียเยว่’ ของนายก็โดนด่านี่”

             

            “น้องสาม นายเหม่ออะไรอยู่ ? ” ซ่งจิงจ้านพูด “เกลียดว่ะ เกลียดมันทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักนี่แหละ ไอ้นี่มันเป็นอึหนูที่ทำโจ๊กเสียทั้งหม้อจริง ๆ ! ”

             

            “ใช่ น้องสาม ฉันจะเข้าเวย์ป๋อด้วย เราจะไปด่ามันด้วยกัน ! ” ไป่เหลียนเฉิงด่าเสร็จก็ไปหยิบแท็บเล็ตที่ห้องนั่งเล่นมาในทันที ชัดเจนเลยว่าเขาอยากแก้แค้นให้หลิวจือเซียมากแค่ไหน

             

            “พี่ไป่ พี่จะทำอะไรน่ะ ? ” หลิวจือเซียลุกขึ้นและดึงไป่เหลียนเฉิงมา “ด่าอะไรกัน ? ตอนนี้พี่เป็นบุคคลสาธารณะแล้ว ทุกการเคลื่อนไหวของพี่จะมีคนจับตามองอยู่ตลอด ด่าคนเนี่ยนะ ? อยากให้แฟนคลับลดลงกับการกระทำที่สิ้นคิดนี่รึไง ? ”

             

            ตั้งแต่เซ็นสัญญาเป็นศิลปินของสตูดิโออ้ายกัง บวกกับเพลง ‘กุ้ยเฟยเมามาย’ ที่ฮิตอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ความนิยมของไป่เหลียนเฉิงเพิ่มขึ้นด้วย จนตอนนี้เขามีแฟนคลับบนเวย์ป๋อถึง 1.2 ล้านคนแล้ว

             

            อย่างไรเสีย ตอนนี้ไป่เหลียนเฉิงก็เป็นบุคคลสาธารณะแล้ว ถ้าเขาด่าจินฉือถังอย่างเปิดเผย มันจะส่งผลกระทบต่อความนิยมของไป่เหลียนเฉิงอย่างแน่นอน

             

            “แต่ฉันไม่อยากดูอยู่เฉย ๆ นี่ ! ” ไป่เหลียนเฉิงพูดอย่างไม่เต็มใจ

             

            “ไม่อยากก็ต้องทน ! ” หลิวจือเซียขึ้นเสียง “หมากัดต้องกัดตอบด้วยหรือไง ? ”

             

            หมากัดต้องกัดตอบ คำพูดนี้ฟังแปลกใหม่สำหรับพวกเขามากทีเดียว

             

            “งั้นนายว่าเราควรทำยังไงล่ะ ? ” ซ่งจิงจ้านเองก็ไม่ค่อยเต็มใจนัก “จะให้เรานั่งมองไอ้ไม้กวนอึนี่ มานั่งขี้นั่งฉี่บนหัวนายรึไง ? ”

             

            “จะจัดการหมาบ้า อย่าไปยั่วยุมัน ถ้ายั่วยุมันครั้งหนึ่งแล้ว ก็ต้องตีมันให้ตาย ! ” ความเป็นศัตรูปรากฏบนใบหน้าของหลิวจือเซีย เพราะไอ้หมอนี่มันน่าหงุดหงิดจริง ๆ !

             

            “คิดจะมาลองดีกับพี่สามของฉัน ต้องเจอกันหน่อยแล้ว ! ”

             

            เจ้าซู่ปางจือถกแขนเสื้อและลุกขึ้นยืน ตั้งท่าจะเดินออกไป “เอาก้อนอิฐมา ฉันจะทุบมันให้ตาย ไปกันเถอะ ! ”

             

            “เฮ้ย กลับมาก่อน ! ” ไป่เหลียนเฉิงรีบคว้าซู่ปางจือไว้ “นายคิดจะไปชกต่อยจริง ๆ แล้วยังจะเอาอิฐทุบเขาให้ตายอีกหรือ นายนี่โหดร้ายจริง ๆ ”

             

            ซู่ปางจือสับสน เขาสะบัดร่างอ้วน ๆ แล้วกระโดดพร้อมกับพูดว่า “หึ มันกล้าดียังไงมาต่อว่าพี่สามของฉันกัน…”

             

            “เออ ๆๆ นายมันสุดยอด ! ” ซ่งจิงจ้านลุกขึ้นยืนและช่วยไป่เหลียนเฉิงพาซู่ปางจือกลับไปนั่งที่ “น้องสาม นายคิดว่ายังไง ? ”

             

            “ฟาดไปสักที เขาก็ไม่กล้าพูดแล้ว ! ” หลิวจือเซียยิ้มออกมา “เดี๋ยวฉันจะไปโทรศัพท์ก่อน”

             

            ไป่เหลียนเฉิงพูดขึ้น “น้องสาม นายอยากให้ฉันโทรหาพี่กังไหม ? ”

             

            “ตอนนี้ยังไม่ต้อง ! ” หลิวจือเซียส่ายหน้า และหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเบอร์ติดต่อ จากนั้นก็กดไปที่เบอร์โทรเบอร์หนึ่ง “ฮัลโหล ผู้อำนวยการจาง เพนกวินมิวสิคใช่ไหมครับ ? ”

             

            ผู้อำนวยการจางเหวินเทาแห่งเพนกวินมิวสิค บริษัทลูกของเทนเซ็นต์กรุ๊ป !

             

            “ใช่ ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครครับ?” ปลายสายอีกด้านตอบมา เสียงของจางเหวินเทาดูงุนงงเล็กน้อย

             

            “ผม หลิวจือเซีย จากบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์ครับ ! ” หลิวจือเซียพูดอย่างสุภาพ

             

            “โอ้ว ที่แท้ก็จือเซียนี่เอง ! ” เสียงหัวเราะดังออกมาจากปลายสาย “เป็นยังไง ? คิดได้แล้วหรือ ตกลงจะเซ็นสัญญามาอยู่กับเพนกวินมิวสิคของเราแล้วใช่ไหม ? ”

             

            “ผู้อำนวยการจาง ผมยังพิจารณาเรื่องนี้อยู่ครับ แต่ไม่ต้องห่วง ผมจะให้คำตอบที่คุณพอใจอย่างแน่นอน ! ” หลิวจือเซียผ่านประเด็นนี้ไป และพูดต่อว่า “ที่ผมโทรหาผู้อำนวยการจาง คราวนี้เพราะมีเรื่องจะรบกวนผู้อำนวยการครับ ! ”

             

            “อืม งั้นก็ว่ามา” เมื่อได้ยินว่าหลิวจือเซียยังไม่ตกลงเซ็นสัญญา น้ำเสียงของจางเหวินเทาก็ไม่กระตือรือร้นอีกต่อไป เขาสนใจแต่ผลงานและผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น

             

            “คืออย่างนี้ครับ ผมอยากขอให้ผู้อำนวยการจางช่วยโพสต์เวย์ป๋อในนามของเพนกวินมิวสิค” หลิวจือเซียกระแอมในลำคอ “โพสต์ว่า…”

             

            “ขอโทษนะ จือเซีย ! ” จางเหวินเทาขัดจังหวะขึ้นมาก่อนที่หลิวจือเซียจะพูดจบ “นายยังไม่ใช่คนที่ลงนามทำสัญญากับบริษัท แอคเคาท์เวย์ป๋อทางการของเพนกวินมิวสิคไม่สามารถโพสต์อะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทได้ เพราะงั้น…”

             

            ใบหน้ายิ้มแย้มของหลิวจือเซียนิ่งขรึมลงทันที แต่ก็ยังพูดว่า “อ๋อ ครับ งั้นผมไม่รบกวน ผู้อำนวยการจางแล้วครับ ! ”

             

            พูดจบ หลิวจือเซียก็ตัดสายไปก่อนที่จางเหวินเทาจะได้พูดอะไร

             

            “จือเซีย เกิดอะไรขึ้น ? ไม่ได้หรือ ? ” ซ่งจิงจ้านถาม

             

            “อืม” หลิวจือเซียพยักหน้า “ใช่ ฉันไม่ใช่คนของเพนกวินมิวสิค พวกเขาไม่มีหน้าที่จำเป็นอะไรที่จะต้องมาช่วยฉัน”

             

            “ทำไมไม่ขอให้ประธานหลางช่วยล่ะ ? ” ไป่เหลียนเฉิงพูด

             

            “เรื่องแค่นี้ไม่ต้องถึงพี่ซิงหรอก ! ” หลิวจือเซียส่ายหน้า แต่เขาก็ได้เห็นธาตุแท้ของจางเหวินเทาผ่านเหตุการณ์นี้ด้วย ถึงขนาดที่คิดจะข่มขู่เขาด้วยการใช้เงื่อนไขแลกเปลี่ยน

             

            หลิวจือเซียที่เป็นคนชอบให้ใช้ไม้อ่อนมากกว่าไม้แข็ง จะไม่รู้อะไรเลยหรือ ?

             

            หลังจากเงียบอยู่พักหนึ่ง เขาก็หยิบมือถือขึ้นมาอีกครั้งและกดไปที่เบอร์หนึ่ง

             

            “ฮัลโหล พี่เซีย ? ” เสียงของเย่หลินเถาดังออกมาจากปลายสายอีกด้าน “พี่เซีย ฉันกำลังจะโทรหาพี่พอดีเลย ! พี่ซวิ่นเจี๋ยเพิ่งส่งรูปที่แคปหน้าจอมาให้ เป็นโพสเวย์ป๋อของจินฉือถัง พี่น่าจะเห็นแล้วใช่ไหม ? ”

             

            เสียงของเย่หลินเถาเต็มไปด้วยความโกรธอย่างชัดเจน “พี่เซีย อยากให้ฉันระดมพวกแฟนคลับไปโจมตีเขาไหม ? ”

             

            “เถาจื่อ ใจเย็น ๆ ” หลิวจือเซียยิ้มออกมา “ที่ฉันโทรหานาย ก็เพราะอยากให้นายช่วยนั่นแหละ”

             

            “พี่บอกมาเลย ถ้าช่วยได้ ผมช่วยเต็มที่ ! ” เย่หลินเถาพูดอย่างตรงไปตรงมา

             

            หลิวจือเซียพูดว่า “ฉันจำได้ว่าวันนั้นที่นายมาหาฉัน ก็เพราะนายอยากจะให้ฉันเข้าแพนด้ามิวสิคใช่ไหม ? ”

             

            เย่หลินเถาพูดด้วยน้ำเสียงเกรงอกเกรงใจ “พี่เซีย ฉันแค่พูด…”

             

            “ฉันตกลง ! ” หลิวจือเซียกล่าว

             

            “ความจริงมันก็เป็นเรื่องปกติที่พี่เซียจะไม่ตกลง ยังไงซะ… เอ๋ ? ” เย่หลินเถาได้สติกลับมา “พี่เซีย พี่… เมื่อกี้พี่พูดว่าอะไรนะ ? ”

             

            “ฉันบอกว่า ฉันตกลง ! ” หลิวจือเซียพูดซ้ำอีกครั้ง

             

            “จริงหรือ ? สุดยอดไปเลย ! ” เย่หลินเถาแทบจะไชโยโห่ร้อง “ฉันจะโทรหาหลินเยว่เดี๋ยวนี้”

             

            หลังจากหลิวจือเซียวางสายได้ไม่นาน ก็มีโทรศัพท์อีกสายเข้ามา

             

            หลิวจือเซียมองดูเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย เขาจำที่เย่หลินเถาพูดเมื่อกี้ได้ จึงกดปุ่มรับสาย “ฮัลโหล สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าใครครับ ? ”

             

            “คุณหลิวจือเซียใช่ไหมคะ ? ” น้ำเสียงที่แจ่มใสนุ่มนวลดังออกมาจากโทรศัพท์ “ฉัน หลินเยว่ อดีต CEO ของทีทีเพลเยอร์บริษัทลูกของเทียนเทียนกรุ๊ป ! คืออย่างนี้ เมื่อกี้เสี่ยวเถาโทรหาฉันและบอกว่าคุณอยากเข้าร่วมกับแพนด้ามิวสิคของเรา เป็นความจริงรึเปล่าคะ ? ”

             

            เทียนเทียนกรุ๊ปครอบคลุมธุรกิจออนไลน์เกือบทั้งหมด แม้ว่าจะเทียบกับเทนเซ็นต์กรุ๊ปไม่ได้ แต่ก็เป็นกลุ่มธุรกิจที่ติดอันดับ Top50 ทั่วโลก

             

            และแพนด้ามิวสิคนั้นถือว่าแยกออกมาจากเทียนเทียนกรุ๊ป แต่ในขณะเดียวกันก็อยู่ในความควบคุมดูแลของเทียนเทียนกรุ๊ป พูดอีกอย่างก็คือ เทียนเทียนกรุ๊ปถือหุ้นในแพนด้ามิวสิคอยู่ 35%

             

            “ผมมีความตั้งใจเช่นนั้น ไม่ทราบว่าประธานหลินคิดยังไงครับ ? ” หลิวจือเซียถามอย่างตรงไปตรงมา

             

            “คืออย่างนี้ ถ้าคุณหลิวตกลงเข้าร่วมกับแพนด้ามิวสิค เราจะแบ่งเปอร์เซนต์ให้คุณหลิว 7.5% ! ” หลินเยว่ได้ดู ‘ฮัวเซียนิววอยซ์ ’ วันนี้ เธอมีวิสัยทัศน์ที่ดีกว่าจางเหวินเทามาก “คุณหลิวเองก็คงรู้ว่า ที่เพนกวินมิวสิค 7.5% นี่คือส่วนแบ่งของนักร้องชั้นนำแล้ว”

             

            “ประธานหลิน คุณเองก็คงรู้เหมือนกันว่าเพนกวินมิวสิคมีปริมาณการใช้งานมหาศาลมาก แพนด้ามิวสิคเป็นแพลตฟอร์มดนตรีใหม่ ผมไปอยู่กับคุณแล้วก็ไม่แน่นอนว่าผมจะได้มากเท่าที่อยู่กับเพนกวินมิวสิคตอนนี้ไหม”

             

            หลิวจือเซียไม่พอใจกับอัตราส่วนแบ่งนี้ “อย่างน้อยก็ต้อง 8 ครับ ! ผมต้องการ 8 : 2 ! ”

             

            “8 : 2 ! ” เสียงของหลินเยว่ขรึมลง “คุณหลิว นั่นมันมากเกินไป ! ขนาดนักร้องชั้นนำยัง…”

             

            “ผมจะให้ของขวัญชิ้นใหญ่คุณอย่างหนึ่งด้วย ! ” หลิวจือเซียพูดขัด “ผมจำได้ว่าวันที่คุณประกาศเปิดตัวแพนด้ามิวสิค นอกจากช่องเพลงกับช่องมิวสิควิดีโอแล้ว ยังมีช่องไลฟ์สดด้วยใช่ไหมครับ ? ”

             

            “ใช่ค่ะ มีช่องไลฟ์สดด้วย ! ” หลินเยว่ตอบ “คุณหลิวสนใจการไลฟ์สดด้วยหรือคะ ? ”

             

            ในโลกนี้ แพลตฟอร์มการสตรีมสดเป็นที่นิยมน้อยกว่าในชีวิตก่อนของหลิวจือเซียอย่างมาก แต่ในแพลตฟอร์มดนตรีชั้นนำก็ยังมีคนดูอยู่ไม่น้อย

             

            “ผมไม่สนใจครับ ผมแค่อยากจะพนันกับประธานหลิน ! ” หลิวจือเซียพูดยิ้ม ๆ

             

            “ผมอยากสู้กับจินฉือถังบนแพลตฟอร์มไลฟ์สดของแพนด้ามิวสิคของคุณ ! ถ้าในช่วงไลฟ์สด มีชาวเน็ตดูไลฟ์เกิน 2 ล้านคน คุณก็จะต้องทำตามเงื่อนไขของผม ส่วนแบ่ง 80% ถ้าผู้ชมไม่ถึง 2 ล้าน ผมแพ้ ผมจะทำตามเงื่อนไขของคุณ ส่วนแบ่ง 7.5 : 2.5 เป็นยังไงครับ ? ”

             

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน