ตอนที่ 10
ทางด้าน ฟู๋โจเฟย วันนี้เป็วันหยุด จึงมีเวลาที่จะเข้าป่าไปล่าสัตว์ เนื่องจากเขาเป็คนขยัน ไม่เคยที่จะหยุดที่จะทำงานเหมือนพี่น้องคนอื่น เพราะถ้าเขาไม่ทำก็จะถูกแม่ด่าตลอด เพราะเป็ลูกที่แม่ไม่รัก แม่จะรักพี่ชายและน้องชายมากกว่า แทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย เขาก็เคยสงสัยมาก่อนเหมือนกัน ว่าเขาเป็ลูกจริงๆ ใช่ไหม ทำไมแม่ไม่รักเขาเลย และก็คิดจนเลิกคิด หันไปทำงานดีกว่า ถ้าทำงานได้ แม่ก็จะไม่บ่นเขา
เมื่อเตรียมของเสร็จแล้วจึงได้สะพายตะกร้าขึ้นหลังและเดินออกจากบ้านไป เพราะนัดกับเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวเอาไว้แล้วว่าจะเข้าป่าไปด้วยกัน
"วันนี้เข้าป่ากันหรือ โจเฟย ลุงเห็น ฮงโจ ตื่นมาเตรียมของแต่เช้าเลย" ลุงเกาสงเว่ย พ่อของ เกาฮงโจ ถามออกมา เมื่อเห็นหลานชายที่คุ้นเคนกันมาหาที่บ้าน
"ใช่ครับ เข้าป่าสักหน่อย เพื่อได้อะไรมากินบ้าง ดีกว่าอยู่เฉยๆ" ตอบท่านลุงออกไป
"ดีจริง ขยันไม่เคยเปลี่ยน ใครได้ไปเป็สามีคงโชคดีมากเลย แล้วมีคนถูกใจหรือยัง"
"ยังหรอกครับ ผมยังเอาตัวเองไม่ค่อยจะรอด ขออยู่แบบนี้ไปก่อน ให้ฮงโจ แต่งไปก่อนเลยครับ ไม่ต้องรอผม" หันไปแซวเพื่อนที่เขารู้ว่าตอนนี้ไปแอบชอบสาวอยู่ คงไม่นานก็คงจะได้แต่งงานแล้ว
"แกจะวกกลับมาหาฉันทำไมกัน เดี๋ยวพ่อก็มากดดัน ให้รีบแต่งงานอีกหรอก"
"ก็ดีไม่ใช่หรือ จะได้สมหวังเสียที"
"อะไร รีบไปกันเลยเดี๋ยวจะสายเสียก่อน"
รีบชวนเพื่อนออกไปก่อนที่จะพูดเื่ที่เขายังไม่ได้บอกพ่อออกไป ส่วนคนเป็พ่อนั่งงงอยู่กับที่ ทั้งสองคนเป็อะไรกัน คนหนุ่มสมัยนี้เข้าใจยากจริงๆ
"ทำไมล่ะ พ่อจะได้รีบไปขอให้แกไง ไม่ดีหรือ"
"ฉันยังไม่รู้ว่าผู้หญิงเขาคิดอย่างไรกับฉันกันแน่ ถ้าเขาไม่ตกลง จะทำยังไง"
"แล้วทำไมไม่ถามให้รู้เื่ล่ะ จะได้ไม่ต้องคิดไปเอง" ไม่รู้ก็ทำไมไม่ถาม จะมานั่งรออะไรอยู่
"เอาไว้ให้แก่มีคนที่ชอบก่อน แล้วจะรู้ว่าการพูดอะไรออกไปกับคนที่ชอบมันยากแค่ไหน"
"คงจะยาก จะมีใครมาสนใจฉัน และถ้าแต่งเข้าไป เขาจะทนแม่ฉันได้หรือเปล่า แม่ไม่ชอบฉันก็คงไม่ชอบผู้หญิงที่แต่งงานด้วยแน่นอน ขออยู่แบบนี้
น่าจะดีกว่า"
"มันก็จริง ตกลงแกใช่ลูกของบ้านนั้นแน่นะ ทำไมเหมือนไม่ใช่เลยล่ะ ฉันสงสัยมานานแล้ว"
"ตอนแรกก็คิดเหมือนกัน แต่คิดไปก็ไม่ได้คำตอบ ก็เลยเลิกคิดไปดีกว่า"
"มันก็จริง" เพราะคิดไปก็ไม่รู้ว่าจะเอาคำตอบจากที่ไหน เพราะคงไม่มีใครยอมบอก
"อย่าไปคุยเื่เครียดๆ เลย"
"อืม...นี่แล้วรู้หรือเปล่า เมื่อวาน ยุวชนที่มาจากเมืองหลวง มาถึงหมู่บ้านเราแล้วนะ ได้ยินชาวบ้านพูดถึงกัน เห็นว่าเป็ผู้ชายสองคน ผู้หญิง 3 คน พักอยู่ที่บ้านพักที่ถูกสร้างขึ้นมา"
"ได้ยินมาเหมือนกัน แล้วคนที่ไม่เคยทำงานลำบากแบบนี้จะทำได้หรือ คงลำบากพวกเขาน่าดู"
"ก็คงให้เวลาปรับตัวสักพักละมั้ง จะให้ทำเหมือนพวกเราที่ทำกันมาั้แ่ตอนเป็เด็กก็คงเป็ไปไม่ได้"
"เรารีบเดินกันเถอะ วันนี้เผื่อได้ผลไม้ป่าไปขายให้สหกรณ์บ้าง" อย่างน้อยได้เงินสักเล็กน้อยก็ยังดี
"อืม ขายได้ก็แบ่งเงินไว้ใช้ส่วนตัวบ้าง เผื่อไม่สบายจะไม่มีเงินเลย" เขาคิดถึงครั้งก่อนและอีกหลายครั้งที่ไม่มีเงินแม้แต่จะไปซื้อยามากิน
"ตอนนี้ก็มีเก็บบ้างแล้วล่ะ ั้แ่ที่ไม่สบายคราวที่แล้วไปขอเงินแม่ไปซื้อยา แม่ไม่ให้เลย ที่ต้องไปยืมแกไงล่ะ ตอนนี้เลยให้แค่บางส่วนเท่านั้น"
"ดีแล้ว ที่คิดได้ ไม่อยากให้แก่ทำแบบนี้หรอกนะ ถ้าแม่แกไม่ลำเอียงขนาดนี้" เขาเข้าใจความกตัญญู แต่ถ้าเขาเห็นค่ามากก็ไม่เป็ไร นี่ทั้งไม่เคยเห็นค่าเลยด้วยซ้ำ
เมื่อมาถึงในป่าก็เริ่มที่จะวางกับดักกัน เมื่อเสร็จแล้วจึงได้เดินหาของป่า เพื่อนำไปกิน และไปขายหารายได้อีกทางหนึ่ง จนบ่ายจึงได้ไปเก็บกับดัก ได้ไก่ป่า มาคนละ 2 ตัว และมีองุ่นมาคนละครึ่งตะกร้า แค่นี้ก็พอแล้วสำหรับวันนี้ น่าจะได้หลายหยวนกันอยู่ จึงได้เดินทางออกจากป่ากัน
ส่วนทางด้าน จงเหมยอิง หลังจากที่ไม่มีอะไรทำจึงเดินออกไปสำรวจหมู่บ้าน ที่เคยอยู่ว่ายังคงเดิมหรือเปล่า เผื่อจะได้เจอคนที่คิดถึงแม้ตอนนี้จะเป็คนที่ไม่รู้จักกันก็ตาม เธอเดินออกไปคนเดียวโดยไม่ได้ชวนใครไปด้วย เพราะทั้งสองคนไม่น่าที่จะชอบบรรยากาศในชนบทแน่นอน ให้นอนทำใจ สำหรับการทำงานในวันพรุ่งนี้ไปก่อนแล้วกัน
เมื่อเดินไปเจอชาวบ้านก็ได้ทักทายและแนะนำตัว ว่าตัวเองเป็ยุวชนมาใหม่ และได้ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย บางคนก็ยินดีในการมา บางคนก็ไม่ยินดี แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก ทำเพียงแค่แนะนำตัวเองเท่านั้น และเมื่อเดินมาถึงชายป่า ก็ได้พบกับชายสองคนที่เพิ่งเดินออกมาจากป่าด้วยกัน ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ ฟู๋โจเฟย สามีของเธอ ในชีวิตที่แล้ว และ อีกคนคือเพื่อนสนิทของสามี คือ พี่ เกาฮงโจ เธอมองคนเป็สามีอย่างคิดถึง แต่ตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงทักทายเท่านั้น
"สวัสดีค่ะ ฉันเป็ยุวชนที่มาอยู่ใหม่ ชื่อ จงเหมยอิงค่ะ" แนะนำตัวให้ทั้งสองคนรู้จัก ทั้งที่ในใจนั้นรู้อยู่แล้วว่าทั้งสองเป็ใคร
"สวัสดีครับ ผม เกาฮงโจ ครับ" แนะนำยุวชนหญิงไป
"สวัสดีครับ ผม ฟู๋โจเฟย" เขาแนะนำตัวด้วยใจที่เต้นแรงมากไม่รู้ทำไมเพียงแค่ได้เห็นหน้า รู้สึกถึงความคุ้นเคย หรือว่าเราคิดไปเอง แต่มันเป็ความรู้สึกที่คิดถึง และเหมือนได้เจอสิ่งที่รอคอยมานานแสนนาน จึงได้รู้สึกยินดีเป็อย่างมาก
"ไปล่าสัตว์มาหรือคะ ได้อะไรมามากมายเลย"
"พอได้มาเล็กน้อยครับ ไปกันไม่นานมาก"
"แล้วมาอยู่ที่นี่เป็อย่างไรบ้าง ปรับตัวได้บ้างหรือยัง ลำบากหน่อยนะครับ"
"ก็พอได้ค่ะ ที่นี่น่าอยู่ดีค่ะ บรรยากาศดี"
"ครับหวังว่าจะอยู่กันได้" เพราะเข้าใจถึงความลำบากที่คนในเมืองต้องไม่เคยเจออย่างแน่นอน
"นี่เป็ผลไม้ป่าที่ผมเก็บมา ผมแบ่งให้ไปกินนะครับ อย่าได้ถือว่าเป็แค่ผลไม้ป่านะครับ"
"โอ้...เป็ผลไม่ที่ฉันชอบมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่มอบมันให้"
"ไม่เป็ไรครับ ผมเก็บมาเยอะอยู่" แม้จะเก็บมาได้ไม่มากนัก แต่เขาก็เต็มใจที่จะมอบให้อยู่ดี
เกาฮงโจ มองทั้งสองคนที่คุยกันอย่างถูกคอ โดยเหมือนลืมว่ามีเขายืนอยู่ตรงนี้อีกคน แต่มันเหมือนบรรยากาศของคนรักกันคุยกันอย่างไรไม่รู้ ปกติเพื่อนคนนี้แทบจะไม่อ้าปากคุยกับใคร โดยเฉพาะผู้หญิงที่ชอบมาคุยด้วย จนสาวๆ พวกนั้นแทบไม่กล้าเข้ามาคุยอีกเลย แต่ดูนี่สิ ชวนผู้หญิงคุยเสียเอง มันชักจะแปลกเกินไปแล้ว
"อย่างนั้นพวกผมขอตัวก่อนนะครับ ต้องเอาของไปขายด้วย" ทั้งสองคนบอกลาหญิงสาวยุวชนที่เข้ามาทักทาย
"ค่ะ ขอบคุณอีกครั้ง"
เมื่อทั้งสองเดินจากไป เธอมองดูผลไม่ที่ได้จากคนที่คิดถึง อย่างมีความสุข แม้เป็เพียงองุ่น เพียงพวงเดียว แต่มันทำให้หัวใจที่แห้งแล้ง มานานเหมือนมีน้ำมา รดน้ำให้ใจสดชื่นขึ้นมาในทันที
ส่วนคนที่เดินจากไปก็เช่นกัน เขาอยู่กับความทุกข์ที่เกิดจากครอบครัวมาเนิ่นนาน และอยู่อย่างไม่เคยมีความสุขเลย แต่วันนี้เหมือนเขาได้เจอสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )