มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 44 ความรู้สึกที่คุ้นเคย

            เซียวปิงมั่วรวบรวมพลังปราณไว้ที่ฝ่ามือภายในเวลาอันสั้นรังสีจากพลังที่แข็งแกร่งทำให้หลงเหยียนสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของผู้แข็งแกร่งขั้นที่เจ็ด

            “พี่เหยียนทั้งที่ท่านรู้ว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ยังจะลงมือกับเขาในตอนนี้อีกหรือหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ เหตุใดไม่รอลงมือในวันแข่งขันล่าสัตว์”

            หลงเหยียนรู้ดีว่าตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าหมอนี่แต่วันนี้เขาจะปล่อยให้โดนดูถูกไม่ได้เด็ดขาด

            พลังปราณที่อยู่ภายในกายกำลังขับเคลื่อนถูกส่งออกมาจากร่างกาย แต่ก็ยังต่างจากพลังขั้นที่เจ็ดเป็นสิบเท่าอยู่ดีพลังปราณไม่พออีกทั้งความแตกต่างของทักษะการต่อสู้ทำให้หลงเหยียนรู้สึกไร้เรี่ยวแรง

            แต่ถ้าหลงเหยียนสวนกระแสเหมือนการกอดร่างและยอมรับการถูกกลืนเข้าไป ฝืนผสานหมัดสายฟ้าแปดทิศกับหมัดมายาไม่รู้ว่าจะต้านการโจมตีนี้ได้หรือไม่ อย่างน้อยการทำเช่นนั้นจะทำให้เขาต้องมองตนใหม่อีกครั้ง

            “หยุนฉีเจ้ารีบหนีไป”

            ทันใดนั้นหลงเหยียนคำรามเสียงดัง เสียงมังกรดังทะยานขึ้นฟ้า

            “หมัดมายาแปดทิศ...”

            ร่างกายหลงเหยียนผสานพลังหมัดทั้งสองทำให้เกิดพลังที่แข็งแกร่งพลังหมัดสายฟ้าแปดทิศหลอมกับรังสีพลังหมัดมายา ทำให้พลังเสถียรมากกว่าเดิม

            ตูม...หลงเหยียนปล่อยหมัดออกมา...

            ในเวลาเดียวกันเซียวปิงมั่วยังใช้ระเบิดพลังมายาเก้าพิภพออกมาอีกด้วย

            เมื่อพวกเขาทั้งคู่ระเบิดออกมาลำแสงระยิบระยับปรากฏ หมัดมายาแปดทิศที่ทรงพลัง วินาทีต่อไปกลับทำให้หลงเหยียนบาดเจ็บอย่างมิอาจเปรียบจุดเชื่อมหลายจุดในร่างกายยังไม่ได้เชื่อมต่อกัน ทำให้หลงเหยียนเซถอยหลังหลายก้าว

            เลือดในตัวหลงเหยียนพลุ่งพล่านวินาทีนี้มืดฟ้ามัวดิน คล้ายร่างกายหลงเหยียนกำลังจะฉีกขาดแล้ว

            ส่วนเซียวปิงมั่วเองก็ถอยหลังหนึ่งก้าวเขามองหลงเหยียนด้วยความตกใจนึกไม่ถึงว่าเจ้าหมอนี่จะต้านพลังมายาที่หนึ่งของตนได้

            “นี่เจ้าโชคดีเกินคาดแล้วตอนนี้ยังไม่ตายอีก” หลงหยุนฉีที่มองหลงเหยียนเอามือกุมหน้าอก น้ำตาก็ไหลริน

            นางวิ่งเข้าไปด้วยความเร็ว...

            แต่เลือดที่กำลังพลุ่งพล่านทรงพลังยิ่งไม่สามารถกดทับหรือควบคุมได้ เลือดพ่นออกมาจากปาก

            ร่างกายหลงเหยียนยังคงไม่ได้ล้มลงมองหลงหยุนฉีที่กำลังร้องไห้แล้วยื่นมือไปเช็ดน้ำตาอย่างนุ่มนวล

            “หยุนฉีไม่ต้องร้อง เจ้ารู้ดีว่าข้าไม่อยากเห็นสตรีร่ำไห้ โดยเฉพาะเจ้า...”

            หลงหยุนฉีส่ายหน้าไปมา

            หลงเหยียนกระอักเลือดแล้วหันไปมองเซียวปิงมั่ว“เจ้าแกร่งมากจริงๆ แต่เจ้ากล้าให้เวลาข้าหน่อยหรือไม่ให้ข้าได้สู้กับเจ้าในวันแข่งขันล่าสัตว์วันนี้ข้าล้มคนตระกูลเซียวขั้นที่หกสองคนแล้ว พลังปราณลดลงไปมากกว่าครึ่ง ต่อให้วันนี้เจ้าจะเอาชนะข้าได้แต่ก็ถือเป็นการชนะที่ไม่โปร่งใส”

            ตอนแรกหลงเหยียนอยากท้าทายเขาเป็นการสู้ครั้งสุดท้าย แต่เขากลับประเมินความโหดเหี้ยมของเซียวปิงมั่วต่ำเกินไป

            “หลงเหยียนเจ้าบ้าไปแล้วหรือ มีหรือที่ข้าจะปล่อยโอกาสในวันนี้ไป ถ้าเป็นเมื่อก่อนบางทีข้าอาจยอม แต่วันนี้เพื่อพี่ชายข้า เจ้าต้องตายสถานเดียว”

            เซียวปิงมั่วไม่มีทางปล่อยให้หลงเหยียนมีโอกาสขณะที่กำลังยิ้มอย่างเย็นชาพลางเดินเข้ามาหาหลงเหยียนผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่รอบข้างนั้นหลบไปไกลมากมีเพียงหลงหยุนฉีเท่านั้นที่ประคองหลงเหยียนแน่น

            “ถ้าเจ้าให้เวลาข้ามากกว่านี้ข้าต้องเหยียบเจ้าไว้ใต้แทบเท้าได้แน่” หลงเหยียนยังคงไม่ยอมแพ้

            เมื่อต้องอยู่ต่อหน้าพละกำลังที่ทรงพลังมีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่มีสิทธิ์พูด

            หลงเหยียนไม่ยอมแพ้แววตาที่แลดูไม่ท้อถอยทำให้เซียวปิงมั่วเห็นแล้วไม่สาแก่ใจ

            “มายาที่สองมายาสังหาร!”

            ผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่รอบข้างเบิกตาโพลงไม่กล้าเชื่อสายตาตัวเอง “อะไรนะเขาฝึกมายาที่สองของวิชามายาเก้าพิภพสำเร็จแล้วหรือ”

            พลังปราณถูกส่งไปที่นิ้วมือทั้งหมดพลังทะยานขึ้นฟ้า คล้ายฟ้าและดินเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภาพมายาปรากฏตรงหน้าทุกคน วินาทีต่อมา เซียวปิงมั่วเข้ามาประชิดข้างกายหลงเหยียน

            “ไสหัวไปตายเสีย...”

            ทุกคนหลับตาลงยิ่งไปกว่านั้น แม้กระทั่งหลงเหยียนเองยังรู้สึกเหมือนชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายลมหายใจกระชั้นขึ้น

            “หรือข้าจะพ่ายแพ้แบบนี้งั้นหรือตายในมือของเซียวปิงมั่ว แต่จะว่าไป มายาที่สองนี้น่ากลัวมากเลย”

            “พลังปราณที่ต่างกันถึงสิบเท่าแล้วข้าจะรอดชีวิตได้เช่นไร...”

            เวลานี้กายสุริยะกำลังเผชิญกับพลังที่แข็งแกร่งต่อให้จะมีกายสุริยะก็ไม่สามารถดูดแสงอาทิตย์มาเติมเต็มพลังปราณได้

            แววตาที่ไม่ยอมย่อท้อไม่มีทางพ่ายให้ใคร หลงเหยียนกลับมาปะทะกับเขา ไม่มีความกลัวเลยแม้แต่เสี้ยว

            ต่อให้วันนี้หลงเหยียนต้องแพ้หรืออาจถูกฆ่าตายแต่ในสายตาทุกคน หลงเหยียนก็ไม่ใช่คนอ่อนแออีกต่อไปเพราะเขาเป็นคนที่มีพลังขั้นที่ห้าเท่านั้นแต่สามารถบรรลุวิชาต่อสู้ระดับนี้ถือว่าไม่ธรรมดาแล้ว

            มายาสังหารที่น่ากลัวลำแสงระลอกหนึ่งกำลังพุ่งเข้ามา หลงเหยียนรวบรวมกำลังทั้งหมดที่มี กัดฟันแน่น

            หลงหยุนฉีก็ตกใจกลัวเช่นกันคล้ายเวลาทั้งหมดหยุดนิ่งเช่นนั้น!

            ชั่วเวลานั้นภายในกายหลงเหยียนวิญญาณมังกรที่ทรงพลังสัมผัสได้ รังสีพลังจากฝ่ายตรงข้ามกำลังพุ่งเข้ามาเข้าใกล้เซียวปิงมั่ว

            ทันใดนั้นหลงเหยียนสัมผัสได้ถึงพลังที่เหนือชั้นระลอกหนึ่งลากตนมาจากด้านหลังจากนั้นหลงเหยียนก็ลืมตาขึ้นทันที เห็นเพียงเงาหนึ่ง เงานั้นช่างคุ้นเคยทว่าวินาทีนั้นเขากลับนึกไม่ถึงว่าคือใคร!

            เขาถล่มพลังมายาสังหารของเซียวปิงมั่วสลายจากนั้นก็ประทับฝ่ามือลงที่หน้าอกเขา เซียวปิงมั่วถูกฝ่ามือนั้นกระแทกถอยหลัง

            “หยุดเดี๋ยวนี้!”นั่นคือเสียงของสตรี

            เสียงนั้นคุ้นเคยเหลือเกินหลงเหยียนรู้สึกตื่นเต้นมาก ในสมองปรากฏภาพของคนผู้หนึ่ง เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วเขาเติบโตมาได้เพราะเสียงนี้ เป็นคนที่ทำให้เขาคะนึงหาและเกลียดแค้น

            “เจ้าคือใคร!”

            หลงเหยียนทนความเจ็บปวดขณะที่กำลังจะพุ่งเข้าไปตรงหน้าเพื่อดูว่าเป็นใคร นางใช้ผ้าโพกหน้านางกดจุดที่เส้นชีพจรทำให้หลงเหยียนหยุด ฟิ้ว... ยาเม็ดหนึ่งเข้าปากหลงเหยียน

            ยาละลายและออกฤทธิ์ทันทีกำลังรักษาอาการบาดเจ็บในร่างกายเขาอย่างรวดเร็วเพียงแค่ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูเท่านั้น

            เขาไม่สนใจไยดีหลงเหยียนแต่มองไปทางเซียวปิงมั่ว “ในเมื่อข้ามาพบ วันนี้เจ้าห้ามทำร้ายเขามิฉะนั้นข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้น” หญิงผู้ลึกลับพูดจบก็เตรียมตัวจากไป

            หลงเหยียนคำรามทำลายจุดผนึก ไฟโมโหกำลังลุกโชนในใจ เขาพอเดาได้แล้วว่าสตรีตรงหน้าคือใคร

            “เว่ยเวย!”นางร่างสั่น หันกลับมามอง ฉีกผ้าโพกหน้าออกใบหน้าที่เผยให้เห็นไม่ใช่มารดาของหลงเหยียนแต่กลิ่นอายบนตัวนางเหมือนมารดาเขาไม่มีผิด โดยเฉพาะกลิ่นร่างกายของนาง

            หญิงผู้ลึกลับหันมามองหลงเหยียนด้วยสายตาเย็นชาน้ำเสียงที่เฉยเมยกำลังแบ่งกั้นหลงเหยียน

            “เจ้าหนุ่มข้าช่วยเจ้าเพราะผ่านมาทางนี้และไม่อยากเห็นการนองเลือด คาดว่าเจ้าคงจำคนผิดแล้ว”

            หลงเหยียนพุ่งไปตรงหน้านางอยู่ห่างจากนางในระยะประชิด

            “เว่ยเวยข้ารู้ว่าเจ้าไม่มีทางยอมรับแต่ข้าขอบอกเจ้าไว้เลยนะต่อให้วันนี้เจ้าช่วยชีวิตข้าไว้ แต่ข้าไม่มีทางตื้นตันหรอกส่วนความรู้สึกสนิทสนมที่ข้ามีไม่มีทางผิดแน่ความผิดที่เมื่อก่อนเจ้าทำไว้ในตระกูล ข้ารับผิดแทนเจ้าหมดแล้ว”

            ในเมื่อนางไม่ยอมรับหลงเหยียนก็หมดหนทาง เพียงแค่หัวใจเขาในตอนนี้กำลังนองเลือดไม่ว่าเหตุเกิดเพราะอะไร แต่เขาก็นึกไม่ถึงว่าจะพบกันอีกครั้งด้วยวิธีนี้

            --------------------

    คล้ายกับเรื่องมหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน ที่คุณอ่าน