เซียวปิงมั่วรวบรวมพลังปราณไว้ที่ฝ่ามือภายในเวลาอันสั้นรังสีจากพลังที่แข็งแกร่งทำให้หลงเหยียนสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของผู้แข็งแกร่งขั้นที่เจ็ด
“พี่เหยียนทั้งที่ท่านรู้ว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ยังจะลงมือกับเขาในตอนนี้อีกหรือหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ เหตุใดไม่รอลงมือในวันแข่งขันล่าสัตว์”
หลงเหยียนรู้ดีว่าตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าหมอนี่แต่วันนี้เขาจะปล่อยให้โดนดูถูกไม่ได้เด็ดขาด
พลังปราณที่อยู่ภายในกายกำลังขับเคลื่อนถูกส่งออกมาจากร่างกาย แต่ก็ยังต่างจากพลังขั้นที่เจ็ดเป็นสิบเท่าอยู่ดีพลังปราณไม่พออีกทั้งความแตกต่างของทักษะการต่อสู้ทำให้หลงเหยียนรู้สึกไร้เรี่ยวแรง
แต่ถ้าหลงเหยียนสวนกระแสเหมือนการกอดร่างและยอมรับการถูกกลืนเข้าไป ฝืนผสานหมัดสายฟ้าแปดทิศกับหมัดมายาไม่รู้ว่าจะต้านการโจมตีนี้ได้หรือไม่ อย่างน้อยการทำเช่นนั้นจะทำให้เขาต้องมองตนใหม่อีกครั้ง
“หยุนฉีเจ้ารีบหนีไป”
ทันใดนั้นหลงเหยียนคำรามเสียงดัง เสียงมังกรดังทะยานขึ้นฟ้า
“หมัดมายาแปดทิศ...”
ร่างกายหลงเหยียนผสานพลังหมัดทั้งสองทำให้เกิดพลังที่แข็งแกร่งพลังหมัดสายฟ้าแปดทิศหลอมกับรังสีพลังหมัดมายา ทำให้พลังเสถียรมากกว่าเดิม
ตูม...หลงเหยียนปล่อยหมัดออกมา...
ในเวลาเดียวกันเซียวปิงมั่วยังใช้ระเบิดพลังมายาเก้าพิภพออกมาอีกด้วย
เมื่อพวกเขาทั้งคู่ระเบิดออกมาลำแสงระยิบระยับปรากฏ หมัดมายาแปดทิศที่ทรงพลัง วินาทีต่อไปกลับทำให้หลงเหยียนบาดเจ็บอย่างมิอาจเปรียบจุดเชื่อมหลายจุดในร่างกายยังไม่ได้เชื่อมต่อกัน ทำให้หลงเหยียนเซถอยหลังหลายก้าว
เลือดในตัวหลงเหยียนพลุ่งพล่านวินาทีนี้มืดฟ้ามัวดิน คล้ายร่างกายหลงเหยียนกำลังจะฉีกขาดแล้ว
ส่วนเซียวปิงมั่วเองก็ถอยหลังหนึ่งก้าวเขามองหลงเหยียนด้วยความตกใจนึกไม่ถึงว่าเจ้าหมอนี่จะต้านพลังมายาที่หนึ่งของตนได้
“นี่เจ้าโชคดีเกินคาดแล้วตอนนี้ยังไม่ตายอีก” หลงหยุนฉีที่มองหลงเหยียนเอามือกุมหน้าอก น้ำตาก็ไหลริน
นางวิ่งเข้าไปด้วยความเร็ว...
แต่เลือดที่กำลังพลุ่งพล่านทรงพลังยิ่งไม่สามารถกดทับหรือควบคุมได้ เลือดพ่นออกมาจากปาก
ร่างกายหลงเหยียนยังคงไม่ได้ล้มลงมองหลงหยุนฉีที่กำลังร้องไห้แล้วยื่นมือไปเช็ดน้ำตาอย่างนุ่มนวล
“หยุนฉีไม่ต้องร้อง เจ้ารู้ดีว่าข้าไม่อยากเห็นสตรีร่ำไห้ โดยเฉพาะเจ้า...”
หลงหยุนฉีส่ายหน้าไปมา
หลงเหยียนกระอักเลือดแล้วหันไปมองเซียวปิงมั่ว“เจ้าแกร่งมากจริงๆ แต่เจ้ากล้าให้เวลาข้าหน่อยหรือไม่ให้ข้าได้สู้กับเจ้าในวันแข่งขันล่าสัตว์วันนี้ข้าล้มคนตระกูลเซียวขั้นที่หกสองคนแล้ว พลังปราณลดลงไปมากกว่าครึ่ง ต่อให้วันนี้เจ้าจะเอาชนะข้าได้แต่ก็ถือเป็นการชนะที่ไม่โปร่งใส”
ตอนแรกหลงเหยียนอยากท้าทายเขาเป็นการสู้ครั้งสุดท้าย แต่เขากลับประเมินความโหดเหี้ยมของเซียวปิงมั่วต่ำเกินไป
“หลงเหยียนเจ้าบ้าไปแล้วหรือ มีหรือที่ข้าจะปล่อยโอกาสในวันนี้ไป ถ้าเป็นเมื่อก่อนบางทีข้าอาจยอม แต่วันนี้เพื่อพี่ชายข้า เจ้าต้องตายสถานเดียว”
เซียวปิงมั่วไม่มีทางปล่อยให้หลงเหยียนมีโอกาสขณะที่กำลังยิ้มอย่างเย็นชาพลางเดินเข้ามาหาหลงเหยียนผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่รอบข้างนั้นหลบไปไกลมากมีเพียงหลงหยุนฉีเท่านั้นที่ประคองหลงเหยียนแน่น
“ถ้าเจ้าให้เวลาข้ามากกว่านี้ข้าต้องเหยียบเจ้าไว้ใต้แทบเท้าได้แน่” หลงเหยียนยังคงไม่ยอมแพ้
เมื่อต้องอยู่ต่อหน้าพละกำลังที่ทรงพลังมีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่มีสิทธิ์พูด
หลงเหยียนไม่ยอมแพ้แววตาที่แลดูไม่ท้อถอยทำให้เซียวปิงมั่วเห็นแล้วไม่สาแก่ใจ
“มายาที่สองมายาสังหาร!”
ผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่รอบข้างเบิกตาโพลงไม่กล้าเชื่อสายตาตัวเอง “อะไรนะเขาฝึกมายาที่สองของวิชามายาเก้าพิภพสำเร็จแล้วหรือ”
พลังปราณถูกส่งไปที่นิ้วมือทั้งหมดพลังทะยานขึ้นฟ้า คล้ายฟ้าและดินเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภาพมายาปรากฏตรงหน้าทุกคน วินาทีต่อมา เซียวปิงมั่วเข้ามาประชิดข้างกายหลงเหยียน
“ไสหัวไปตายเสีย...”
ทุกคนหลับตาลงยิ่งไปกว่านั้น แม้กระทั่งหลงเหยียนเองยังรู้สึกเหมือนชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายลมหายใจกระชั้นขึ้น
“หรือข้าจะพ่ายแพ้แบบนี้งั้นหรือตายในมือของเซียวปิงมั่ว แต่จะว่าไป มายาที่สองนี้น่ากลัวมากเลย”
“พลังปราณที่ต่างกันถึงสิบเท่าแล้วข้าจะรอดชีวิตได้เช่นไร...”
เวลานี้กายสุริยะกำลังเผชิญกับพลังที่แข็งแกร่งต่อให้จะมีกายสุริยะก็ไม่สามารถดูดแสงอาทิตย์มาเติมเต็มพลังปราณได้
แววตาที่ไม่ยอมย่อท้อไม่มีทางพ่ายให้ใคร หลงเหยียนกลับมาปะทะกับเขา ไม่มีความกลัวเลยแม้แต่เสี้ยว
ต่อให้วันนี้หลงเหยียนต้องแพ้หรืออาจถูกฆ่าตายแต่ในสายตาทุกคน หลงเหยียนก็ไม่ใช่คนอ่อนแออีกต่อไปเพราะเขาเป็นคนที่มีพลังขั้นที่ห้าเท่านั้นแต่สามารถบรรลุวิชาต่อสู้ระดับนี้ถือว่าไม่ธรรมดาแล้ว
มายาสังหารที่น่ากลัวลำแสงระลอกหนึ่งกำลังพุ่งเข้ามา หลงเหยียนรวบรวมกำลังทั้งหมดที่มี กัดฟันแน่น
หลงหยุนฉีก็ตกใจกลัวเช่นกันคล้ายเวลาทั้งหมดหยุดนิ่งเช่นนั้น!
ชั่วเวลานั้นภายในกายหลงเหยียนวิญญาณมังกรที่ทรงพลังสัมผัสได้ รังสีพลังจากฝ่ายตรงข้ามกำลังพุ่งเข้ามาเข้าใกล้เซียวปิงมั่ว
ทันใดนั้นหลงเหยียนสัมผัสได้ถึงพลังที่เหนือชั้นระลอกหนึ่งลากตนมาจากด้านหลังจากนั้นหลงเหยียนก็ลืมตาขึ้นทันที เห็นเพียงเงาหนึ่ง เงานั้นช่างคุ้นเคยทว่าวินาทีนั้นเขากลับนึกไม่ถึงว่าคือใคร!
เขาถล่มพลังมายาสังหารของเซียวปิงมั่วสลายจากนั้นก็ประทับฝ่ามือลงที่หน้าอกเขา เซียวปิงมั่วถูกฝ่ามือนั้นกระแทกถอยหลัง
“หยุดเดี๋ยวนี้!”นั่นคือเสียงของสตรี
เสียงนั้นคุ้นเคยเหลือเกินหลงเหยียนรู้สึกตื่นเต้นมาก ในสมองปรากฏภาพของคนผู้หนึ่ง เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วเขาเติบโตมาได้เพราะเสียงนี้ เป็นคนที่ทำให้เขาคะนึงหาและเกลียดแค้น
“เจ้าคือใคร!”
หลงเหยียนทนความเจ็บปวดขณะที่กำลังจะพุ่งเข้าไปตรงหน้าเพื่อดูว่าเป็นใคร นางใช้ผ้าโพกหน้านางกดจุดที่เส้นชีพจรทำให้หลงเหยียนหยุด ฟิ้ว... ยาเม็ดหนึ่งเข้าปากหลงเหยียน
ยาละลายและออกฤทธิ์ทันทีกำลังรักษาอาการบาดเจ็บในร่างกายเขาอย่างรวดเร็วเพียงแค่ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูเท่านั้น
เขาไม่สนใจไยดีหลงเหยียนแต่มองไปทางเซียวปิงมั่ว “ในเมื่อข้ามาพบ วันนี้เจ้าห้ามทำร้ายเขามิฉะนั้นข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้น” หญิงผู้ลึกลับพูดจบก็เตรียมตัวจากไป
หลงเหยียนคำรามทำลายจุดผนึก ไฟโมโหกำลังลุกโชนในใจ เขาพอเดาได้แล้วว่าสตรีตรงหน้าคือใคร
“เว่ยเวย!”นางร่างสั่น หันกลับมามอง ฉีกผ้าโพกหน้าออกใบหน้าที่เผยให้เห็นไม่ใช่มารดาของหลงเหยียนแต่กลิ่นอายบนตัวนางเหมือนมารดาเขาไม่มีผิด โดยเฉพาะกลิ่นร่างกายของนาง
หญิงผู้ลึกลับหันมามองหลงเหยียนด้วยสายตาเย็นชาน้ำเสียงที่เฉยเมยกำลังแบ่งกั้นหลงเหยียน
“เจ้าหนุ่มข้าช่วยเจ้าเพราะผ่านมาทางนี้และไม่อยากเห็นการนองเลือด คาดว่าเจ้าคงจำคนผิดแล้ว”
หลงเหยียนพุ่งไปตรงหน้านางอยู่ห่างจากนางในระยะประชิด
“เว่ยเวยข้ารู้ว่าเจ้าไม่มีทางยอมรับแต่ข้าขอบอกเจ้าไว้เลยนะต่อให้วันนี้เจ้าช่วยชีวิตข้าไว้ แต่ข้าไม่มีทางตื้นตันหรอกส่วนความรู้สึกสนิทสนมที่ข้ามีไม่มีทางผิดแน่ความผิดที่เมื่อก่อนเจ้าทำไว้ในตระกูล ข้ารับผิดแทนเจ้าหมดแล้ว”
ในเมื่อนางไม่ยอมรับหลงเหยียนก็หมดหนทาง เพียงแค่หัวใจเขาในตอนนี้กำลังนองเลือดไม่ว่าเหตุเกิดเพราะอะไร แต่เขาก็นึกไม่ถึงว่าจะพบกันอีกครั้งด้วยวิธีนี้
--------------------