"ส่วนเจ้าหมีควาย เจ้าจัดการเจ้าหนุ่มบอบบางในวงล้อมนี้ แล้วสยบสตรีไว้ เจ้าหัวม้าจัดการพวกปากแข็งพวกนี้ให้หมดอย่าให้มีผู้รอดชีวิตแม้แต่ผู้เดียว..!!"
ผู้เป็นพี่ใหญ่สั่งการด้วยความเดือดดาลที่มิมีผู้ใดบอกถึงคนที่สังหารเหล่าสมาชิกเยาวว์วัยของพวกมันแถมนายน้อยบุตรของผู้เป็นหัวหน้าถึงกับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยด้วย พวกมันที่ตามมาอารักขาก่อนหน้านี้มัวแต่ไปทำการรีดไถร้านรวงต่าง ๆ ปล่อยให้บุตรของผู้เป็นหัวหน้าออกไปหาความสำราญตามลำพังกับผู้ติดตามห้าคน โดยมิคิดว่าจะมีเรื่องราวใดเกิดขึ้นได้
เพราะด้วยพลังฝีมือของนายน้อยพลังปราณขุนพลระดับเก้าขั้นต้นและสมุนนายน้อยล้วนต่างมีระดับปราณขุนพลระดับครึ่งก้าวสู่ราชันย์ทั้งสิ้น ซึ่งสี่ห้าวันก่อนหน้านี้พวกนายน้อยของตนก็ออกมารีดไถและฉุดลากสตรีแทบทุกวันก็หามีผู้ใดขัดขวางได้ไม่ พวกมันเมื่อได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือของนายน้อยก็รีบตามมายังจุดที่ปล่อยสัญญาณในทันที เมื่อมาถึงกลับพบแต่ร่องรอยและซากของเถ้าถ่านเท่านั้นมิเห็นนายน้อยและสมุนทั้งหลายแม้แต่เงาสร้างความร้อนใจให้แก่พวกมันยิ่ง หลังจากสั่งการเสร็จทุกคนเตรียมขยับจะลงมือ แต่ยังไม่ทันที่จะมีการเคลื่อนไหวใด ๆ เสียงราบเรียบเสียงหนึ่งได้ดังขึ้นจากปากบุรุษหนุ่มสายตาสงบนิ่งที่คล้ายมิเห็นพวกตนอยู่ในสายตา เบื้องหน้า กล่าวขึ้น
"พวกเจ้ามิต้องถามหาให้วุ่นวายหรอก เดี๋ยวพวกเจ้าก็จะได้ตามไปพบเจอกับพวกมันทั้งหก พวกมันได้ถูกข้าส่งไปรอพวกเจ้าล่วงหน้าแล้ว..!!"
"พวกท่านถอยไปรอด้านหลัง ให้ข้าจัดการเอง"
กังหลงกล่าวขึ้น
"เจ้ารึที่เป็นคนทำ..? แค่ปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดกลับกล้าโอ้อวดถึงเพียงนี้ ..เป็นเจ้าใช่เล่ห์ร้ายใดทำร้ายพวกนายน้อย..!! เจ้าผีตายซากกำจัดมันซะ..!! ให้มันได้รู้ว่าการล่วงเกินกลุ่มพยัคฆ์โลหิตแล้วผลจะเป็นเช่นไร"
"เคี๊ยก ..เคี๊ยก..แค่ปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดกลับอวดเบ่ง..จงตายซะ..!!"
เจ้าผู้ที่ถูกเรียกว่าผีตายซากปลดปล่อยระดับปราณราชันย์ออกมา ใช้ท่าร่างอันรวดเร็วพุ่งเข้าหากังหลงเกร็งฝ่ามือด้วยพลังเปี่ยมล้น เจตนาจะกำจัดบุรุษหนุ่มให้สิ้นซากในคราเดียว
"วูบบ"
"ฝ่ามืออสุภะ ..จงสลายไปซะ..!!"
"บึ้ม..!!"
ร่างกังหลงได้หายวูบไปต่อหน้าไปปรากฎตัวด้านหลังเจ้าผีตายซากอย่างปาฏิหาริย์ ฝ่ามือของเจ้าผีตายซากเพียงฟาดใส่พื้นที่กังหลงอยู่จนเศษดินเศษศิลาฟุ้งกระจายไปทั่ว..ทุกคนต่างตกตะลึงจนปากอ้าตาค้างในท่าร่างอันรวดเร็วของกังหลง ยกเว้นนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะผู้เดียวที่เคยเห็นท่าร่างของกังหลงก่อนหน้านี้ พร้อมกันนั้นกังหลงได้ฟาดฝ่ามือเข้าใส่บริเวณบ้องหูของผีตายซากจนปรากฎเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จนผู้ที่มองดูถึงกับเสียวบ้องหูถึงกับเผลอเอามือไปลูบบ้องหูตัวเอง
"เผี๊ยะ..!!"
"โครม..."
"อั๊ก.."
เจ้าผีตายซากหมุนคว้างเหมือนนกปีกหักหัวทิ่มทิ่มไปเบื้องหน้าปากและจมูกครูดไปกับพื้นเป็นทางยาวจนแดงเถือกมีเศษฟันสีขาวปะปนอยู่ในรอยโลหิตสามถึงสี่ซี่..ทั้งหยางเช็งซีหยางเสี่ยวเอ่อร์ชายกลางคนชุดสีทองและผู้คนที่ชมดูต่างตื่นตะลึงรู้สึกเจ็บปวดแทนเผลอครางออกมา
"อาาา.."
"น้องกังหลงถึงกับเก่งกาจปานนี้ตบทีเดียวถึงกับทำให้ราชันย์สิ้นท่า"
อีกสามคนที่เหลือของกลุ่มพยัคฆ์โลหิตก็ถึงกับงุนงงต่อเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กล่าวเหมือนคนติดอ่าง
"เป..เป็น..เป็น ไป ..ไม่ ได้...!!"
"นั่นมันท่าร่างใดถึงกับได้รวดเร็วนัก"
"เจ้าหมีควายเจ้าหัวม้าเข้าไปช่วยเจ้าผีตายซากพร้อมกัน...รีบกำจัดเจ้าหนุ่มนั่น"
ผู้เป็นพี่ใหญ่ก็ยังดูไม่ออกว่าบุรุษหนุ่มที่สำรวจว่ามีระดับปราณขุนพลขั้นหนึ่งระดับขั้นสุดเคลื่อนไหวด้วยท่าร่างใดถึงหลบรอดการจู่โจมแถมเคลื่อนไปอยู่ด้านหลังเจ้าผีตายซากและยังตบบ้องหูกลับโดยที่เจ้าตัวมิอาจทำอันใดได้เลยตัวมันถึงกับเปลี่ยนท่าที ต้องมองเจ้าหนุ่มร่างบอบบางเบื้องหน้าใหม่และเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ย่อมไม่ธรรมดาแล้วจึงสั่งให้อีกสองคนไปช่วยเหลือเจ้าผีตายซากอีกแรงหนึ่ง
"แก..ต....ต้อ...ง...ตา..ยย..!!"
เจ้าผีตายซากลุกขึ้นมาด้วยความโกรธแค้นบัดนี้หน้าตามันยิ่งอัปลักษณ์คล้ายปีศาจเข้าไปจริง ๆ แล้วหน้าตาเปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตฟันหน้าทั้งสี่ซี่หายไปทั้งหมดทำให้คำพูดที่กล่าวออกมาแทบฟังไม่ได้ศัพท์ สองราชันย์ได้เข้ามาสมทบและทั้งสามราชันย์ก็ได้ลงมือจู่โจมพร้อมกันในทันที
"ฟ้าว"
"ย๊ากกกก"
"หมีถล่มเขาพระสุเมรุ"
"อาชาถล่มปฐพี.."
"อสุภะแยกสังขาร.."
ทุกท่าโจมตีอันรุนแรงพลังแห่งปราณราชันย์อันกราดเกรี้ยวแผ่กดดันจนผู้คนที่ระดับพลังฝีมืออ่อนแออึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกต่างพากันถอยหนีพลังกดดันอันรุนแรงนี้ กังหลงสีหน้ายังเรียบเฉยสัมผัสได้กับพลังปานขุนเขาถล่มเข้าเททับเข้าหาตนรีบโคจรพลังเต็มเปี่ยมด้วยทักษะลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติ ลมปราณไหลเวียนรวดเร็วผ่านจุดจักระทั้งเจ็ดและชีพจรทั้งห้าสิบสี่จุดกายาเริ่มเปล่งเป็นสีทองแดง พลันเคลื่อนกายด้วยท่าร่างเก้ากายาอัศนีไม่ทิ้งรอยปรากฎกังหลงขึ้นสามร่างที่เหมือนกันมิผิดเพี้ยนพุ่งเข้าต้านรับทั้งสามราชันย์ที่พุ่งจู่โจมเข้ามาจนบังเกิดเสียงระเบิดกึกก้อง
"วูบบ...วูบบ..วูบบ"
"บึ้ม..!!"
ร่างทั้งสามของราชันย์กลุ่มพยัคฆ์โลหิตถูกกระแทกสะท้อนกลับไปถึงห้าก้าวกว่าจะทรงตัวหยุดลงได้ลมปราณที่ปั่นป่วนชั่วครู่จึงสงบลง ร่างเงาของกังหลงสลายไปวูบหลงเหลือเพียงร่างแท้จริงยืนนิ่งกับที่เหมือนมิมีเรื่องใดเกิดขึ้นสร้างความตื่นตะลึงแก่ผู้เฝ้าชมการต่อสู้อันดุเดือดนี้ตระกูลหยางทั้งสามถึงกับยืนนิ่งเหมือนถูกสาปขยี้ตาไปมาเหมือนไม่เชื่อกับภาพที่ปรากฎผู้เป็นพี่ใหญ่ของราชันย์ทั้งสี่ยืนอึ้งไม่อยากจะเชื่อสายตากับสิ่งที่เกิดขึ้นหลากหลายเสียงดังระงมออกมา
"ถึงกับมีเจ้าหนุ่มนั่นสามคนเข้าต้านรับราชันย์ทั้งสามโดยมิเพลี่ยงพล้ำนั่นมันท่าร่างใด..วิชาฝีมือใดกัน ?"
"เกิดน้องกังหลงขึ้นสามคน..นี่มันท่าร่างเลิศล้ำใดกัน ?"
"เจ้าหนุ่มนั่นถึงกับสามารถแยกร่างออกมาสามร่างเข้าต่อสู้กับอันธพาลทั้งสามที่เป็นระดับราชันย์ แถมจากการปะทะเมื่อกี้กลับมีเปรียบเจ้าสามคนนั่นเสียอีกดูสิมิได้ก้าวถอยแม้แต่น้อย ...โอ้สวรรค์มันเป็นไปได้อย่างไร?"
""พวกเจ้าทั้งสามเป็นอย่างไรบ้าง บาดเจ็บบอบช้ำกันบ้างรึปล่าว ?.."
ผู้เป็นพี่ใหญ่กล่าวถาม เจ้าหัวม้ารีบกล่าวขึ้น
"เจ้าหนุ่มนี่ตึงมือมีท่าร่างและทักษะที่ประหลาดพิกลผิวกายก็คล้ายหนาและแข็งแกร่งกว่าปกติมากนักพวกเราต้องร่วมมือกันทั้งหมดแล้วพี่ใหญ่ และควรเรียกหัวหน้ามากำราบมันมิเช่นนั้นการที่กลุ่มพยัคฆ์โลหิตคิดจะยึดครองที่นี่คงไม่ง่ายดายแล้ว ..!!"
ผู้เป็นพี่ใหญ่ได้ฟังเช่นนั้นรีบส่งสัญญาณช่วยเหลือพลุสีดั่งโลหิตถูกปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้าและรีบทะยานกายเข้าไปรวมกับพี่น้องอีกสามคนตวาดส่งเสียงให้ทั้งสี่ลงมือพร้อมกันเพื่อกำจัดบุรุษหนุ่ม
"ทั้งหมดลงมือพร้อมกันทุ่มเทพลังทั้งหมดจัดการเจ้าหนุ่มนี่ซะก่อน หากเกินกำลังให้ปิดสกัดหนทางถอยของมันรอให้หัวหน้าและคนอื่น ๆมาถึงจะได้เแก้แค้นให้นายน้อยฟู่เฉิง"
นงคราญสุรางค์สวรรค์เห็นเช่นนั้นรีบกล่าวเตือนกังหลงในทันที
"กงจื้อ..พวกมันส่งสัญญาณเรียกกำลังเสริมแล้วท่านรีบรวบรัดจัดการโดยเร็ว มิเช่นนั้นรอจนพวกมันมาถึงเกรงว่าเรื่องราวคงไม่ง่ายดายแล้ว มิทราบต้องการให้ข้าช่วยเหลือท่านอีกแรงหรือไม่"