เทพยุทธ์ฟ้าประทาน

    ตอนที่ 12 ผู้อาวุโสสูงสุด

    เมื่อหลินฮันและหลินต่งได้มาถึงตำหนักวิชายุทธ ก็ได้แสดงตราของสำนักแก่ผู้อาวุโสซุนเหวย ผู้เฝ้าตำหนัก“พวกเจ้าสามารถอยู่ได้เพียง 3 ชั่วยามเท่านั้น ห้ามคัดลอกตำรา ห้ามลักขโมย หากจับได้จะถูกตัดมือทำลายพลังยุทธและขับออกจากสำนักทันที หากครบเวลาแล้วให้รีบออกมาโดยพลัน แล้วให้มาใหม่ในเดือนหน้า เข้าใจหรือไม่”การใช้ตำหนักวิชายุทธนั้นศิษย์สายนอกจำกัดเพียง 1 ชั่วยาม ศิษย์สายใน 3 ชั่วยาม อีกทั้งแต่ละเดือนสามารถมาใช้ได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น ส่วนศิษย์หลักนั้นหรือพวกมันจักมาหรือจักไปเมื่อใดก็ย่อมได้ตำราทักษะในตำหนักวิชายุทธนั้นมีมากมายมหาศาล เพียงแต่ว่ามิมีตำราเล่มใดที่เป็นตำราระดับจักรพรรดิขึ้นไปเลยแม้สักเล่มเดียว มีเพียงตำราระดับราชันลงมาเท่านั้นเพราะทักษะระดับจักรพรรดิจะต้องเป็นศิษย์หลักทั้ง 10 คนเท่านั้นจึงมีโอกาสฝึกฝน ถึงจะมีเพียงระดับราชันลงมา ก็มิใช่เรื่องง่ายที่ศิษย์จะจดจำทักษะนั้นๆเพียง 3 ชั่วยามหลินฮันเดินดูไปเรื่อยเปือย มันสุ่มหยิบขึ้นมาเล่มหนึ่งติ่ง! [ท่านได้รับทักษะระดับราชัน เคล็ดจิตสมุทร สามารถผนึกลมปราณเอาไว้ที่อาวุธ ช่วยเพิ่มพลังโจมตี]ติ่ง! [ท่านได้รับทักษะระดับราชัน เพลงดาบร้อยแปรเปลี่ยน เป็นวิชาที่เรียบง่ายแต่หนักหน่วงและโจมตีได้รุนแรง]“แค่จับก็ได้ ง่ายๆงี้เลยหรือ” หลินฮันเดินจับนั้นจับนี่ไปเรื่อยๆ เจอวิชาที่สนใจจึงจดจำชื่อวิชานั้นไว้เดินไปเดินมามันมองเห็นตำราเก่าแก่ฝุ่นเกาะอยู่ 2 เล่ม พอเดินมาสำรวจใกล้จึงได้รู้ว่าตำราพวกนี้ขาดหายมากกว่าครึ่ง ระบบจะสามารถทำให้มันสมบูรณ์ได้หรือไม่นะติ่ง! [ท่านได้รับทักษะระดับเหนือเทวะ ง้าวโลหิตพิชิตสวรรค์  กระบวนท่าเพียง 1 ครั้งแต่พลังโจมตีรุนแรงหนักหน่วงดุจขุนเขา]“ดีละข้าจะเขียนวิชานี้ให้พี่ต่งหลังจากออกไป อีกเล่มจะเป็นวิชาอะไรกันนะ”ติ่ง! [ท่านได้รับทักษะระดับตำนาน ภูษาสวรรค์ เป็นวิชาที่ทำให้เกิดออร่าโปรงแสงรอบกายของผู้ใช้ สามารถป้องกันการโจมตีจากผู้มีพลังบ่มเพาะมากกว่าตนไม่เกิน 1 ขั้นใหญ่ 1 ครั้ง ระยะการใช้งาน ครึ่งชั่วยาม]“วะวะวิชาระดับป้องกันตัวตำนาน! แถมป้องกันได้ถึง 1 ขั้นใหญ่ งี้ก็แสดงว่าพี่ไร้เทียมทานแล้วสินะ ฮาฮ่าฮา” หลินฮันเผลอหัวเราะเสียงดังจนลืมตัว
    “เจ้าจักเสียงดังเกินไปแล้ว อ่านเงียบๆจักตายหรือไร”ปรากฏเสียงสตรีผู้หนึ่งดังสนั่นตำหนักวิชายุทธ นางเดินมาหาหลินฮันอย่างรวดเร็วด้วยท่าทีไม่พอใจ นานทีปีหนนับว่ายากนักที่นางจะมาตำหนักแห่งนี้แต่ทำไมพอนางมาเท่านั้นถึงได้มีคนกล้าหัวเราะเสียงดังรบกวนสมาธิเช่นนี้ พอมองเห็นตำราในมือหลินฮันนางก็ยกยิ้มขึ้นมา“เจ้าเข้าใจตำรา 2 เล่มนี้งั้นรึถึงได้หัวเราะเสียงดังขนาดนั้น”หลินฮันมองผู้มาใหม่ถึงกับตื่นตะลึง นางเป็นสตรีวัยกลางคนผิวสีแทน จัดว่าหน้าตาดีแต่ที่สำคัญ แม่เจ้า โอ้! นั้นมันบักแตงโม โอ้! นั้นมันบักส้มโอ โอ้! นี้คงเป็นบักพร้าวน้ำหอม มันคิดในใจ“ข้าขออภัยท่านด้วยขอทับ เอ้ย ขอรับท่านที่หญิง ข้าเข้าใจเพียงเล่มเดียวนะขอรับ แต่น่าเสียดายยิ่งนักที่ตำราทักษะเล่มนี้มันขาดหายไปหลายส่วน” หลินฮันยกตำราทักษะภูษาสวรรค์ ขึ้นมาพลางตีหน้าเศร้า“พี่หญิงงั้นรึ เจ้าเด็กนี่ช่างเข้าใจพูดนัก”นางยกยิ้มอย่างพอใจ ความโกรธเมื่อครู่ได้มลายหายไปจนหมดสิ้น“ข้าเคยศึกษาตำราเล่มนั้น แต่มิอาจเข้าใจแม้เพียงเสี้ยวเดียว เจ้าบอกว่าเจ้าสามารถเข้าใจได้งั้นรึ เช่นนั้นช่วยแสดงวิชานั้นให้ข้าดูได้หรือไม่”หลินฮันพลางคิดในใจ “ไม่น่าเลยตู ฮันเอ้ยฮันหาเรื่องใส่ตัวอีกแล้ว มันอ้ำๆอึ้งๆเกรงว่าหากแสดงวิชาภูษาสวรรค์ไปแล้วนั้น สตรีตรงหน้ามันนี้จะต้องบังคับให้มันถ่ายทอดวิชาให้เป็นแน่ นับว่าเป็นเรื่องยุ่งยากโดยแท้”ทันใดนั้นผู้อาวุโสซุนเหวย ผู้ดูแลตำหนักได้เดินมาแล้วกล่าวโดยมิทันมองเห็นผู้คนด้านหน้าว่า “ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่ามิให้เจ้าส่งเสียงดัง” มันคำรามออกมาด้วยความโอหัง มันเป็นผู้ดูแลตำหนักนี้ย่อมมีสิทธิ์ที่จักเสียงดังได้ทันใดนั้นมีเสียงของสตรีตอบรับมันอย่างทันควัน “เจ้าว่าอันใดนะ ลองพูดใหม่อีกครั้งซิ”“เอ๋ เสียงนี้เหตุใดจึงคุ้นหูยิ่งนัก” พอได้เห็นหน้าตาสตรีผู้นั้นมันสั่นเป็นจ้าวเข้า“ผะผะผู้อาวุโสสูงสุดฉีเย่ว”“ใช่ข้าเอง เจ้ามันใช้การมิได้ ไปๆพุ่งหลัง 10,000 ยกหน้าตำหนัก อย่าให้ข้าได้รู้ว่าเจ้านับข้าม มิเช่นนั้นจักโดนดี”“ขอรับท่านผู้อาวุโสสูงสุด” มันนึกมิถึงเลยว่าผู้ที่เสียงดังนั้นจะเป็นผู้อาวุโสสูงสุด หากมันมองก่อนตะโกนสักนิด คงได้ประจบเอาใจท่านผู้อาวุโสสูงสุดไปแล้วหลินฮันถึงกับยืนแข็งทื่อ นางเป็นผู้อาวุโสสูงสุด! ตัวหลินฮันเคยได้ยินเรื่องผู้อาวุโสสูงสุดมามิน้อยคิดว่าจะเป็นยายแก่หนังเหี่ยวซะอีก ที่ไหนได้ยังสวยสะบึมขนาดนี้ เห็นทีคงจะมิมีทางหลีกเลี่ยงได้แล้ว มันพลาดเองที่ไม่ได้ตรวจสอบพลังของนาง“เจ้าแสดงให้ข้าดูได้แล้ว” ฉีเย่วกล่าวขึ้นมาพรึบ! ออร่าสีขาวสะอาดตากระจายไปทั่วร่างกายของหลินฮัน เปล่งแสงแวววาวยิ่งนักฉีเย่วถึงกับตาเป็นประกาย รับรู้ได้ถึงพลังป้องกันทางร่างกายของหลินฮันที่เพิ่มมากขึ้นอย่างมาก นางอยากเรียนรู้อย่างแท้จริงแต่ติดตรงที่นางนั้นเป็นถึงผู้อาวุโสสูงสุด จะขอให้ศิษย์ในสำนักตนเองสอนวิชาให้ก็คงจะดูไม่ดี นางถอนหายใจเบาๆ“เอาละข้าเชื่อแล้ว เจ้าชื่ออันใดแล้วเป็นศิษย์ของผู้ใด พรสวรรค์ของเจ้ามิเลวเลย”“ข้าน้อยหลินฮัน ศิษย์สายในลำดับที่ 50 ขอรับ ข้าน้อยเป็นเพียงศิษย์ธรรมดาเท่านั้นยังมิมีผู้ใดรับเป็นศิษย์”ทันทีที่ฉีเย่วกำลังจะกล่าวอะไรออกมานั้น ตราหยกสื่อสารของนางพลันส่องสว่างขึ้นทันที นางหยิบตราหยกขึ้นมาฟังสักพักจึงหมุนกายจากไป โดยทิ้งให้หลินฮันยืนงงอยู่ตรงนั้น