ฉันเป็นสาวน้อยหูเเมว ที่ไปติดอยู่ในต่างโลกล่ะ!

    บทที่ 33 หูเเมวรับฟังปัญหาของบันนี่อีกครั้ง [98%]


                                 เมื่อฉันเเยกกับคุณเลโอเเล้วฉันก็เดินมารับเฟย่าเเละราฟเน่ที่อยู่หน้าห้อง


                                  พอมาถึงทั้งสองคนต่างก็เอียงคอมองฉันอย่างสงสัย


                                  /"คุณภูติล่ะค่ะ?"/ /"ภูติน้อย...ไปไหน?"/


                                  "พอดีฟีต้าเขาจะอยู่ในการดูเเลของกิลด์มาสเตอร์จนกว่าจะถึงเวลากลับของฟีต้าน่ะ"


                                  ก็นะ มาอยู่กับฉันมันก็ยังไงอยู่ ให้เธออยู่กับกิลด์มาสเตอร์น่าจะดีกว่า เพราะไหนๆภารกิจที่รับมาก็สำเร็จเเล้วจะให้ตัวติดต่อไปมันก็คงไม่ได้


                                   "จากนี้ฉันมีนัดนะ เเต่ก่อนหน้านั้นฉันจะพาทั้งสองคนไปลงทะเบียนกับกิลด์ก่อน"


                                   *หงึกๆ*


                                   ทั้งสองพยัคหน้ารับคำเเละเดินตามฉันไปชั้นล่างของกิลด์ พอหันไปทางที่ประชาสัมพันธ์ของกิลด์ฉันก็เจอกับคุณเทร่าที่เป็นพนักงานก่อนหน้านี้อีกครั้ง


                                    "คุณฟราน มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ เห็นเข้าไปคุยกับท่านเจ้าเมอืงเเละกิลด์มาสเตอร์..."


                                    พอเดินเข้าไปหาเธอในตอนที่ไม่มีคนอยู่ที่หน้าจุดประชาสัมพันธ์ตัวฉันก็ถูกถามเเบบนั้น


                                     "มันเป็นความลับน่ะเพราะงั้นบอกไม่ได้หรอก"


                                     "ค-ค่ะ เข้าใจเเล้ว..."


                                     กระทั่งคุณเทร่าที่งานกับกิลด์มาสเตอร์บ่อยก็ยังไม่รู้เรื่องที่พวกเราคุยกันนี่ คงต้องบอกว่าสมเเล้วจริงๆที่ในห้องนั้นมีเวทย์ป้องกันไม่ให้เสียงมันหลุดลอดออกไปภายนอกได้


                                      "อ่ะ เเล้ววันนี้มารับค่าตอบเเทนอีกส่วนนึงที่ติดไว้ก่อนใช่หรือเปล่าคะ? ถ้างั้นเชิญคุณฟรานมาที่ห้องเก็บสินค้าเลยนะคะ ทางเราเตรียมมาให้พร้อมเเล้วเรียบร้อย"


                                       เธอว่าเเบบนั้นเเละผายมือไปทางห้องเฉพาะพนักงานที่ฉันเคยเข้าไป


                                       "ก็มาเพราะเรื่องนั้นด้วยเเหละ เเต่อีกเรื่องคือจะพาสองคนนี้มาลงทะเบียนเป็นนักผจญภัยน่ะ"


                                       ว่าเเล้วฉันก็เเนะนำพวกเธอให้คุณเทร่ารู้จักโดยบอกไปว่าคนผมสีฟ้าชื่อเฟย่าส่วนคนผมสีชมพูชื่อราฟเน่


                                       "พวกเธอค่อนข้างขี้อายน่ะทำให้ไม่ค่อยกล้าพูดคุยกับใครเท่าไหร่"


                                       อธิบายเสริมไปอีกนิดเพื่อไม่ให้เรื่องของพวกเธอเป็นที่น่าสนใจเกินไป


                                       "อ่ะ เอ่อ ถึงทั้งคู่จะเป็นมนุษย์เเมวเหมือนคุณฟรานก็เถอะ เเต่ดูจากชุดที่ทั้งคู่สวมอยู่เเล้วคงเป็นนักดาบยอดฝีมือล่ะสินะคะ"


                                       "ก็...ประมาณนั้นเเหละ"


                                       "เฮ้อ เข้าใจเเล้วค่ะ ฉันจะเอาหินเวทย์มาทำบัตรให้ทั้งคู่เอง"


                                       "ฝากด้วยค่ะ"


    *


                     ระหว่างที่ทั้งสองคนไปตรวจสอบข้อมูลที่คริสตัล ฉันก็เดินตามพนักงานคนอื่นเข้าไปเอาเงินในส่วนที่พวกเขาติดค้างฉันไว้ รวมๆเเล้วก็มีเยอะพอตัว ฉันน่าจะเอาไปซื้อที่ดินเเถวนี้เเละสร้างบ้านสักหลังได้ เเต่ตอนนี้ยังต้องเผื่อเงินบางส่วนไปไถ่ตัวเเม่ของบันนี่ออกมาด้วยเเละไหนจะค่าที่พักให้เฟย่าเเละราฟเน่อีก ทำให้ยังเอาไปใช้อะไรมากไม่ได้


                      มีเยอะก็จริงเเต่ก็ยังใช้เยอะด้วยนี่นะ


                      อยากจะขายมอนเตอร์ที่พวกเฟย่าเเละราฟเน่ล่ามาได้ เเต่เหมือนว่าเวลานี้จะยังไม่เหมาะเท่าไหร่ เพราะพวกเราทั้งสามคนถูกพวกนักผจญภัยคนอื่นเพ่งมองจนเป็นจุดสนใจไปเสียเเล้ว มันค่อนข้างอึดอัดเพราะงั้นรอมาขายเช้าพรุ้งนี้จะดีกว่า


                       "นี่ๆ เห็นนั่นไหม มนุษย์สัตว์ล่ะ?"


                       "สองคนที่ใส่ชุดเกราะสีดำนั่นดูเก่งอยู่นะ พวกเขาเป็นมนุษย์เสือหรือหมาป่าล่ะ"


                       "ไม่ๆ สองคนนั้นมาด้วยกันกับเด็กผู้หญิงที่มีหูสัตว์สีขาวใช่ไหมล่ะ ฉันได้ยินว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นเป็นมนุษย์เเมวล่ะ"


                       "บ้าน่า มนุษย์เเมวเป็นนักผจญภัยเนี้ยนะ เเกไปได้ยินมาจากไหน?"


                       "จากคนที่เห็นเธอเข้ามาเมืองนี้วันเเรกอ่ะ เขาคิดว่าเธอคนนั้นมีหูเหมือนมนุษย์เเมว"


                       "...จะว่าไป พอมองดูดีๆเเล้วมันก็-"


                       ฟังพวกนักผจญภัยกลุ่มหนึ่งนินทาเรื่องของฉันเเล้วก็เดินไปหาพวกเฟย่า เอาเถอะเเค่คำนินทาเล็กน้อยมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะดูเหมือนพวกนักผจญภัยคนอื่นจะไม่กล้าเข้ามาหาเรื่องกันล่ะนะ ตรงส่วนนี้ได้ยินเเว่วๆมาว่าเพราะพวกฉันเดินมากับคุณเลโอล่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณเลโอมีเรื่องอะไรกับนักผจญภัยในกิลด์นี้หรือเปล่า


                        ขณะหันไปมองพวกเฟย่าที่กำลังลงทะเบียนอยู่ฉันก็ได้ยินคุณเทร่าพึมพำออกมาว่า "ไม่ใช่มนุษย์เเละเเมวล่ะ"


                        จะไปใช่ได้ยังไงล่ะ บนโลกนี้มีมนุษย์เเละเเมวเเค่คนเดียวเท่านั้นนั่นเเหละ


                        เเละก็พูดได้เต็มปากเลยว่ามันไม่ใช่สิ่งที่น่าภูมิใจนัก...


    *


                        "ขอโทษที่ให้รอนะคะ นี่คือบัตรของกิลด์นักผจญภัยค่ะ"


                         คุณเทร่าว่าเเบบนั้นเเล้วยื่นบัตรกิลด์ให้กับทั้งสองคน มองจากตรงนี้เห็นว่าพวกเธอยังเเรงค์F กันอยู่ล่ะ ในตอนที่ยื่นคุณเทร่าก็ช่วยอธิบายเกี่ยวกับกฏระเบียบคร่าวๆของกิลด์ให้ทั้งสองคนรู้ไว้ด้วย


                         "กฏก็มีประมาณนี้ค่ะ ถ้าทั้งสองท่านสงสัยอะไรก็สามารถมาถามฉันได้ทุกเมื่อนะคะ"


                         *หงึกๆ*


                          ทั้งสองคนพยัคหน้าตอบอย่างเข้าใจ


                          หรือจริงๆอาจจะไม่?


                          ฉันหมายถึงมีเเค่เฟย่าเท่านั้นที่ดูจะไม่สนใจกฏพวกนั้นเลย


                          "ตรงนั้นคือบอร์ดที่นักผจญภัยรับได้นะคะ ทั้งสองคนสามารถไปเลือกดูเเละรับทำกันตามความถนัดของตัวเองได้"


                           คุณเทร่าอธิบายเช่นนั้นเเล้วชี้นิ้วไปที่บอร์ดซึ่งอยู่ห่างออกไป ที่ตรงนั้นมีนักผจญภัยบางส่วนไปยืนอ่านภารกิจอยู่ด้วย


                           จะว่าไปเเล้ว ไอ้ฉันก็ยังไม่ได้รับทำสักเควสเลยนี่นา ที่ฉันได้ทำก็มีเเค่ไปทดลองเวทยมนตร์ในป่า เเล้วก็เอาร่างของมอนเตอร์มาขายที่กิลด์เท่านั้น รู้ตัวอีกทีตัวเองก็อยู่เเรงค์C เสียเเล้ว


                            ก็รู้สึกสนใจอยู่หรอกนะ ไว้พรุ้งนี้ลองทำดูสักอันก็ไม่เลวเหมือนกัน...


                            "ทั้งสองคนจะไปด้วยกันไหม พอดีหลังจากนี้ฉันมีธุระที่ต้องไปทำน่ะ"


                            พอได้ยินเเบบนั้นทั้งเฟย่าเเละราฟเน่ที่รู้สึกสนใจเควสในกระดานอยู่ก็หันมามองฉันเเล้วก็พยัคหน้าให้เเทนคำตอบ


                            หวังว่าบันนี่จะไม่โกรธเรื่องที่ฉันไปสายนะ


    *


                            ฉันรีบออกมาจากกิลด์โดยมีพวกเฟย่าตามหลังมาด้วย ระหว่างทางก็ถูกคนรอบข้างมองอย่างสนใจอยู่บ้างเเต่ฉันก็ไม่ใส่ใจเเละรีบตรงไปที่โรงเเรมที่ฉันพัก ตามกำหนดคือฉันต้องไปเจอกับบันนี่ในช่วงเย็นโดยมีโรงเเรมนั่นเป็นจุดนัดพบ เเต่เพราะอะไรหลายๆอย่างเลยทำให้ฉันค่อนข้างมาช้ากว่ากำหนด


                             "คุณฟราน!?"


                             เมื่อเข้ามาข้างในห้องทานอาหารของโรงเเรมฉันก็เห็นบันนี่กำลังนั่งซึมอยู่ที่โต๊ะพร้อมๆกับเพื่อนนักผจญภัยคนอื่นๆ


                             ถ้าจำไม่ผิด ผู้ชายที่ร่างกายบึกบึนหน้าโฉดๆหน่อยคือ'คุณดัส' ผู้ชายหน้าไม่ค่อยเป็นมิตรที่ชอบทำหน้าบึ้งตลอดคือ'เกรน' เเละก็ผู้ชายที่เด็กสุดในกลุ่ม'เเม็ค'สินะ?


                             มากันทั้งปาร์ตี้เลยงั้นหรอ มีเรื่องอะไรกันเเน่นะ?


                             "ทำไมพวกคุณมาอยู่กันที่นี่ล่ะ? หรือว่าบันนินัดพวกเขาไว้ด้วย?"


                             ด้วยความสงสัยฉันจึงลองถามดู เเต่พอได้ยินเเบบนั้นบินนี่กลับหลบสายตาเเละตอบคำถามนั้นด้วยด้วยความกังวล


                             "ขอโทษนะคะ...คุณฟราน"


                             "...เดี๋ยวนะ ไม่ใช่ว่าฉันต้องเป็นฝ่ายขอโทษหรอ?"


                             "ไม่ค่ะ คือว่าจริงๆเเล้ว-..."


                             "......?"


                             "เล่าไปเถอะ เเล้วก็ยัยหูเเมวตรงนั้นน่ะนั่งลงก่อน"


                             "ก็ได้นะ"


                             ฉันหันไปเอียงคอมองเกรนที่บอกให้ฉันนั่งเก้าอี้ตรงที่ว่างอยู่ ทำให้มันกลายเป็นการนั่งเป็นวงล้อมของการพูดคุยบางอย่าง บันนี่เองก็ดูจะมีเรื่องพูดอยู่เเละมันคงจะนานพอสมควรเเน่ๆฉันเลยลงไปนั่งเก้าอี้เพื่อฟังเรื่องของเธอ


    *


                             "ราคาของเเม่บันนิสูงขึ้น!?"


                             "ค่ะ..."


                             ฉันรู้สึกตกใจหน่อยๆ เเต่ก็ดันตกใจมากไปจนทำให้บันนี่ต้องเบือนหน้าหนีฉันไปยิ่งกว่าเดิม


                             "เอ่อ โทษทีนะ..."


                             พอได้ยินคำขอโทษของฉันบันนี่ก็ส่ายหน้า


                             "ไม่หรอกค่ะ คุณฟรานไม่ต้องขอโทษหรอก ฉันตังหากล่ะคะที่ต้องขอโทษเพราะพึ่งรู้เรื่องนี้วันนี้เอง"


                             บันนี่เล่าว่าขณะรอฉันอยู่ เธอก็ใช้เวลาไปกับการตรวจสอบสุขภาพของคุณเเม่ที่ถูกใช้เป็นทาสในร้านขายทาส เเต่ทว่าเธอก็ถูกสั่งไม่ให้เข้าไปเพราะถูกพ่อค้าทาสที่นั่นคิดว่าเธอไม่มีเงินพอจะไถ่ตัวเเม่ของเธอออกมา เเละในตอนที่เธอเเสดงจำนวนเงินที่ได้รับจากฉันไปส่วนหนึ่งให้พ่อค้าคนนั้นดูเเละบอกว่าอยากเจอกับมนุษย์กระต่ายที่หน้าตาคล้ายตัวเองพ่อค้าทาสคนนั้นก็ยอมปล่อยเธอให้เข้าไปกับเเม่ของบันนิ


                              เเต่เมื่อเข้าไปเจอกับเเม่ที่ไม่ได้พบกันนานอีกครั้งเธอก็พบเข้ากับเรื่องสะเทือนใจอย่างหนึ่ง นั่นคือเเม่ของเธอนั้นถูกคำสาปบางอย่างโดยคนที่ซื้อตัวเธอไปก่อนหน้านี้ได้ใช้เวทย์ประเภทคำสาปทำให้ตาของเเม่บันนิไม่สามารถกลับมามองเห็นได้อีก นั่นถือเป็นเรื่องสะเทือนใจบันนี่อย่างมาก เพราะเธอพึ่งจะมารู้เรื่องนั้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี้เอง


                              ในตอนนั้นบันนี่ทนกับสภาพของเเม่ไม่ไหวจึงต้องการจะไถ่ตัวเเม่ออกมาดูอาการของเธอไม่ก็หาวิธีรักษาโดยเร็ว เเต่ทว่าพ่อค้าทาสคนนั้นกลับบอกว่าทำไม่ได้ เพราะผู้ค้ารายเดิมของเขาที่เคยซื้อตัวเเม่ของบันนี่ไปต้องการจะซื้อเเม่ของบันนี่อีกครั้งเพื่อไปทดลองตัวยารักษาที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์


                               ถ้าเขาเป็นคนปกติบันนี่ก็คงปล่อยให้เเม่เขาไปรักษากับคนๆนั้นเเล้ว เเต่คนที่เคยซื้อเเม่บันนี่ไปก่อนหน้านี้นั้นมีชื่อเสียงในเเง่ร้ายอยู่หลายด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเกี่ยวกับการทดลองที่ผิดกฏหมายของโลกนี้


                               "ชื่อของเขาคือ 'คาลิส ฟอร์ด' นักวิจัยที่ทำงานอยู่ที่เมืองหลวงของประเทศนี้ค่ะ"


                               "คาลิส ฟอร์ด...?"


                               "เดี๋ยวๆนี่อย่าบอกนะว่าหล่อนไม่รู้จักไอ้บ้านั่น!?"


                               ฉันพยัคตอบไปว่าใช่


                                ก็ฉันพึ่งจะมาอยู่ในโลกนี้ได้ไม่กี่วันนี่นา เรื่องข้อมูลของคนที่ทำงานอยู่ในเมืองหลวงนั่นจะไปรู้จักได้ไง


                                เเต่เท่าที่ฟังมา คือเขาเป็นคนเดียวกับที่ทดลองยาเเปลกๆกับเเม่ของบันนิจนมันกลายเป็นคำสาปใช่ไหมล่ะ ถึงจะบอกว่าจะซื้อตัวไปอีกครั้งเพื่อรักษาด้วยตัวยาที่ไม่สมบูรณ์ก็เถอะ เเต่นั่นมันเชื่อถือได้หรอ?


                                 ถ้าเขาอยากจะเเก้ไขข้อผิดพลาดของตัวเองจริงๆก็น่าจะให้ผู้เชี่ยวชาญจริงๆมารักษาจะดีกว่า เเละอีกอย่างนึงทำไมถึงต้องซื้อตัวเเม่ของบันนี่ไปด้วย เเค่จะรักษาเเท้ๆมันไม่น่าจะต้องลงทุนขนาดนั้นเลย


                                 หรือถ้าคิดในเเง่ร้ายที่สุดออกมาก็คือไอ้คนที่ชื่อคาลิสอะไรนั่นต้องการเเม่ของบันนี่ไปทดลองหลายๆเเบบเพิ่มไม่ใช่หรอ?


                                 "ถ้าให้เจ้าเดาคือไอ้คนที่ชื่อคาลิสอะไรนั่นไว้ใจไม่ได้สินะ?"


                                 "ใช่ครับ เพราะเคยได้ยินว่าเขาเคยจับมนุษย์เเละมอนเตอร์หลายๆเเบบไปทดลองด้วยวิธีที่ผิดจรรยาบรรณของมนุษย์จนถึงขั้นเรียกว่านักวิจัยนอกรีตมาเเล้วน่ะครับ"


                                  "อ่าหะ เเล้วก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่าที่เร็วๆนี้ฉันได้ยินมาว่าเจ้านั่นออกจากงานที่ปราสาทไปเเล้ว เพราะถูกพระราชาจับได้ถึงการกระทำที่ไร้หัวใจอย่างการดัดเเปลงร่างกายของพวกทาสตามใจตัวเองน่ะ"


                                  "ถึงส่วนใหญ่จะได้ยินว่าทาสที่ถูกจับไปนั้นเป็นพวกโจรที่ถูกจับมาก็เถอะ เเต่นั่นมันก็ยังไร้ศีลธรรมสิ้นดี-อ่ะ โทษทีนะบันนี่"


                                  เมื่อเกรนสังเกตเห็นใบหน้าที่ดูกังวลขึ้นของบันนี่เขาก็เงียบไปทันที คนอื่นๆเองก็เช่นกันเพราะเข้าใจได้ทันทีว่ายิ่งพูดเรื่องนี้ก็ยิ่งทำให้บันนี่กังวลเรื่องเกี่ยวกับเเม่มากขึ้นพวกเขาในที่นี้ก็ตกอยู่ในสภาพที่อึดอัดจนไม่กล้าพูดอะไรต่อ


                                  ก็เข้าใจนะว่าเครียดกัน เเต่ถ้าบรรยากาศในการสนทนามันยังเป็นเเบบนี้เรื่องมันก็ไม่ไปไหนน่ะสิ


                                  "เเล้วยังไง ที่บันนี่เรียกคนในปาร์ตี้มาก็เพราะว่าจะหาวิธีช่วยเเม่ของบันนิสินะ?"


                                  "...ก็ประมาณนั้น พวกเรากะว่าจะรวมเงินกันเพื่อไถ่ตัวเเม่ของบันนิมาน่ะ"


                                  "ไถ่ตัว ทำได้หรอ?"


                                  ไม่ใช่ว่าเเม่ของบันนิถูกคคนที่ชื่อคาลิสอะไรนั่นซื้อไปเเล้วหรือไง?


                                  พอถามไปเเบบนั้นพวกเขาทั้งหมดก็พากันส่ายหน้า


                                  "จริงอยู่ที่เจ้าคาลิสนั่นซื้อตัวเเม่ของบันนี่ไปเเล้ว เเต่ถ้ายังไม่ถูกส่งตัวให้กับผู้ซื้อล่ะก็คนอื่นจะยังสามารถเพิ่มค่าไถ่ของทาสที่มากกว่าราคาเดิมสองเท่าเพื่อไถ่ตัวได้อยู่"


                                   "เพราะเเบบนั้นพวกเราถึงได้มาคุยกับบินนี่ไงล่ะครับ"


                                   "...."


                                   อ๋อ เเบบนี้นี่เอง เพราะเงินที่ฉันให้บันนี่ไปมันไม่พอไถ่ตัวเเม่ของบันนี่ที่มีราคาเป็นสองเท่าได้ เธอก็เลยมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆในปาร์ตี้ของเธออีกเเรงนี่เอง


                                   "ขอโทษที่มารบกวนทุกคนนะคะ..."


                                   บันนี่ว่าเเบบนั้นเเล้วก้มศีรษะให้คนในปาร์ตี้ของตัวเองจนหูกระต่ายนั้นห้อยลงมาคลุมศีรษะ


                                   "ไม่ต้องขอโทษหรอกบันนี่ เเละอีกอย่างพวกเราก็ยังเเก้ปัญหาตอนนี้ไม่ได้เลยนะ"


                                   "นั่นน่ะสิ ที่เป็นเเบบนี้เพราะไอ้พ่อค้าทาสจอมโลภนั่นเเท้ๆที่ชอบกำหนดราคาของพวกทาสเอาไว้สูงน่ะ"


                                   เกรนว่าเเบบนั้นอย่างไม่พอใจเเละใช้มือคว้าเเก้วน้ำขึ้นมายกดื่ม


                                   พอได้ยินเเบบนั้นฉันก็เอียงคอสงสัย


                                   "ค่าไถ่ตัวทาสมันสูงขนาดนั้นเลยหรอ?"


                                   "หา มันก็ต้องเป็นเเบบนั้นน่ะสิ นี่หรือว่าหล่อนไม่รู้เรื่องระบบทาส?"


                                   ฉันพยัคตอบคำตอบเกรนเป็นเชิงว่า ใช่


                                   "อะไรกัน ทั้งๆที่หล่อนเป็นมนุษย์เเมวเเท้ๆ หล่อนควรจะรู้เรื่องนี้มากที่สุดไม่ใช่หรอ!?"


                                   "เห้ย พูดเเบบนั้นก็เกินไปนะเกรน"


                                   คุณดัสส่งเสียงตำหนิไปทางเกรน เขาหันไปจ้องเขม่งเกรนอย่างกดดันจนเกรนต้องต้องก้มหัวเล็กน้อยเเล้วบอกขอโทษฉันเบาๆ


                                    สงสัยเพราะฉันเป็นมนุษย์เเมวก็ได้ล่ะมั้งเขาเลยได้พูดเเบบนั้น ได้ยินมาจากในกิลด์เขาพูดกันว่าเผ่าที่ถูกจับไปเป็นทาสบ่อยที่สุดเป็นอันดับ3ของโลกนี้คือมนุษย์เเมว เกรนเลยคิดว่าฉันจะรู้เรื่องของระบบทาสเป็นอย่างดีก็ได้


                                     หลังจากที่ติเตือนเกรนไปได้คุณดัสก็หันมาอธิบายกับฉันถึงระบบทาสของประเทศนี้ที่พวกเขาใช้กันอยู่ เห็นว่าวิธีการซื้อทาสไปนั้นจะมีอยู่ได้กันสามเเบบ หนึ่งคือการเช่าซื้อซึ่งเป็นเเบบที่ใช้บ่อยที่สุดโดยผู้ซื้อจะต้องจ่ายเงินในราคาขั้นต่ำของทาสผู้นั้นเเละนำทาสนั้นไปเป็นของตนในระยะเวลาที่กำหนด พอหมดระยะเวลาเเล้วก็ให้ส่องตัวทาสนั้นคืนด้วยร่างกายที่สมบูรณ์เเละไร้บาดเเผลมากที่สุด หากทาสที่เช่าไปเกิดบาดเจ็บหรือโดนผลร้ายบางอย่างเช่นคำสาปผู้ซื้อจะต้องจ่ายเงินค่าเสียหายที่มากกว่าค่าตัวของทาสผู้นั้น เเละเห็นว่าระยะเวลาที่สามารถเช่าซื้อได้นานที่สุดนั้นจะอยู่ที่1เดือน


                                      เเบบที่สองคือการซื้อไปเป็นทาสของตัวเองถาวร จำนวนเงินนั้นสูงกว่าเเบบเเรกอย่างมาก เเละมากกว่าระยะเวลาเช่าซื้อสูงสุดเสียอีก เเต่ทว่าคนที่ซื้อวิธีนี้ไปนั้นจะได้รับทาสมาเป็นของตัวเองถาวรโดยที่สามารถทำอะไรกับคนนั้นก็ได้ เเละวิธีนี้นั้นก็ยังมีข้อดีอีกอย่างนั่นคือทาสที่ถูกซื้อด้วยวิธีนี้ไปจะยังสวมปลอกคอทาสไว้อยู่เพื่อให้สามารถรับคำสั่งของผู้เป็นนายได้โดยที่ไม่อาจขัดขืนใดๆ


                                       เเบบที่สามคือการไถ่ตัวทาส ซึ่งเป็นวิธีที่พวกบันนี่กำลังทำอยู่ วิธีนี้เสียเงินมากกว่าเเบบที่สองเพราะเมื่อเราไถ่ตัวทาสไป ทาสคนนั้นจะได้รับการถอดปลอกคอทาสทำให้กลับมาเป็นอิสระได้อีกครั้ง เเต่ข้อเสียคือทาสคนนั้นจะรับคำสั่งคนที่ซื้อตัวเขาไปหรือเปล่าก็เเล้วเเต่ทาสคนนั้นจะอยาก


                                        เห็นว่าที่เเบบสามราคาสูงกว่าเป็นเพราะต้องเสียเงินในการถอดปลอกคอทาสนี่เเหละ


                                        "ปลอกคอทาสมันถูกสร้างขึ้นด้วยเวทยมนตร์พันธะสัญญาเเบบหนึ่ง ถือเป็นอุปกรณ์เวทยมนตร์ที่น่ากลัวอย่างมาก ได้ยินว่ามันทั้งเเข็งเเละทนทานต่อเวทยมนตร์หลายเเบบทำให้ต้องถอดมันออกด้วยวิธีที่พวกพ่อค้าทาสรู้กันเเค่วงในน่ะ"


                                        "หรือก็คือไม่มีใครอื่นนอกจากพวกพ่อค้าทาสเท่านั้นที่รู้วิธีถอดมัน?"


                                        "ประมาณนั้น"


                                        อย่างงี้นี่เองถ้างั้นก็ไม่เเปลกที่ราคามันจะสูงขึ้น เพราะในเมื่อมันเป็นความลับของพวกพ่อค้าเวลาอยากให้ใครถอดปลอกคอทาสพวกพ่อค้าก็จะได้ผลประโยชน์มากกว่าคนอื่นๆนี่เอง


                                        เเละเมื่อฉันเห็นราคาไถ่ตัวเเม่ของบันนี่ที่กลายเป็นสองเท่าเเล้วก็เข้าใจได้ทันทีเลยว่าลำพังเเค่พวกเขาคงไม่มีปัญญาจ่ายกันไหว


                                        ไม่ได้จะดูถูกพวกเขาหรอกนะ เเต่เท่าที่ฉันเห็นพวกเขาดูไม่เหมือนคนที่จะมีเงินมากมายขนาดนั้น


                                        จริงอยู่ที่ว่าอาชีพนักผจญภัยเป็นอาชีพที่หาเงินได้ดีกว่าอาชีพไหนๆ เพราะสามารถรับค่าตอบเเทนจากใบภารกิจที่กิลด์เเละยังค่าตอบเเทนที่ได้มาจากการขายวัตถุดิบของมอนเตอร์ที่ตัวเองไปปลาบอีก ถ้าอิงจากฉันก็รู้ได้เลยว่าเเค่เเข็งเเกร่งเท่านั้นนักผจญภัยทั่วไปที่เก่งๆหน่อยก็สามารถเป็นเศรษฐีได้


                                         เเต่มันกรณีของคนๆนึงไม่ใช่ปาร์ตี้นึง


                                         รายได้มันต่างกันตรงจุดนี้นี่เเหละ เพราะนักผจญภัยปกติมักจะตั้งปาร์ตี้ไปทำภารกิจกันเวลาจะรับผลตอบเเทนมาพวกเขาก็ต้องเเชร์เงินนั้นให้กับคนในกลุ่มตัวเองซึ่งพวกบันนี่เองก็เป็นเเบบนั้น เเต่สำหรับฉันที่ไปไล่จัดการคนเดียวนั้นต่างออกไปฉันไม่จำเป็นต้องเเชร์กับใครทำให้ฉันมีเงินเยอะกว่าพวกเขาในที่นี้ล่ะ


                                          พอเห็นความเเตกต่างนี้ก็คงมีคนคิดว่าทำงานคนเดียวอาจจะดีกว่าสินะ เเต่นั่นต้องเป็นคนที่มีฝีมือสูงพอตัวเลยล่ะถึงจะทำเเบบนั้นได้ ถ้าไม่ใช่ฝีมือระดับพวกเฟย่าหรือราฟเน่ล่ะก็คิดว่าคงได้เจ็บตัวไม่น้อยเลยล่ะ


                                           "นั่นคือปัญหาที่เกิดทั้งหมดงั้นสินะ?"


                                           "ค่ะ..."


                                           "งั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ"


                                           ฉันว่าเเบบนั้นเเล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้


                                           "อ่ะ เอ๊ะ ไปไหนหรอคะ!?"


                                           "ไปไหน? ก็ต้องไปไถ่ตัวเเม่ของบันนิที่ร้านค้าทาสไม่ใช่หรอ? นี่หรือว่าลืมที่เราตกลงกันไว้น่ะ?"


                                           "อ่ะ เอ๊ะ-! เเต่ว่า-!?"


                                           "ลังเลอะไรอยู่น่ะ ไม่อยากไปไถ่ตัวเเม่ออกมาหรอ?"


                                           "ม ไม่ค่ะ ฉันอยากจะไถ่ตัวเเม่ก็จริง เเต่เมื่อกี้คุณฟรานก็ได้ยินไม่ใช่หรอค่ะ เรื่องจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นมานั่นน่ะ!?"


                                           "ไม่เป็นไร ฉันจ่ายไหว"


                                           """""อะไรนะ(คะ)!!!""""


                                           ทุกคนต่างพากันตกใจจนกลามค้างเเละมองมาที่ฉันจนเบิกตาโพลง


                                           ทำไมต้องตกใจกันขนาดนั้นด้วยนะ? อ่ะ ไม่สิ บางทีอาจจะสมควรเเล้วก็ได้


                                           "เอาเป็นว่าเลิกนั่งคุยกันเเค่นี้เเละไปกันเถอะนะ"


                                           "อะ-เอ๋!?"


                                           โดยไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆฉันรีบคว้ามือของบันนี่เอาเเต่นั่งตกใจอยู่ให้ไปที่ร้านค้าทาสด้วยกัน


                                           จบเรื่องนี้เมื่อไหร่จะได้กลับไปนอนพักสบายๆสักที


                                            ฉันคิดเเบบนั้นเเละเดินไปข้างนอกพร้อมกับๆบันนี่เเละพวกเฟย่า


    ***



    /คำประกาศจากน้องเหมี๊ยว/


    "โหลๆเทสๆ"


    ฟรานใช้ฝ่ามือตีไปที่ไมโครโฟนตรงหน้าเบาๆเเละลองพูดออกไป


    "สวัสดีนักอ่านทุกท่าน นี่ฟรานตัวนำเรื่องของ'ฉันเป็นสาวน้อยหูเเมวที่ติดอยู่ในต่างโลกล่ะ' เองค่ะ"


    "ครั้งนี้ฉันจะมาประกาศบางอย่างเเทนผู้เขียนเรื่องนี้นะคะ อะเเฮ่ม-"


    "จากนี้นิยายเรื่องนี้เวลาอัพตอนใหม่ที่ยังไม่ได้เเก้คำผิดทางเราจะไม่อัพไปเเบบเเจ้งเตือนให้ผู้อ่านทราบกันนะคะ เพราะช่วงนี้คนเขียนว่างขั้นต่ำน้อยกว่าเดิมเสียอีก ถึงจะมาลงตอนใหม่นานๆครั้งมันก็คงทำให้ผู้อ่านเสียอารมณ์ไปเปล่าๆน่ะเเหละ เพราะงั้นทางเราจะอัพเเบบทีเดียวหลายๆตอนเเทนเพื่อไม่ให้อารมณ์ของท่านผู้อ่านขาดเกินไปล่ะ"


    ฟรานว่าเเบบนั้นเเล้วเอานิ้วชี้ยกขึ้นมาม้วนผมสีน้ำเงินดำของตัวเองพร้อมกับเบือนสายตาลงต่ำ


    "เเล้วก็...เป็นไงบ้างคะ หลังจากที่ได้อ่านมาหลายตอน รู้สึกสนุกกันบ้างหรือเปล่า? หวังว่าทุกท่านจะไม่ถือสาอะไรตัวหลักอย่างฉันที่เเสดงอารมณ์ออกมาไม่ค่อยเก่งหรอกนะคะ"


    "หลังจากนี้ก็ขอฝากเนื้อตัวอีกครั้ง เเละขอโทษเเทนคนเขียนที่เร่งเนื้อเรื่องเกินไปด้วยนะคะ"


    ว่าเสร็จฟรานก็ถอยหลังไปเเละโค้งให้ผู้อ่านเล็กน้อยจากนั้นก็ยิ้มขึ้นนิดๆเเละเดินจากไป

    คล้ายกับเรื่องฉันเป็นสาวน้อยหูเเมว ที่ไปติดอยู่ในต่างโลกล่ะ! ที่คุณอ่าน