月火 เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ(Book2 On going...)

    บทที่ 33 หญิงงามบ้านน้องสาวเจ้าสิ!

    บทที่ 33 หญิงงามบ้านน้องสาวเจ้าสิ!

     

     

    “ข้าดีใจยิ่งขึ้นที่เจ้ากลับมา นานมากแล้วน้องชายที่เราไม่ได้เจอกัน” เพียงแค่ไม่นานนักจางหลงกับคนอื่นๆ ก็เดินทางมาถึง ก่อนที่สองพี่น้องจะสวมกอดกันเบาๆ ตามประสาพี่น้องที่สนิทกันมาก “ว่าแต่เจ้าดูตัวโตขึ้นมากเลยนะ เมื่อก่อนก็ว่าโตมากแล้ว ตอนนี้เจ้าไม่ต่างจากหมีป่าเลยทีเดียว”

    ฮ่า ฮ่า ฮ่า

    “ท่านไม่ต้องมาล้อข้าหรอกน่า ข้าเพียงแค่โชคดีนิดหน่อย ทำให้ได้ฝึกฝนวรยุทธ์มาบ้าง ร่างกายของข้าที่เคยโตมากอยู่แล้ว มันก็เลยเติบโตขึ้นตามไปด้วยมันก็เท่านั้นแหละ”

    “จริงหรือ!” อีกคนหนึ่งที่ตามมาด้วยก็ถึงกับตาเบิกกว้าง สำหรับคนธรรมดาๆ อย่างพวกเขาแล้ว การที่จะโชคดีได้รับเลือกเข้าสำนักยุทธนั้นเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญ

    “สมแล้วกับที่ได้รับฉายาพญาเสือ”

    “...”

    “...”

    “...”

    ถึงแม้จะจากไปนานปี แต่จางหู่ก็เช่นเดียวกับจางหลง ด้วยอุปนิสัยที่ใจดีและเป็นคนตรงไปตรงมา แม้เขาจะอายุยังน้อยเพียงแค่ห้าสิบต้นๆ แต่ก็เป็นที่รักและเคารพของผู้คนในหมู่บ้านเช่นเดียวกัน

    “เรื่องนั้นเราค่อยเอาไว้มาคุยกันหลังจากที่ไปขนของกลับมาแล้วเถอะ ข้าจ้างผู้คุ้มกันมาส่งเสบียงอาหารให้มาส่งอยู่ข้างนอกหมู่บ้าน และสัญญาจ้างก็กำลังจะหมดลงไปในไม่กี่ชั่วยามแล้ว เราออกไปช่วยขนมันมากันเถอะ”

    “ดีดี ว่าแต่สิ่งของที่เจ้าพากลับมานั้นเยอะหรือไม่ แล้วมีอะไรบ้างที่เจ้าพากลับมา”

    “มันก็คงไม่มากมายเท่าไหร่ แต่ก็น่าจะพอดูแลพวกเราทั้งหมู่บ้านในหนาวนี้อยู่ท่านพี่ ส่วนว่ามีอะไรบ้างนั้นเดี๋ยวพวกเราไปดูกันด้วยตาตัวเองกันเลยดีกว่า พอดีว่าท่านอาจารย์ตามข้ามาที่เมืองด้วย ส่วนสิ่งของทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ท่านอาจารย์ของข้าจัดหามาให้ ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่บ้าง ส่วนจำนวนนั้นก็น่าจะประมาณห้าสิบเล่มเกวียนเห็นจะได้”

    “ต้องเหนื่อยเจ้าแล้วน้องชาย” จางหลงตบไหล่น้องชายที่ตัวสูงกว่าเบาๆสองสามครั้ง ก่อนที่จะหันไปบอกทุกคนที่ตามมาด้วย “เดี๋ยวพวกเจ้าส่งสามคนช่วยแยกออกไปแจ้งคนในหมู่บ้านหน่อย ว่าให้ตามคนมาเพิ่ม พวกเราต้องการผู้ใหญ่อีกประมาณร้อยคน เนื่องจากพวกเราไม่ได้มีม้าอสูร หรือวัวอสูรที่เอาไว้ใช้ลากจูง แล้วก็ให้อีกสักคนไปแจ้งคุณหนูด้วยว่า น้องชายของข้ากลับมาแล้ว และเขาได้นำสิ่งของต่างๆกลับมาด้วย เผื่อว่านางอยากจะลงมาดูว่ามีของอะไรที่นางต้องการบ้าง...

    อ้อ...และถ้าเป็นไปได้ ข้าอยากขอร้องให้คุณหนูช่วยส่งเจ้าสังมาให้พวกเราด้วย อย่างน้อยที่สุดมีมันมาช่วยคุ้มกันเสบียงอาหารมันก็คงเป็นเรื่องดีกว่า”

    ““ขอรับ””

    มีสามเสียงรับคำแล้วพยักหน้าให้กับจางหลง แล้วต่างคนต่างก็แยกไปทำหน้าที่ของตนเอง โดยที่มีจางหู่มองมาหาพี่ใหญ่ของตนกับผู้คนในหมู่บ้านด้วยความฉงนสนเท่ เขาอยากรู้นักว่าคุณหนูคนนั้นคือใคร แล้วทำไมทั้งพี่ใหญ่ของเขาและทุกคนในหมู่บ้านถึงได้เรียกนางอย่างเคารพเช่นนั้น

    “คือว่าพี่ใหญ่...”

    “ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการจะถามเรื่องอะไร เดี๋ยวพวกเราคุยไปเดินทางไปก็แล้วกัน เจ้าเป็นคนบอกเองมิใช่หรือว่าพวกเรามีเวลาเพียงแค่ไม่นานแล้ว”

    ในระหว่างที่เดินทางไปยังช่องเขา ที่เป็นทางเชื่อมระหว่างหมู่บ้านกับโลกภายนอก จางหู่ก็ได้รับรู้เรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นในตลอดระยะเวลาเกือบสองเดือนที่ผ่านมา

    ทั้งเรื่องราวการมาถึงของเด็กหญิงแปลกหน้าพร้อมกับหมาตัวเขื่อง ซึ่งในตอนแรกผู้คนในหมู่บ้านก็ต่างหวาดกลัวนางเป็นอย่างยิ่ง แต่หลังจากที่นางคอยมอบอาหาร ของกินเล่นเล็กๆน้อยๆ ให้กับเด็กๆในหมู่บ้าน ความเป็นอริศัตรูระหว่างนางและผู้คนในหมู่บ้านก็ค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆ

    หลังจากนั้นเด็กหญิงก็เริ่มมีการจ้างวานเหล่าผู้ปกครองของเด็กๆ แต่ละคน ให้ทำงานเล็กๆน้อยๆ ให้แก่นาง โดยค่าแรงที่นางจ่ายออกให้นั้นเป็นหัวพืชชนิดหนึ่งที่มีรสชาติดีมากและให้พลังงานสูง กับเนื้อสัตว์ที่หาได้ยากยิ่งในหมู่บ้านแห่งนี้

    แรกเริ่มด้วยการที่ให้แผ้วถางป่าแลกกับอาหารการกินเพียงพอต่อผู้คนทั้งครอบครัวในหนึ่งวัน จนกระทั่งให้ทำเรื่องต่างๆมากมายจนตีนเขาด้านหลังหมู่บ้าน กลายเป็นมีบ้านหลังเล็กๆ อยู่ติดกับลำธาร เช่นเดียวกับพื้นที่หน้าบ้านที่กว้างยาวราวหนึ่งลี้เห็นจะได้ 

    ในช่วงเวลานั้นผู้คนต่างเรียกนางว่าเด็กหญิงประหลาด ที่มาพร้อมกับหมายักษ์ตัวหนึ่ง ที่สำคัญที่สุดคือนางนั้นเป็นที่รักของเด็กๆ ทุกคนในหมู่บ้าน

    ตามมาด้วยเรื่องราวการเพาะปลูกมันทั้งสองชนิด ที่ทั้งโตเร็วมีรสชาติดีแล้วยังให้พลังงานสูง ยังไม่รวมกับที่หัวมันทั้งสองชนิดนั้น ในตลอดระยะทางที่ปลูกมันทั้งสองชนิด ผืนดินที่เคยแห้งแล้งเเข็งกระด้าง ก็ได้ค่อยๆเปลี่ยนเป็นที่ดินที่ชุ่มชื้นอุดมสมบูรณ์ และสายน้ำที่เหือดแห้งไปนานนับสิบปีค่อยๆกลับมาเช่นเดียวกัน

    แน่นอนว่าด้วยความสงสัยของจางหู่ เขาย่อมต้องถามออกไปว่าเด็กหญิงตัวน้อยนั้นเอาอาหารมากมายมาจากไหน เพราะมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสามารถมีอะไรบางอย่าง ซึ่งจุอาหารได้มากมายขนาดที่สามารถเลี้ยงดูผู้คนทั้งหมู่บ้านได้นานนับเดือน แม้แต่ตัวเขาที่เป็นศิษย์เอกของท่านอาจารย์ และได้ออกไปท่องโลกภายนอกมานานปี ก็ยังไม่เคยเห็นสมบัติวิเศษใดๆ ที่สามารถมีความจุได้มากมายเช่นนั้นเลย แม้แต่ครั้งเดียว

    “ข้าเองก็สงสัยไม่ต่างจากเจ้าเหมือนกัน แต่คำถามนั้นก็ไม่เคยมีคำตอบให้พวกเราเลยแม้แต่ครั้งเดียว”

    “...”

    “แต่ว่านะจางหู่ ยังมีหลายเรื่องหลายราวที่ข้าคงจะต้องอธิบายให้เจ้าได้เข้าใจทีหลัง แต่อย่างน้อยที่สุดข้าอยากให้เจ้าเข้าใจว่านางนั้นเป็นคนที่ช่วยชีวิตพวกเราทั้งหมู่บ้านเอาไว้ แล้วยังเป็นคนหนึ่งที่มีความสำคัญต่อพวกเราและเด็กๆทุกคนในหมู่บ้านเป็นอย่างมาก ข้าไม่รู้ว่าเจ้าจะรู้สึกกับนางเช่นไร แต่ข้าไม่อยากให้เจ้าเป็นเหมือนกับพี่รองของเจ้าที่ตั้งตนเป็นศัตรูกับนางไปแล้ว”

    “... พี่รองอย่างงั้นหรือ”

    “เจ้ายังไม่ต้องไปสนใจเรื่องนั้นในตอนนี้หรอก อย่างที่พี่ได้บอกไป มิใช่ว่าพี่หลงในสิ่งที่นางทำเป็นหน้ามืดตามัว แต่ว่าตัวนางนั้นได้รับการพิสูจน์แล้ว แม้จะไม่ใช่ทั้งหมดที่พวกเรารู้เกี่ยวกับนาง ข้าหวังว่าเจ้าและนางจะเข้ากันได้เป็นอย่าง”

    “พี่ก็รู้ว่าสำหรับข้าแล้ว ถ้าหากใครดีกับหมู่บ้านของเรา ข้าก็พร้อมจะดีกับคนนั้นเช่นเดียวกัน”

    “อย่างนั้นก็ดีแล้ว”

    “ข้าอยากรู้จริงๆว่านางนั้นเป็นคนเช่นไร ทำไมถึงทำให้แม้แต่คนอย่างท่านพี่ถึงได้กล่าวเช่นนี้ออกมา” จางหู่กล่าวติดตลก “หรือว่าคุณหนูท่านนี้ที่พี่กล่าวถึงจะเป็นหญิงงามกัน”

    “หญิงงามบ้านน้องสาวเจ้าสิ นางเป็นเพียงแค่เด็กแปดขวบ”

    “ห๊ะ!!”

    …………………………

     

    มาแล้วจ้า ช้ากว่าที่คิดไปนิดนึงครับ

    เผลองีบไปนิดนึงหลังจากที่ฟี๊ดอาหารให้พ่อเสร็จ

    เดี๋ยวถ้าไหวจะอัพให้อีกตอนก่อนสองทุ่มนะ

    3300+1300 =46008คำแล้วจ้า *-*วันนี้

    คล้ายกับเรื่อง月火 เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ(Book2 On going...) ที่คุณอ่าน