“อืมม์...”
เช้าตรู่ของวันใหม่ อากาศด้านนอกเข้าสู่สภาพปกติ เมื่อหญิงสาวเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง แต่ทำไมทุกอย่าง ยังดูไม่ค่อยชัดตา ดวงตาพร่าพรายไปหมด น้ำรินสังเกตเห็นเหยือกน้ำวางอยู่ใกล้ ๆ แถว ๆ หัวเตียง มีแก้วน้ำที่ตอนนี้มีไอร้อนพวยพุ่งขึ้นมาให้เห็น แสดงให้รู้ว่า เพิ่งมีคนเอามันเข้าวางเมื่อไม่นานนี้เอง ข้าง ๆ กันนั้นยังมีถาดอาหารวางอยู่ น่าจะเป็ข้าวต้ม มือเล็กบางเอื้อมไปแตะที่ชามอาหารใบใหญ่ แล้วก็ชักมือกลับแทบทันที เมื่อความร้อนจัดยังคงหลงเหลืออยู่
หญิงสาวพยายามใช้ลำแขนชันตัวเองลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ไม่อยากกลับลงไปนอนอีก ร่างเล็กค่อย ๆ เอนกายนั่งพิงหัวเตียง ข่มตาหลับลงไปอีกครั้ง ถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนล้า สมองที่ยังหนักอึ้ง หูได้ยินเสียงกุกกักอยู่ภายในห้อง คนที่หลับตานิ่งเมื่อครู่พยายามเปิดเปลือกตาเพ่งมองไปที่ต้นเหตุของเสียง เงาตะคุ่ม ๆ ที่ดังออกมาจากห้องน้ำ ค่อย ๆ เคลื่อนกายเข้ามาใกล้
“มิกะ หรือ?”
“ใช่ค่ะ มิกะเอง คุณไข้ขึ้นหรือคะ? เมื่อคืน ฉันเห็นซองยาวางอยู่ตรงนี้ งั้นก็แสดงว่ามีคนเอายาให้คุณทานใช่ไหม? ใครกันนะ อ๊ะ! ช่างเถอะ ทานข้าวก่อนดีกว่าค่ะ ฉันรู้ว่าคุณยังไม่ได้ทานอะไรเลย คงหิวแย่แล้ว” คนถูกถามหน้าแดงขึ้นมากะทันหัน เืสูบฉีดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ค่ำคืนผ่านมา เป็ความจริงหรือความฝันกันแน่นะ น้ำรินยังไม่แน่ใจตัวเองนักไม่อยากเชื่อว่าใบหน้าคมเข้ม ที่คอยหลอกหลอนจิตใจไปทุกหนแห่ง มาช่วยป้อนยาให้หล่อนในค่ำคืนที่แสนทรมานนั้น เมื่ออาหารได้ลงท้องบ้าง หลังจากที่ไม่ได้กินข้าวมาถึงสองวันเต็ม ๆ หนังท้องตึงหนังตาเริ่มหย่อน อีกทั้งฤทธิ์พิษไข้ยังตามารังควานไม่หาย เลยต้องล้มตัวลงนอนต่อ หลังจากที่สัญญากับตัวเองไว้ว่าจะไม่นอนแล้ว..
ชายหนุ่มเ้าของรูปร่างสูงสง่า หน้าตาหล่อเหลา ยืนอยู่ในห้องแอร์ที่เปิดไว้อย่างเย็นเฉียบ ร่างสูงยืนนิ่งจ้องตาคมกริบผ่านม่านกระจกใส ณ ห้องทำงานบนตึกสูงเกือบระฟ้าสองมือหนาใหญ่อยู่ในกระเป๋ากางเกงสแล็คส์สีดำสนิท สายตาทอดนิ่งมองออกไปด้านนอก ด้วยสีหน้าครุ่นคิด
ท่านปู่้าให้สาวไทยคนนั้น ไปเป็พยาบาลส่วนตัว เขาจะทำอย่างไรดี หากปู่ของเขาจะพาหล่อนกลับไปเกาหลีด้วย หรือจะกล่อมให้ท่านปู่อยู่กับเขาเสียที่นี่เลย ในหัวสมองเริ่มมีหล่อนเข้ามาในจิตใจ จากการได้ใกล้ชิดกันทำให้อดใจไม่ไหวแทบทุกครั้งไป จะทำอย่างไรดีกับหัวใจที่กำลังมีบางอย่างเกิดขึ้นมาแล้ว การทำตามความประสงค์ของผู้ที่เขาเคารพรักและเทิดทูน ทำไมถึงได้รู้สึกเหมือนถูกแย่งของรักไป ทั้ง ๆ ที่เขาเป็คนได้มาก่อน รู้สึกหวงแหนไม่อยากให้แยกจากไป ทำไม..ทำไมเขาถึงได้รู้สึกอย่างนี้นะ ชายหนุ่มเฝ้าถามตัวเองในใจ จนกระทั่งเสียงอินเตอร์คอมที่อยู่ในห้องดังขึ้นมาขัดจังหวะ
“ท่านครับ คุณมิจิโกะ ฮานะมาหา อีกแล้วครับ” ยังไม่ทันขาดคำของบอดี้การ์ดคนสนิท เ้าของชื่อที่ถูกกล่าวถึง ก็ถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามา โดยไม่ได้รับอนุญาต
“ฮีโร่คะ คิดถึงจังเลย พวกการ์ดหน้าห้องคุณนี่น่ารำคาญจังมาทีไรต้องถามโน่นถามนี่น่าเบื่อจริงเลย”
“ใครกันแน่ที่น่าเบื่อ ลูกน้องของผม เขาปฏิบัติตามหน้าที่ แต่คุณกำลังมาทำให้กฎระเบียบที่ผมวางไว้เสียระบบการปกครองอยู่นะ”
“อ๊ะ! ขอโทษนะคะ.. คุณเปลี่ยนไปมากจริง ๆ” หญิงสาวหน้าเสียไป เมื่อถูกชายหนุ่มว่าให้อย่างไม่ไว้หน้า โกรธนิด ๆ รู้สึกว่าชายหนุ่มผู้หล่อเหลา ชายที่ในอดีต เกือบเป็คนรักของหล่อน จะเปลี่ยนไปมากถึงเพียงนี้ เขาดูเปลี่ยนไปจากเมื่อห้าปีก่อนอย่างสิ้นเชิง เมื่อยังเป็วัยรุ่นหนุ่มสาว เขายังเป็ผู้ชายใจดี เอาใจหล่อนทุกอย่าง แต่บัดนี้กาลเวลาได้หมุนเปลี่ยนไปแล้ว เขาดูหล่อเข้มขึ้น มาดสุขุมรอบคอบ ราศีของการเป็ผู้นำเต็มเปี่ยม ผู้ชายแบบนี้สิถึงจะเป็ที่พึ่งให้หล่อนได้ ฮานะอยากเขกหัวตัวเองนัก ที่ปฏิเสธคำบอกรักของเขาเมื่อห้าปีก่อนไปได้อย่างไรนะ แต่ช่างเถอะปัจจุบันก็คือปัจจุบัน อดีตก็คืออดีต หล่อนจะต้องได้หัวใจเขากลับมาเป็ของตัวเองอีกครั้งให้จงได้ ในเมื่อเขายังไม่มีใครไม่ใช่หรือ? หรือว่า.. เขายังรอหล่อนอยู่ หญิงสาวสรุปเอาเองในใจ
“ฮีโร่คะ ได้ยินว่าปู่ของคุณเดินทางมาจากเกาหลี ให้ฉันไปเยี่ยมท่านบ้างได้ไหมคะ”
“คุณรู้ได้ยังไง”
“แหม..คุณลืมไปแล้วหรือคะ ว่าฉันเป็หมอ คาเนชิโระ ยูอิจิ เพื่อนคุณเขาก็เป็หมอเหมือนกันกับฉัน ทำไมจะไม่รู้ล่ะคะ ให้ฉันไปทานข้าวเย็นที่บ้านคุณบ้างจะได้ไหมคะ ในฐานะอดี..เอ่อ..ในฐานะที่เราเป็เพื่อนกัน”
“ถ้าในฐาะเพื่อนเก่าล่ะก็ ย่อมได้”
“อืมม์..ไม่เป็ไรแล้ว ทานได้แล้วใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นจะเอาน้ำเกลือออกให้ จะได้เดินไปไหนมาไหนสะดวก” เ้าของร่างเล็กรีบกะพริบตาถี่ เมื่อชายหนุ่มหน้าตาขาวตี๋ แต่งตัวสะอาดสะอ้าน ดูเรียบร้อย ใช้มือขาวเปิดเปลือกตา และใช้ไฟฉายส่อง น้ำรินเห็นแสงสะท้อนจากกรอบแว่นใสของเขา เดาเอาว่าน่าจะเป็หมอ ดวงตาเล็กเรียวรีบหรี่ตาหนี แสงดังกล่าว
น้ำเสียงนุ่มทุ้ม ฟังดูนุ่มนวลกล่าวออกมา ก่อนจะหันไปพูดกับบุคคลที่หล่อนไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ผู้สูงอายุ ท่าทางใจดี ดูภูมิฐาน ส่งยิ้มมาให้ ช่างดูอบอุ่น แลดูอ่อนโยนในรอยยิ้มนั้น แฝงไว้ด้วยความหวังดี และการให้กำลังใจ น้ำรินรู้สึกอุ่นซ่านขึ้นมาในหัวใจอย่างประหลาด ผู้ชายสูงวัยคนนี้เป็ใครกัน? น้ำรินเหลือบตาไปมองยังแขนตนเองที่ตอนนี้ บุรุษหนุ่มหน้าตาดี กำลังแกะพลาสติกที่ติดสายน้ำเกลือออกให้อย่างเบามือ
“ขอบคุณค่ะ”
“ไม่เป็ไรครับ เอาล่ะคราวนี้ก็วิ่งได้แล้ว” ฮ๊ะ! อีตาหน้าตี๋คิดว่าหล่อนเป็เด็กหรือยังไง ถึงบอกให้หล่อนวิ่งได้แล้ว ฉันไม่ใช่เด็กนะ อายุเกือบจะสามสิบอยู่รอมร่อ
“อือ..ขอบใจมากนะ ยูอิจิ ยังไงเย็นนี้ แวะมาดูอีกครั้งก็แล้วกัน จะได้ทานข้าวเย็น ถือว่าเป็การตอบแทนที่เธอมาช่วยดูแลแม่หนูคนนี้”
“ไม่มีปัญหาครับท่าน เพราะยังไง เธอก็ถือว่าเป็คนไข้กิตติมศักดิ์ของผม” น้ำรินไม่เข้าใจในภาษาที่เขาพูดกัน แต่สายตาของบุรุษหนุ่มหน้าตาขาวสะอาด ดูหล่อไปอีกแบบ หันมองมายังหล่อน พลางส่งยิ้มให้ ราวกับยินดีในเื่อะไรนั้นไม่อาจทราบได้ ก่อนที่ร่างเพรียวสูงจะหันไปเก็บอุปกรณ์น้อยชิ้นเข้ากระเป๋ากล่าวคำลาและโค้งให้ตามวิสัยของคนญี่ปุ่น น้ำรินมองตามแผ่นหลังของคนที่คาดเดาเอาเองว่าน่าจะเป็หมอ หน้าตาท่าทางใจดี พอ ๆ กับคนที่ยืนอยู่ไม่ห่างออกไป ไม่นานนักร่างสูงโปร่งสะอาดสะอ้านก็หายลับมุมห้องไป
“เป็ยังไงบ้างแม่หนู ดีขึ้นหรือยัง” หญิงสาวหันขวับไปยังเสียงทุ้มที่เอ่ยทักอย่างเป็มิตร ด้วยภาษาอังกฤษชัดแจ๋วเลยทีเดียวล่ะ ไม่น่าเชื่อว่าคนรุ่นนี้จะพูดภาษาต่างประเทศได้เก่งขนาดนี้
“ไม่เป็ไรแล้วค่ะ รู้สึกดีขึ้นมากเลยค่ะ”
“อ้อ! เป็อย่างนี้ก็ดีแล้ว ฮ่า ๆ ค่อยโล่งใจหน่อย” ผู้สูงวัย หัวเราะออกมาอย่างรู้สึกโล่งใจจริงๆ
“หนูคงสงสัยสินะว่าฉันเป็ใคร” ั์ตาหล่อนคงบ่งบอกอยู่ในดวงตาแล้วว่า มีเครื่องหมายคำถามฉายชัดเต็มไปหมด
“เอาเป็ว่าหนูนอนพักผ่อนก่อน แล้วค่อยตื่นขึ้นมาทานข้าวเย็นด้วยกัน ตอนนั้นล่ะฉันจะบอกแม่หนูเองว่า ฉันเป็ใคร” มือใหญ่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายเพลา เอื้อมมาลูบที่ศีรษะได้รูปของหญิงสาวอย่างเบามือ และอ่อนโยนเหลือเกินในความรู้สึก ทำให้น้ำรินนึกถึงใครบางคนที่ชอบทำอย่างนี้กับหล่อนเมื่อครั้งที่ท่านยังอยู่ ลับหลังผู้าุโใจดี น้ำรินนอนหลับตาลงอีกครั้ง พลิกตัวนอนตะแคง ก่อนจะผล็อยหลับไปในที่สุด..
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>ฝากติดตามด้วยนะคะ