ตอนที่ 24 คำแห่งพลังระบุชื่อ
คืนนั้น นิทานสังเกตในห้วงดวงจิตของตัวเอง มองไปที่ดวงดาราดวงใหม่ในห้วงจิตของเขา ท่ามกลางท้องฟ้าที่ประดับประดาไปด้วยนภา 3แบบและนภาอันดำมืด ดวงดารา 1 ใน 2ดวงที่ยังเหลือเวลานี้สภาพพลันแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ดวงดาราลูกนี้มีสีดำสนิท มีขนสีดำกระจายอยู่รอบดวงจนแน่นขนัด ดูไปคล้ายกับเมล็ดของต้นแดนดิไลอ้อนสีดำที่ลอยไปตามลม หากภายในนั้นไม่ว่างเปล่าหรือกลวง ภายในปรากฏเป็รูปอุ้งเท้าของสุนัขตัวหนึ่งประทับไว้ กลางอุ้งเท้าเขียนด้วยอักษรสีดำเรืองรอง
คีตา วงจันทรา
อุ้งเท้าเนี่ยนะ น่ารักเชียว นิทานหัวเราะ
งี้ดาราแห่งคำของคีตาที่เป็ชื่อฉันจะเป็รูปเท้าฉันรึเปล่า ตอนนั้นเห็นไม่ชัดด้วยสิ นิทานคิดในใจ
คำแห่งพลังนั้นเรียกได้ว่ามีจำนวนเป็อนันต์ ไม่ว่าอะไรก็กลายเป็คำแห่งพลังได้ทั้งสิ้น แม้จะมีชื่อว่าคำแห่งพลัง แต่ก็มีหลาย ๆ ครั้งที่เมื่ออ่านคำแห่งพลังนั้นออกมาแล้วจะยาวกว่าหนึ่งคำ อักษรวิเศษแห่งพลังนั้นเป็อักษรที่ว่ากันว่าถูกสร้างขึ้นโดยพระเ้า อักษรเพียงตัวเดียวจึงมักมีความหมายในตัวของมันเอง
หากจะสรุปสั้น ๆ สัญลักษณ์ 1สัญลักษณ์จะมีความหมายในตัวของมันเอง สัญลักษณ์ที่มีความหมายว่าความรัก อาจดูคล้ายคลึงกับสัญลักษณ์ที่มีความหมายว่าความรักนิรันดร์ แต่ทั้ง2ตัวย่อมเป็สัญลักษณ์เพียงตัวเดียว
การที่ตัวอักษรทุกตัวมีความหมายในตัวของมันเองทำให้จำนวนของคำแห่งพลังนั้นราวกับไร้ที่สิ้นสุด แม้คำแห่งพลังของหลาย ๆ คนเมื่ออ่านออกมาแล้วมักจะซ้ำกัน
อย่างคำว่า ไฟ ที่ประชากรส่วนใหญ่ในอาณาจักรไฟกัลป์มี หากสัญลักษณ์กลับไม่เหมือนกัน มักมีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่แตกต่างกันแต่จะอย่างไรก็ยังอ่านว่า ไฟ
ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นเมื่อบรรลุถึงระดับนักสลัก คำแห่งพลังจะหลอมรวมเข้ากับกายเนื้อ ไปสถิตอยู่ที่จุดต่าง ๆ ในร่างกาย
การบรรลุถึงระดับนักสลักหมายถึงการที่ผู้เรียนรู้สามารถเรียนรู้คำได้อย่างถ่องแท้ เมื่อเรียนรู้คำแห่งพลังได้อย่างถ่องแท้ คำแห่งพลังจะสามารถปลดปล่อยศักยภาพทั้งหมดได้อย่างแท้จริง คำแห่งพลังคำนั้นจะย้ายไปสลักบนร่างกายแทนการสลักในห้วงดวงจิต
ณ จุดนั้น คำแห่งพลังจะปรากฏพลังเสริมเพิ่มเติมจากคำคำนั้นโดยขึ้นอยู่กับการตีความคำแห่งพลังของนักสลักผู้นั้น แม้คนนอกจะอ่านได้อย่างผิวเผิน แต่คนที่เข้าใจอย่างถ่องแท้จะสามารถอ่านได้ชัดเจน
ถ้าจะให้นิทานเดาเอาเอง นิทานคาดว่าคำแห่งพลังของตาไกรสมควรอยู่ราว ๆ อาณาเขตแห่งไฟ เขตแดนแห่งไฟหรืออะไรทำนองนั้น โดยที่เขาเดาจากรูปแบบการใช้พลังของตาไกร
คำแห่งพลัง งอ กระเด้ง ของโจรป่าทั้ง 2สมควรอ่านได้ลึกกว่านี้เช่นกัน แต่นิทานไม่อาจทราบ
คำแห่งพลังคือตัวตนในจิตใจ สิ่งที่เป็ตัวเราอย่างแท้จริง จึงย่อมสมเหตุสมผลแล้วที่คำแห่งพลังของแต่ละคนย่อมไม่มีทางเหมือนกัน อาจแค่คล้าย แต่โดยเนื้อในแล้วย่อมแตกต่าง
ความแตกต่างนี้เกิดจากการตีความ คนผู้หนึ่งอาจมองไฟเป็อาวุธทำลายล้าง เผาผลาญศัตรูจนพินาศ
คนอีกผู้อาจมองไฟเป็ดั่งแสงสว่างที่ขจัดความชั่วร้ายทั้งปวง ผลลัพธ์จากพลังจึงย่อมไม่เหมือนกัน มีเพียงพลังพื้นฐานที่ย่อมใช้ได้เหมือนกันในฐานะของ ไฟ อย่างการจุดไฟ หรือ ความร้อนและเผาไหม้
นิทานเองก็ศึกษาคำแห่งพลังมามาก เขาเคยอ่านเจอคำแห่งพลังมาหลากหลายรูปแบบ มีบางคำที่เขาอ่านแล้วไม่อาจแม้แต่จะคาดเดาผลลัพธ์ของพลังด้วยซ้ำ
สำหรับเขาแล้ว คำแห่งพลังประเภทที่แปลกที่สุดมักจะเป็พวกอารมณ์ โกรธ ความสุข ริษยา หรือ คำแห่งพลังจำพวกกิริยาแปลก ๆ อย่าง เต้น สังเวย นอน นี่ยังไม่รวมถึงประเภทสัตว์ต่าง ๆ อย่าง หมาป่า ั อสรพิษ
แต่ในปัจจุบันนี้ อันดับคำแห่งพลังสุดแปลกของนิทานได้มีการจัดใหม่ครั้งใหญ่แล้ว
นิทาน วงจันทรา
คีตา วงจันทรา
เขาไม่เคยได้ยินคำแห่งพลังประเภทระบุชื่อคน (หมา) มาก่อน และเขาค่อนข้างแน่ใจว่าประชากรส่วนใหญ่บนโลกก็ไม่เคยได้ยินเช่นกัน แต่ถ้าจะให้เขาพูดว่ามีเพียงพวกเขาที่มีคำระบุชื่อก็อาจจะเกินไป ในบรรดาผู้เดินไปในการขีดเขียนชะตานับล้าน ย่อมมีคนที่อาจมีคำแห่งพลังระบุชื่อเช่นกัน
คนส่วนใหญ่ไม่ยินดีจะเปิดเผยคำแห่งพลังของตนอยู่แล้ว เป็ไปได้ว่าอาจมีที่แปลกแตกต่างยิ่งกว่าอยู่ก็เป็ได้
นิทานเคยได้ยินคำแห่งพลังประเภทตำแหน่งมาบ้าง เช่น ครอบครัว มารดา ความสัมพันธ์ คนรัก คำพวกนี้มักมีความสามารถจำกัดแต่พลังสูง สามารถเสริมพลังได้มาก แต่กับคำแห่งพลังระบุชื่อเช่นของเขาเป็อะไรที่เขาไม่เข้าใจ
นิทานลองส่งพลังเข้าไปในดวงดาราแห่งคำเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับพลัง เมื่อส่งพลังเข้าไปแล้ว ดวงดาราแห่งคำก็ตอบสนอง ส่งพลังกลับมาพร้อมกับความรู้เกี่ยวกับพลัง
นิทานรับรู้ถึงข้อมูลปริมาณมหาศาลที่โผล่ขึ้นในดวงจิต
เขาสามารถรับรู้ได้ถึงตำแหน่งของคีตาในระยะไม่เกิน 300 เมตร
เขาสามารถเข้าใจสิ่งที่คีตา้าจะสื่อได้อย่างเลือนรางโดยไม่ต้องสื่อสาร
เขาสามารถแบ่งคำแห่งพลังไปให้คีตาใช้ได้หากใช้งานร่วมกับเชื่อมโยง หากไม่มีเชื่อมโยงเขาสามารถส่งพลังประเภท พลังกาย ความแข็งแรง ความอึดทน ความเร็วได้ แต่ในปริมาณน้อยเท่านั้น
เขาสามารถรับพลังจากคีตาได้ขึ้นอยู่กับว่าคีตาจะส่งพลังแบบใดให้เขาผ่านพลังเชื่อมโยง
พลังที่ใช้ได้ย่อมมีจำกัดเนื่องจากสุดท้ายแล้วคำแห่งพลังคำนี้ก็อยู่ในขั้นแรกเกิดเท่านั้น เขายังไม่อาจทำพิธีสลักคำอีกครั้งเพื่อเลื่อนระดับคำนี้อย่างแท้จริงได้
ความหวังในการทำพิธีสลักคำนั้นไม่ใช่ว่าไม่มี เขาได้รับรู้เื่สมบัติวิเศษต่าง ๆ มาจากนักเดินทางแล้ว ในเวลานี้สิ่งที่เขาควรทำจึงเป็การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ตัวเองโดยไวที่สุด
นิทานรู้สึกเศร้าอยู่ลึก ๆ แต่ก็สะบัดความเศร้าทิ้งไปในทันที นิทานเริ่มวิเคราะห์ความสามารถและวิธีใช้งานคำแห่งพลัง
งั้นการที่คีตาสามารถแบ่งคำแห่งพลังของฉันไปใช้ได้เกิดจากการที่คีตาสามารถรองรับพลังที่ฉันส่งไปได้ รวมถึงตัวฉันก็สามารถส่งคำแห่งพลังไปได้
โดยปกติแล้วสามารถส่งไปได้แค่ พลังกาย พลังจิติญญา ความแข็งแรง แต่ฉันสามารถส่งคำแห่งพลังได้ด้วยการใช้งานประสานด้วย เชื่อมโยง
ถ้าประยุกต์ดี ๆ พลังของทั้งฉันทั้งคีตาก็จะทะยานไปอีกขั้น การแบ่งพลังระหว่างกันจะส่งผลมากในการต่อสู้ นิทานครุ่นคิด ในหัวของเขา่นี้วนเวียนอยู่แต่วิธีการเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเอง
งานประลองนั้นจะจัดปีหน้านี้แล้ว เขามีเวลาเหลืออีกเพียงหนึ่งปีเท่านั้น แม้งานประลองจะจำกัดอายุผู้เข้าร่วมไว้ที่ 40 ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่จึงสมควรเป็ผู้เรียนรู้หรือนักสลักเอกแต่นิทานมั่นใจว่าย่อมไม่จบอยู่แค่นั้น
นักสลักอัจฉริยะหลายคนก็อยู่ในสภาวะเดียวกันกับนิทาน ฝืนทำพิธีสลักคำก่อนวัยอันควร ส่งผลให้มีเวลาพัฒนาตนเองขึ้นได้รวดเร็วกว่าคนในวัยเดียวกัน แต่ขีดจำกัดในอนาคตด้อยกว่า
ผู้มีพร์เหล่านี้ย่อมไม่ยอมหยุดอยู่แค่นี้ พวกเขาย่อมพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อทำพิธีสลักคำอีกครั้ง และงานประลองนี้ก็คือโอกาสชั้นยอด
เมื่อนับรวมเหล่าผู้มีพร์จำพวกนี้แล้ว นิทานมั่นใจว่าหลายคนในนี้ต้องเป็นักสลักโท บางคนที่พร์เหนือล้ำอาจเป็ถึงอริยะไปแล้ว
นิทานมั่นใจว่าตนมีพร์ไม่ด้อยไปกว่าคนจำพวกนั้น แต่สิ่งที่เขาไม่มีคือเวลา นิทานปัจจุบันนี้อายุเพียง 21เท่านั้น ในขณะที่ผู้เข้าแข่งขันจำนวนมากย่อมอายุอยู่ใน่30ปลาย
เขายังเป็ผู้เรียนรู้ที่ไม่แม้แต่จะเป็นักสลักเอก เวลาในการพัฒนาตัวเองของเขานั้นน้อยจนเกินไป เขามั่นใจว่าหากเขาอายุ30ปลายหรือ 40 เขาย่อมเป็นักสลักโทหรืออริยะไปแล้วเช่นกัน
เขามีเวลาเพียงหนึ่งปีเพื่อที่จะขึ้นสู่นักสลักเอกและมีโอกาสได้ติดอันดับในการแข่ง ขั้นต่ำคือนักสลักโทหาก้าสิทธิ์ในการเข้าชิงอันดับหนึ่ง
คนปกติคงมองว่าไร้ความหวังโดยสิ้นเชิง หากนิทานไม่คิดเช่นนั้น
เขามีคีตาอยู่ด้วย
ในการประลองเช่นนี้แม้เป็การต่อสู้ตัวต่อตัว แต่การนำสัตว์คู่กายหรืออสูรคู่หูเข้ามาร่วมประลองด้วยเป็เื่ธรรมดาสามัญ
คำแห่งพลังนั้นหลากหลาย และคำแห่งพลังประเภทควบคุมก็มีมากมายไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็ ควบคุม บงการ สัญญาทาส ภักดีและอื่น ๆ
หากผู้มีคำแห่งพลังประเภทนี้เข้าร่วมการประลองแต่ไม่สามารถพกสัตว์คู่หูมาได้นั้น ไม่ต่างอันใดกับการบอกให้นักดาบมาสู้โดยไม่พกดาบเพราะคู่ต่อสู้นั้นเชี่ยวชาญเพลงหมัด
ยิ่งจักรวรรดิมาลาไคเป็ประเทศที่นับถือความแข็งแกร่งเป็สำคัญ หากผู้ชนะการประลองกลับไปพ่ายแพ้ให้ผู้ฝึกสัตว์ระดับเท่ากันที่ไม่อาจเข้าประลองได้นอกลานประลอง นั่นไม่ใช่หมายความว่าการประลองของจักรวรรดิเป็เพียงเื่ปาหี่หรอกหรือ
ในทางกลับกัน หากผู้ฝึกสัตว์นำสัตว์นับสิบตัวเข้ารุมคนผู้เดียวในการประลองย่อมยากจะทนดูเช่นกัน โดยปกติแล้วกฎการประลองตัวต่อตัวจึงมักอนุญาตให้ผู้ฝึกสัตว์นำสัตว์คู่หูเข้าร่วมการประลองได้ไม่เกิน 3ตัว
ส่วนการใช้สมบัติทุกประเภทนั้นเป็ข้อห้าม
คีตาเป็สุนัขธรรมดาที่ไม่ธรรมดา มันเป็สัตว์สามัญแต่กลับอยู่ระดับผู้เรียนรู้สี่คำ จะด้อยกว่าสัตว์อสูรก็คงเป็ด้านศักยภาพทางกายเท่านั้น แต่นิทานมั่นใจว่าคีตาในเวลานี้สามารถต่อกรตัวต่อตัวกับสัตว์อสูรระดับผู้เรียนรู้ระดับ 3คำได้
หากให้ต่อสู้ตัวต่อตัวกับมนุษย์ระดับผู้เรียนรู้ 4คำสมควรชนะสูสี แต่หากจะให้ต่อกรกับสัตว์อสูรระดับ 4คำด้วยตัวมันเอง มันสมควรแค่พอทนยื้อเวลาได้เท่านั้น ต้องใช้แผนการและสมบัติจึงจะมีหวังชนะ
โดยรวมแล้ว คีตาสมควรแข็งแกร่งพอ ๆ กับนิทานในยามที่เขาพกอาวุธเต็มสูบ
"ต้องหวังพึ่งนายแล้วนะ คีตา" นิทานพูดเบา ๆ พลางลูบหัวคีตาที่หลับอยู่ตรงอกอย่างแ่เบา