เชนเม่ยอิง

    ตอนที่ 16 การตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต ครั้งที่ 1

     

            เมื่อสบจังหวะหมานผิงก็ออดอ้อนบอกสามีว่า "อีกไม่นานอันเกาก็จะจบและคงสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ เพราะหัวดี ดีกว่าเม่ยอิงอีก หากให้เม่ยอิงเรียนตอนนี้ เมื่อถึงตอนนั้นอาจจะไม่มีเงินส่งให้เชนอันเกาเรียนจนจบก็ได้ คงน่าเสียดายแย่”


            เชนอันยูนิ่งคิด หมานผิงไม่ปล่อยให้สามีคิดเองนานจึงพูดเสริมขึ้นว่า “ยังไงก็ต้องให้ลูกชายเรียน เพราะลูกชายต้องสืบสกุล เป็๞ผู้หญิงเรียนไปสูงแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องแต่งงานกลายเป็๞คนสกุลอื่น”


            หมานผิงพูดพร้อมกับโอบกอดลูบคลำลำของเชนอันยูไปด้วย เชนอันยูหลับตาอย่างผ่อนคลายทั้งทางกายและทางใจ ที่หมานผิงพูดก็ถูก

     


            เมื่อเชนเม่ยอิงรู้ว่าพ่อปฏิเสธที่จะให้เธอเรียนต่อ ก็ร้องไห้วิ่งออกจากบ้านไปที่หลุมศพของแม่ เชนอันเกากลับมาจากโรงเรียนไม่เห็นพี่สาวก็วิ่งออกจากบ้านไปเช่นกัน 

     

            มืดค่ำแล้วลูกทั้งสองยังไม่กลับมา เชนอันยูชักเป็๲ห่วงลูกชายและลูกสาว แต่เมื่อเมียใหม่บอกว่าเด็กสองคนนั้นคงไปที่หลุมศพเมียเก่า “หากคุณไม่เชื่อก็ไปดูสิคะ”


            เชนอันยูไม่กล้าสู้หน้าภรรยาเก่า ถึงแม้ว่าจะเป็๲เพียงแค่รูปภาพหน้าหลุมศพเขาก็ไม่กล้า หมานผิงจึงบอกให้หมานลี่ฮุยลูกสาวของเธอไปดู


            “หนูไม่ไป หนูกลัว”


            “ฉันบอกให้แกไป แกก็ต้องไป”


            เชนอันยูที่ปกติแล้วจะไม่อยากฟังสองแม่ลูกที่ทะเลาะกันเ๱ื่๵๹ไม่เป็๲เ๱ื่๵๹เกือบทุกวัน แต่วันนี้เขาอยากรู้จริงๆ ว่าลูกของเขาอยู่ที่นั่นหรือไม่ จึงเอ่ยปากบอกให้หมานลี่ฮุยช่วยไปดูให้หน่อย แต่หมานลี่ฮุยยังไม่ไป


            “หนูไม่ไป หนูกลัว”


            “ไปดูให้ลุงหน่อยนะ”


            “ไม่”


            หมานผิงกลัวว่าเชนอันยูจะไม่ชอบลูกสาวของเธอ จึงยื่นเงิน 5 หยวน ให้ลูกสาว


            “ไปสิ หรือแกอยากถูกเฉดหัวออกไปจากบ้านนี้” หมายผิงกระซิบบอกลูกสาว


            หมานลี่ฮุยรีบจับเงิน 5 หยวน และทำหน้ามุ่ยก่อนที่จะไป


            หมานลี่ฮุยไม่กล้าไปที่ป่าช้านั่น จึงจ้างเด็กแถวบ้านคนละ 1 หยวน 2 คนให้ไปดูแทน


            หมานลี่ฮุยกลับมาบอกว่าเชนเม่ยอิงและน้องชายพากันอยู่ที่ป่าช้านั้นจริงๆ เชนอันยูโล่งใจ

     


            เชนเม่ยอิงและเชนอันเกานอนอยู่ข้างหลุมศพแม่ทั้งคืน


            รุ่งสาง สองพี่น้องก็พากันเดินกลับบ้าน

     



            เชนเม่ยอิงเดินเข้าบ้าน


            “อาอิง อาเกา” เชนอันยูเรียกลูกสาว แต่เชนเม่ยอิงเดินผ่านผู้เป็๞พ่อเข้าห้องไปโดยไม่มองหรือพูดอะไร น้องชายก็เดินตามพี่สาวโดยไม่พูดกับพ่อเช่นเดียวกัน เชนเม่ยอิงหมกตัวอยู่ในห้องทั้งวัน


            เม่ยอิงคิดอยู่ทั้งคืนว่าเธอจะทำยังไงดี เธอเดินไปเปิดผ้ากั้นมองดูน้องชายที่หลับคาโต๊ะหนังสือ น้องชายของเธอเป็๞เด็กเรียนดีและอยากเป็๞หมอเหมือนกับเธอ หวังว่าพ่อคงจะส่งให้อาเกาเรียน แล้วถ้าพ่อไม่ให้อาเกาเรียนล่ะ เราจะทำยังไง เชนเม่ยอิงเดินไปดูกล่องออมสิน ถึงจะได้เงินไปโรงเรียนนิดเดียวแต่สองพี่น้องก็ยังเก็บเงินได้พอค่าหนังสือและค่าขนมตามที่อยากได้ โชคดีที่เงินนี้รอดเงื้อมือของหมานผิงและลูกสาว ไม่งั้นคงถูกขโมยเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา

     

            

            วันนี้สองพี่น้องไปทำความสะอาดหลุมศพแม่อีกครั้ง ครั้งนี้เชนเม่ยอิงบอกน้องชายว่าเธอจะไปอยู่ที่อื่น


            “พี่อิงจะไปอยู่ไหนครับ”


            “พี่ยังไม่รู้เลย อาจจะเป็๲ปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้ หรือที่ไหนก็ได้ที่พี่สามารถทำงานหาเงินได้เยอะ”


            “ห๋า ไกลขนาดนั้นเลยเหรอครับ” เชนเม่ยอิงพยักหน้า


            “แต่พี่อิงไม่รู้จักใคร”


            “พี่เอาตัวรอดได้ ขอแค่น้องของพี่ตั้งใจเรียน พี่จะพยายามหาเงินส่งให้เธอเรียน”


            “ผมอยากไปกับพี่อิงด้วย”


            “ไม่ได้เธอต้องเรียนให้จบและสอบเข้าหมอให้ได้ เธอคือความภูมิใจของแม่และของพี่”


            “ผมยังเรียนไม่จบมัธยมเลย”


            “พี่รู้ว่าเธอทำได้ พี่จะเขียนหาเธอเป็๲ประจำเข้าใจไหม และเธอก็ต้องตอบพี่ทุกครั้ง”


            “ครับ” เชนอันเการู้ว่าเมื่อพี่สาวตั้งใจจะทำอะไรแล้วยากนักที่ใครจะห้ามได้


            เชนอันเกาหันไปมองรูปแม่ “ขอให้คุณแม่คุ้มครองพี่อิงด้วยนะครับ”


            “หนูขอให้คุณแม่คุ้มครองหนูและน้องด้วยนะคะ ช่วยชี้และส่องแสงนำทางให้หนูและน้องด้วย” จากนั้นเชนเม่ยอิงก็ถอดสร้อยคอเล็กๆ ที่แม่มอบให้เธอ สวมใส่ให้น้องชาย


            "สร้อยเส้นนี้คือตัวแทนของคุณแม่และพี่ คุณแม่กับพี่จะกอดเธออยู่ตลอดเวลา"


            เชนอันเกาจับและกุมสร้อยเส้นนั้นไว้แน่น "ผมสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณแม่และพี่อิงผิดหวัง"


            "ดีมาก"

     



            คืนก่อนถึงวันสำคัญ


            “พี่อิง”


            เชนเม่ยอิงมองน้องชายที่ยื่นมือเอาอะไรบางอย่างให้


            “อาเกา เก็บเอาไว้เถอะ” เม่ยอิงพูดพร้อมกับยื่นมือไปกุมมือของน้องชายไว้


            “พี่มีพอ”


            “ผมอยากให้พี่อิงรับไว้ นะครับพี่อิง นะครับ” เชนเม่ยอิงหันไปมองกระปุกออมสินของน้องชายที่ถูกแกะออก ใจนั้นไม่อยากได้ แต่เมื่อคิดถึงทางข้างหน้าที่เธอเองก็ไม่รู้เลยว่าจะเป็๲ยังไง จึงรับไว้


            “ขอบใจมากนะ น้องพี่”

     



            เชนเม่ยอิงตื่นนอน๻ั้๹แ๻่ฟ้ายังไม่สาง


            “อาเกา อย่าร้องไห้” เชนเม่ยอิงบอกน้องชายขณะที่ใบหน้าของตัวเองนั้นเต็มไปด้วยน้ำตา เชนเม่ยอิงเปิดประตูออกจากบ้าน สองพี่น้องสวมกอดล่ำลากัน

     


            เมื่อมาถึงสถานีรถบัส เชนเม่ยอิงกำเงินในมือแน่น เราจะไปไหนดี ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เธอเลือกเมืองใหญ่ เพราะหวังว่าจะหางานทำได้ง่าย

    เชนเม่ยอิงยังคงยืนเก้ๆ กังๆ จนหญิงร่างท้วมวัยกลางคนเดินเข้ามาถามว่าจะไปไหน เชนเม่ยอิงตอบไม่ได้ แต่ก็พยายามทำเป็๲มั่นใจ หญิงคนนั้นจึงเดินผ่านไป เชนเม่ยอิงมองช่องขายตั๋วอีกครั้ง เราจะไปไหนดี โยนเหรียญแล้วกัน


            หัว ปักกิ่ง


            ก้อย เซี่ยงไฮ้


            เชนเม่ยอิงมองเหรียญที่หมุนอย่างใจจดใจจ่อ ยิ่งมองก็เหมือนมันยิ่งหมุนช้า


            “จะไปไหน” ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาถาม


            เชนเม่ยอิงกลัวว่าชายคนนั้นจะหยิบเหรียญของเธอไป จึงรีบหยิบมันขึ้นมาก่อน


            “ถามแค่ว่าจะไปไหน กลัวไปได้”


            เชนเม่ยอิงนึกในใจเอาว่ะ เห็นอะไรก่อนก็เป็๲อันนั้น เธอจึงเปิดฝ่ามือออก ก้อย เซี่ยงไฮ้ก็เซี่ยงไฮ้

     


            ชายและหญิงวัยกลางคนยังคงยืนมองเด็กสาว “ว่าไงจะไปไหน” เสียงผู้หญิงเอ่ยขึ้น


            “ไปเซี่ยงไฮ้”

     

            ผู้หญิงคนนั้นก็รีบจัดแจงพาเชนเม่ยอิงไปที่ช่องขายตั๋วของตัวเองทันที


            “เซี่ยงไฮ้หนึ่ง” แล้วก็เดินจากไป เชนเม่ยอิงมองดูตั๋วที่ได้รับมา ก่อนที่จะถามต่อว่า “ตั๋วใบนี้ใช้ได้จนถึงเซี่ยงไฮ้เลยใช่ไหมคะ”


            “อื่อ” คนขายตั๋วพยักหน้า ก่อนที่จะโบกทำมือมือให้เธอออกจากช่องตั๋วไป


            “คนต่อไป”


            เชนเม่ยอิงยังอยากรู้อีก “แล้วตอนต่อรถ”


            “คนต่อไป” คนขายตั๋วไม่สนใจเธอเลย เชนเม่ยอิงจึงเอาตั๋วไปถามหญิงร่างท้วมที่พาเธอมาซื้อตั๋วที่ช่องนี้


            “คุณป้าคะ”


            “เรียกใครว่าป้า”


            “เอ่อ คุณน้าคะ ตอนไปต่อรถที่เมืองนี้” เชนเม่ยอิงบอกชื่อเมืองตามตั๋ว แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่สนใจ มองหาลูกค้าคนอื่นต่อ

    เชนเม่ยอิงจึงมองหาเพื่อนร่วมชะตากรรมซึ่งก็มีไม่น้อย เมื่อมีคนร้อง๻ะโ๠๲บอกว่า เซี่ยงไฮ้ คนก็กรูไปที่ช่องรอขึ้นรถบัสช่องนั้นทันที เพื่อที่จะได้ขึ้นรถ


            เป็๲ครั้งแรกในชีวิตที่เชนเม่ยอิงต้องแย่งชิงกับคนอื่น มันช่างน่ากลัวนักทุกคนเกรี้ยวกราด ฉุดกระชากยื้อแย่ง ผลักและเตะกันออกจากทางของตน


            เมื่อก้าวขาขึ้นรถไปได้แล้วถึงจะไม่ได้นั่งก็ยังดีกว่าไม่ได้ขึ้น เธอมองดูคนที่มีกระเป๋าสัมภาระใบโตและลูกเล็กหนึ่งคนที่ยืนร้องไห้ พวกเขาไม่ได้ขึ้นรถเพราะแก่งแย่งกับคนอื่นไม่ได้จึงได้แต่นั่งร้องไห้ รถทางไกลมีแค่วันละเที่ยวเท่านั้น ใครตกรถก็ไม่ได้ไป เธอหวังว่าหลายคนคงจะได้เงินค่าตั๋วคืน หรือไม่ก็สามารถใช้ตั๋วที่มีในวันถัดไปได้