หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 39 : ขึ้นไปชั้นที่สิบอีกครั้ง

            ภายในห้องปรุงโอสถ พลังอันน่ากลัวเริ่มจางหายไปพลานุภาพของวิชามหาอำนาจนี้เกินจินตนาการของเต้าหลิงไปมากทว่าเขาก็สัมผัสได้ว่ามันยังไม่สมบูรณ์

            “ไม่ว่ามันจะสมบูรณ์หรือไม่อย่างไรเสีย ก็นับว่าเป็นวิชามหาอำนาจที่แข็งแกร่งมากทว่าคงจะต้องเข้าสู่ขั้นสถิตวิญญาณเสียก่อนเมื่อครู่เป็นแค่การก่อตัวขั้นแรกเริ่มเท่านั้น”เต้าหลิงกล่าวออกมาในใจ

            “อีกสักสองวันค่อยไปบอกจื่ออวี้ก็แล้วกันไม่รู้ว่าวิชามหาอำนาจนี้เกี่ยวข้องกับอะไร” เต้าหลิงกระชับหมัดจากที่จื่ออวี้บอกให้เขาฝึกวิชามหาอำนาจนี้เขาสัมผัสได้ว่าวิชานี้จะต้องเกี่ยวข้องกับอะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่มาก

            มองจากความน่ากลัวของฝ่ามือหยินหยางแล้วบางทีวิชานี้อาจจะเป็นวิชาที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม จื่ออวี้ก็ไม่ได้มีความเกลียดชังอะไรเขาถึงตอนนั้นก็ค่อยไปถามนางก็แล้วกัน

            “ลองไปดูที่ชั้นสิบก่อนหากเข้าไปไม่ได้ก็กลับไปทะลวงขั้นสถิตวิญญาณเพราะตอนนี้ข้าอยู่ในขั้นพลังสูงสุดของขั้นหล่อกายาแล้ว”

            เต้าหลิงลุกยืนขึ้นพลางเดินออกไปจากที่นี่ ในตอนนี้แรงกดดันของชั้นเก้าไม่มีผลต่อเขาเท่าไรนักไม่นานเขาก็มาหยุดอยู่ตรงที่หน้าประตูของชั้นสิบ

            ประตูบานนี้เหมือนกับพระอาทิตย์สีทองที่ลุกโชนให้ความรู้สึกถึงพลังที่ศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขาม ทำให้ผู้คนไม่กล้าสบประมาท

            เขากำหมัด อักขระสีทองปรากฏขึ้นมาชั้นหนึ่งมันได้ห่อหุ้มร่างกายของเขาเอาไว้ราวกับชุดเกราะ

            หลังจากนั้นทั่วร่างของเขาก็ถูกปกคลุมด้วยเปลวเพลิงแก้วชั้นหนึ่งคลื่นพลังความร้อนปลดปล่อยออกมา เหนือหัวมีหอคอยล้ำค่าสีม่วงอันหนึ่งลอยอยู่แสงสีม่วงเป็นเส้นๆ ร่วงตกลงมา

            เขาป้องกันเอาไว้ถึงสามชั้นครั้งนี้เต้าหลิงเตรียมตัวมาอย่างดี เขาสูดลมหายใจเข้าลึกสายตามองไปเข้าไปที่ทางเข้าชั้นสิบ จากนั้นเขาก็ก้าวฝีเท้าเข้าไปข้างใน

            ร่างของเขาปรากฏอยู่ข้างในประตูสีทองคลื่นพลังดุจทะเลแดงได้ตื่นขึ้น มันม้วนตัวออกมาด้วยอานุภาพที่ยิ่งใหญ่มหาศาล คล้ายกับมังกรที่ทะลวงฝ่าท้องสมุทรออกมาทำเอาฟ้าดินสั่นสะเทือนจนแทบจะระเบิดออก

            ครืนครืนครืน

            พลังที่น่ากลัวกดทับลงมา หอคอยแสงม่วงสั่นสะเทือนจากนั้นเพียงแค่เสี้ยววินาที มันก็ถูกทำลายจนแหลกเป็นผุยผง

            สีหน้าของเต้าหลิงเปลี่ยนไป อาวุธล้ำค่าชิ้นนี้ถูกทำลายลงแล้วทั้งๆ ที่หอคอยแสงม่วงนี้แข็งแกร่งกว่าร่างกายของเขามากเป็นไหนๆ

            “แย่ล่ะสิ”เขาแผดเสียงคำราม ผมสีดำปลิวไสวอย่างบ้าคลั่งดวงตาทั้งสองเบิกกว้างขึ้นพลางเก็บเพลิงโอสถแก้วลงไปเขารู้สึกได้ว่าถ้าจะเข้าไปข้างในจะต้องพึ่งแค่ร่างกายของตนเท่านั้น

            ถ้าพึ่งพาของล้ำค่านอกกาย เดาว่าคงถูกบดขยี้จนแหลก

            คลื่นลมที่น่ากลัวกดทับเข้าใส่ร่างดุจขุนเขาขนาดใหญ่ทั่วร่างของเต้าหลิงสั่นสะท้าน ปราณสีทองภายในร่างพุ่งออกมาพลันม้วนตัวซัดออกไป

            ภายในร่างของเขา คลื่นพลังที่น่าหวั่นเกรงถูกปลดปล่อยออกราวกับเด็กหนุ่มเทพสวรรค์ที่กำลังออกเดินทางเพื่อต่อต้านแรงกดดันที่น่ากลัวนั้นแล้วก้าวฝีเท้าเข้าไปข้างใน

            ปรากฏเส้นทางสีทองเส้นหนึ่งขึ้นเต้าหลิงไม่รู้ว่ามันจะยาวเท่าไร พลังในขั้นหล่อกายาของเขาแข็งแกร่งมากทว่าด้วยแรงกดดันโดยรอบที่กดทับลงมาดั่งภูเขาถล่มนี้ทำให้กระดูกของเขาแตกออกจนได้รับบาดเจ็บแสนสาหัส

            “แค่ก” เต้าหลิงพ่นเลือดกองใหญ่ออกมาก่อนที่ร่างของเขาจะถูกพัดออกมาเต้าหลิงไม่กล่าวอะไรพลางนั่งขัดสมาธิแล้วดึงพลังโดยรอบมารักษาบาดแผล

            นี่เป็นการหยอกคนรุ่นหลังอย่างนั้นหรือ?

            เต้าหลิงรู้สึกได้ว่าเขาไม่สามารถจะเข้าไปข้างในได้ต่อแล้วถึงเขาจะไม่รู้ว่าอัจฉริยะอย่างอู่ตี้นั้นจะแข็งแกร่งมากแค่ไหนแต่ถ้าในขั้นหล่อกายา เต้าหลิงไม่มีทางกลัวเขาอย่างแน่นอนนั่นเป็นความเชื่อมั่นของเขา

            ขนาดอู่ตี้ที่สุดยอดในใต้หล้ายังไม่สามารถเข้าไปได้

            เต้าหลิงคิดว่านี่เป็นตำนานที่ยากจะพิชิตได้จริงๆบางทีที่ไม่มีคนเข้าไปได้เขาเดาว่าคนที่สร้างหอคอยผ่านจิตนี้อาจจะทำไว้เพื่อใช้แกล้งคนรุ่นหลัง

            เขาดูดซับพลังโดยรอบมาฟื้นฟูบาดแผลซึ่งการฟื้นฟูครั้งนี้รวดเร็วยิ่งกว่าครั้งก่อน หลังจากนั้น หนึ่งวันผ่านไปร่างกายของเขาก็ฟื้นฟูกลับมาจนถึงจุดสูงสุด แววตาทั้งสองจ้องไปที่ประตูสีทองเขายังคิดที่จะลองเข้าไปดู ทว่าแค่ร่างกายอย่างเดียวคงจะไม่ได้

            “ข้าลืมไปได้อย่างไรข้าสามารถฟื้นฟูพลังที่สูญเสียไปกลับมาได้”แววตาของเต้าหลิงเปล่งประกายเขาก้าวฝีเท้าเข้าไปข้างในอีกครั้ง

            พลังที่น่ากลัวโดยรอบกดทับเข้าใส่ร่าง ทุกๆเส้นพลังหนักหน่วงเหมือนดั่งภูเขาหากเป็นเพียงไม่กี่เส้นพลังเขายังสามารถรับได้ไหว ทว่ามันกลับกดทับลงมาเรื่อยๆไม่ช้าก็เร็วพลังก็ต้องสูญเสียไปจนหมด พอถึงตอนนั้นชีวิตก็ดับสิ้น

            “เข้ามา” เต้าหลิงคำราม รูขุมขนทั่วร่างเปิดออกร่างกายเหมือนกับเตาหลอมที่ลุกไหม้ เขาต่อต้านพลังโดยรอบแล้วดึงพลังเข้ามา

            ทุกเส้นพลังราวกับพลังของมังกรคะนองน้ำที่ทะลวงเข้าสู่ร่างกายร่างของเต้าหลิงสั่นไหว พลังที่ถูกกลั่นหลอมพุ่งขึ้นไปถึงจุดสูงสุดจนบิดเบี้ยวคล้ายกับจะระเบิดออก

            นี่เป็นการลองที่อันตรายมาก หากล้มเหลวกล้ามเนื้อของเขาจะถูกบดขยี้จนแหลกเป็นเศษธุลีแน่

            หมัดทั้งสองของเต้าหลิงกำแน่น ขาทั้งสองยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับอักขระสยบฟ้าปรากฏขึ้น มันได้ดึงพลังต้นกำเนิดโดยรอบเข้ามาในร่างกายแล้วเริ่มฟื้นฟูบาดแผลของกายล้ำค่าอย่างบ้าคลั่ง

            เขาก้าวฝีเท้าเข้าไปข้างในพร้อมกับผสานพลังที่หอคอยผ่านจิตปลดปล่อยออกมาทำให้ความเร็วในการดูดซับของเขานั้นรวดเร็วมากขึ้น

            คลื่นพลังที่น่ากลัวโหมกระหน่ำอยู่ภายในร่างของเขาอย่างบ้าคลั่งถ้าเป็นกายธรรมดา ไม่รู้ว่าจะระเบิดออกไปกี่ครั้งแล้ว

            “หวังว่าข้าคงไม่มาทำให้ตัวเองตายหรอกนะ”เต้าหลิงเดินไปได้สักพัก เขาก็ขบฟันกล่าวขึ้นมา หากไม่ระวังแล้วพลาดท่าเดาว่าคงถูกแรงกดดันอัดร่างจนแหลกแน่

            เต้าหลิงก็เดินมุ่งหน้าไปตามเส้นทางสีทองบนร่างมีรอยเลือดไหลออกมา ในตอนนั้นดวงตาของเขาก็หรี่ลงเขามองเห็นกระบี่โบราณเล่มหนึ่งปักอยู่บนเส้นทางสีทองมีเพียงแค่ด้ามกระบี่โผล่ขึ้นมา ทั้งยังเป็นสนิมอีก

            เต้าหลิงตกใจมาก ที่ตกใจก็คือทำไมกระบี่โบราณเล่มนี้ถึงไม่ถูกทำลาย

            “ขนาดหอคอยแสงม่วงยังถูกทำลายหรือว่ากระบี่โบราณเล่มนี้จะแข็งแกร่งยิ่งกว่าอาวุธล้ำค่ากัน?” เต้าหลิงตกตะลึง เขาไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ตนคิดสักเท่าไรหรือว่ากระบี่โบราณนี้จะเป็นของคนที่ตายไปแล้ว

            ฝีเท้าของเขาขยับเข้าไปฝ่ามือจับไปที่ด้ามกระบี่สีดำที่โผล่ขึ้นมา ก่อนใช้แรงขยับมันจากนั้นสีหน้าของเขาก็พลันแปลกประหลาด เพราะกระบี่เล่มนี้หนักมากหนักจนไม่สามารถดึงออกมาได้

            เต้าหลิงใช้พลังอย่างสุดชีวิตบนเส้นทางสีทองส่งเสียงดังครืดครืด กระบี่โบราณนี้หนักมากเต้าหลิงรู้สึกว่ามันเหมือนกับภูเขาขนาดเล็กลูกหนึ่ง

            “ไม่ไหวดึงไม่ออก” เต้าหลิงถอนหายใจออกมาเขาไม่สามารถดึงมันออกมาได้ บางทีคงจะต้องให้แรงกดดันรอบๆหายไปก่อนถึงจะสามารถดึงมันออก

            “ที่นี่จะต้องมีคนตายอยู่มากแน่” เขามองเห็นรอยคราบเลือดจำนวนมากบนเส้นทางสีทองเดาว่าน่าจะเป็นเลือดของอัจฉริยะที่น่ากลัวมากๆ

            ไม่นานนัก เต้าหลิงก็ใกล้จะทนต่อไปไม่ไหวแล้วเขาดื่มพลังชีวิตเหลวล้ำค่าลงไปครึ่งหยด เพื่อใช้พลังของมันมาฟื้นฟูบาดแผล

            เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เขาไม่รู้ว่าตนนั้นเดินอยู่บนเส้นทางสีทองมานานเท่าไรแล้วเขาดื่มพลังชีวิตเหลวล้ำไปสองหยด ในตอนนี้มีเหลืออยู่แค่ครึ่งหยดเท่านั้นถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็คงจะต้องถอยกลับสถานเดียว

            เส้นทางสีทองนี้ทั้งน่าเกรงขามและน่าหวั่นเกรงทำให้ผู้คนที่เห็นอดไม่ได้ที่จะเกิดความเลื่อมใส

            ส่วนลึกที่สุดของเส้นทางสีทองสง่างามมากเสียงเต๋าที่เหมือนกับเสียงสายฟ้าเส้นแสงนับหมื่นเส้นราวกับเป็นที่หลบซ่อนของเซียน

            อีกทั้งด้านในยังมีพลานุภาพศักดิ์สิทธิ์ที่น่ากลัวถูกปลดปล่อยออกมาเป็นระลอกๆประตูสีทองที่อยู่ข้างในสุดปลดปล่อยพลังที่น่าสะพรึงออกมา พลังโกลาหลร่วงหล่นลงมาเป็นสายๆ

            “ส่วนลึกสุด”เต้าหลิงหรี่ตาลง สีหน้าเต็มไปด้วยความปีติ นี่ก็คือส่วนลึกสุดของชั้นที่สิบ

            ฝีเท้าของเขาก้าวเข้าไปข้างในเรื่อยๆทุกฝีเท้าก้าวออกไปอย่างช้าๆ เหมือนแบกภูเขาอยู่ก็มิปานพลังที่น่ากลัวภายในร่างปะทุขึ้นมา

            เต้าหลิงเดินฝ่ามาจนถึงข้างในสุดทว่าเขากลับมองเห็นเลือดกองหนึ่งอยู่บนพื้น ทำให้เขาตกตะลึงมาก หัวใจของเขาสั่นไหวนี่มันเป็นเลือดของใครกัน?

            อีกทั้งเลือดนี้ยังสดใหม่มันจะต้องเป็นของคนที่เพิ่งจะเข้ามาเมื่อไม่นานมากนี้แน่

            “อู่ตี้” เขากำหมัดแน่นเพราะสัมผัสได้ถึงพลังคุ้นเคยที่ถูกปล่อยออกมาจากเลือดทำให้เขาหวนนึกไปถึงพลังของอู่ตี้ หรือว่าอู่ตี้จะเข้าไปได้สำเร็จแล้ว?

            เต้าหลิงสูดลมหายใจเข้าลึก ด้วยสีหน้าที่หนักอึ้งไม่ว่าเขาจะล้มเหลวหรือบาดเจ็บแสนสาหัส แต่นั่นก็แสดงให้เห็นว่าประตูนี้ยากจะที่เข้าไป

            ไม่ต้องสงสัยในเรื่องความแข็งแกร่งของอู่ตี้เขาอยู่ในอันดับที่หนึ่งของศิลาเทพยุทธ์ ทั้งยังเป็นอันดับหนึ่งของดินแดนลึกลับ

            ฝีเท้าของเขาขยับเข้ามาใกล้ ก่อนที่หยุดอยู่ข้างๆ ประตูสีทองเดาว่าอู่ตี้น่าจะบาดเจ็บอยู่ หากเขาเข้าไปแล้วของล้ำค่าก็ต้องถูกเขาเอาไปหมดแล้วน่ะสิ

            “เข้าไปก่อนแล้วกันข้าอยากจะรู้ว่ามีอะไรประหลาดอยู่ข้างในนั้น”เต้าหลิงขบฟันแผดเสียงคำรามต่ำอักขระสีทองผุดขึ้นมาทั่วร่าง รูขุมขนทั้งร่างปิดสนิท ภายในร่างปลดปล่อยปราณสีทองที่เปี่ยมล้นออกมากดทับมวลอากาศ

            เต้าหลิงคำรามลากเสียงยาวฝีเท้าของเขากระทืบลงพื้นก่อนพุ่งเข้าไปข้างใน

            ตูม ราวกับฟ้าถล่ม เสียงสวรรค์ ปึงปึงดังสนั่นเข้าหูทั้งสองข้างคล้ายกับเสียงท้องฟ้าถล่มก็มิปาน

            ภายในจิตใจของเต้าหลิง ฟ้าดินกลายเป็นสีทองอร่ามมีพลังที่น่ากลัวบางอย่างถูกปลดปล่อยออกมา

            ต้นตอของพลังที่น่ากลัวมาจากเหนือหัวเขาสัมผัสได้ว่ามีร่างเงาหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่กลางห้วงมิติเหมือนกับเทพที่สร้างโลกปกครองเก้าฟ้าสิบแผ่นดิน

            เขายังสัมผัสได้อีกว่า คนคนนี้กว้างใหญ่ไร้ซึ่งที่สิ้นสุดแสงสีทองสว่างจ้าจำนวนมากถูกปลดปล่อยออกมา เขาเหมือนดั่งอยู่มานานหลายยุคสมัยทั้งยังเป็นอมตะ เขาก็คือเทพเจ้าที่ปกครองฟ้าดินแห่งนี้

            มีเสียงหนึ่งดังก้องเข้ามา หมัดทั้งสองของเต้าหลิงกำแน่นเขารู้สึกเหมือนว่าทั่วฟ้าดินกำลังจะระเบิดออก ราวกับถ้าเงยหน้ามองขึ้นไปจุดจบของเขาก็คือความตาย

            ฟ้าดินพลิกผัน เต้าหลิงคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่งผมยาวปลิวไสวลอยชี้ขึ้นไปบนท้องนภา เสียงคำรามบดทำลายความหวาดกลัวที่มีอยู่ภายในใจพลังบริสุทธิ์สวรรค์แผดเผาจนถึงจุดสูงสุด

            ในตอนนั้นเองร่างกายของเขาเหมือนกับมีดินแดนบริสุทธิ์ถูกเปิดออกพลานุภาพศักดิ์สิทธิ์ได้ระเบิดออกอย่างไร้จุดจบ

            เต้าหลิงคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่งดวงตาทั้งสองเหมือนกับกระบี่สวรรค์ที่พุ่งทะลวงฝ่าเก้านภาสิบแผ่นดินทำลายทุกสรรพสิ่ง เขาเปล่งเสียงร้องคำรามออกด้วยโทสะ ทันใดนั้นใบหน้าของเขาก็แหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า

            จักรวาลราวกับสูญสลาย ความหวาดกลัวหายไปจนหมดท้องฟ้าถูกชำระล้างจนกลายเป็นสีเขียวมรกต ให้ความรู้สึกที่เงียบสงบ

            ที่นี่คือสถานที่โบราณแห่งหนึ่ง ที่อัดแน่นไปด้วยแสงหมอกสวรรค์นับหมื่นเส้นแสงเซียนลอยโบกสะบัด ซึ่งที่นี่ก็คือสถานที่สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์

            เต้าหลิงหายใจเข้าออกถี่ สายตากวาดไปรอบๆใบหน้าละอ่อนพลันเต็มไปด้วยความตกตะลึง แล้วคนคนนั้นล่ะ?

            แรงกดดันเมื่อครู่น่ากลัวเกินไปแล้วทั้งยังเป็นอนุภาพแรงกดดันที่มาจากจิตใจ ไม่ใช่จากกายพลังเช่นนี้สามารถทำให้คนตกใจจนหัวใจล้มเหลวได้เลย

            ทว่าในตอนที่เขาแหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า กลับไม่มีอะไรเลยมีเพียงแค่ความเงียบสงบ ซึ่งนั่นทำให้เขาตกใจมากเหมือนกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่ความฝัน

            เขาเกาหัว แววตาประกายแสงออกมาตรงหน้าของเขามีบ่อน้ำอยู่แห่งหนึ่ง แสงนับหมื่นเส้นถูกปลดปล่อยออกมาเหมือนกับบ่อน้ำของเซียนสวรรค์ที่ปล่อยคลื่นพลังชีวิตมหาศาลไม่มีสิ้นสุดทั้งยังมีกลิ่นอายของพลังต้นกำเนิดสรรพสิ่ง

            “หรือว่านี่จะเป็นชั้นที่สิบ?”

    คล้ายกับเรื่องหมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984