วิชารูปแบบ ‘ปราณ’
การทดลองที่แสนเร่าร้อนดำเนินต่อไปนานหลายชั่วโมงในที่สุดเสียงครวญครางของวอร์แคทก็เงียบหายไปหลังจากผ่านศึกรักที่ร้อนแรงกับกัสติดต่อกันนานถึง3 ชั่วโมงเต็ม
เมื่อรวมกับความอ่อนล้าจากการฝึกฝนวิชาในสภาพที่ไม่พร้อมเต็มที่ท้ายที่สุดวอร์แคทก็หมดสภาพจนไม่อาจทำการทดลองได้อีก
แม้ว่าวอร์แคทจะหมดแรงและจำต้องล้มเลิกการทดลองกลางคันทว่าใบหน้าของหญิงสาวกลับปรากฏรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขเพราะว่าเธอนั้นสมหวังแล้วหลังจากผ่านศึกรักที่ร้อนแรงกับกัสมาหลายต่อหลายครั้ง
หลังจากพักเติมพลังและกระตุ้นวิชาซ้ำแล้วซ้ำอีกใน3 ชั่วโมงที่ผ่านมา ในที่สุดวอร์แคทก็บรรลุวิชาวิฬาร์ราตรีระดับสูงได้ในที่สุด
ซึ่งทันทีที่วอร์แคทบรรลุวิชาระดับสูงของเธอได้หญิงสาวก็ตอบสนองกัสยิ่งกว่าเดิมเธอไม่ได้ทำตัวเป็นเพียงตุ๊กตาเนื้อที่ปล่อยให้เขาเสพรับความสุขสมเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปหากแต่ปลดปล่อยทักษะของเมดสาวออกมาจนหมดสิ้นทำให้กัสต้องเป็นฝ่ายส่งเสียงครางออกมาแทบไม่เป็นภาษาเมื่อเจอกับทักษะของเมดสาวที่ผ่านการคิดค้นปรับปรุงและถ่ายทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นในตระกูลอันดูวเดธ
เมื่อเผชิญหน้ากับทักษะเหล่านี้กัสก็แทบจะทำอะไรไม่ได้น้องจากรองรับความสุขสมเสียวซ่านที่ทำให้เขาแทบจะหลั่งออกมาอย่างไม่อาจควบคุม
แต่ถึงจะมีทักษะที่ดียังไงสุดท้ายวอร์แคทก็สู้ความอึดของกัสไม่ได้และหมดแรงในอ้อมกอดของเขาและทำให้พวกเขาจำต้องหยุดการทดลองที่ร้อนแรงเอาไว้ก่อน
สีหน้าของซีต้ายังคงเคร่งเครียดจริงจังเธอแทบไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากบันทึกโลกวิญญาณของเธอเลย ไม่ว่าจะเป็นช่วงพักหรือช่วงที่มีการทดลองเธอก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้น หากแต่จ้องมองชุดตัวเลขที่ยากจะเข้าใจอย่างจริงจังชนิดที่ลืมนึกถึงเรื่องของวอร์แคทไปเลยด้วยซ้ำ
เนื่องจากไม่มีคำสั่งให้หยุดจากซีต้าวอร์แคทถึงได้กล้าฝืนตอบแทนกัสจนหมดแรงทั้งที่ตามปกติแล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่เมดสาวจะปล่อยให้ตัวเองหมดแรงจนไม่สามารถปรนนิบัติเจ้านายของเธอได้
เมื่อวอร์แคทหมดสภาพกัสก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งรอ พลางสบตากับคิตตี้ที่หน้าแดงก่ำอยู่ตลอดเวลาเด็กสาวเขินอายจนไม่กล้าสบตากัส แต่ก็ยังแอบมองเขาอยู่ตลอดซึ่งทุกครั้งที่สบตากันกัสก็จะยิ้ม คิตตี้ก็ยิ้มให้
ทว่าเมดสาวตัวน้อยก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเข้ามาช่วยดูแลกัสเพื่อรับหน้าที่ต่อจากวอร์แคทแต่อย่างใด
ทั้งนี้ก็เป็นเพราะเธอไม่ได้รับคำสั่งจากเจ้านายของเธอทำให้เธอไม่อาจทำตามใจตัวเองได้ไม่ว่าเธอจะต้องการเขามากขนาดไหนก็ตาม
พอเห็นว่าเมดสาวไม่มีทีท่าว่าจะเข้ามาหาเขากัสก็ทำได้เพียงถอนหายใจพลางโอบกอดวอร์แคทที่นอนหอบหายใจอยู่ในอ้อมกอดของเขา พลางเล่นหน้าอกของวอร์แคทฆ่าเวลาจนทำให้เมดสาวส่งเสียงครางกระท่อนกระแท่นออกมาเป็นช่วงๆจากความเสียวที่เกิดจากสัมผัสของกัส
เมื่อเห็นสภาพของรุ่นพี่ที่ถูกเล่นหน้าอกเพื่อฆ่าเวลาคิตตี้ก็เห็นใจและอยากช่วย ทว่าเธอก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกันเพราะตอนนี้ซีต้ากับมิซ่ายังไม่มีทีท่าว่าจะเงยหน้าขึ้นมาจากบันทึกโลกวิญญาณเลย
แต่หลังจากผ่านไปนานเกือบสิบนาทีในที่สุดซีต้าก็ถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะยืดตัวขึ้นเพื่อคลายอาการปวดเมื่อยจากการก้มหน้าเป็นเวลานาน
สายตาของหญิงสาวมองตรงไปยังกัสก่อนจะหยุดลงที่วอร์แคทที่ถูกกัสเล่นหน้าอกจนแดงไปหมด เห็นแบบนั้นซีต้าก็ยิ้มขำๆ พลางดุกัสเบาๆด้วยท่าทีที่ไม่จริงจังนัก
“เด็กบ้า! เจ้าเล่นมากไปแล้วนะไม่เห็นหรือไงว่าหน้าอกของแคทแดงช้ำหมดแล้ว”
กัสได้ยินแบบนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้มน้อยๆก่อนจะปล่อยมือจากหน้าอกคู่งามที่แม้จะแดงไปบ้าง แต่ก็ยังห่างไกลจากคำว่าช้ำของซีต้าอยู่ไกลลิบเพราะเขาเล่นด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ
นอกจากนั้นวอร์แคทเองก็เหมือนจะถูกใจการบีบนวดนี้เหมือนกันซึ่งดูได้จากการที่เธอเสร็จไปอีกตั้ง2 ครั้งจากการเล่นหน้าอกเพียงอย่างเดียว
“รู้อะไรบ้างแล้วสินะซีต้า..”
“อืม..แต่ข้ายังไม่มั่นใจเท่าไหร่ บางทีคงต้องทดลองอีกครั้ง”
ได้ยินแบบนั้นกัสก็อมยิ้มก่อนจะมองไปยังคิตตี้ที่เขาเล็งเอาไว้นานแล้วแต่เด็กสาวเหมือนจะไม่ยอมเล่นด้วยซึ่งก็ไม่รู้ว่าเธอเขินอายจนไม่กล้าหรือเพราะไม่มีคำสั่งจากมิซ่าถึงทำไม่ได้ก็ไม่ทราบ
เด็กสาวราวกับรู้ว่าเหยื่อรายต่อไปนั้นคือเธอจึงหน้าแดงขึ้นมาทันที
มิซ่าที่นั่งดูข้อมูลอยู่นานก็เงยหน้าขึ้นมาพอดีและได้เห็นสายตาของกัสที่มองไปยังเมดสาวของเธอพอเห็นแบบนั้นมิซ่าก็อมยิ้ม พลางอ่านข้อมูลที่อยู่ในมืออีกครั้งแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆเพราะว่าเธอนั้นมองหาสิ่งที่อาจารย์ของเธอพบไม่เจอเลย
“มิซ่า ให้คิตตี้ไปช่วยกัสหน่อยสิ ข้าอยากทดลองอีกครั้ง”
“ค่ะท่านอาจารย์..คิตตี้ฝากด้วยนะ”
“ค..ค่ะ ท่านมิซ่า..”
เด็กสาวตอบรับด้วยท่าทีที่ตื่นเต้นและขัดเขินมากทีเดียวจากนั้นเธอก็เดินเข้าไปหากัสด้วยท่าทีที่กล้าๆ กลัวๆก่อนจะช่วยดึงตัววอร์แคทที่ไม่มีแรงจะยืนออกไปก่อน จากนั้นจึงเดินกลับเข้ามาพร้อมกับถอดเสื้อผ้าของเธอด้วยมือที่สั่นเทา
แต่หลังจากถอดเสื้อเสร็จได้เพียงครู่เดียวคำสั่งของซีต้าก็ถูกส่งมาอีกจนทำทำให้คิตตี้นิ่งไปเพราะคำสั่งที่เธอได้รับนั้นมันต่างกับที่เธอคิด
“ไม่ต้องถอดเสื้อผ้าก็ได้คิตตี้ข้าไม่ได้คิดจะให้เจ้าทดลองแบบเดียวกับแคทหรอกนะ..ลงไปนั่งแล้วเริ่มฝึกวิชาของเจ้าทั้งแบบนั้นเลย”
ชั่วขณะนั้นกัสมองเห็นรอยยิ้มของซีต้าได้อย่างชัดเจนเช่นเดียวกับมิซ่าที่ยิ้มน้อยๆ ด้วยความเห็นใจเพราะคิตตี้นั้นเป็นพวกไร้เดียงสาที่ถูกแกล้งบ่อยๆ
เด็กสาวที่ได้รับคำสั่งนั้นหน้าแดงก่ำไปแล้วมือที่ค้างอยู่ตรงปมเชือกของชุดชั้นในตัวบนนั้นสั่นกระตุกน้อยๆ ก่อนที่เด็กสาวจะรีบหยิบเอาเสื้อมาสวมด้วยความอับอาย
เธออายจนไม่รู้จะพูดยังไงดีเพราะว่าการที่มีคำสั่งเช่นนี้ออกมาหลังจากเธอถอดชุดของตัวเองไปแล้วมันทำให้เด็กสาวรู้สึกเหมือนเธอเป็นคนลามกที่คิดแต่เรื่องอย่างว่าเลย
เรื่องนี้ทำให้เธออายมากแต่คำสั่งก็ยังเป็นคำสั่ง ท้ายที่สุดเด็กสาวก็เดินเข้าไปนั่งลงที่ด้านหน้ากัสด้วยใบหน้าที่แดงก่ำก่อนจะหลับตาแล้วพยายามตั้งสติเพื่อกระตุ้นวิชาฝึกฝนร่างกายของเธอขึ้นมา
วิชาที่คิตตี้ฝึกนั้นต่างจากวอร์แคทเล็กน้อยเนื่องจากสายเลือดของเธอนั้นไม่ได้บริสุทธิ์เหมือนวอร์แคทวิชาที่วอร์แคทฝึกจึงไม่เหมาะสมกับเธอ
เธอจึงจำต้องฝึกฝนวิชา‘อสูรราตรี’ ซึ่งเป็นวิชาหลักของเมดสาวที่มาจากเผ่าอสูรมันเป็นวิชาที่คล้ายๆ วิฬาร์ราตรีของวอร์แคท หากแต่มีความเรียบง่ายมากกว่าเท่านั้น
ความง่ายในการฝึกของวิชานี้จึงง่ายกว่าของวอร์แคทที่มีข้อเรียกร้องที่สูงว่าต้องมีสายเลือดของแมวราตรีต่างกับอสูรราตรีที่ขอเพียงเป็นเผ่าอสูรก็สามารถฝึกฝนได้
เพียงแต่โดยมากมักจะมีความสำเร็จที่จำกัดจึงยากที่จะผ่านบททดสอบของเมดสาวระดับสูงที่มีข้อจำกัดด้านความแข็งแกร่งที่ค่อนข้างสูง
คิตตี้ยังถือว่าเป็นเมดระดับต่ำเป็นเพียงเมดสาวที่ผ่านการทดสอบระดับพื้นฐานซึ่งก็เป็นเมดที่เหมาะสมแล้วสำหรับผู้รักษา 1 ดาวอย่างมิซ่า ขณะที่ซีต้าเป็นปรมาจารย์ผู้รักษาเมดของเธอจึงไม่ได้เป็นเพียงเมดที่ทำได้เพียงดูแลรับใช้ แต่ยังต้องมีความแข็งแกร่งจนถึงระดับที่สามารถปกป้องเธอได้อีกด้วย
ซึ่งถ้าเทียบกับวอร์แคทคิตตี้ก็ไม่ต่างอะไรจากลูกแมวน้อยที่อ่อนแอ แต่ถึงจะเป็นลูกแมวน้อยที่อ่อนแอทว่าเธอก็มีเล็บที่แหลมคมเหมือนกัน
กัสยังคงรอคำสั่งของซีต้าอยู่เงียบๆพลางมองดูสีหน้าของเด็กสาวที่หน้าแดงก่ำ พลางคิดในใจว่าน่าเสียดายที่คำสั่งของคิตตี้ไม่เหมือนกับวอร์แคท
ขณะที่ซีต้านั้นแม้จะทำเหมือนกำลังแกล้งทว่าในใจของเธอนั้นไม่ได้มีความสนุกอยู่เลย หากแต่จริงจังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
“กัสฟังข้านะ นี่คือการทดสอบเพื่อพิสูจน์สมมติฐานของข้าเท่านั้นหากเจ้าทำได้ก็พยายามทำให้ได้ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าฝืนละ”
กัสเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับให้กับท่าทีที่จริงจังของซีต้า
“เข้าใจแล้ว ว่ามาเลยจะให้ข้าทำอะไร”
“ง่ายๆ เจ้าลองพยายามส่งพลังของเจ้าไปให้คิตตี้โดยการสัมผัสดู จะจับตรงไหนก็ตามใจเจ้าแต่พยายามส่งพลังเข้าไปในตัวของนาง”
เมื่อได้ยินคำสั่งของซีต้ากัสก็นิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะยื่นมือออกไปและสัมผัสลงตรงหน้าอกด้านซ้ายของคิตตี้
ตอนที่มือของกัสสัมผัสกับหน้าอกของเด็กสาวใบหน้าของคิตตี้ก็แดงก่ำขึ้นมา ตำแหน่งที่กัสสัมผัสอยู่นั้นคือหน้าอกที่มีขนาดเล็กพอดีมือของเด็กสาวที่แม้จะเทียบกับวอร์แคทไม่ได้ทว่ามันก็นุ่มนิ่มน่าสัมผัสเหมือนกัน
ทว่าตอนนี้ความคิดของกัสไม่ได้อยู่ที่หน้าอกของคิตตี้เลยหากแต่มุ่งความสนใจไปยังหัวใจของเด็กสาวจากนั้นก็หลับตาลงแล้วค่อยๆ ขับเคลื่อนพลังของเขาไปตามเส้นเลือดก่อนจะบังคับมันให้ผ่านชีพจรเทียมที่เขาเปิดขึ้นที่ฝ่ามือ
หัวใจหลักของเคล็ดวิชาฝึกคู่คือการปิดกั้นชีพจรตามธรรมชาติแล้วสร้างชีพจรเทียมขึ้นมาแทนที่ตามหลักแล้วชีพจรเทียมนี้ไม่ได้ประจำอยู่ที่จุดนั้นเพียงจุดเดียว หากแต่เป็นชีพจรที่ก่อตัวขึ้นตามความต้องการของผู้ฝึก
ด้วยเหตุนี้เมื่อสร้างชีพจรเทียมได้สำเร็จมันก็สามารถเปิดขึ้นที่จุดไหนของร่างกายก็ได้เพียงแต่จุดที่เหมาะสมที่สุดก็ยังเป็นส่วนนั้นของบุรุษเพศอยู่ดี
การเปิดชีพจรเทียมที่ฝ่ามือนี้จึงมีประสิทธิภาพน้อยกว่าการเปิดชีพจรเทียมตามหลักของเคล็ดวิชาหลายเท่า
ทว่าการทดลองของกัสก็นับว่าประสบความสำเร็จเมื่อร่างกายของคิตตี้ร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว
ช่วงเวลานั้นสีหน้าของซีต้าก็เปลี่ยนไปเธอยิ้มออกมาด้วยความดีใจก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆ แล้วละสายตาจากบันทึกโลกวิญญาณของเธอในที่สุด
“ดูเหมือนว่าการคาดเดาของข้าจะถูกต้อง..กัสวิชาของเจ้าน่าจะจัดอยู่ในหมวดของ‘ปราณ’ นะ ทว่ามันค่อนข้างที่จะแปลกกว่าปราณที่มีอยู่ในตระกูลของพวกเรามากทีเดียว”
เมื่อพูดคำว่าปราณออกมา มิซ่าที่ยังคลำหาความลับไม่เจอก็เบิกตากว้างเธอเงยหน้าขึ้นมามองอาจารย์ของเธอด้วยความตกใจ ก่อนจะก้มหน้าลงอ่านชุดตัวเลขในบันทึกของเธออีกครั้งจากนั้นไม่นานเด็กสาวก็อุทานออกมาด้วยความตกใจและตื่นเต้นยินดี
“จริงด้วย! ข้าไม่ทันสังเกตเลยที่แท้มันอยู่ที่ตัวเลขชุดนี้เองหรอ!!”
ความลับของกัสนั้นแท้ที่จริงแล้วซ่อนอยู่ในข้อมูลส่วนที่ซีต้ากับมิซ่ารู้จักดีอยู่แล้วพวกเธอเลยมองไม่ออกก็เท่านั้นเพราะสิ่งที่มันมีมากกว่าความเข้าใจที่พวกเธอมีอยู่ในตอนแรกนั้นมันมีเพียงข้อเดียว
นั่นคือรูปแบบของพลังที่เป็น‘กระแส’ พลังรูปแบบกระแสเป็นเหมือนสายน้ำมันจะเคลื่อนไปตามแรงกระตุ้นซึ่งปกติแล้วกัสสามาถรควบคุมให้มันโคจรอยู่ในพื้นที่ที่เขาต้องการได้จนทำให้สองศิษย์อาจารย์เข้าใจว่านี่คือขีดจำกัดของมัน
ด้วยเหตุนี้ตอนที่มันเคลื่อนที่ผ่านพื้นที่ที่กัสไม่ได้ควบคุมนั้นทั้งสองจึงมองไม่เห็น แต่จะเห็นก็ตอนที่พลังของกัสเคลื่อนที่ผ่านเข้าไปในร่างกายของวอร์แคทมันจึงทำให้ข้อมูลของวอร์แคทเปลี่ยนแปลงไปแบบเดียวกับกัสซึ่งทำให้ซีต้ามองเห็นความลับนี้ได้นั่นเอง
เช่นเดียวกับตอนนี้ที่กัสส่งพลังเข้าไปทางหัวใจของคิตตี้และปล่อยให้พลังของเขาไหลเวียนไปพร้อมกระแสเลือดจนทำให้ชุดข้อมูลของคิตตี้เปลี่ยนไปในรูปแบบเดียวกับกัสเช่นกัน
เพียงชั่วครู่สั้นๆเมดสาวตัวน้อยก็ล้มพับไปในสภาพที่แทบไม่ต่างอะไรจากวอร์แคทก่อนหน้านี้เลย
เมื่อเห็นแบบนั้นซีต้าก็บอกให้หยุดการทดลองเอาไว้ก่อนเพราะพวกเธอจำต้องวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มาให้ละเอียดเพื่อจำกัดขอบเขตของข้อมูลที่สำคัญจริงๆ
ทันทีที่ได้ยินว่าการทดลองจบลงแล้วสีหน้าของคิตตี้ก็ดูน่าสงสารอย่างบอกไม่ถูก ราวกับเธอถูกแกล้งจนไม่ได้รับในสิ่งที่เธอต้องการ
มิซ่าเองก็ยิ้มให้เมดสาวก่อนจะช่วยพยุงเธอขึ้นแล้วพาไปนอนพักในห้องข้างเตียงของวอร์แคทที่หลับไปก่อนแล้ว
เมื่อคิตตี้ถูกพาตัวจากไปทั้งแบบนั้นกัสก็แค่ไหวไหล่เล็กน้อยโดยไม่คิดอะไรมากเพราะเขาเป็นคนเพียงคนเดียวที่ได้เสพสุขและปลดปล่อยจนพอใจแล้วเขาเลยไม่ลำบากอะไร ไม่เหมือนกับซีต้ากับมิซ่าที่ตอนนี้ยังมีอารมณ์ค้างอยู่หน่อยๆทว่าพวกเธอนั้นสนใจงานวิจัยชุดนี้มากว่าจึงมองข้ามความต้องการของร่างกายไป
‘น่าสงสารจริงๆ คิตตี้..เอาไว้ถ้ามีโอกาสข้าจะดูแลเจ้าอย่างดีเป็นการชดเชยก็แล้วกัน’
คิดแล้วกัสก็ส่งยิ้มให้กับเมดสาวตัวน้อยจากนั้นก็แต่งตัวแล้วออกไปจากห้องทำงานของซีต้าที่ตอนนี้กำลังนั่งวิเคราะห์ข้อมูลกับมิซ่ากันอย่างตั้งใจจนไม่สนใจโลกภายนอกเลย
กัสเดินออกไปในสภาพที่ตัวเบาหลังจากได้ปลดปล่อยอย่างสุขสำราญจากนั้นก็แวะไปหาบลูอายก่อนครั้งหนึ่ง พลางอธิบายให้เธอฟังถึงความเปลี่ยนแปลงของน้องสาวคนโตจนทำให้บลูอายหน้าแดงก่ำ
“แบบนี้ก็ได้ด้วยหรอ..”
“ได้สิ! เจ้าไม่เชื่อหรืออายถ้าไม่เชื่อละก็จะลองดูก็ได้นะ”
เมื่อพูดถึงการลองของบลูอายก็หน้าแดงก่ำพลางส่ายหน้ารัวๆเพราะเธอไม่อยากทดลองอะไรแบบนั้นตอนนี้ โดยเฉพาะในห้องทำงานแบบนี้
กัสเองก็ไม่คิดที่จะบังคับฝืนใจเช่นกันเพราะเขาได้ปลดปล่อยมาจนพอใจแล้วความอยากของเขาเลยไม่สูงเท่ากับก่อนหน้านี้
อีกอย่างคืนนี้เขาก็มีคิวที่จะต้องไปช่วยปลดปล่อยความต้องการของซีต้ากับมิซ่าอยู่แล้วเขาเลยไม่คิดมากและตัดสินใจเก็บสะสมพลังเอาไว้
พอหมดเรื่องเล่นบลูอายก็หันมาทำหน้าตาจริงจังบ้างจากนั้นเธอก็หยิบเอกสารชุดหนึ่งที่เธอเตรียมไว้ออกมาให้กัสอ่าน พร้อมกับข้อเสนอจำนวนหนึ่งที่เป็นทางเลือกที่เธอคิดเอาไว้
“คิดว่าไงบ้างกัส นี่คือตัวเลือกที่ข้าคิดเอาไว้เจ้าลองดูก่อนนะว่าอันไหนน่าสนใจ จากนั้นพวกเราค่อยมาปรับแก้อีกที”
“ไม่เลวเลยแฮะ DP ล้านกว่าๆ นี่ทำให้มีตัวเลือกเยอะเหมือนกันนะ”
“ใช่สิ ตอนนี้ดินแดนของพวกเรามีขนาดแค่ 1 พันไร่เองนะการเพิ่มระดับก็ใช้แค่ 1 แสนเองข้ายังคิดเลยด้วยซ้ำว่าเจ้าฝืนมากเกินไปไหมถึงได้ผลผลิตออกมามากขนาดนี้”
กัสเองก็เห็นด้วยกับคำพูดนี้ ทว่าเรื่องที่เขาฝืนไหมนั้น เขาไม่คิดว่าฝืนอะไรเพราะยังไงเสียมันก็เป็นการฝึกวิธีหนึ่งแถมยังมีประสิทธิภาพมากอีกด้วย
“งั้นจะทำยังไงต่อละอาย ข้าว่าขยายดินแดนเพิ่มสัก 3ครั้งก่อนดีไหม ดินแดนของพวกเราจะได้ใหญ่ขึ้น”
“นั่นไม่ดีเลยนะกัส..ข้าว่าขยายแค่ครั้งเดียวก็น่าจะพอแล้วนะเพราะแค่ 1พันไร่ในตอนนี้พวกเราก็ใช้ไม่หมดแล้วนะ เจ้าจะขยายอีกหรอ”
“มันก็จริงว่าพวกเราใช้ไม่หมด..แต่เจ้าต้องเข้าใจนะอาย ขนาดของดินแดนนั้นมีความสำคัญกับคริสตัลมากและท่านหญิงเองก็ต้องการเช่นนี้ด้วยอีกอย่าง..DP ส่วนของท่านหญิงในอาทิตย์นี้ก็มีมากถึง 3 แสนจะขยายดินแดนเพียงครั้งเดียวข้าเกรงว่าท่านหญิงจะไม่พอใจ”
บลูอายขมวดคิ้วเล็กน้อยในตอนที่กัสพูดถึงคริสตัลก่อนจะพยักหน้าเพราะเห็นด้วยและพอเขาพูดถึงท่านหญิงออกมา บลูอายก็ยอมแพ้เพราะคำพูดของกัสนั้นไม่ผิดเลย
“เดือนนี้มี 3 แสน เดือนก่อนมี 1 แสนใช่ไหมกัส รวมแล้วก็4 แสน ถ้าเอาตามที่พวกเราตกลงกันก่อนหน้านี้ก็..8 แสนหรอ เอาละข้าเข้าใจแล้ว 3ครั้งก็ 3 ครั้ง”
งบที่ต้องใช้ในการสมทบคือครึ่งหนึ่งของมูลค่า หาก DP ของท่านหญิงมี 4 แสน กัสก็ต้องออกของตัวเอง 4แสนเช่นกันทำให้มันมีมูลค่ารวม 8แสนซึ่งไม่พอที่จะเพิ่มระดับของดินแดนให้มากกว่านี้
ดินแดนระดับ1 พันไร่เพิ่มระดับเป็น 2 พันไร่ใช้ 1 แสน ครั้งต่อไปก็ 2 แสนและ 3 แสนตามลำดับรวมแล้วการเพิ่ม 3 ครั้งก็เท่ากับ 6 แสนแล้ว จึงทำให้เพิ่มครั้งที่ 4ที่ต้องใช้ถึง 4 แสนไม่ได้
กัสจึงขยายดินแดนได้เพียง3 ครั้งจาก 1 พันไร่ก็กลายเป็น 4 พันไร่
เมื่อตกลงกันได้กัสก็ลงมือขยายดินแดนทันทีทำให้แสงสว่างปรากฏขึ้นในดินแดนของเขาจนดึงดูดสายตาของทุกคนที่อยู่ในดินแดน
ช่วงเวลานั้นทุกคนต่างพากันลุกขึ้นยืนแล้วมองออกไปด้านนอกมองดูดินแดนที่ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนไกลออกไปจากสายตาก่อนที่แสงสว่างจะหายไปและเผยให้เห็นทัศนียภาพที่แปลกใหม่
ทันทีที่การขยายตัวของดินแดนเสร็จสมบูรณ์กัสกับบลูอายก็เดินออกมาจากห้อง จากนั้นก็พากันขึ้นไปบนหอคอยที่ตอนนี้เพิ่มระดับขึ้นเป็นระดับ3 แล้ว ทำให้มันมีทั้งความสูงและอุปกรณ์สนับสนุน
พวกเขาขึ้นไปบนลิฟต์เวทมนตร์จนขึ้นไปถึงระดับความสูง30 เมตร ก่อนจะออกไปยังระเบียงแล้วใช้กล้องส่องทางไกลเวทมนตร์ที่เป็นหนึ่งในอุปกรณ์เสริมของหอคอยสอดส่องออกไปรอบทิศทาง
“ว้าว..เพิ่มทีเดียว 3 พันไร่นี่มันน่าทึ่งมากเลยนะกัสมีอะไรใหม่ๆ เยอะเลย”
“นั่นสิ ต่างกับตอนที่เพิ่มขึ้นทีละ 10 ไร่จมเลย..”
จากดินแดน 1 พันไร่กลายเป็น 4 พันไร่เพิ่มขึ้นมาทีเดียว 3 พันไร่ สิ่งต่างๆที่เพิ่มขึ้นก็มีมากอย่างที่ก่อนหน้านี้เทียบไม่ติดเลยทีเดียว ลำพังแค่ระยะทางที่ยืดขยายออกไปมากกว่าครึ่งกิโลเมตรมันก็มากพอแล้วจะทำให้เห็นถึงความแตกต่าง
“ดินแดน 4 พันไร่ นี่เท่ากับว่าพวกเรามีพื้นที่ราวๆ 6ล้าน 4 แสนตารางเมตรสินะ..แล้วนี่จะใช้ยังไงหมดละเนี่ย”
กัสหัวเราะเบาๆ ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย หากเป็นก่อนหน้านี้เขาคงลำบากใจเพราะเห็นว่าการขยายดินแดนแบบนี้มันเกินความจำเป็น
ทว่าตอนนี้กัสทำอะไรไม่ได้นอกจากยิ้มอ่อนๆพลางมองดูดินแดนที่กว้างใหญ่และเริ่มคิดที่จะใช้ประโยชน์จากมัน
“ดูเหมือนว่าจะได้เวลาปลูกพวกผลไม้แล้วสินะ”
“ผลไม้หรอ..แบบนั้นก็ดีนะกัส ยังไงมันก็ดีกว่าปล่อยพื้นที่เอาไว้โดยไม่ทำอะไรละนะ”
เรื่องนี้กัสเห็นด้วยเช่นกัน การปลูกผลไม้มันไม่ได้ให้ค่าตอบแทนเท่าไหร่สำหรับกัสทั้งยังมีการจัดการที่วุ่นวายเทียบกับการปลูกผักไม่ได้เลย
หากปลูกผักหลังจากเร่งโตก็แค่เก็บเกี่ยวส่วนที่เหลือก็แยกไปทำปุ๋ยไม่มีอะไรที่ต้องจัดการมากไปกว่านั้น
แต่ถ้าเป็นการปลูกผลไม้พอเร่งโตแล้วก็ใช้อะไรไม่ได้อีกยาวเลยทั้งยังต้องเสียเวลาดูแลเพื่อรอจนกว่ามันจะออกดอกและออกผลอีกครั้งซึ่งกินเวลานานมากและเทียบไม่ได้เลยกับการปลูกใหม่แล้วเร่งโต
หากเป็นก่อนหน้านี้ตอนที่ดินแดนมีพื้นที่จำกัดการปลูกผลไม้จึงเป็นอะไรที่ยุ่งยากเพราะหลังจากเก็บเกี่ยวแล้วก็ต้องกำจัดต้นเพื่อเตรียมพื้นที่ใหม่ซึ่งต้องใช้เวลามากกว่าการปลูกผัก
แม้ว่ามันจะมีข้อดีตรงที่ได้ทั้งไม้ทั้งผลที่มีมูลค่า แต่ถ้าเทียบระหว่างความวุ่นวายกับมูลค่าแล้ว มันยังนับว่าไม่คุ้ม
ทว่าตอนนี้มันก็อีกเรื่องเมื่อมีพื้นที่ว่างขนาดใหญ่หากไม่ทำอะไรมันก็เสียเปล่าแต่ถ้าเอาไปปลูกผลไม้แล้วเสียเวลาดูแลเล็กน้อยเพื่อรอเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตรอบที่สองหรือสามมันก็นับว่าเป็นวิธีที่ดีที่เดียว
นอกจากนั้นตอนนี้เขาได้เอาระบบน้ำหยดมาใช้แล้วการรดน้ำผลไม้ย่อมไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปการดูแลก็มีหุ่นยนต์ผีเสื้อช่วยสอดส่องหาแมลงศัตรูพืช การดูแลจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่
‘ยังไงก็ได้เวลาเปลี่ยนไปปลูกผลไม้วิเศษแล้วละนะ..เพราะตอนนี้ปุ๋ยเวทมนตร์มันไม่พอสำหรับใช้งานแล้ว’