ตอนนี้เป็นเวลาเช้าเเล้ว เสียงนกร้องระงมไปทั่วป่าเเละหมูบ้าน จางเฟิงนั่งขัดสมาธิอยู่ ที่คอกวัว พลันลืมตาขึ้น ตอนนี้เขาเข้าสู่ขั้นที่3
ของรวบรวมปราณเเล้ว เขากำหมัดของตนเอง รู้สึกว่าเพียงเเค่เขา ยกมือฟาดหินก็ราวกับ จะทำให้หินร้าว นี่หรือคือขั้นฝึกตน
เขาลุกขึ้นปัดเสื้อผ้า ให้เรียบร้อบ เเล้วเดินออก
ไปเวลานี้น่าจะเทียบได้กับ7โมงเช้า
หมอกก็ลงทั่วหมู่บ้าน เขาหยิบที่ตักน้ำพร้อมกับเดินไปลำธาร ตักน้ำเสร็จ เขาก็เดินผ่านหมู่บ้าน
เเล้วเทน้ำลงใส่รางอาหารของวัว
เขาทำเเบบนี้เป็นกิจวัตรประจำวัน
ไปเสียเเล้ว
เขาคิดอยู่ในใจเห็นทีข้าต้องฝึกเข้าไปฝึก
ในป่าเพื่อเพิ่มระดับพลังของ ของทักษะของข้า ข้าวเช้าเขาก็ไม่ได้กิน เพราคนที่เขาอยู่ด้วยนั้น ใจร้ายมากคนที่เขาเรียกว่าลุง
ตั่งเเต่เขาอายุถึง12ปี มันก็ไม่ให้เขากินข้าว
เเต่ให้หากินเอง เขาเดืนไปหลังหมู่บ้าน
พบว่ามันเป็นป่าดงดิบ ต้นไม้สูงราวเสียดฟ้า
มีเสียงของสัตว์เล็กสัตว์น้อย ระงมไปทั่วป่า
เขาเดินเข้าไปป่ามืดทึบ ทำไมกันละพวกสัตว์อสูรถึงไม่บุกหมู่บ้านกัน ทั้งๆที่มันมีทั่วป่า
เขาเดินเข้าไปเห็นทั้งก้อนหิน ก้อนเท่า อาคารบ้านเรือน
เขาเดินเข้าไปหน้าหินก้อนหนึ่งความใหญ่ของมัน เทียบเท่าได้กับ บ้านหลังหนึ่ง
เขายกหมัดขึ้น เรียกวิชาหมัด7สังหารเเล้วชก
ถ้าคนธรรมดามาเห็นคงคิดว่าคนนี้มันเป็นบ้าไปเเล้วว หมัดธรรมดาไปชกหิน
ปั้ง!เสียงของหมัดกระทบหินราวกับว่าเหล็กท่อนหนึ่ง กระทบกับหิน
หินนั้นยุบลงไป ประมาณหนึ่งนิ้ว
โอ้โหถ้าหมัดนี่โดนเข้ากับมนุษย์คนธรรมดา
คงไม่รอดเเน่ ขั้นเเรกมันร้ายกาจขนาดนี้เลยหรือ มือขาเจ็บจริงๆโอ้ย เขานั่งลงไปเเล้วลูบดูมือตัวเอง
มือนั้นตรงสันมือเเละนิ้วมือ เต็มไปด้วยรอยถลอกของหินที่บาด
นี่ละนะร่างกายมนุษไม่ทนต่อสิ่งเเหลมคม
ถ้าข้าระดับสูงกว่านี้อาาจจะไม่ระคายผิวก็ได้
เวลานี้น่าจะบ่ายกว่า เขาลุกขึ้นเเล้วเดินเข้าไปป่าลึก
ข้าว่าข้าซ้อมหมัดนี่กับต้นไม้ดีกว่า ต้นไม้ต้นนั้น สูงราว20เมตร เป็นต้นสีดำล้วน.เขายกหมัดขึ้น ปั้งๆ พร้อมเปลี่ยน จุดที่ยืนอยู่ เพื่อฝึก การต่อสู้ เพื่อให้มีความรู้ ต่อสู้น้อยนิด
ปั้งๆ เสียงของหมัดกระทบกับต้นไม้ ต้นไม้ต้นนั้น สั่นไหว ไปทั่วต้น ราวกับต้นมันจะโค่นลงมายังไง ยังงั้น...