นิยายแห่งรักแท้เื่ สุดท้ายที่รัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๔
..‘อ้อ’ .. เพื่อนรักของกรมาหากรที่บ้าน เพราะกรชวนอ้อให้มาช่วยเขาเก็บของให้ห้องเก็บของแล้วจัดใหม่ให้กลายเป็ห้องนอนอีกห้องของบ้าน
ความที่อ้อมาหากรที่บ้านบ่อยมาก เขาจึงรู้ทุกซอกมุมของบ้านหลังนี้เป็อย่างดีเมื่อมาถึงบ้าน เขาจึงพรวดพราดไปที่ห้องนอนกร และเปิดประตูเข้าไปหวังเซอร์ไพร์ซเพื่อนรักด้วยการเรียกชื่อเพื่อนเสียงดังลั่น “ไอ่กร!!”
“เฮ่ย!!” อินทรสะดุ้ง ใ เขากำลังถอดเสื้อเพื่อที่จะไปอาบน้ำ
“เอ่อ...” อ้อยิ่งใหนักไปกว่าอินทรเขายืนตาค้าง อ้าปากหวอ.. ทำอะไรไม่ถูก กระทั่งจะพูด ก็ยังพูดอะไรไม่ออก
ก็.. ที่ยืนอยู่ตรงหน้าอ้อคือ.. ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาราวสลักปั้นเรือนร่างท่อนบนเปลือยเปล่า กล้ามเนื้อชัดเจนได้รูปไปทุกส่วนสัด แผ่นอกโค้งนูนชัดแต่ไม่มากเกินพอดี ซิกแพคเรียงตัวกันสวยทั้งหกลูก กล้ามไหล่พองโตรับกันพองามไปทั้งตัวประกอบกับผิวขาวออกเหลืองละเอียดนวลตา ยิ่งขับให้ทุกอย่างดูน่ามองไปหมด
อ้อมองเรือนร่างที่งดงามราวเทพบุตรอยู่ตรงหน้าชั่วครู่ “เอ่อ.. คือ.. ผมเป็เพื่อนกรครับ ผมมาหากรครับ”
“อยู่ห้องทำงานพี่กานต์นี่ เพื่อนอ้อ” กระโบอก
อ้อมองอินทรไปทั้งตัวอย่างคนที่ไม่เคยเจอะเจอคนที่รูปงามไม่ทุกมุมมองอย่างนี้
จน..อินทรต้องเอาผ้ามาคลุมร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าของเขา
นั่น.. ทำให้อ้อได้สติ “เอ่อ.. ผมไปหากรนะครับ” อ้อบอกอินทร แต่สายตาอ้อยังคงอยู่ที่ใบหน้าที่สลักเสลาอย่างงดงามของอินทร
อินทรพยักหน้าให้ แล้วก็เดินเข้าห้องน้ำซึ่งอยู่ในห้องนอนนั่นเอง
“หวัดดีครับพี่กานต์” อ้อพูดพร้อมกับยกมือสวัสดีกานต์แล้วอ้อก็รีบหันหน้าไปเม้ากับเพื่อนรัก “กร..ทำไมพี่อินทรถึงได้หล่อเลิศเลอเพอร์เฟ็กท์อย่างนั้นวะ”
“มากไปมั้ยครับ ไอ้เพื่อนอ้อ”
“ก็มันจริงนี่นา ตะกี๊ที่เราจะแกล้งนายอะกร เลยเปิดประตูห้องเข้าไปอะ พี่อินทรเค้ากำลังถอดเสื้อพอดี หุ่นงี้ ผิวงี้ กล้ามงี้ โอ๊ย.. พระเอกหนังยังแพ้เลย”
กรเงียบ กานต์เองก็อดที่จะฟังสิ่งที่อ้อพูดไม่ได้
“ไม่เคยเห็นอะดิไอ่กรรรรร” อ้อลากเสียงเย้ยกรเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ “อะโธ่!!” แล้วอ้อยังตบด้วยเสียงดูถูกเพื่อนกรอีก
ซึ่งอ้อก็พูดถูกจริงๆ เพราะกรก็ยังไม่เคยเห็นอินทรถอดเสื้อสักที
“เออๆๆๆ ไปช่วยเรารื้อห้องเก็บของดีกว่า ไป” กรตัดบท ด้วยการพาอ้อไปรื้อของในห้องเก็บของเพื่อจัดให้เป็ห้องนอนอีกห้อง อาจจะสำหรับกรหรืออินทร ก็ยังไม่รู้เลย
กรและอ้อเดินเข้าไปจัดห้องเก็บของแล้ว แต่กานต์ยังอยู่ที่เดิม .. คำพูดอ้อทำให้เขาจินตนาการไปไกล.. พี่อินรูปร่างงดงามขนาดนั้นจริงเหรอ? .. แทนคำตอบนั่นกานต์เองก็รู้สึกถึงกล้ามเนื้อได้รูปที่แน่นเปรี๊ยะ เวลาที่เขากอดพี่อินเช่นกัน เพียงแต่..กานต์ก็ยังไม่เคยเห็นพี่อินถอดเสื้อเลยสักครั้ง
“คนอาไร้ รูปร่างดี๊ดี ผิวก็ดี๊ดี หน้าตายิ่งดี๊ดีไปอีก” อ้อช่วยกรย้ายลังของไปก็พูดไปเรื่อยตามนิสัยของอ้อ
“เป็เอามากนะเนียะ”
“ไว้เห็นซักที จะพูดว่าที่อ้อบรรยายน่ะ ไม่ถึงครึ่งความจริง”
“เออ.. เออ.. ” กรรับคำเพื่อน แล้วก็บอกให้อ้อช่วยยกนั่นนี่โน่น
“เออ ดูเทปย้อนหลัง ‘อร่อยสุดแดน’ หรือยัง”
“ยังอะ ทำไมเหรอไม่ต้องบอกนะว่าพิธีกรสุดแดนน่ะหล่อน่ารักกกกก” กรไม่วายกัดเพื่อน
“ไม่ใช่เว่ย” อ้อปฏิเสธ “คนนั้นนายรู้อยู่แล้วว่าดูดีแค่ไหน? แต่ที่บอกให้นายดูเทปล่าสุดเนียะนายจะได้แยกออกซะทีว่า มะระผัดไข่ กับ ไข่เจียวมะระ มันต่างกันยังไง”
“แล้วมันต่างยังไงล่ะ”
“ม่ายบอกกกกก” อ้อกวนตีนเพื่อน “อยากรู้ต้องไปหาดูเอาเอง”
“เออ.. เออ..”
“แต่ถ้าี้เีดู ก็โง่ต่อไปนะเพื่อน” พูดพลางอ้อเอามือาลูบหัวกรราวกับปลอบประโลม
กรหันไปด่าอ้อสองสามคำ แล้วใช้ให้อ้อยกของต่ออีก อ้อได้แต่หัวเราะและทำตามที่กรบอกอย่างว่าง่าย
กานต์นั่งนิ่งอยู่กับตนเองสักพักใหญ่ โครงเื่ที่กานต์วางไว้เพื่อที่จะเขียนบทละครโทรทัศน์‘ทาสรักทาสใจ’ เสร็จแล้ว
ในฐานะคนเขียนบท กานต์ควรส่งให้วรวุธ ผู้กำกับการแสดงอ่านเสียก่อนว่าชอบไหม?หรือจะปรับแก้อะไรหรือเปล่า? แต่.. กานต์ไม่อยากคุยกับวรวุธไม่อยากโทรหา ทำไงดี??
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เมื่อไม่อยากโทร กานต์จึงส่งไลน์ไปบอกวรวุธว่า.. “ผมวางโครงบทได้ ๔ ตอนครับ เวลาเขียนอาจจะได้ถึง ๕ ตอน ถ้าคุณวุธอยากได้แต่รับรองว่าไม่เกิน ๕ ตอนแน่ๆ คุณวุธตกลงกับทางสถานีโทรทัศน์ไว้กี่ตอนครับ”..
ชั่วอึดใจเดียว ไลน์ก็เด้งตอบกลับมา .. “ประมาณนั้นแหละครับน้องกานต์ลงมือเขียนตอนแรกเลยนะ แต่!! เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อนครับน้องกานต์ พี่ว่า.. ก่อนเขียนบท น้องกานต์เอาโครงบทมาให้พี่ดูซักหน่อยดีกว่านะครับเราจะได้คุยกัน พี่อาจจะขอปรับสักนิดหน่อย ให้ตรงกับที่ผู้ใหญ่เค้าอยากได้” ..
กานต์อ่านไลน์ที่วรวุธตอบมา .. เขานิ่งคิดสักพักเขาไม่อยากไปหาวรวุธ แต่ถ้ากานต์ไม่ไปหา วรวุธจะต้องหาข้ออ้างโน่นนี่นั่นให้เขาไปหาจนได้นั่นแหละเพราะวรวุธเค้าอยากพบอยู่แล้ว เมื่อคิดได้อย่างนั้น กานต์จึงตอบไลน์กับไปว่า ..“ให้ผมเอาโครงบทไปให้ดูเมื่อไหร่ดีครับ” ..
..“พรุ่งนี้เที่ยงที่ออฟฟิสพี่นะครับ ให้พี่ส่งรถตู้ไปรับมั้ย”
..“ไม่เป็ไร ผมไปเองได้ครับ” พร้อมกับส่งสติ๊กเกอร์บ๊ายบาย เป็การตัดบท
..“คุยกันนิดเดียว ก็บ๊ายบายพี่ซะแล้ว”
..“ผมเหนื่อยครับ ขอตัวพักผ่อนนะครับ สวัสดี”
..“ครับ” .. “พรุ่งนี้เจอกัน” .. “หวัดดี” .. “เทคแคร์” .. “ฝันดี” ..วรวุธทั้งพิมพ์ตัวหนังสือ ทั้งส่งสติ๊กเกอร์อีกเป็ชุด
กานต์ดูตอนที่มือถือแจ้งเตือน โดยไม่เปิดเข้าไปอ่านให้คำว่า.. read.. ขึ้นในไลน์ ให้วรวุธรู้ว่าเขาปิดดู
ทำไงดี? .. กานต์อยากมีตัวช่วยสักคนไปกับเขาพรุ่งนี้ด้วย แต่พรุ่งนี้กรต้องไปเรียน ไปช่วยเขาไม่ได้ กานต์ไลน์หานิด อยากให้นิดช่วยไปเป็กอขอคอ แต่นิดไม่ว่าง นิดต้องไปงานกับคุณหญิงแม่ กานต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ พรุ่งนี้เขาต้องออกศึกคนเดียว
เอาวะ!! เป็ไงเป็กัน กานต์บอกตัวเอง
กรกับอ้อเก็บข้าวของในห้องเก็บของเสร็จ ก็พากานต์ไปดูห้อง
“ให้พี่อินอยู่ห้องนี้นะพี่กานต์ กรไม่อยากย้ายข้าวของของกร” กรอ้อนพี่ชาย
กานต์มองดูรอบๆ ห้อง แล้วก็พยักหน้าตอบรับคำขอของน้องชาย “ได้ได้ ให้พี่อินอยู่ห้องนี้ก็ได้”
อินทรได้ยินเสียงกานต์พูดกับน้องชายพอดี จึงรู้ว่า เด็กสองคนนั่นมาจัดห้องนอนให้เขาเขาเลยเดินเข้ามาคุยด้วย “ทำไมกรไม่บอกพี่ว่าจะมาจัดห้องนี้ให้พี่พี่จะได้มาช่วยยกข้าวของออกไป”
“กรทำอะไรไม่ถูกใจพี่อินเหรอครับ” กรถามอินทร แทนที่จะตอบคำถามของเขา
“ไม่ได้มีอะไรไม่ถูกใจ แต่เราอยู่กันแค่นี้มีอะไรก็ควรจะต้องช่วยเหลือกันสิ ไม่ใช่มาทำให้กันแบบนี้”
“แมนมากกกก” อ้อแอบเม้า
“หืออออ” อินทรสงสัย “แมนมาก หมายความว่าอะไร”
“อย่าไปฟังเด็กมันพูดเล่นกันเลยพี่อิน” กานต์ตัดบท พร้อมกับเดินไปหยิบกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่วางอยู่มุมห้องแล้วเปิดประเป๋าออก “นี่เป็เสื้อผ้าเก่าของพ่อกานต์ครับ” กานต์หยิบเสื้อผ้าออกมาให้อินทรดู “ใส่ได้ไหมครับ พี่อิน”
อินทรมอง แล้ว.. ประมาณด้วยสายตา “คงใส่ได้”
“อาจจะมีกลิ่นอับหน่อยนะครับ กานต์เก็บไว้ตั้งหลายปีแล้ว”
“พรุ่งนี้พี่จะเอาเสื้อผ้าเหล่านี้ไปผึ่งแดดที่สวนตาคำก็ได้จะได้ไม่มีกลิ่น” อินทรบอกและถามต่อ “เออ.. แล้วกานต์เก็บเสื้อผ้าหล่านี้ไว้ทำไมครับ”
กานต์ยิ้ม “กานต์เก็บไว้ดูเฉยๆครับ”
“แต่พี่ไม่ควรใช้เสื้อผ้าของพ่อกานต์นะ”
“ไม่เป็ไรหรอกครับพี่อิน ท่านจากไปนานแล้ว มีพี่อินมาช่วยใช้ก็ดีแล้วของที่กานต์เก็บไว้จะได้มีประโยชน์บ้าง” กานต์ตอบพร้อมกับน้ำเสียงและรอยยิ้มที่แสนจริงใจ
อินทรยิ้มตอบรับไมตรีนั้นชัดเจนเช่นกัน
อินทรเข้าไปเก็บของใช้ส่วนตัวที่อยู่ในห้องกร เพื่อเอามาไว้ในห้องนอนใหม่ของตน กรและอ้อจะตามไปช่วย แต่พอเห็นอินทรเก็บของอย่างเรียบร้อยจนไม่น่าจะเป็ผู้ชายเก็บของ ทั้งสองจึงเลือกนั่งดู
“กร!! ทำไมสุดหล่อญาตินายคนนี้ ถึงเก็บของได้เรียบร้อยเว่อร์วังอลังการซะขนาดนี้วะ .. ฮะ” อ้อถามเพื่อนทันทีที่อินทรออกจากห้องไป
กรนิ่ง ไม่รู้จะบอกเพื่อนยังไงดี
“มีความลับกับเพื่อนเหรอ” อ้อถาม “เราไม่ใช่เพื่อนคนเดียวที่นายไว้ใจที่สุดเหรอ”
“ไม่ใช่อย่างนั้น” กรอึดอัด “แต่ไม่รู้จะบอกยังไงดี”
“ก็บอกเลย!! ตรงๆ!! ชัดๆ!! เราเป็เพื่อนกันนะ เราเป็ไงนายก็รู้นะกร เราไม่ใช่คนพูดมากไม่ใช่พวกปากคันที่ชอบเล่าเื่ของคนอื่นนะ”
ที่อ้อพูดมาก็ถูก กรรู้จักอ้อดี แม้อ้อจะพูดมากเวลาที่คุยกับกร แต่กับคนอื่นอ้อแทบไม่คุยอะไรเลย กรไม่ได้ไม่ไว้ใจเพื่อนแต่ไม่รู้จะบอกยังไง เพราะถ้าพูดไปตรงๆอ้อจะต้องมีข้อสงสัยอะไรอีกมากแน่ๆ “คือ ... มันเริ่มต้นไม่ถูกอะ”
“ไม่ต้องเริ่มต้น ไม่ต้องอะไรเลย บอกมาตรงๆ” อ้อพูดชัดๆเขามั่นใจว่าเขารับได้ทุกเื่อยู่แล้ว
“ได้!! แต่ห้ามถามต่อนะ เพราะเรากะพี่กานต์ก็ยังหาคำตอบอะไรไม่ได้เหมือนกัน”
“ได้” อ้อรับปากเพราะไม่คิดว่าตนจะมีคำถามจากคำตอบของกรเพื่อนรัก
“พี่อิน .. ที่จริงชื่อ .. อินทร .. เป็ตัวละครจากเื่ทาสรักทาสใจที่พี่กานต์กำลังเขียนบทละครอยู่”
“อ้อ” อ้อพยักหน้ารับรู้อย่างปกติแต่พอรับรู้ เข้าใจสิ่งที่กรบอก และคิดจนสรุปความได้ “ฮะ” อ้อหน้าตาตื่นใ งง
“งง ใช่มั้ย?”
อ้อพยักหน้า
“เราก็งง พี่กานต์ก็งง ฉะนั้น! อย่าถาม!! อย่าถามว่ามาได้ไง อย่าถามอะไรทั้งสิ้น" พร้อมกับยกมือห้ามอย่างแข็งขัน
จนอ้อต้องนิ่ง
"เรากะพี่กานต์ก็ยังหาคำตอบอะไรไม่ได้ รู้แต่ว่าในเช้าวันหนึ่ง.. พี่เค้าก็ปรากฏตัวขึ้นตามภาพแรกที่คนเขียนเขียนบรรยายไว้ในนิยายเลย เรากะพี่กานต์พิสูจน์จนมั่นใจว่าเป็คนไม่ใช่ ..ผี จึงพามาอยู่บ้านนี้ เพราะไม่รู้จะให้ไปอยู่ที่ไหน”
“เหนือความคาดหมายสุดสุดไปเลย” อ้อเปรย
กรนั่งลงข้างๆ เพื่อนรัก “แล้ว.. เื่นี้เป็ความลับ ห้ามบอกใครนะ นอกจากเรากะพี่กานต์ก็มีนายรู้อีกคน ถ้านายพูดละก็ .. เลิกคบ” พูดไป เสียงกรก็สั่นๆก็เขามีอ้อเป็เพื่อนรักคนเดียวนี่
“ไม่พูดหรอกน่า” พูดจบอ้อก็เอาหัวมาอิงที่ไหล่กร “แล้วทีนี้จะยังไงต่อไป”
“ไม่รู้ดิ” กรตอบ “เรากะพี่ก็หาคำตอบอะไรไม่ได้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า พี่เค้าจะอยู่นานแค่ไหน? จะไปเมื่อไหร่? หรืออยู่กะเราไปตลอด” พูดจบ กรก็เป็ห่วงพี่ชายขึ้นมาทันที
..พี่กานต์กำลังชุ่มชื่นหัวใจ ที่พี่อินทรเดินเข้ามาเติมเต็มในชีวิตหากพี่กานต์ต้องเ็ปจากความรักอีกครั้ง เพราะการจากไปของพี่อินทรอย่างที่เขาพูดเพื่อครู่ พี่กานต์จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไร
แล้ว.. หากพี่กานต์เป็อะไรไป แล้วกรจะทำอย่างไรจะอยู่อย่างไร หลากหลายคำถามที่หลุดขึ้นในหัวของกรล้วนแล้วแต่ไร้คำตอบ กรรู้สึกสับสนไปหมด กังวลกับทุกสิ่งจนทำอะไรไม่ถูก
อย่างเดียวที่พอจะยึดเป็หลักตอนนี้ได้คือเพื่อน เขาจึงเอื้อมไปโอบกอดอ้อเพื่อนรักไว้ราวกับเป็สิ่งเดียวในชีวิตที่กรสามารถยึดไว้ได้
อ้อมแขนกรที่โอบกอดเพื่อนรักในครั้งนี้ ทำให้อ้อมีความสุข อ้อมีความสุขเหลือเกินที่ได้ใกล้ชิดกับกรแบบนี้!!
แต่ที่อ้อไม่รู้ตัวคือ ความรู้สึกที่เขามีต่อเพื่อนรัก.. ..
มันเกินความเป็เพื่อนไปแล้ว !!
วรวุธนั่งอ่านโครงบทที่กานต์เอามาส่งด้วยหัวใจพองโต เื่ราวในพ็อกเก็ตบุ๊ก‘ทาสรัก ทาสใจ’ ของ พรวิษณุ ถูกกานต์นำมาลำดับใหม่บางส่วนบางส่วนก็ทอถักด้วยจังหวะของมายาโทรทัศน์ วรวุธอ่านโครงบทนี้พลางนึกเป็ภาพละครโทรทัศน์เขาจึงสนุกยิ่งกว่าที่เขาเคยอ่านพ็อกเก็ตบุ๊กเสียอีก “สนุกมากครับน้องกานต์”
กานต์ยิ่มรับคำชมอย่างแสนปกติแทนคำตอบ
“เื่เดิมพี่ว่าสนุกแล้ว โครงบทที่น้องกานต์ไล่เรียงมานี่สนุกยิ่งขึ้นไปอีกครับ” วรวุธออกปากชมอย่างจริงใจ
“กานต์ชอบเื่นี้มาก และกานต์ก็อ่านงานของ ‘พรวิษณุ’ อีกหลายเื่จนรู้ว่าเค้ามีสไตล์แบบไหน เล่าอะไร ซ่อนอะไรไว้เล่าตอนไหน กานต์เลยกล้าที่เรียบเรียงบางจังหวะใหม่เพื่อให้เื่กระชับ และชวนติดตามมากขึ้น” กานต์อธิบาย
วรวุธฟังไปยิ้มไป “น้องกานต์เขียนเลยรับเขียนให้สนุกเลยนะ จะสี่ตอน หรือห้าตอน พี่ยินดีทั้งหมด”
“แล้วสถานีเค้าไม่ว่าอะไรเหรอครับ” กานต์เริ่มห่วง กลัวงานที่เขารักไม่ได้ออกอากาศ
“เื่นี้ จะออนแอร์เป็โปรแกรมพิเศษใน่วาเลนไทด์ครับ สถานีอยากได้งานดีแต่ไม่ยาวนัก พอน้องกานต์เขียนบทเสร็จ พี่ก็จะแจ้งสถานีไปว่า ๔ ตอนหรือ ๕ ตอนก็แค่นั้นเอง” วรวุธพูดอย่างง่ายดาย “อีกอย่าง.. ชื่อน้องกานต์ก็การันตีเื่ความรักอยู่แล้ว”
“งั้นก็ดีครับ” กานต์หมดห่วง
“น้องกานต์ครับ จากโครงบทนี้.. ” วรวุธโชว์กระดาษงานเขียนที่กานต์ส่งให้เขาอ่านขึ้น “แสดงว่าในตอนแรกจะเป็เื่ราวความเป็มาของพระเอกทั้งหมดโดยไม่มีนางเอกใช่ไหมครับ”
“ครับ กานต์ตั้งใจให้ตอนแรกเป็เื่ของพระเอกทั้งหมด ตอนที่สองเป็เื่ของนางเอกตอนที่สามเป็เื่พระเอกกับนางเอกพบกัน และพยายามที่จะไม่รักกัน ตอนที่สี่เป็ตอนที่หัวใจทั้งสองทนไม่ไหวและหันกลับมารักกัน แม้จะเป็รักต้องห้ามก็ตาม แต่ถ้าไม่หมด อาจจะมีตอนที่ห้าครับ”
“ดีครับ ดีมากเลยน้องกานต์” วรวุธชมด้วยสายตาแฝงความหมายบางอย่างที่กานต์ไม่ชอบ “น้องกานต์เขียนเต็มที่ไปเลยครับ พี่ซัปพอร์ทเต็มที่”
กานต์ยิ้มเจื่อนๆ แล้วก้มหน้ามองตักตนเอง
วรวุธเห็นกานต์ก้มหน้าหลบตนเอง จึงวกกลับเข้าเื่งาน “น้องกานต์รีบเขียนตอนแรกมาก่อนนะครับ พี่จะเอามาให้ทีมงานด้านอื่นๆทำงานก่อน”
กานต์พยักหน้ารับเบาๆ
“คือ.. พี่จะเปิดตัวพระเอกให้ฮือฮาในโลกโซเชี่ยล พี่จะทุ่มทุนถ่ายทำฉากเปิดตัวพระเอกให้ดีไปเลยพี่จะถ่ายให้สวยเลย คนจะได้อยากดู”
“อีกสัก.. สองอาทิตย์ได้ไหมครับ” กานต์ต่อรอง เขาอยากใช้ชีวิตกับอินทรก่อน
วรวุธเลือกไม่ฟัง ไม่ได้ยิน “อาทิตย์หน้านะ” แต่สีหน้าเค้ายังไม่นิ่ง เขาคิดพลางใช้นิ้วเคาะโต๊ะไปด้วย แล้วสรุปทันที “มะรืนละกัน!!”
“เอ่อ.. พี่วุธ” กานต์พูดไม่ออก
“อาทิตย์หน้าพี่นัดแถลงข่าวเปิดโปรเจ็กนี้ พี่ควรต้องถ่ายบางอย่างก่อน” วรวุธแก้ตัวหน้าตาเฉย “แล้ว.. ถ้าพระเอกคิวได้ ก็เปิดกล้องเลย”
กานต์นิ่งเงียบ ในหัวเขานึกถึงฉาก คำพูด และภาพนานาในตอนที่๑
“น้องกานต์ของพี่ชอบเื่นี้มากอยู่แล้ว” วรวุธย้ำเสียงคำว่า ‘น้องกานต์ของพี่’ อย่างชัดเจน
กานต์รู้สึกได้ทันที ..นี่แค่เราไม่มองหน้า ไม่สบตา ยังกล้าเอาเวลาทำงานมาบีบและอ้างโน่นอ้างนี่แบบนี้ ถ้า.. เราเื่มาก เค้าอาจจะทำมากกว่านี้ก็ได้
วรวุธยิ้มอย่างจริงใจที่สุด “น้องกานต์วางโครงเื่ละเอียดมาก ฉากก็ครบแล้วแค่เติมไดอะล็อกเข้าไป ไม่น่ายากหรอกน่า นะครับ พี่จะได้เอามาเตรียมการถ่ายทำเตรียมทำข่าว”
กานต์ยิ้มรับ “ก็ได้ครับ” กานต์ตอบอย่างเสียไม่ได้ “มะรืนก็ได้”
“ดีมากครับน้องกานต์ แบบนี้พี่รักตายเลย” วรวุธตั้งใจหยอด พร้อมกับยกแขนโอบเอวกานต์
กานต์นิ่ง
“ไป!! เสร็จงานละ เราก็ไปกินข้าวและไปดูหนังกันสักเื่” วรวุธโมเม
“เอ่อ.. กานต์ต้องกลับไปดูแลน้องครับ” กานต์พยายามพูดให้ปกติที่สุด “ที่บ้านไม่มีใครอยู่”
“งั้นก็กินข้าวอย่างเดียว แล้วพี่ไปส่งที่บ้าน” วรวุธพูดเหมือนวางแผนไว้แล้ว “อย่าลืมว่าน้องกานต์รับปากพี่แล้วนะ” แล้วเขาก็สบตากานต์ด้วยแววตาที่กานต์แสนเกลียด
อินทรอยู่บ้านคนเดียว เขาจึงไปช่วยตาคำกับยายเล็กทำสวน สองตายายยินดีเหลือเกินที่อินทรไปช่วย ทั้งสามพูดคุยภาษาเดียวกัน ภาษาแบบที่กานต์อธิบายกับน้องชายง่ายๆ ว่า .. เป็ภาษารุ่นปู่ย่ายังไงเล่า พี่อินกับตาคำยายเล็กถึงได้พูดคุยกันๆได้ทั้งวัน ..
กานต์เพิ่งสังเกตว่าวันนี้วรวุธแต่งตัวดีมาก เมื่อเขาพากานต์มาถึงร้านอาหารหรูกลางกรุง ตัวกานต์เสียอีกที่แต่งตัวแสนธรรมดา วรวุธสั่งเมนูดังของที่ร้านมา๒-๓ อย่าง กานต์ก็ออกปากบอกว่า “พอแล้ว เดี๋ยวกินไม่หมด”
แต่วรวุธกลับบอกว่าอะไรที่กินไม่หมด ก็ห่อกลับบ้านไปให้กรก็ได้ กานต์ไม่กล้าขัดใจอีก แล้ววรวุธก็สั่งอาหารอีก ๒-๓ อย่าง
ระหว่างที่รออาหาร วรวุธตัดสินใจถามกานต์ตรงๆ “ทำไมน้องกานต์ดูเ็ากับพี่จัง”
“เราเป็เพื่อนร่วมกันกันนะครับ” กานต์ตอบกลางที่สุด
“รังเกียจอะไรพี่เหรอ?”
“เอ่อ.. ก็ไม่มีนี่ครับ” กานต์ตอบอย่างะมัดระวัง
“ไม่จริง” แม้เสียงวรวุธเรียบๆ แต่กานต์รู้ทันทีว่าวรวุธกำลังโกรธ “พี่ไม่ชอบคนโกหก น้องกานต์ก็รู้”
กานต์มองหน้าวรวุธ ก่อนจะตัดสินใจพูด “พี่วุธไม่ใช่แบบที่กานต์ชอบ” พูดจบ กานต์ก็ก้มหน้าอีกครั้ง ปล่อยให้วรวุธนิ่งกับคำตอบที่ได้ยิน
ชั่วครู่ .. กานต์เองเป็ฝ่ายเงยหน้ามาสบตาวรวุธ เมื่อได้ยินวรวุธพูดขึ้นว่า “แล้วคืนนั้นมันคืออะไรมันไม่มีความหมายอะไรกับน้องกานต์เลยเหรอ? บอกพี่ซิ”
“ตอนนั้น.. พวกเรายังเด็กมากนะครับพี่วุธ ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ก็เพราะความอยากรู้ยากลองของวัยรุ่นแล้ว.. มันก็แค่วันไนน์สแตนด์”
“มันไม่มีความหมายกับน้องกานต์เลยหรือ?”
จบตอน ๔