ตอนที่ 119 เปิดตัวนายท่านที่ห้า
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ค่ายกลขนส่งนำพวกเขาทั้งสองมาสู่น่านฟ้าของเมืองฟิราเดเฟียร์
วินาทีที่พวกเขาปรากฏตัวทั่วทั้งเมืองก็ปกคลุมไปด้วยพลังของสองขอบเขตราชวงศ์ พวกเขาทั้งสองปลดปล่อยพลังออกมาอย่างเหิมเกริมโดยไม่ปิดบังการมาเยือนของพวกเขาในครั้งนี้เลยแม้แต่น้อย
เมืองฟิราเดเฟียร์เป็นเมืองขนาดเล็ก เจ้าเมืองที่ปกครองที่นี่จึงมีพลังบ่มเพาะแค่ขอบเขตเอิร์ลคนหนึ่งเท่านั้น
ชายร่างอ้วนในชุดขุนนางที่หรูหรารีบทะยานออกมาจากปราสาทพร้อมทั้งกองพลจำนวนหนึ่งติดตามมาด้วย
เขาเป็นแค่ขอบเขตเอิร์ลเท่านั้นจึงไม่มีสิทธิ์ลอยตัวกลางอากาศ จึงได้แต่แหงนมองผู้มาเยือนจากฟากฟ้า
“จาชาเอล เจ้าเมืองฟิราเดเฟียร์ขอแสดงความเคารพ ไม่ทราบว่าเป็นผู้สูงศักดิ์ท่านใดมาเยือนที่นี่” จาชาเอลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หวาดหวั่น
เขาที่เป็นถึงเจ้าเมืองคนหนึ่งย่อมต้องเคยพบตัวตนขอบเขตดยุกที่สามารถบินได้ แต่ตัวตนทั้งสองตรงหน้านี้กลับมีกลิ่นอายที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า มิหนำซ้ำยังปรากฏตัวในพริบตา ผู้ที่สามารถเคลื่อนย้ายพริบตาแบบนี้ได้ก็มีแต่ตัวตนขอบเขตราชวงศ์ขึ้นไปเท่านั้น
ขอบเขตราชวงศ์ ...
ตัวตนเช่นนี้ไม่ใช่อยากจะพบก็พบได้ง่ายๆ อาณาจักรฮาดาแห่งนี้จะมีขอบเขตราชวงศ์อยู่กี่ท่านกัน
การที่ขอบเขตราชวงศ์มาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ทำให้จาชาเอลไม่กล้าที่จะไม่เคารพ
ไม่เพียงจาชาเอลเท่านั้น ผู้คนทั้งเมืองพวกเขาแทบไม่เคยเห็นมนุษย์ที่บินได้ต่างก็พากันตกใจจนคุกเข่าลงแสดงความเคารพ
เมื่อเห็นภาพนี้แล้ว มันก็ไม่ผิดไปจากที่ไฟเซอร์ได้คิดไว้
ชายชราในชุดคลุมแดงเพลิงก้าวออกมาข้างหน้าแล้วเอ่ยนามของตนเองออกมา
“ข้าคือไฟเซอร์แห่งยอดเขาฮาดา และคนข้างๆ ข้าคืออีวาลูกศิษย์คนใหม่ของท่านอาจารย์”
ไฟเซอร์ประกาศนามของตนออกไปอย่างภาคภูมิ ทั้งนี้เขาได้เอ่ยแนะนำศิษย์น้องคนใหม่ให้ผู้คนได้รับทราบอีกด้วย
“วะ ... ว่ายังไงนะ! ผู้สูงศักดิ์ผู้นี้คือนายท่านที่สี่และนายท่านที่ห้าคนใหม่อย่างนั้นหรอ?”
“ลูกศิษย์คนใหม่ของจอมปราชญ์!”
“นายท่านที่ห้า ยอดเขาฮาดามีนายท่านคนใหม่แล้ว”
ผู้คนต่างตื่นตะลึงจนอ้าปากค้าง แม้แต่จาชาเอลที่มีอำนาจสูงสุดในเมืองนี้ก็ยังสั่นเทิม
พบขอบเขตราชวงศ์คนหนึ่งนับว่าเป็นเรื่องยาก แต่ได้พบกับลูกศิษย์ของท่านจอมปราชญ์นั้นเป็นเรื่องยากยิ่งกว่า
นายท่านแห่งยอดเขาฮาดานั้นแทบจะเป็นตำนานมาหลายพันปี
อย่างที่รู้กันว่าคนธรรมดาในโลกนี้มีอายุขัยอยู่ที่สองร้อยปี แต่ถ้าหากบ่มเพาะจนขั้นพลังสูงขึ้นก็สามารถเพิ่มอายุขัยของตนได้ การที่ขอบเขตราชวงศ์คนหนึ่งจะมีอายุนับพันปีจึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกประหลาดนัก
พวกเขาต่างรู้กันว่าจอมปราชญ์นั้นอยู่มานานนับหมื่นปีด้วยซ้ำ
“พบนายท่านที่สี่ นายท่านที่ห้า!” จาชาเอลรีบนำฝ่ามือไว้กลางอกแล้วโค้งเคารพคนทั้งสองที่ลอยอยู่กลางฟากฟ้าทันที
“พบนายท่านที่สี่ นายท่านที่ห้า!!!!”
แล้วตอนนั้นเองผู้คนมากมายก็ต่างทำความเคารพพวกเขาทั้งสองอย่างพร้อมเพรียง
ตัวตนที่สูงส่งเช่นนี้มาเยือนที่นี่นั้นนับว่าเป็นบุญที่พวกเขาได้พบเจอแล้ว
“เอาล่ะๆ ไม่ต้องมากมารยาทขนาดนั้น เหตุผลที่ข้ามาที่นี่ก็เพราะต้องการนำตัวพ่อแม่ของศิษย์น้องออกมาจากการเป็นทาส เจ้าที่เป็นผู้ปกครองเมืองนี้จงรีบไปนำตัวพวกเขามา”
ทันทีที่ไฟเซอร์เอ่ยจบ จาชาเอลก็ตัวสั่นเทิม ใครจะคิดเล่าว่าพ่อแม่ของนายท่านที่ห้าจะมาเป็นทาสอยู่ในเมืองของเขา
“มะ ... ไม่ทราบว่าพวกเขาคือผู้ใด” จาชาเอลเอ่ยอย่างหวาดกลัว
โทสะของขอบเขตราชวงศ์ ไม่ใช่อะไรที่ขอบเขตเอิร์ลตัวเล็กๆ เช่นเขาจะรองรับได้
ต่อให้พวกเขาฆ่าเขาที่เป็นเจ้าเมืองไป อาณาจักรมีหรือจะเอาเรื่องลูกศิษย์ของจอมปราชญ์
ฐานะคนของราชอาณาจักรนั้นใช้ไม่ได้กับเหตุการณ์นี้
อีวาที่นิ่งอยู่นานก็เอ่ยออกมา
“คู่สามีภรรยา เดวิดและโซเฟียที่ถูกจับมาเป็นทาสในเหมืองผลึกฟ้าข้อหามีต้นประกายฟ้าทิพย์ไว้ในครอบครอง”
น้ำเสียงของอีวานั้นเรียบสงบ แต่จาชาเอลกลับรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก เพราะผู้ที่ลงมือจับสองผัวเมียในตอนนั้นก็คือเขานั่นเอง
‘นี่ข้าทำบ้าอะไรไป! เป็นบ้าแล้วรึไงถึงได้มาจับพ่อแม่ของนายท่านที่ห้า!’ จาชาเอลแทบจะกรีดร้องอยู่ในใจ
“ข้าจะรีบดำเนินการให้ตอนนี้ขอรับ” จาชาเอลไม่กล้ารอช้า เขารีบสั่งการลงไปทันทีให้ลูกน้องไปเชิญทั้งสองผัวเมียมาที่นี่
ระหว่างที่พวกเขากำลังรออยู่นั้น ไฟเซอร์ก็หันไปถามอีวา
“ไม่ใช่ว่าเจ้าเมืองคนนี้ที่จับพ่อแม่ของเธอไปอย่างนั้นหรอ? เธอจะทำยังไงกับเขาล่ะ”
อีวาในตอนนี้มีท่าทางที่สงบนิ่งเป็นอย่างมาก สายตาของเธอเหลือบมองไปที่จาชาเอลเล็กน้อย
นั่นเป็นเหตุทำให้จาชาเอลรู้สึกเสียวสันหลังวาบและชาไปทั้งร่าง
อีวาพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะส่ายศีรษะไปมา
“ในเมื่อเรื่องมันผ่านไปแล้ว อีกอย่างเขาก็ไม่ได้ทารุนพ่อแม่ของฉัน ตำแหน่งงานที่ให้พวกเขาทำก็เป็นงานจิปาถะไม่ได้ขุดเหมืองหรือแบกหาม ทำให้พวกท่านไม่ได้ลำบากมากนัก ฉันจะละเว้นเขาสักครั้งหนึ่ง ... พวกเราบ่มเพาะมาถึงระดับนี้แล้ว หากจะลงมือกับเอิร์ลคนหนึ่ง ผู้คนคงครหาว่ารังแกผู้อ่อนแอ”
คำพูดของอีวาทำให้จาชาเอลรู้สึกเหมือนคอออกห่างจากดาบที่พาดไว้
“ขอบคุณนายท่านที่ห้า! ขอบคุณที่ให้อภัยในความไม่รู้ของข้า ... ขอบคุณ ...” จาชาเอลถึงกับคุกเข่าและร้องไห้ออกมา
กฎของอาณาจักรถูกกำหนดเอาไว้ หากตอนนั้นเขาไม่ได้เข้าไปจับกุมผู้ถือครองต้นประกายฟ้าทิพย์ เขาก็จะมีความผิดเสียเอง
คนธรรมดาครอบครองต้นประกายฟ้าทิพย์ย่อมไม่มีกำลังปกป้องมันได้อยู่แล้ว หากผู้แย่งชิงเป็นคนในอาณาจักรก็ว่าไปอย่าง แต่หากตกอยู่ในมือคนของอาณาจักรอื่น นั่นย่อมเป็นเรื่องที่เสียหาย
ความผิดของสองผัวเมียคงจะไม่หนักหากพวกเขาไม่คิดปิดบัง เมื่อทำผิดแล้วก็ต้องได้รับโทษของอาณาจักร
อีวาเมื่อมีกำลังและได้เรียนรู้ตำราที่เฟิร์สศึกษาจึงรู้ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้
เจ้าเมืองคนนี้จะว่าไปก็ไม่ได้เป็นคนเลวทราม พ่อแม่ของเธอไม่ได้ถูกกลั่นแกล้งให้ลำบาก เธอจึงยกโทษให้กับเขา
เรื่องบางเรื่อง มุมมองในที่สูงและที่ต่ำนั้นต่างกัน อาณาจักรนั้นมองในภาพรวม ส่วนคนทั่วไปนั้นมองในภาพเล็กๆ
การที่ก่อนหน้านี้อีวาจะโกรธแค้นก็นับว่าเป็นเรื่องที่ธรรมดา และการที่ตอนนี้เธอจะให้อภัยนั่นก็นับว่าเป็นเรื่องที่ธรรมดาเช่นกัน
เหมืองผลึกฟ้านั้นอยู่ไม่ไกล ไม่นานสองผัวเมียก็ถูกเชิญตัวมาด้วยขบวนรถม้าอย่างดี
เมื่อทั้งสองคนลงมาจากรถม้า หญิงสาวผู้มีเรือนผมและคิ้วสีขาวก็ร่อนลงมาจากท้องฟ้า
“ท่านพ่อ ท่านแม่” อีวาไม่ลังเลที่จะพุ่งเข้าไปกอดทั้งสองคนในทันที
“นะ ... นี่คือลูกสาวของพวกเราอย่างนั้นหรอ?”
เดวิดและโซเฟียนั้นแทบจะไม่เชื่อในสายตาตัวเอง เวลาผ่านไปเกือบหกปี ลูกสาวของพวกเขาโตถึงขนาดนี้แล้ว ไม่เท่านั้นยังมีการบ่มเพาะที่ถึงขั้นบินได้
ทั้งสองเป็นแค่ชาวบ้านทั่วไปจึงไม่ทราบว่ามีแต่ขอบเขตดยุกเท่านั้นที่สามารถบินได้ หากพวกเขารับรู้ว่าลูกสาวของพวกเขาเป็นถึงขอบเขตราชวงศ์ขั้นกลาง พวกเขาต้องตกใจจนสลบไปอย่างแน่นอน
จาชาเอลไม่ลังเลที่จะเปิดปราสาทของเขาเพื่อต้อนรับนายท่านทั้งสองและครอบครัว
ทั้งอีวาและพ่อแม่ได้พูดคุยกันอย่างรำลึกความหลัง
ไฟเซอร์เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วจึงขอตัวกลับไป ทิ้งให้อีวาได้อยู่กับพ่อแม่ของเธอที่นี่
อีวาได้พูดคุยกับพ่อแม่เรื่องที่จะให้เขาลงหลักปักฐาน เพราะยอดเขาฮาดาไม่ใช่สถานที่ที่คนนอกจะเข้าไปได้ แม้จะเป็นครอบครัวของเธอก็ตาม
พ่อแม่ของอีวายืนยันที่จะกลับไปอยู่บ้านเก่า พวกเขานั้นรักหมู่บ้านของพวกเขามาก
หมู่บ้านเควนเป็นหมู่บ้านที่สุขสงบ แม้แต่อีวาก็ชื่นชอบมันเช่นกัน ทว่าในตอนนี้เธอไม่สามารถอยู่ที่นั่นได้แล้ว เพราะสถานะของเธอในตอนนี้นั้นทำให้เป้าหมายของเธอเปลี่ยนไป
เมื่อพ่อแม่ของเธอตัดสินใจเช่นนั้น อีวาก็ไม่ได้เอ่ยขัด
เนื่องจากหมู่บ้านเควนอยู่ไม่ไกลจากเมืองฟิราเดเฟียร์นัก เธอจึงฝากให้จาชาเอลดูแลพวกเขาด้วย ซึ่งจาซาเอลก็รับปากเป็นอย่างดี
อีวาได้ส่งข้อความแจ้งต่อจอมปราชญ์ผ่านไฟเซอร์ว่าจะพักอยู่ที่นี่ช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งไฟเซอร์ก็เข้าใจ
เมื่อถึงเวลาสลับร่าง อีวาก็ฝากเฟิร์สดูแลพ่อแม่ของเธอเป็นอย่างดี
ครอบครัวของอีวาย้ายกลับไปบ้านเดิม เฟิร์สถึงกับวางม่านพลังไว้ให้เพื่อความปลอดภัย
ม่านพลังระดับสีเขียว แม้แต่ขอบเขตเอิร์ลก็ไม่สามารถทำลายได้
พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านเควนอยู่หลายวัน
จนกระทั่งในวันหนึ่งนั้นเอง จาชาเอลก็ขี่สัตว์พาหนะเดินทางมาหาอีวาด้วยตัวเอง ท่าทางของเขาดูร้อนรนเป็นอย่างมาก
ทว่าร่างของเขายังหยุดยืนอยู่หน้าบ้านของอีวาด้วยท่าทางที่เคารพ
“นายท่านที่ห้า ... นายท่านที่ห้า ... ได้โปรดช่วยพวกเราด้วย!”