เพี๊ยง!
ลมก้อนใหญ่พ่นออกมาจากเด็กสาวตัวน้อยๆหลังจากเป่าแขนให้กับมังกรไปหนึ่งที
มังกรที่ถูกผ้าพันรอบๆแขนเบิกตาโตแสดงท่าทางตกใจราวกับแผลหายเพื่อให้เด็กสาวหัวเราะเยาะ
นับตั้งแต่เด็กสาวรู้ว่ามันบาดเจ็บ เธอได้เอาผ้าสีขาวมาพันเอาไว้รอบๆตัวจนไม่ต่างจากมัมมี่ ขณะที่กำลังเล่นกับคุณหนูอยู่นี้เองมันก็พบว่ามีสายตาคู่หนึ่งจ้องมาจากหน้าร้าน สายตานั้นเป็นของสุนัขสีน้ำตาลขนยาวเฟื้อยพันธุ์โกลเดินริทรีฟเวอร์ มันจึงคิดจะใช้จิตสังหารไล่ออกไปจากหน้าร้านทว่าคุณหนูกลับส่งสัญญาณบอกให้มันเงียบจึงต้องทำตาม
“ ชู่ หมาย้อยดื้อเราจะไปไล่มาน ตามมาเย็ว ”
เป่าเป้ยค่อยๆเดินหลบมุมจากนั้นใช้มือพยุงตัวเองไปตามผนังหวังจะไปจ๊ะเอ๋หมาน้อย
มังกรที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลค่อยๆเดินตามเช่นเดียวกัน เจ้าของตึกล็อกประตูทางออกเอาไว้ด้วยพลังงาน ต่อให้มันจะเป็นผู้ดูแลตึกก็ไม่สามารถเปิดประตูพาคุณหนูออกไปเล่นข้างนอกได้ ถึงอย่างนั้นประตูหน้าร้านยังคงเปิดเอาไว้เพื่อให้มีแสงเล็ดลอดผ่านเข้ามา
“ จ๊ะเย๋! ”
เอ๋ง!
สุนัขที่กำลังกางขายืนฉี่หน้าทางเข้าตึกร้องเสียงหลง มันไม่ได้ยินเสียงเดินของใครเลยจึงคิดจะยกขาฉี่ แต่จู่ๆก็มีเด็กตัวน้อยโผล่หน้าเข้ามาใกล้ๆจึงวิ่งหนีไป
เป่าเป้ยเห็นน้องหมาน้อยหนีไปแล้วจึงคลานกลับไปเล่นต่อ
“ กลิ่นนี้มัน….. นานแค่ไหนแล้วนะที่ฉันไม่ได้กลิ่นเลือดเยอะแบบนี้ ”
เฉินห่าวมองลงไปที่สนามรบจากตึกสูง 5 ชั้น ลมที่พัดมาจากทิศทางที่กำลังเกิดการต่อสู้กันนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นเลือดของผู้คนและมอนสเตอร์
จากรายงานข่าวที่เขาฟังมาตลอดหลายวัน แนวรบแบ่งออกเป็น 3 แนวใหญ่ ได้แก่แนวหลังที่มีเลเวลต่ำกว่า 30 คอยจัดการกับมอนสเตอร์ตัวเล็กๆ แนวรบตรงกลางคอยคัดกรองมอนสเตอร์เลเวล 40 ถึง 60 ส่วนแนวหน้าสุดจะเต็มไปด้วยมอนสเตอร์สุดแข็งแกร่งที่ฮันเตอร์ในเขต X รับมือไม่ได้
แต่ดูเหมือนว่าแนวรบจะเปลี่ยนไปหลังจากเต่ายักษ์ทำลายกำแพงชั้น 3 แนวรบเหลือเพียง 2 แห่งเท่านั้น นั่นคือแนวหลังและแนวหน้าที่มีแต่เลเวล 100 ขึ้นไป
“ ด้วยเลเวลแค่นี้ น่าจะรอดอยู่นะ ”
เลเวลของเขาสูงแค่ 35 รวมค่าสถานะจากอุปกรณ์ออกกำลังกายทำให้เขามีค่าสถานะโดยรวมไม่ต่างจากฮันเตอร์เลเวล 55 แม้จะมีมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งกว่า เฉินห่าวไม่คิดจะเข้าไปยุ่งกับมัน
การมาที่นี่ในวันนี้เขามาเพื่อช่วยกำจัดมอนสเตอร์เลเวลไม่เกินพลังของเขาเท่านั้น ส่วนที่เหลือเขาจะปล่อยให้เจ้าหน้าที่จัดการกันเอาเอง
เมื่อเห็นภาพโดยรวมของสงครามแล้วเฉินห่าวไม่รอช้าใช้งานก้าวย่างเงาพันเซียนมุ่งตรงเข้าสู่สงครามในทันที วันนี้เขามีเวลาจำกัด ไม่ว่าการต่อสู้จะเป็นยังไงก็ตาม เขาจะต้องกลับไปให้ถึงบ้านก่อนฟ้ามืด
ยิ่งวิ่งเข้าไปใกล้แนวการปะทะมากยิ่งขึ้น กลิ่นเลือดยิ่งเข้มข้นจนเฉินห่าวเผยรอยยิ้มออกมา ทันทีที่เห็นช่องว่างให้เขาทะลวงเข้าไปในดงมอนสเตอร์จึงไม่รอช้าพุ่งพรวดลอดหว่างขาที่เหมือนกับปูเข้าไปด้านในแล้วใช้ปลายนิ้วที่เคลือบด้วยจิตแห่งดาบกรีดใต้ท้องของมอนสเตอร์ตัวที่ลอดผ่านจนเครื่องในไหลทะลักออกมาตามเส้นทาง
ตึง!
ร่างสูง 5 เมตรล้มลงไปนอนนิ่งบนพื้น เหล่าฮันเตอร์ที่พยายามสังหารหันมองด้วยความตะลึงเพราะมีบางอย่างลอดขามอนสเตอร์ตัวนี้ออกมา พวกเขาพยายามแทงเกราะมันอยู่นานกว่าจะสร้างบาดแผลได้สักแห่งต้องใช้ความพยายามมาก
เพียงแต่ว่าชายที่เข้ามาสวมใส่เสื้อยืดกางเกงขายาวทำราวกับว่าเขาพึ่งกลับมาจากการเดินตลาด กลับตัดมันได้ง่ายๆ
เมื่อมองไปยังเท้าทุกคนล้วนตกใจไม่ต่างกันเพราะเขาใส่รองเท้าแตะสีฟ้า ไม่ใช่อุปกรณ์ป้องกันชั้นดี
“ คุณมาจากแนวหน้างั้นเหรอ ”
ฮันเตอร์ถามด้วยความสงสัย พวกเขาหวังว่าเลเวลร้อยจะกระจายคนออกมาช่วย
เฉินห่าวได้ยินคำถาม ในระหว่างที่เขามองออกไปรอบๆเพื่อดูว่าตนเองจะเคลื่อนตัวไปที่ไหนนั้น เขาจึงใช้โอกาสนี้หันหน้ามาตอบคำถามฮันเตอร์ที่เหมือนรอความหวัง
“ เปล่า ฉันมาจากเขตตัวเมือง ”
หลังจากพูดจบเฉินห่าวมองไปยังดาบเล่มหนึ่งที่หล่นอยู่ห่างออกไป 15 เมตร ก่อนที่เขาจะใช้จิตแห่งดาบเชื่อมเข้ากับดาบเล่นนั้นแล้วดึงมันเข้ามาที่มือ
เหล่าฮันเตอร์เห็นทุกการกระทำที่เกิดขึ้นล้วนแล้วยืนแข็งค้าง ชายคนนี้ไม่ได้มาจากแนวหน้า เพียงแต่ว่าสิ่งที่เขาทำกลับน่าทึ่งยิ่งกว่า ต่อให้จะเป็นเลเวลร้อยการจะดึงดาบสักเล่มเข้ามาที่มือไม่ใช่เรื่องที่ใครก็ทำได้
ทันทีที่เฉินห่าวตอบคำถามเขาก็พุ่งเข้าหามอนสเตอร์ฝูงใหญ่ ปล่อยให้ฮันเตอร์มองตาม
สิ่งที่ทุกคนเห็นทางด้านหลังคือโลโก้ขนาดใหญ่ติดคำว่าหลงเฉียงฟิตเนสเอาไว้สะดุดตา
“ นั่นมันบ้าอะไรวะเนี่ย!!! ”
ร่างของมอนสเตอร์ที่ขวางทางถูกตัดแยกออกเป็นสองส่วน หลังจากชายสวมเสื้อยืดรองเท้าแตะฟันออกไปเพียงหนึ่งครั้ง
นอกจากชิ้นส่วนร่างที่ขาดออกไปนั้น เลือดมหาศาลจากมอนสเตอร์ได้พุ่งออกไปสองข้างทาง ราวกับว่ามีดาบขนาดใหญ่ร่วงตกลงมาจากฟ้าผ่าร่างพวกมันออก
เพียงพริบตาเท่านั้นร่างของเฉินห่าวก็หายเข้าไปในดงมอนสเตอร์ โดยสิ่งที่เขาทิ้งเอาไว้คือศพของพวกมัน
เหล่าฮันเตอร์ที่พบความประหลาดรีบมองตามให้ทัน แต่สิ่งที่พวกเขาเห็นกลับมีเพียงเลือดและชิ้นส่วนที่พุ่งขึ้นไปบนฟ้าสูง ร่างของชายสวมเสื้อยืดยังคงเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น ตัวของเขามีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับมอนสเตอร์รอบๆ จึงไม่ต่างจากพวกเขาพยายามมองหาชายสวมเสื้อยืดในทุ่งที่เต็มไปด้วยหญ้าสูง ถึงอย่างนั้นพวกเขากลับรู้ว่าชายคนนี้เคลื่อนตัวไปที่ไหนผ่านการสังหารจนมีเลือดสาดกระจายพุ่งขึ้นไปบนฟ้า
“ ฮ่าๆๆ ความรู้สึกนี้มันช่างน่าคิดถึงจริงๆ ”
รอยยิ้มเผยบนใบหน้าเฉินห่าว ยังไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งการฟาดฟันของเขาได้เลยสักอย่าง มอนสเตอร์ที่เขาเจอมีเลเวลไม่สูงมากพวกมันจึงไม่ต่างจากมดปลวก
ต่อหน้าดาบธรรมดาที่กวัดแกว่งออกไปเรื่อยๆไม่หยุดพัก เขาไม่ได้ใช้มานาในแก่นพลังเลยเพราะพื้นที่ต่อสู้ในตอนนี้อยู่ในระยะปลอดภัยห่างจากตัวร้านของเขา 100 กิโลเมตร
ไม่ว่าเขาจะใช้ออกด้วยวรยุทธ์กี่อย่าง มานาภายในร่างไม่ถูกเผาผลาญเลย พวกมันเพียงโคจรภายในร่างตามวรยุทธ์ที่เรียกใช้ ในส่วนที่ถูกเผาผลาญจะเป็นมานาส่วนที่มาจากระบบของเขา
นอกจากมานาไร้ขีดจำกัดแล้ว พละกำลังยังไม่มีวันลดลง เฉินห่าวจึงรู้สึกสนุกเพราะเขาไม่จำเป็นต้องกลัวว่าเขาจะเหนื่อยตายในสงครามที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์มากมาย
ฉัวะ!
ฮันเตอร์ 5 คนเบิกตาโต พวกเขากำลังแย่เพราะมีมอนสเตอร์เลเวล 50 บุกเข้ามาโจมตีจนรูปแบบปาร์ตี้ของพวกเขาเสียหาย แต่จู่ๆกลับมีชายแปลกหน้าแต่งตัวสบายๆบุกเข้ามาฟันมอนสเตอร์จนมันตายในการโจมตีเดียว
สิ่งที่น่าตกใจคือดาบของอีกฝ่าย ความยาวของมันไม่มากแต่กลับตัดร่างของมอนสเตอร์ที่มีความสูงถึง 3 เมตรให้ขาดออกจากกันได้ในครั้งเดียว
การจะทำแบบนี้ได้หมายความว่าทักษะของเขาจะต้องสูงมากพอตัว เฉินห่าวไม่เปิดโอกาสให้ใครสอบถามเขาเพียงกระโจนขึ้นฟ้าปล่อยให้ร่างกายร่วงตกใส่มอนสเตอร์สูง 5 เมตรที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลมาก ก่อนที่ร่างๆนั้นจะถูกผ่าครึ่งในการโจมตีเดียว
“ ลูกพี่ มีบางอย่างที่แข็งแกร่งมากๆกำลังมุ่งตรงมาทางเรา ”
อ้ายเสินหันขวับมองไปยังตำแหน่งที่ลูกทีมชี้ไป บนใบหน้าของเขาถึงขั้นปรากฎความตกใจเพราะมีบางสิ่งที่ดูอันตรายมากกำลังมุ่งตรงมา
แม้จะยังมองไม่เห็นตัวสิ่งที่กำลังมุ่งหน้ามา ตามเส้นทางที่มันพุ่งผ่านกลับมีร่างมอนสเตอร์ถูกฟันขาดสร้างความกังวลให้พวกเขาไปตามๆกัน
“ ตั้งโล่เร็ว ตั้งโล่! ”
แม้อยากจะหลบคงทำไม่ได้เพราะสิ่งนั้นวิ่งเข้ามาเร็วเกินไปจึงทำได้เพียงตั้งรูปแบบป้องกัน
ทว่าสิ่งที่พุ่งเข้ามาใกล้ๆเรื่อยๆกลับลดความเร็วลงกระทันหัน ก่อนที่มันจะหยุดห่างพวกเขาไปเพียง 10 เมตร สิ่งที่ขวางกั้นไม่ให้พวกเขามองเห็นคือมอนสเตอร์สูง 5 เมตรกำลังหันหลังให้พวกเขาแล้วกรีดร้องให้กับอีกสิ่งที่อยู่ตรงข้าม
แต่แล้ว
ร่างที่กรีดร้องกลับขาดออกจากกันสร้างความตกใจให้กับกลุ่มของอ้ายเสิน พวกเขาไม่เคยเผชิญหน้ากับสิ่งที่อันตรายเช่นนี้มาก่อน ตลอดมาพวกเขาอยู่ในเขตที่มอนสเตอร์เลเวลไม่สูงเกินกว่าที่ค่าสถานะจะต้านได้ไหว ครั้งนี้กลับมีบางอย่างที่อันตรายมากๆบุกเข้ามาใกล้จึงต้องรับมือ
ทันใดนั้น
ความกังวลบนใบหน้าของกลุ่มอ้ายเสินก็มลายหายไป มันถูกแทนที่ด้วยความโล่งใจเพราะคนที่เดินผ่านซากศพมอนสเตอร์ที่ถูกตัดไม่ใช่มอนสเตอร์ แต่เป็นมนุษย์เช่นเดียวกับพวกเขา
ทว่ากลุ่มของอ้ายเสินกลับเบิกตาโตมากยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าคนที่มาเป็นใคร
“ เจ้าของร้าน! ”
“ เถ้าแก่! ”
ความตะลึงเผยบนใบหน้ากลุ่มของอ้ายเสิน คนที่มอบค่าสถานะ 20 หน่วยให้พวกมันแล้วยังสอนทักษะบุกมาถึงแนวหน้าด้วยตนเอง
“ เถ้าแก่ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ ไม่ใช่ว่าอพยพออกไปแล้วเหรอ แล้วลูกสาวคุณล่ะ ”
อ้ายเสินรัวคำถามเป็นชุด เป็นเรื่องที่เข้าใจยากที่เถ้าแก่จะยอมทิ้งลูกสาวเพื่อมาที่นี่
“ อยู่ร้าน ฉันฝากเฟยหลงดูแลเอาไว้แล้ว ”
“ ฮะ นี่คุณยังไม่ได้อพยพออกไปอีกเหรอ ”
“ แค่มังกรบินไม่กี่ครั้งก็ออกจากเมืองไปได้แล้ว เอาล่ะหันหน้าไปทางนั้น ฉันมีเวลาก่อนฟ้ามืด ”
บนใบหน้าของกลุ่มอ้ายเสินเต็มไปด้วยความสงสัย พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมเถ้าแก่จึงมีเวลาจำกัด
“ ฉันโกหกลูกสาวว่าออกมาซื้อข้าว พวกแกรีบๆตั้งรูปแบบได้แล้วฉันจะพากวาดล้างมอนสเตอร์ ”
อ้ายเสินพยักหน้าหงึกหงัก ถึงอย่างนั้นเขาก็อดตกใจไม่ได้อยู่ดีที่เถ้าแก่โกหกลูกสาวว่าออกมาซื้อข้าวเพียงเพื่อจะมาสงคราม
แต่สิ่งที่เถ้าแก่พูดทำราวกับว่าพวกเขาจะจบสงครามให้ได้ภายในวันนี้
“ เถ้าแก่ เราจะกวาดล้างพวกมันทั้งหมดเลยเหรอ ”
“ แกจะบ้าหรือไงดูจำนวนพวกมันหน่อย เพียงแค่เราจะไปฆ่าให้หมดได้ยังไง ”
“ หรือว่าเถ้าแก่จะกลับมาอีกวัน ”
“ ไม่รู้ดูก่อน เอาล่ะเลิกถามได้แล้ว รีบตามมาเร็วฉันจะเปิดทางให้ ส่วนใครที่บาดเจ็บมาใกล้ๆฉันจะช่วยบางอย่าง ”
อ้ายเสินเป็นคนแรกวิ่งเข้าไปหาเฉินห่าว บนใบหน้าของเขาเผยให้เห็นความหวังหลายอย่าง ทว่าเถ้าแก่กลับจิ้มมือมาที่ร่างไม่กี่ครั้งแล้วไล่เขาออกไป บาดแผลยังคงอยู่ ทว่าเขากลับเริ่มสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่แปลกไป บาดแผลเริ่มหายเร็วขึ้น แม้จะไม่เท่าสกิลของนักบวช บาดแผลที่เกิดขึ้นน่าจะหายไปในอีก 1 ชั่วโมง
“ กินยาฟื้นฟูเข้าไปด้วย มันจะหายเร็วกว่านั้น ”
สมาชิกกลุ่มของอ้ายเสินพยักหน้าหลังจากถูกจิ้มไปคนละทีสองที ก่อนที่พวกเขาจะจับอาวุธแล้วรีบวิ่งตามเถ้าแก่ไปติดๆ ในระหว่างวิ่งพวกเขาแทบไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เห็น มอนสเตอร์ที่ขวางทางทุกตัวล้วนถูกผ่าครึ่งทั้งหมด การฟาดฟันของเถ้าแก่ราวกับไม่ได้คิด แต่มันทั้งเฉียบคมและรวดเร็ว นอกจากนั้นยังมีพลังทำลายสูงพอจะฆ่าสิ่งที่ขวางทางได้ง่ายๆ
เหล่ามอนสเตอร์ที่สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวกลุ่มใหญ่รีบกรู่กันเข้ามาปิดทาง เฉินห่าวจึงร้องตะโกนบอกให้กลุ่มของอ้ายเสินรีบสังหารพวกมัน ก่อนที่กลุ่มของพวกเขาจะถูกแยกออกเป็นสองหรือสามกลุ่ม