(จบ)เทพมารจอมราคะ กำเนิดใหม่พร้อมกับระบบพระพุทธองค์ไร้พ่าย

    ตอนที่ 38 ศิษย์ของนิกายวายุโลหิต

            ไม่นาน เวลาก็ได้ล่วงเลยผ่านไปกว่าครึ่งวัน


            ในที่สุด ตัวเอกของตระกูลโอวหยางก็มาถึง


            ภายในห้องโถงหลักของตระกูลโอว โอวหยางเฉินและเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลต่างให้การต้อนรับกันอย่างดี


            เพราะผู้ที่เดินทางกลับมาในครานี้ คือโอวหยางชิง บุตรชายเพียงคนเดียวของตระกูลโอวหยางและเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเขา


            โอวหยางชิงมีรูปร่างสูงโปร่ง ผิดกับผู้เป็นบิดาที่อ้วนท้วน


            ใบหน้าของเขาค่อนข้างธรรมดา ทว่าดวงตากลับเปล่งประกายไปด้วยความเฉลียวฉลาด


            แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ตัวของเขาไม่ได้กลับมาเพียงลำพัง


            โอวหยางชิงยังได้นำศิษย์พี่ทั้งสองจากนิกายวายุโลหิตกลับมาด้วย


            คนแรกคือ "หลี่เทีย" ศิษย์ฝ่ายในของนิกายวายุโลหิต ชายหนุ่มรูปหล่อ ผู้มีนัยน์ตาสีแดงฉานและเส้นผมสีเพลิง ลักษณะท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง ดวงตาของเขาจ้องมองทุกสิ่งรอบกายราวกับเป็นผู้ที่อยู่เหนือกว่า


            อีกคนหนึ่งคือ "หย่าเฟย" หญิงสาวผู้มีรูปลักษณ์งดงาม เรือนร่างอรชรอ้อนแอ้น สวมใส่ชุดของนิกายที่เป็นโทนสีดำตัดกับแดง ดูสง่างามและทรงอำนาจ เธอคือศิษย์สายในของนิกายวายุโลหิต ความสามารถของเธอย่อมไม่ธรรมดาเช่นเดียวกัน


            บรรยากาศภายในห้องโถงหลักตึงเครียด ทว่าโอวหยางเฉินยังคงยิ้มแย้ม ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความยินดีอย่างที่สุด


            เขากล่าวต้อนรับ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคารพ


            “นายน้อยหลี่เทียกับคุณหนูหย่าเฟย!”


            “ต้องขอขอบคุณที่พวกท่านรับคำขอร้องของข้า!”


            “ที่จริงพวกท่านไม่จำเป็นต้องลำบากถึงเพียงนี้ก็ได้”


            หลี่เทียยกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยโส


            “ไม่เป็นไรหรอก ศิษย์น้องของข้าต้องการความช่วยเหลือ”


            “ข้าผู้เป็นศิษย์พี่.. มีหรือจะไม่ช่วย!”


            เขากล่าวด้วยท่าทีเหนือกว่า จงใจแสดงอำนาจของตนเองให้โอวหยางเฉินและคนของตระกูลโอวเห็นอย่างชัดเจน


            ขณะเดียวกัน หย่าเฟยที่ยืนอยู่ข้างๆก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้าหยอก


            “ว่าแต่ท่านโอวหยาง.. หากพวกเราช่วยให้ท่านเอาชนะตระกูลตงได้”


            “ท่านคิดจะมอบอะไรให้พวกเราหรือ?”


            คำพูดของนางเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ แววตาส่องประกายไปด้วยความโลภ


            โอวหยางเฉินพอได้ยินเช่นนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาลอบขุ่นเคืองอยู่ในใจ


            “พวกเจ้าก็ไม่ต่างอะไรจากโจรเลยจริงๆ”


            “เพียงแต่เป็นโจรในคราบของศิษย์นิกายเท่านั้น!”


            ทว่าแม้ชายร่างอ้วนจะคิดเช่นนั้น แต่ก็ไม่กล้าที่จะแสดงออก


            โอวหยางเฉินรีบเปลี่ยนสีหน้าให้กลับมาเป็นรอยยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะถูมืออ้วนๆของตนเอง พลางหันไปสั่งการข้ารับใช้


            “ไปนำของที่เตรียมไว้ออกมา!”


            เพียงชั่วครู่เดียว ข้ารับใช้ก็ก้าวเดินเข้ามาพร้อมกับกล่องหยกขนาดไม่ใหญ่นัก


            เขาโค้งคำนับอย่างนอบน้อม ก่อนจะส่งมันให้กับผู้นำตระกูลโอว


            โอวหยางเฉินยื่นมืออ้วนหนาของตนออกไปรับ ก่อนจะรีบยื่นกล่องนั้นไปให้กับหลี่เทียและหย่าเฟย


            “นี่คือค่าตอบแทนสำหรับชัยชนะล่วงหน้าของท่าน!”


            “ข้าเชื่อว่าสำหรับผู้บำเพ็ญเพียรเช่นพวกท่านแล้ว ทั้งสองจะต้องพึงพอใจอย่างแน่นอน!”


            น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจและเยินยอ


            หลี่เทียรับกล่องหยกมาไว้ในมือด้วยความยินดี ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มบาง ก่อนจะเปิดกล่องออกช้าๆ


            ทันทีที่ฝาหยกถูกเปิดออก สิ่งที่อยู่ภายในก็สะท้อนประกายสว่างไสว


            เผยให้เห็นแหวนสีขาวนวล


            บนพื้นผิวของมันถูกสลักไว้ด้วยลวดลายเพลิงหนึ่งเส้น แสดงถึงคุณสมบัติพิเศษของมัน


            “นี่คือ.. แหวนกักเก็บมิติระดับต่ำงั้นรึ?!”


            หัวใจของหลี่เทียและหย่าเฟยต่างเต้นระรัวขึ้น เพราะวัตถุชิ้นนี้มีมูลค่ามหาศาล!


            แหวนกักเก็บมิติถือเป็นสมบัติล้ำค่าสำหรับผู้บำเพ็ญเพียร มูลค่าของมันไม่ต่างไปจากหินปราณเซียนระดับต่ำนับพันก้อน


            สำหรับผู้ฝึกตนระดับต่ำ แค่จะได้ครอบครองเพียงวงเดียวก็นับว่ายากเย็นเป็นอย่างมาก แม้แต่พวกเขาก็ยังไม่มีเลยซักวงนึง


            “ถูกต้องแล้ว นายน้อยหลี่เทีย”


            โอวหยางเฉินหัวเราะเสียงทุ้ม พลางยิ้มอย่างภูมิใจ


            “นอกจากแหวนกักเก็บมิติระดับต่ำ”


            “ภายในแหวนยังมีหินปราณเซียนอีกหนึ่งร้อยก้อนด้วย!”


            “ข้าเชื่อว่าพวกท่านจะสามารถบ่มเพาะพลังได้อย่างสบายใจ”


            เมื่อได้ยินเช่นนั้น นัยน์ตาของหย่าเฟยก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที


            เธอปรายตามองไปยังแหวนกักเก็บมิติ ก่อนจะหันไปพูดกับหลี่เทียด้วยรอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยเลศนัย


            “หลี่เทีย ให้ข้าลงประลองเองดีไหม?”


            “แหวนกักเก็บมิติข้าขอ ส่วนหินปราณเซียนระดับต่ำเจ้าก็เอาไป”


            น้ำเสียงของเธอราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความต้องการที่ชัดเจน


            ทว่ามีหรือที่หลี่เทียจะตอบรับข้อเสนอนี้ ชายหนุ่มหัวเราะเยาะในลำคอ


            ก่อนจะหยิบแหวนมิติขึ้นมาอย่างรวดเร็ว สวมใส่ไว้ที่นิ้วของตนเองอย่างไม่ลังเล


            “ไม่มีทาง! ศิษย์น้องโอวเป็นคนเชื้อเชิญข้ามา”


            “เจ้าต่างหากที่ขอติดตามมาด้วยเอง..”


            “ของรางวัลสำหรับชัยชนะ แน่นอนว่าต้องเป็นของข้า!”


            หย่าเฟย พอได้ยินคำพูดนั้นก็ส่งเสียง "ชิ!" ออกมาอย่างไม่พอใจ เธอขมวดคิ้ว ดวงตาฉายแววไม่สบอารมณ์


            แต่ในขณะที่หญิงสาวแสดงท่าทีเช่นนั้น หลี่เทียกลับลอบยิ้มมุมปาก แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหื่นกระหาย


            ขณะเดียวกัน สายตาของเขาก็ค่อยๆไล่มองเรือนร่างของหญิงสาว โดยเฉพาะบริเวณเนินอกที่ขาวเนียนภายใต้ชุดคลุมของนิกาย


            ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์


            “แต่ถ้าเจ้ายอมตอบรับ 'คำขอ' ของข้าละก็..”


            “ข้าจะมอบแหวนกักเก็บมิตินี้ให้เจ้าเลยก็ได้!”


            พอเห็นสายตาอันเจ้าเล่ห์ของหลี่เทีย


            หย่าเฟยก็เผยรอยยิ้มเย้ายวนออกมา มีหรือที่หญิงสาวจะไม่รู้


            ตัวของนางค่อยๆขยับตัวเข้าไปใกล้ ร่างกายแนบชิด กลิ่นกายหอมอ่อนๆของนางลอยมาแตะปลายจมูกของเขา


            พร้อมกับที่ริมฝีปากสีแดงสด เปล่งคำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน


            “ถ้าเจ้าต้องการแบบนั้นละก็..”


            แววตาของนางฉายแววเร่าร้อน


            รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าช่างเย้ายวน เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งสตรีเพศที่รู้จักใช้ร่างกายของตนเองให้เป็นประโยชน์


            แต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังเล่นเกมจ้องตากันอยู่นั้น


            “ศิษย์พี่!”


            เสียงกระแอมดังขึ้น ขัดจังหวะบรรยากาศทั้งหมดในพริบตา


            โอวหยางชิงที่ยืนอยู่ด้านข้างส่งเสียงเรียกออกมา สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม


            “เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนได้ไหมขอรับ”


            “ตอนนี้พวกเราควรจะวางแผนการกันก่อน”


            “เพื่อที่จะพิชิตชัยชนะในการประลองครั้งนี้!”


            คำพูดของโอวหยางชิง ทำให้หย่าเฟยถอนตัวกลับมาอย่างเสียดาย


            ขณะที่หลี่เทียเพียงแค่หัวเราะในลำคอ นั่งเอนตัวลงบนเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์


            จากนั้นก็ยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบ ท่าทางผ่อนคลายราวกับไม่เห็นการประลองที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นเรื่องใหญ่เลยแม้แต่น้อย


            “แผนการอะไรกันศิษย์น้อง?”


            เขาเริ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโอหัง


            “คนอย่างข้าไม่จำเป็นต้องใช้แผนการอะไรทั้งสิ้น!”


            เขาวางถ้วยชาในมือลง ก่อนจะมองไปยังทุกคนในห้องโถง ดวงตาสีแดงฉานของเขาฉายแววเย้ยหยัน


            “คอยดูเถอะ วันพรุ่งนี้ ข้าจะบดขยี้ตัวแทนของตระกูลตงให้กลายเป็นเศษซาก!”


            คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ ปราศจากความลังเลแม้แต่น้อย


            “กล้าดียังไงกัน? ตระกูลตงถึงกล้าตอบรับคำท้าประลอง?”


            “พวกมันคิดว่าตนเองมีโอกาสชนะงั้นหรือ?”


            “ทั้งรากฐาน ทั้งทรัพยากร ทั้งวิชาต่างๆ... พวกมันไม่มีทางเทียบกับพวกเราได้เลย!”


            น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าว เต็มไปด้วยอำนาจของศิษย์จากขุมพลังอำนาจใหญ่อย่างนิกายวายุโลหิต


            เขาแสยะยิ้มมุมปาก แววตาฉายประกายแห่งความโหดเหี้ยม


            “สุดท้ายแล้ว พวกตระกูลตงก็แค่เศษสวะที่คิดฝันสูงเกินตัวเท่านั้นเอง!”


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)เทพมารจอมราคะ กำเนิดใหม่พร้อมกับระบบพระพุทธองค์ไร้พ่าย ที่คุณอ่าน