ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    บทที่ 53 กับดักของจางหยวน

            บทที่ 53

            กับดักของจางหยวน

            ข้อตกลงถูกทำขึ้นมาอย่างลับลับจางหยวนได้ตกลงตามคำขอร้องของสวีรั่วหยุนในตอนนี้ทั้งสองตั้งใจจะร่วมกันสร้างผลงานขึ้นมาหนึ่งชิ้น

            ชุดนี้สวีรั่วหยุนจะเป็นคนทำมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเองส่วนทางด้านของจางหยวนจะเป็นคนออกแบบ

            จางหยวนเขาไม่ได้มีความรู้ในด้านนี้โดยตรงแต่ในชีวิตก่อนที่จะมาถือกำเนิดใหม่ภายในชีวิตเขาเองก็มีสายงานที่ทำงานอยู่ในสายงานเกี่ยวกับการออกแบบ 

            จางหยวนในตอนนี้เขาจำเป็นต้องศึกษาอีกหลายๆอย่างเพื่อทำให้ผลงานในครั้งนี้ออกมาดี

            จางหยวนยังคงตกลงว่าการทำผลงานในครั้งนี้เป็นการตกลงขึ้นมาด้วยผลงานลับๆ

            ชื่อที่ใช้ผู้ที่เป็นคนสร้างสรรค์ผลงานในครั้งนี้ขึ้นมาไม่ใช่ชื่อของเขาแต่เป็นชื่อของนางแฝงที่ใช้ในการวาดภาพ

            แน่นอนว่าทางด้านของสวี่รั่วหยุนก็ยินดี

            ผ่านมาประมาณห้าวันหลังจากที่ได้จัดการเกี่ยวกับเรื่องตระกูลสวี

            ในตอนนี้ที่ดินบริเวณทางทิศเหนือของเขาเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง 

            ยามสายของวันจางหยวนยืนอยู่บนเนินขนาดใหญ่ทอดมองยาวที่ดินของตนเองที่ตอนนี้กำลังจัดการทุกอย่างเกือบจะเสร็จสมบูรณ์

            เหล่าคนงานที่มาช่วยงานภายในสวนแห่งนี้ถูกคัดเลือกมาโดยหย่งคัง

            ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาพวกเขาทำงานกันอย่างขยันขันแข็งทำงานกันอย่างต่อเนื่อง

            โดยในตอนนี้พวกเขาลงมือทำประมาณห้าวันการจัดการหน้าดินภายในที่ดินจำนวนยี่สิบห้าหมู่ก็เกือบจะจัดการจนเสร็จทั้งหมด

            คนพวกนั้นถูกปฏิเสธโดยสังคมส่วนใหญ่พวกเขาไม่มีงานทำเพราะแบบนั้นในครั้งนี้เพราะตนเองมีงานทำมีรายได้พวกเขาเลยพยายามอย่างหนัก

            ไม่มีผู้ใดอยากจะกลับไปเป็นคนว่างงานและก็ไม่มีแม้กระทั่งเงินในการซื้อข้าวกินในแต่ละมื้อ

            จางหยวนมอบเงินค่าตอบแทนให้กับพวกเขาตามรายได้ขั้นต่ำที่กฎหมายนั้นกำหนด

            ภายในกฎหมายยุคสมัยนี้ก็มีรายได้กำหนดเอาไว้เช่นเดียวกันจางหยวนเทียบเทียมจากรายได้ของแรงงานส่วนใหญ่ลองคิดคำนวนออกมาตาม

            จากนั้นก็จ่ายเงินทองให้พวกเขาไปตามเห็นสมควร

            แน่นอนว่าเหล่าลูกจ้างยินดีที่ได้รับเงินจำนวนนี้จางหยวนยังมีสวัสดิการคนงานที่เขาคิดเอาไว้หลังจากที่สวนแห่งนี้ถูกทำขึ้นจนเสร็จอีกด้วย

            โดยสวัสดิการคนงานที่กล่าวถึงนั้นก็คือการที่ตัวของเขานั้นจะให้ผักวิญญาณให้กับคนเหล่านี้ไปกิน

            จางหยวนยืนจ้องมองการเปลี่ยนแปลงของที่ดินที่อยู่บริเวณด้านหน้าอย่างพึงพอใจ

            เข้าทำการพยักหน้าขึ้นลง “ เยี่ยมยอดเป็นอย่างมากตอนนี้ที่ดินผืนนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่าง”

            “ มองดูแล้วสงสัยอีกไม่นานที่ดินแปลงนี้คงจะกลายเป็นสวนผักที่เต็มไปด้วยผักวิญญาณ”

            จางหยวนงานขุดบ่อน้ำขนาดใหญ่ขึ้นมาหนึ่งโดยน้ำภายในนั้นเขาจะนำเอานำพลังวิญญาณที่ซื้อมาได้จากร้านค้ามาใส่เอาไว้เพื่อใช้ในการเพาะปลูก

            โดยมันเป็นบ่อว่างเปล่าขนาดใหญ่ 

            หย่งคังบริเวณด้านหลังเข่าทั้งสองข้างของมันมาหยุดลงบริเวณข้างกายของจางหยวน “ เป็นอย่างไรบ้างพึงพอใจเจ้าหรือไม่?”

            “ พึงพอใจความรักคนพวกนี้ทำงานได้ดีเป็นอย่างในตอนนี้พวกเขาก็ยังคงขยันขันแข็งกันอยู่ ”

            “ ดูเหมือนว่าถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปอีกเพียงไม่กี่สัปดาห์พวกผักวิญญาณของพวกเราคงจะถูกปลูกเอาไว้บนที่ดินแปลงนี้”

            หย่งคังได้ยินแบบนั้นจึงพูดขึ้น “ พวกเรากำลังก้าวหน้าแต่ว่าปัญหาที่เจ้าสร้างเอาไว้มันกำลังจะเปิดเผยออกมาแล้วนะ”

            จางหยวนหันมองอย่างสงสัย

            เขาแสดงใบหน้ามึนงงก่อนที่จะถามขึ้นมา “ ท่านหมายความว่าอะไรอย่างนั้นหรือขอรับ?”

            “ เกี่ยวกับตระกูลเสิ่นตอนนี้ก็ผ่านไปหลายสิบวันแล้วผักที่พวกมันปลูกตอนนี้ล้วนแล้วแต่เริ่มล้มตาย”

            “ อีกไม่นานเสิ่นเหยียนมันจะต้องบันดาลโทสะแล้วโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอย่างแน่นอน”

            “ เจ้าระวังเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้แล้วหรือยังเกรงว่าอีกไม่นานถ้ามันรู้ว่าเจ้าหลอกมันคงจะลงมือกับเจ้าอย่างแน่นอน” 

            จางหยวนหลังมานี้สนใจเกี่ยวกับเรื่องอื่นจนลืมติดตามเกี่ยวกับข่าวสารในเรื่องนี้เลย

            เมื่อรู้ว่ากับดักที่ตนเองวางเอาไว้กำลังจะได้ผลเขาฉีกยิ้มออกมาแสดงใบหน้าที่ดูสนอกสนใจเป็นอย่างมาก “ จริงอย่างนั้นหรือขอรับ”

            “ ดูเจ้าสิหน้าตาของเจ้าดูไม่กังวลเลยคนพวกนั้นมีอำนาจมากมายเจ้าไม่กลัวว่าพวกมันจะเล่นงานเจ้าอย่างงั้นรึ ” หย่งคังมองเห็นใบหน้าของจางหยวนเต็มไปด้วยความผ่อนคลายจึงรู้สึกหนักใจแทน

            ตระกูลเสิ่นภายในเมืองแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม

            ในครั้งนี้พวกมันสูญเสียเงินไปมากกว่าหนึ่งร้อยตำลึงอย่างแน่นอนในจะค่าคนงานและก็ยังค่าวัตถุดิบต่างๆเอก

            เงินที่มันสูญเสียในครั้งนี้คงจะแปรเปลี่ยนกลายเป็นความโกรธและก็มาลงที่จางหยวน

            แต่ใบหน้าของจางหยวนยังคงเต็มไปด้วยความผ่อนคลายลาวกับว่าตนเองไม่ได้สร้างเรื่องอะไรเอาไว้ “ เอาเถอะขอรับข้าบอกแล้วอย่างไรว่าข้าไม่เกรงกลัวพวกมัน”

            “ ในตอนนี้เกรงว่าอีกสักประมาณห้าถึงหกวันก็น่าจะเห็นผล ”

            “ ตระกูลเสิ่นคงจะโกรธจนตาเป็นไฟแล้วก็มุ่งตรงมาลงความโกรธที่พวกเราอย่างแน่นอนนั่นแหละคือสิ่งที่ข้าต้องการ”

            “ เจ้าคิดจะทำอันใด? ” หย่งคังมองเห็นว่าจางหยวนน่าจะมีแผนการบางอย่าง

            จางหยวนยกยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ “ สำหรับคนประเภทนั้นพวกมันมักจะเป็นคนพาลโดยถ้าตามความคิดของข้าสิ่งที่พวกมันจะเล่นงานก็คือสวนผักของพวกเรา ”

            “ ถ้าเช่นนั้นไม่ลองสวนกลับหน่อยละขอรับ ”

            หย่งคังแสดงใบหน้าไม่มั่นใจนักแม้จะรู้ว่าสหายต่างวัยผู้นี้ดูเหมือนว่าจะมีความคิดบางอย่างก็ตาม

            ….

            ห้าวันผ่านไป 

            ที่ดินบริเวณทางทิศเหนือจัดการเกี่ยวกับเรื่องจัดการหน้าดินเสร็จทั้งหมดเรียบร้อยแล้วในตอนนี้ที่ดินบริเวณนั้นเริ่มทำการลงเมล็ดเกี่ยวกับการเพาะปลูกพืชผักภายในนั้นมากขึ้น

            จางหยวนคำนวณเอาไว้แล้วแม้ว่าจะเป็นผักพวกนี้ทั้งหมดถึงแม้ว่าเขาจะปลูกพืชทั้งหมดยี่สิบห้าหมู่ร่วมกับที่ดินที่ตนเองถือครองอยู่อีกห้าหมู่

            แม้ว่าที่ดินทั้งหมดนี้ใช้ในการเพาะปลูกพรรควิญญาณผลผลิตที่ได้ออกมามันก็น่าจะไม่เพียงพออยู่ดี

            เมืองจินหยวนเป็นเมืองขนาดใหญ่ผู้คนภายในเมืองมีประชากรไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นคน

            มันอยู่ใกล้เมืองหลวงแถมยังมีพ่อค้าสัญจรผ่านไปผ่านมา 

            มันเลยทำให้พืชผักวิญญาณแม้ว่าจะเพาะปลูกมากขนาดนี้อย่างไรก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ

            เพราะแบบนั้นจึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าสิ่งที่ตนเองปลูกมันจะมากเกินไป

            แต่ในตอนนี้จางหยวนเห็นเรื่องน่าสนใจมากกว่าการพัฒนาที่ดินของตนเองเสียอีก

            โดยสิ่งที่เขากำลังให้ความสนใจอยู่ในตอนนี้ก็คือแปลงผักของตระกูลเสิ่นมันกำลังพังพินาศตามความคิดของเขาที่คิดเอาไว้ตั้งแต่ในตอนแรก

            ในตอนนี้ช่วงเวลาผ่านมาหลายสิบวันแล้วตั้งแต่เขาบอกสูตรการปลูกผักวิญญาณให้กับเสิ่นไป

            แน่นอนว่าพวกมันทำตามยังไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อยเป็นเพราะว่าพวกมันคิดว่าเพียงแค่คนคนเดียวคงจะไม่กล้าหลอกพวกมัน

            แต่ก็จริงอย่างที่มันคิดถ้าเป็นคนธรรมดาคนเดียวผู้ใดเล่าจะกล้าหลอกตระกูลใหญ่อย่างตระกูลเสิ่นเพราะว่ายังไม่ว่าผู้ใดก็ต้องรักชีวิตของตนเอง

            แต่ในตอนนี้บุรุษผู้นี้กล้าบอกออกไปเกี่ยวกับเรื่องปลูกผักวิญญาณพวกนั้นจางหยวนหลอกพวกมันในครั้งนี้แปลงผักทั้งหมดที่ทำการเพาะปลูกล้มตายไปหลายสิบหมู่

            ตระกูลเสิ่นแทบจะใช้ที่ดินที่ว่างเปล่าของตนเองทั้งหมดในการเพาะปลูกพืชผักวิญญาณ

            แต่ว่าในครั้งนี้สิ่งที่ผู้คนได้กลับมามันก็คือความล้มเหลวพวกมันลงทุนไปเกือบพันตำลึงในการเพาะปลูกผักวิญญาณแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความว่างเปล่า

            ในตอนนี้เสิ่นเหยียนมันกำลังโกรธจนตาลุกวาวเป็นเปลวเพลิงแต่จางหยวนเขากำลังยกยิ้มอย่างยินดีและสะใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

            ณจวนตระกูลเสิ่น

            ยามนี้ผู้คนภายในจวนพากันแตกตื่นเสิ่นเหยียนกำลังคลุ้มคลั่งเกี่ยวกับเรื่องที่ตนเองได้ล่วงรู้

            จบบท

             

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง ที่คุณอ่าน