เอกคบคิดอยู่ภายในใจว่าจะเอายังไวกับดันเจี้ยนนั้นดี ถึงมันจะเป็น ดันเจี้ยนระดับหนึ่ง แต่ความร้ายกาจของมันตัวเขาก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถพิซิตมันได้หรือไม่ ข่าวลือที่เอกได้ยินมา เขาว่ากันว่าภายในดันเจี้ยนยิ่งอันตรายยิ่งได้ผลตอบแทนมากแม้จะเป็นเพียงแค่ดันเจี้ยนระดับหนึ่งแต่ความอันตรายมากกว่าสัตว์ร้ายที่อยู่ภายนอกมาก แถมยังมีระบบปริศนาที่เขายังไม่รู้จักมาปรากฏอีก แน่ชัดเลยว่าดันเจี้ยนนี้ต้องเป็นดันเจี้ยนที่ไม่ธรรมดากว่าดันเจี้ยนทั่วไปอย่างแน่นอน
“คุณพ่อเป็นอะไรไปค่ะ” น้ำทิพย์สะกิดเอก ที่เห็นว่าเอกทำตัวเหม่อๆ
เอกที่โดนลูกสาวเรียกสติของตัวเองก็ส่ายหน้าไล่ความคิดนี้ออกไปก่อนจะหันมากล่าวว่า
“พ่อไม่ได้เป็นอะไรหรอกแค่พ่อกำลังคิดอะไรเพลินๆ น้ำทิพย์ไม่ต้องห่วงนะลูก” เอกยิ้มและลูบหัวเธอ น้ำทิพย์ที่เห็นว่าพ่อของเธอกลับมาเป็นปกติแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างสบายใจก่อนจะนอนบนตักเอกอย่างเอ็นดู จากนั้นเอกก็กลับมานั่งคิดเรื่องเดิมอีกครั้งในเมื่อคิดมากไปก็ไม่ได้คำตอบ เขาก็ส่งสายตาเรียกให้เจ้าคานกับหมีคู่ผัวเมียมาหาเขาเพื่อทั้งสามตัวอาจจะรู้อะไรมาบ้าง
คานที่เห็นสายตาก็รู้ทันทีว่านายน้อยของตัวเองต้องการเรียกมัน เมื่อเอกเห็นคานเห็นสัญญาณเขาแล้วก็ก้มมองทั้งสองที่อยู่บนตักเขาให้ออกไปเล่นกันก่อน
“น้ำทิพย์กับไมค์ไปเล่นกันก่อนนะลูกพอดีพ่อมีธุระจะคุยกับเจ้าคานมันหน่อย”
“ได้ครับ/ค่ะ”
“โฮก..มีอะไรเหรอครับนายน้อย” คานที่เดินมาหาก็เอ่ยทักทันที เอกมองทั้งสามก่อนจะถามว่า
“พวกนายรู้เกี่ยวกับดันเจี้ยนที่แห่งนี้รึเปล่า”
“โฮก....แน่นอนพวกเราต้องรู้อยู่แล้ว” คานและสองผัวเมียพยักหน้ารับรู้
“ถ้าพวกนายรู้อยู่ก่อนแล้วพวกนายเคยเข้าไปรึเปล่า”
“โฮก..เรื่องนี้ถึงพวกเราจะรู้ว่าที่แห่งนี้มีดันเจี้ยนก็จริงแต่พวกเราทั้งหมดรวมถึงนายท่านใหญ่กับไม่สามารถเข้าไปในดันเจี้ยนนั้นได้เลย” ซางหมีตัวผู้กล่าว
“ทำไมละ” เอกถามอย่างแปลกใจ
“เรื่องนั้นข้าน้อยกับทุกคนก็ไม่รู้เช่นกันว่าทำไมพวกเราถึงไม่สามารถสำรวจเข้าไปได้ แต่ที่ทำให้พวกเราแปลกใจไปกว่านั้นในเมื่อมันเป็นดันเจี้ยนถ้าไม่มีใครเข้าไปกำจัดมอนสเตอร์ภายในมันจะเกิดการปรากฏการณ์ดันเจี้ยนแตกขึ้นมาใช้ไหมล่ะครับ” ซางถามเอกเพื่อความแน่ใจ
“ใช่ มันต้องเป็นอย่างนั้นแหละ” เอกพยักหน้า
“แต่ดันเจี้ยนที่นี่กับไม่เกิดปรากฏการณ์ที่ว่านั้นเลยซึ่งมันทำให้พวกผมและทุกๆ คนแปลกใจมาก”
“ไม่น่าเชื่อ เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ต่อให้ดันเจี้ยนนั้นจะทรงพลังขนาดไหนสักวันมันก็ต้องแตกออกมา” เอกทำสีหน้าไม่น่าเชื่อออกมาตั้งแต่ในอดีตนานแสนนานมาแล้วที่ไหนมีดันเจี้ยนแล้วไม่ยอมจัดการมอสเตอร์ภายในละก็ดันเจี้ยนที่ว่าจะเกิดปรากฏการณ์ดันเจี้ยนแตกทันที
“ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับนายน้อยตั้งแต่ปู่ของนายน้อยมาตั้งรกร้างที่นี่พวกเรายังไม่เคยเห็นปรากฏการณ์ที่ว่านั้นเลย” คานกล่าวกับเอกอย่างจริงจัง ตอนแรกตัวมันก็เชื่อเช่นกันตัวมันที่อยู่ดินแดนแห่งนั้นมาก่อนยอมรู้ดีกว่าใครๆ สถานที่ ที่มันเกิดมานั้นดันเจี้ยนจะแตกหรือดันเจี้ยนกำเนิดใหม่มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยสำหรับตัวมันเลยแต่เมื่อมันมาเจอดันเจี้ยนที่แปลกประหลาดแห่งนี้ต่อให้ตัวมันจะเคยเห็นดันเจี้ยนแปลกๆ มามากเท่าไร ตัวมันก็ไม่เคยเห็นดันเจี้ยนที่แปลกมากเช่นนี้มาก่อน
“ถ้าอย่างนั้นพวกนายเห็นภาพโฮโลแกรมขึ้นมารึเปล่า” เอกถามเป็นครั้งสุดท้าย
“หืม โฮโลแกรมไม่มีนะครับนายน้อยตอนที่พวกเราเข้าไปก็มีแต่บาเรียกางเอาไว้ทำให้พวกเราไม่สามารถเข้าไปได้ และที่ทำให้เราแน่ใจว่าที่นั่นเป็นดันเจี้ยนก็เพราะพวกเราทุกคนได้เห็นมอสเตอร์จากภายในแล้วนะครับนายน้อย” คานกล่าวตอบให้เอกหายสงสัย
“งั้นก็หมายความว่ามีแต่เราคนเดียวเท่านั้นที่เห็นระบบนั้นขึ้นมา ตกลงมันคืออะไรกันแน่” เมื่อเอกได้ยินสิ่งที่ตัวเองต้องการจะรู้แล้วก็ได้แต่ส่ายหัวไม่เข้าใจทำไมเรื่องพวกนี้มันต้องเกิดขึ้นกับเขาด้วย
“เอาละขอบใจพวกนายมาก” เอกพูดเสร็จก็นอนลงสัมผัสกับผิวหญ้าเพื่อให้ตัวเองผ่านคลายสักนิดก็ยังดี
“ฮิฮิ วันนี้น้ำทิพย์สนุกมากเลย” น้ำทิพย์ยิ้มออกมาอย่างร่าเริง ไม่คิดเลยว่าวันนี้ตัวเธอจะได้เล่นกับสัตว์น้อยสัตว์ที่อยู่ภายในป่าหลังสวนของเธอ ไม่ว่าจะเป็นกระรอก กระต่าย ต่างก็วิ่งมาหาเธอเองเพื่อที่จะเล่นกับเธอ
“ทำไมมีแต่น้ำทิพย์คนเดียวที่กระต่ายและกระรอกยอมเล่นด้วยไม่ยุติธรรมเลย” ไมค์ที่เดินกลับบ้านออกมาอย่างเซ็งๆ ถึงไมค์จะได้สัมผัสกับกระต่ายและกระรอกก็จริงแต่พวกมันกลับไม่สนใจที่จะเล่นกับไมค์ด้วยเลยทำให้ไมค์ในวันนี้ถึงกับนั่งกอดเข่าตัวเองด้วยความน้อยใจ
“ฮิฮิ ก็พี่ไมค์ทำหน้าอย่างนั้นใครเขาอยากจะมาเล่นด้วยละ” ใช้แล้วสิ่งที่น้ำทิพย์เห็นในวันนี้สีหน้าของพี่ชายเธอที่ต้องการจะเข้าหากลับเป็นใบหน้าที่เรียบเฉยถึงตัวเองจะอุ้มขึ้นมาเล่นแล้วก็ตามสัตว์น้อยสัตว์ก็คิดว่าไมค์ไม่ต้องการเล่นกับมันด้วยเลยไปหาน้ำทิพย์แทน
“ฮ่าๆ พ่อก็ว่าอย่างนั้นคนอะไรเวลาประหม่ากับทำหน้าเฉยชาขนาดนั้น” เอกที่ได้ยินน้ำทิพย์พูดถึงสีหน้าของลูกชายก็ได้แต่หัวเราะก๊ากออกมาเพราะมันเป็นอย่างที่ลูกสาวเขาว่าเวลาไมค์ประหม่าหรือทำตัวเกร็งไปก็จะทำสีหน้าเฉยชาขึ้นมาทันที ทั้งๆ ที่เวลาดีใจก็ยิ้มแย้มเหมือนคนทั่วไปแท้ๆ
“โธ่ คุณพ่อครับทำไงได้ละครับมันเป็นอย่างนี้เองตามธรรมชาตินี้น่า” ไมค์ทำหน้าฟึดฟัดอย่างไม่พอใจ
เมื่อทั้งสามคนกลับมาถึงบ้านเอกก็หุงข้าวทำกับข้าวให้เด็กๆ ได้กินจากนั้นก็ดูทีวีด้วยกัน เมื่อถึงเวลาที่เด็กๆ ต้องนอนเขาก็อุ้มเด็กน้อยทั้งสองนอนที่เตียงทันที
“ฝันดีนะเด็กๆ” เอกหอมแก้มทั้งสองอย่างรักใคร่ก่อนจะปิดไฟแล้วจากไป
“คาน..” เอกที่เห็นคานนอนอยู่ข้างล่างก็เรียกมันเบาๆ
“โฮก..มีอะไรครับนายน้อย” คานที่สะลึมสะลือก็เดินมาหาเอกอย่าง่วงเงีย
“ฉันฝากนายดูแลทั้งสองคนแทนฉันหน่อย พอดีฉันมีธุระต้องไปทำ”
“ได้ครับนายน้อยเดียวผมจะดูคุณหนูทั้งสองให้เองครับ”
“ดี” เมื่อเห็นว่าทุกอย่างโอเคแล้วเอกก็เตรียมตัวที่จะเข้าไปสำรวจในดันเจี้ยนนี้ทันทีเพราะเขาอยากจะรู้เหลือเกิน ว่าที่แห่งนั้นมีความลับอะไรอยู่กันแน่
เอกใช้เวลาไปนานด้วยการใช้สายลมยมทูตก็มาถึงหน้าถ้ำของดันเจี้ยนเป็นที่เรียบร้อย
“คุณกำลังเข้าสู่ดันเจี้ยน ระดับ 1”
“ยืนยันที่จะเข้าสู่ดันเจี้ยน YES/NO” เอกที่เห็นระบบเด้งขึ้นมาก็ไม่รอช้าคิดในใจว่า“YES”