"ปล่อยน้องสาวเราเดี๋ยวนี้นะ!!" ปืนพยายามช่วยปิงปิงน้องสาวฝาแฝดที่กำลังโดนจับแต่งหน้าด้วยลิปสติกสีแดงทั้งใบหน้า เธอโดนเพื่อนผู้หญิงของริสาสองคนจับไว้นักศึกษาที่อยู่แถวนั้นพากันถ่ายรูปอัดวิดีโอกันสนุกสนานส่วนปืนถูกพวกผู้ชายจับไว้
"ไอ้แว่นเพี้ยนจะแหกทำไมวะ พวกฉันแค่แต่งหน้าให้น้องนายสวยๆ ไง อ๋อ... หรือว่าอยากแต่งด้วยคนได้ๆ เฮ้ย! ลูกหมีจีจี้มาแต่งหน้าให้ไอ้เพี้ยนหน่อย!!" พวกผู้หญิงเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็ปืนแทน พริกแกงผ่านมาพอดีเธอจึงเข้าไปช่วยทั้งสองด้วยการะโถีบผู้ชายที่อยู่ใกล้จนเซไปชนเพื่อนล้มด้วยกันเป็แถว เธอดึงสองพี่น้องมาอยู่ด้านหลัง
"อยากโดนอีกคนเหรอยัยพริกเน่า!! พวกเราจัดการ!!" ริสาสั่งการไม่พอใจ
"หยุด!! ถ้าเข้ามาอีกก้าวอย่าหาว่าไม่เตือนคาราเต้สายดำดั้ง 2 ของฉันไม่ได้มาเพราะจับฉลากหรอกนะ" พริกแกงเตือนสีหน้าเรียบนิ่ง
"ไม่ต้องกลัวมันแค่ขู่แค่นั้นแหละจัดการเลย!" ริสาสั่งเพื่อนผู้ชายช่วยกันจับ พริกแกงจึงใช้วิชาคาราเต้ขั้นพื้นฐานจัดการจนผู้ชายทุกคนหมอบราบกับพื้นเหลือแต่ผู้หญิงห้าคนที่กำลังยืนถ่ายวิดีโอกล้าๆ กลัวๆ ทำอะไรไม่ถูก พริกแกงเดินเข้าไปใกล้ชี้หน้าคนที่ถ่ายวิดิโอ
"ถ่ายอยู่ใช่มั้ยไม่ต้องปิดกล้อง! ถ่าย! ดู! ถ้าใครยังคิดจะแกล้งปืนกับปิงปิงอีกละก็สภาพจะเป็เหมือนไอ้สามคนนี้จำไว้!!" พริกแกงพูดเสร็จก็ดึงแขนสองพี่น้องจากไปทันทีปล่อยให้คู่กรณีช่วยเหลือกันเอง ปิงปิงเดินตามไปร้องไห้ไป ทุกครั้งเธอแค่โดนแกล้งเล็กน้อยแค่ดึงผมบ้างแซงคิวบ้างผลักเล่นบ้างมีครั้งนี้ที่เธอรู้สึกว่าแรงมากสำหรับเธอเพราะคนที่เธอแอบชอบยืนดู เธอรู้สึกอับอายมากที่ถูกแกล้งแบบนี้แถมคนที่เธอชอบยังหัวเราะไปกับเขาด้วย ทั้งสามนั่งลงที่ลานน้ำพุพริกแกงล้วงกระดาษเปียกพร้อมกระจกข้างรถจักรยานให้ ปืนใถามได้ไง
"ซื้อจักรยานมือสองมา ยังซ่อมไม่เสร็จรีบเช็ดหน้าซะ เจ็บตรงไหนบ้างปิงปิง" ปิงปิงเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด
"ขอโทษนะปิงปิงที่ทำให้เธอโดนแกล้ง แค่เราไม่ทำงานให้พวกนั้นเลยพาลไปลงที่เธอ"
"ใช่! เพราะนายและไอ้แว่นไอ้เพี้ยนฉันเลยซวยไปด้วยใครๆ ก็บอกว่านายเป็คนเสียสติชอบทำอะไรบ้าๆ ให้คนอื่นหัวเราะแล้วยังจะมาคบกับยัยนี่อีก รู้มั้ยตอนนี้รูปเธอแปะไปทั่วมหาลัยไปแล้วว่าเป็เด็กไซส์ไลน์ แล้วยังจะข่าวแฟนคลับของฮิวโก้ในมหาลัยอีกที่รวมกลุ่มกันแอนตี้ เธอสองคนมันเน่าไปทั้งมหาลัยแล้ว!"
"เรียลลี่(จริงเหรอ)?"
"เออสิ! ที่ฉันโดนเพราะมันจะฝากมาบอกเธอด้วยว่าถ้าเธอยังไม่เลิกคบกับผู้ชายพวกนั้นรอยลิปสติกบนหน้าฉันจะกลายเป็รอยเืบนหน้าเธอ!" พริกแกงนิ่งฟังปิงปิง
อ๋อ... มิน่าต้องแต่เข้าโฮลลี่มามีแต่คนมองแปลกๆ
ปกติก็ไม่มีใครอยากยุ่งกับเธอเพราะเห็นเธอไม่ถูกกันกับคริส แต่เมื่อเช้านี้ถึงขั้นลุกหนีจากบริเวณที่เธอนั่ง ตอนไปทานอาหารก็พากันย้ายร้านหนีที่แท้มีคนคอยเล่นงานเธออยู่นี่เอง
"เราว่าเธอหน้าจะหาชุดเกราะป้องกันนะ ถ้าเป็แบบนี้เราว่าเขาอาจจะลอบทำร้ายเธอในมุมมืดที่ไหนสักแห่งแล้วจู่โจมเธออย่างไม่รู้ตัวแล้วกราดะุใส่เธอ ปังๆ ๆ ๆ ๆ ๆ! แล้วก็กลายเป็ิญญาทวงแค้นคอยตามหลอกหลอนคนที่ฆ่าเธอ... โอ้ย!!" พริกแกงตบหน้าเข้าให้ที่หนึ่ง
"ใจร้าย... บอกดีๆ ก็ได้"
"ฉันเริ่มจะเห็นใจเธอว่ะปิงปิงที่มีพี่ปัญญาอ่อนแบบนี้"
"เราไม่ได้ปัญญาอ่อนนะ! ไอคิวเราเธอสองคนรวมกันยังไม่ถึงครึ่งของเราเลย อย่ามาดูถูกว่าที่นักวิทยาศาสตร์ระดับโลกอย่างเรานะ!" ปืนเพ้อเจ้อไม่หยุดพริกแกงยกกำปั้นชูขึ้นเขาหยุดทันทีแล้วเช็ดหน้าต่อ เธอถามสองพี่น้องว่าจะทำอย่างไรดีลำพังเธอคนเดียวโดนคงไม่เป็ไร แต่เธอสงสารปิงปิงที่โดนลูกหลงด้วย
"เอางี้มั้ยเธอมาเรียนคาราเต้กับฉัน่ว่างๆ จะได้มีวิชาป้องกันตัว"
"ไม่เอาฉันไม่ชอบความรุนแรง"
"ก็แค่มีไว้ขู่พวกที่ชอบรังแกเธอไงอีกหน่อยคงแรงขึ้นเรื่อยๆ ก็แล้วแต่นะ เธอดูน้ำหน้าอย่างไอ้เนี่ย... ไม่มีปัญญาช่วยเธอหรอกตัวมันเองยังนั่งร้องไห้ให้กับซีรีย์อยู่เลย" ปิงปิงลังเลบอกขอคิดดูก่อน เธอขอตัวกลับบ้านไม่เข้าเรียนแล้วปืนรีบวิ่งตามน้องสาวกลับบ้านพริกแกงมองได้แต่มองตามคิดไม่ตกว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร
"แล้วปัญหาของฉันใครจะแก้ให้วะ เฮ้อ..." บุญก็พึ่งทำเมื่อเช้าอุตส่าห์ใส่ไข่ทอดกับแกงจืดเ้าอร่อยให้หลวงตาตั้งเยอะ ทำไมมันมีแต่ความซวยเข้ามานะ หรือว่าปีนี้ปีชงอย่างที่คนจีนว่า
"โอ้ย! ใครโยนมาเจ็บนะโว้ย!!" พริกแกงมองหาคนโยนปากกาใส่หัวเธอพอไม่เจอจึงเดินจากไปเตรียมตัวไปชมรมปลูกผักออแกนิคที่เธอเป็สมาชิก คริสนั่นเองเขาเดินผ่านมาเห็นพริกแกงนั่งอยู่คนเดียวจึงโยนปากกาใส่ก่อนจะเดินไปทางสนามฟุตบอลมีรุ่นน้องคอยกางร่มกันแดดให้ตลอดเวลา อีกคนถือพวกอุปกรณ์ต่างๆ ที่คริสนำติดตัวมาด้วย เขามาถึงม้านั่งข้างสนามรุ่นน้องนำผ้ามาเช็ดที่นั่งให้อย่างรู้หน้าที่ก่อนจะบีบนวดให้อย่างเอาใจ
คริสสั่งลูกน้องให้ไปเอาน้ำผึ้งผสมมะนาวให้เขาแก้วหนึ่ง ปกติจะมีลูกน้องคอยทำหน้าที่บริการเขาตลอดไม่ว่าเขาจะทำอะไร เขาเป็คนที่มีอิทธิพลอย่างมากในมหาลัยโฮลลี่เป็ถึงลูกผู้บริหารใครๆ ก็อยากจะรู้จักใกล้ชิดทั้งนั้นจึงมีคนเสนอตัวคอยรับใช้อยู่ไม่ขาด
"เป็ไงบ้างคริสเมื่อคืนนี้หนักเลยนะ" วายุทักรับผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเหงื่อมองไปยังสนามที่มีตัวสำรองกำลังซ้อมอยู่ นัดที่แล้วยังโชคดีที่พวกเขาเสมอกับทีมคู่แข่ง
"อืม... รู้สึกตัวอีกที่พี่แอลกำลังจะเอาน้ำสาด มาตอนไหนไม่รู้" เขานั่งคุยกับเพื่อนอย่างเบื่อหน่าย ่นี้เขาปาร์ตี้หนักทุกวันพอตื่นก็ต้องมาเรียนตอนเย็นต้องไปฝึกงานอีก แล้วฟุตบอลที่จะแข่งอีกทีมก็ง่อยซะจนเขาโมโหไม่รู้ทำไม่นี้ชีวิตเขาติดขัดตลอด
"ปาร์คแกเห็นตะวันมั้ยวะั้แ่มันทะเลาะกับคริสฉันก็ไม่เห็นมันเลย นี่มันคิดจะทิ้งพวกเราจริงๆ ใช่มั้ย?" วายุถามหาตะวันที่ไม่มาเรียนหลายวันแล้ว
"คงจะอยู่กับแฟนมันนั่นแหละหลงจนโงหัวไม่ขึ้น" คริสพูดก่อนแสร้งเอาหูฟังใส่หูไม่อยากฟัง
"เขาไม่ได้คบกันแล้วไอ้ตะวันขอคบกับยัยนั่นแต่ผู้หญิงไม่เอามัน เห็นมันเพ้อลงไอจีว่าอกหักว่างั้น ฉันเจอมันเมื่อคืนที่ผับมันแวะมากินเหล้าย้อมใจ" คริสหยุดเปิดเพลงแอบฟังที่ปาร์คพูดรู้สึกหัวใจเต้นแรงแปลกๆ
ถ้าตะวันกับยัยพริกแกงไม่ได้คบก็แสดงว่าตอนนี้ทั้งคู่โสดนะสิ
คริสลุกขึ้นทำท่าบิดี้เีแล้วเดินจากไป ปาร์คกับวายุได้แต่เรียกตามหลังก่อนมองหน้ากันยิ้มๆ
พริกแกงเก็บผักออร์แกนิกที่ปลูกไว้ที่แปลงเกษตรของมหาลัยที่มีเนื้อที่ประมาณสองไร่ พริกแกงมองแปลงผักที่เป็ระเบียบสวยงามอย่างพอใจคิดว่าถ้าได้กลับไปอยู่บ้านเธอจะรื้อสวนอังกฤษออกแล้วปลูกผักสวนครัวแทนถ้าพ่อเธอยอมนะ
"ผ-ะ-ก ผักมันอยู่ในแปลง~ เชิบ... เชิบ~"
พริกแกงโยกหัวไปมาให้กับเพลงที่เธอแต่งมองไปยังคนที่กำลังทำกิจกรรมแตกต่างกันไป คนทั้งห้านี้เป็คนในชมรมและพวกที่เรียนเกษตร พวกเขาต้อนรับเธออย่างดีไม่ค่อยจะสนใจเื่ชาวบ้านเท่าไหร่นัก ต่างโบกมือให้เธอที่ตรงไปยังแปลงผักที่เธอรับผิดชอบ เธอปลูกเรดคอส เรดโอ๊คและสลัดแก้วอย่างละครึ่งแปลง ทุกคนในชมรมจะเปลี่ยนเวรกันมารดน้ำผักอยู่ตลอดและวันนี้ก็เป็เวรพริกแกงกับพี่ปีสามที่ชื่อไก่โต้ง ประธานชมรมที่ดูลักษณะท่าทางเหมาะกับการไปเป็ชาวไร่ชาวนามากกว่าลูกเ้าของธุรกิจอาหารเสริม ไก่โต้งสวมงอบถือจอบแต่ใส่ชุดนักศึกษาผูกเนคไทกางเกงขายาวถูกม้วนขึ้น ใส่รองเท้าแตะหูหนีบยืนขุดดินที่ข้างแปลงผักของพริกแกง คนอื่นก็ด้วยเช่นกันบางคนก็อยู่เรือนเพาะ บางคนก็ง่วนอยู่กับการทำปุ๋ยหมักพริกแกงทักทายทุกคนก่อนเปิดสปริงเกอร์รดน้ำผักและดอกไม้ที่ปลูกไว้อย่างสวยงาม
"พริกแกงไม่ลองเอาผักพวกนี้ไปทำสลัดโรลขายล่ะเห็นกำลังนิยมทำเป็พวกอาหารคลีน รายได้ดีนะลงทุนหลักร้อยเอง"
"ดูหน้าพริกก่อนพี่ไก่โต้ง หนูทำอาหารเป็ที่ไหนล่ะแกงจืดง่ายๆ หมายังเมิน"
"เออ! ทำไปเถอะง่ายๆ สูตรก็มีในเน็ตขอแค่น้ำสลัดอร่อยแค่นั้นแหละ ผักพวกนี้เก็บไปได้เลยพวกพี่แค่ปลูกทดลองเฉยๆ กินไม่ทันหรอก" พวกในชมรมเก็บผักให้เธอนำไปทานตระกร้าใหญ่อีกทั้งให้ลองเอาผักพวกนี้ไปทำสลัดโรลขายได้ พริกแกงสนใจคิดจะลองทำดูพยักหน้าขอบคุณทุกคน
ติง...
เธอเปิดโทรศัพท์เจอไลน์ของเพื่อนมาวินส่งมาหา
"ผี-พริกแกง-อยู-ทีไหน-มี-เห-ตุ-ด่วน?" เธออ่านภาษาไทยทีละคำ
"เห-ตุ? อ๋อ... พี่พริกแกงมีเหตุด่วน จากซันนี่งั้นเหรอ อืม..." เธอรีบกดโทรศัพท์โทรออกทันที พวกซันถามว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหนเธอบอกพิกัดเขาบอกให้รออยู่ที่เดิม เธอทำหน้างงสักพักก็ได้ยินเสียงเรียกข้ามกำแพงมา ซัน ต่อ และสินเพื่อนของมาวินปีนกำแพงที่กั้นของสองสถาบันนั่งย่อนขาคุยกับเธอ
"มีอะไรใครจะตายเหรอ?" เธอถามกวนๆ
"ไม่มีไรพี่แค่วันนี้วันเกิดไอ้วินมันพวกผมเลยอยากซื้อเค้กไปให้มัน พี่บอกเ้าของร้านอย่าปิดร้านเร็วได้มั้ย" พริกแกงเข้าใจรับปากจะทำให้ ปกติเธอมีเรียนแค่คาบเช้าถึงบ่ายโมง และจะทำงานที่ร้านกาแฟั้แ่บ่ายสองโมงถึงสองทุ่ม จากนั้นประมาณสามทุ่มครึ่งก็ไปทำงานต่อที่ร้านอาหารจนถึงเวลาเลิกงานตีสองครึ่ง ปกติเธอจะเล่นดนตรีแค่วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ ส่วนวันธรรมดาก็เป็เด็กเสิร์ฟทั่วไป แต่วันนี้วันจันทร์เป็วันหยุดของเธอซึ่งกำลังคิดจะกลับคอนโดไปนอนเล่นให้หายเหนื่อยแล้วค่อยออกมางานวันเกิดมาวิน
"หมูปิ้งบ่ครับ แซบเด้อไม้ละสิบบาทครับ"
"พี่โย... จะให้กินหมูปิ้งจนเป็มะเร็งตายเลยเหรอ" ไชโยเรียกพริกแกงให้เอาหมูปิ้งไปทานเหมือนเคย
"ก็ผมขายหมูปิ้งทุกวันจะให้ทำไงล่ะ จะซื้ออย่างอื่นให้คุณหนูกินก็ไม่มีตังค์" ไชโยพูดเสียงเศร้าน้อยใจในความยากจนของตัวเอง
"วายเดอะลองเฟซ... หน้าสงสารเนอะ เฮ้ย! อย่ามั่วสิอากงให้เงินเดือนตั้งสี่หมื่นไม่รวมเงินพิเศษกับโบนัสอีกเป็แสนๆ ข้าวก็ฟรี ที่พักก็ฟรีแถมได้ไปเที่ยวทั่วโลกอีกเงินเก็บจะไม่มีเลยหรือไง โว๊ะ" เกือบจะร้องไห้ตามแล้วเชียว
"โธ่คุณหนู.... พ่อก็เป็เบาหวานแม่ก็ซื้อหวยกับตีดำมี่ ไหนหลานที่พ่อแม่มันตายอีกแค่นี้ก็ไม่พอยาไส้แล้ว"
"เหรอ... ถ้าพี่โยโกหกขอให้ขี้แตกด้วยอามิตะพุทธ"
"เขาเรียกสาธุ อย่าว่าจังซันแค่ขี้แตกก็ทำคนตายได้เด้อ" พริกแกงพูดหยอกล้อพี่เลี้ยงอย่างเป็กันเอง คริสตามหาพริกแกงด้วยกล้องวงจรปิดจนเจอ กว่าเขาจะสลัดพวกสาวๆ ได้แถบตาย เขายืนพิงกำแพงเก๊กหล่อใส่แว่นตาดำกันแดดแบรนด์ดังที่ไม่มีแม้แต่แดดส่องมาบริเวณนั้นพยายามฟังทั้งสองคนที่คุยกันเป็ภาษาอังกฤษปนภาษาจีนและอีสาน แต่ที่เขายืนอยู่มันไกลจึงจับใจความไม่ได้จึงเรียกพริกแกงไว้ ไชโยเห็นก็ลงมือปิ้งหมูต่อสังเกตการณ์ดูคริสไปด้วย
"ฉันมีเื่จะคุยกับเธอ"
"ไม่ว่างไม่อยากคุย" พริกแกงปฎิเสธทันที
"หูกระจกรถฉัน" คริสจ้องหน้าเธออย่างผู้มีชัย
"เออๆ ยืนคุยตรงนี้แหละมีไรว่ามาฉันรีบ"
"เธอต้องจ่ายค่ากระจกที่ทำแตกราคาแปดหมื่นบาทภายในหนึ่งอาทิตย์ ขอเงินสดนะ"
"ไม่มี"
"พูดง่ายไปมั้ง ทำลายข้าวของติดคุกได้นะครับกล้องวงจรปิดก็มีพยานก็มี" คริสได้ทีขู่พริกแกง ทีแรกเขาว่าจะไม่มายุ่งวุ่นวายกับเธอ แต่ตอนนี้ได้ข่าวว่าเลิกคบกับตะวันแล้วเขาจึงเปลี่ยนใจเพราะคิดว่าไม่มีใครคอยปกป้องออกหน้ารับแทนเธอแล้ว เงินเยอะขนาดนี้คงหาไม่ทันแน่นอน
"เอาไงจะจ่ายหรือไปโรงพัก แต่ฉันมีทางเลือกให้เธอนะถ้าเธออยากหมดหนี้เร็วแค่เธอต้องมาคอยรับใช้ฉัน ฉันจะหักหนี้ออกวันละสองพันเดือนหนึ่งก็หกหมื่นฉันคิดเธอแค่นี้พอ" พริกแกงปฎิเสธทันที คริสหน้าเหลอบอกให้คิดดีๆ
"หรือเธอจะไปอ้อนบรรดากิ๊กกักของเธอ ฉันบอกก่อนนะห้ามไปเอากับฮิวโก้เด็ดขาดไม่งั้นเธออยู่ไม่สุขแน่..."
"ฉันจะไปเอาที่ไหนก็เื่ของฉันแปดหมื่นใช่มั้ยเวลาหนึ่งอาทิตย์" พริกแกงเขียนสัญญาใส่กระดาษก่อนเซ็นชื่อตนเองและเรียกไชโยให้มาเป็เซ็นเป็พยานแล้วให้คริสเซ็นชื่อก่อนให้เขาถือกระดาษโชว์ให้เธอถ่ายรูปเก็บไว้เป็หลักฐาน ที่เธอทำแบบนี้เพราะกลัวคริสเล่นไม่ซื่อเหมือนคราวค่าเทอมของเธอ
"แล้วฉันจะคอยดูแต่ถ้าเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ก็บอกละกัน" คริสเจ็บใจทำอะไรไม่ได้เขาเดินกลับเข้ามหาลัยไม่ทันมองทางเดินชนกับม้าหินอ่อนที่วางไว้ให้คนนั่ง จึงหันไปหารปภที่ยืนใกล้ๆ อย่างโมโห
"บอกคนมายกม้านั่งพวกนี้ไปทิ้งให้หมด! ฮึ้ย!" คริสรีบเดินหนีทั้งอายที่เดินชนโต๊ะทั้งโมโหที่ทุกอย่างไม่เป็ไปตามแผนของตน พริกแกงได้แต่ส่ายหน้าไชโยถามหนี้อะไร เธอเล่าคราวๆ ให้ฟังก่อนจะยกโทรศัพท์ต่อสายหาผู้ช่วยนายธงชัยให้ขนเสื้อผ้าที่ห้องแต่งตัวกับพวกเครื่องดนตรีของสะสมมาให้เธอ นายธงชัยทันได้ยินทั้งสองคุยกันก็สั่งห้ามบอกถ้าอยากได้ก็ให้มาเอาเอง
"หนี้ท่วมหัวเพราะอารมณ์ร้อนแท้ๆ คุณหนูข่อย"
"อยากจะต่อยหน้าหล่อๆ มันชะมัดแต่กลัวมันจับติดคุก่นี้ยิ่งไม่มีตังค์อยู่" ไชโยมองหน้าคุณหนูจอมยุ่งส่ายหน้าปลงๆ ที่เธอมีเื่ให้ปวดหัวได้ทุกวันจนเป็เื่ธรรมดาไปแล้ว