เทพแห่งความตาย

    ตอนที่43 ยินดีต้อนรับกลับบ้าน


    ปั๊กก--



    ทหารร่างกำยำร่างนึงเดินชนเอลิออสอย่างแรง


    "เจ้าหนุ่ม! หลีกไป!"




    เมื่อเอลิออสหันไปหาพร้อมที่จะสู้นั้นก็ไปเห็นร่างของหญิงสาวที่ดูสง่างามร่างนึงกำลังสั่งสอนทหารคนเมื่อกี้อย่างขะมักเขม้นกันเลยทีเดียว



    "เจ้าไปเดินชนเขาแล้วยังไม่รีบขอโทษเขาอีก?"


    หญิงสาวพูดขึ้นเชิงสั่งสอนจนทำให้ทหารคนนั้นก็ไม่ได้โกรธอะไรหญิงสาวคนนี้สักนิดเดียวแล้วมันก็ยังเดินมาขอโทษอย่างว่าง่ายอีกด้วย

    จนทำให้เอลิออสรู้สึกหงุนงงไม่ใช่น้อยแต่ไม่นานเขาก็รู้ว่ามันเป็นเพราะอะไรหญิงสาวนางนี้คงจะเป็นองค์หญิงอะไรแบบนั้นอย่างแน่

    นอนเพราะดูจากจำนวนทหารที่มายืนเฝ้าอยู่หน้าร้านและดูผู้คนก็เกรงกลัวและเคารพกันด้วยเอลิออสกำลังยืนจ้องมองไปยังพ่อครัวที่กำลังทำอาหารอย่างสดๆร้อน ณ ตรงนั้นยิ่งทำให้เขาหิวมากยิ่งขึ้นไปอีกและทันใดนั้น..






    "เจ้า!"


    "เจ้าหนีไม่พ้นแล้วล่ะรีบยอมจำนนซะ!"


    เสียงของหญิงสาวดังขึ้นอยู่ด้านหลังเอลิออส
    ทำให้เขาถอนหายใจออกอย่างช่วยไม่ได้



    "ข้าก็บอกเจ้าแล้วว่าข้าไม่ใช่นักฆ่า"



    "แล้วนักฆ่าที่ไหนจะมาเปิดตัวว่าตนเองเป็นนักฆ่ากันด้วยล่ะ! ถ้าเจ้ายังไม่ยอมมอบตัวข้าจะใช้กำลังในการแก้ปัญหาแล้วนะ!"



    'ข้าต่างหากที่ควรพูดคำนั้น!'



    หญิงสาวแบมือขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะร่ายเวทย์แล้วลูกบอลเพลิงยักษ์ก็ปรากฏอยู่ต่อหน้าของนางและเคลื่อนตัวไปหาเอลิออสอย่างรวดเร็ว




    'นางจะจัดการคนทั้งร้านนั้นเลยหรือยังไง?'


    ทิศทางของลูกบอลเพลิงยักษ์ที่กำลังเคลื่อนตัวมานั้นโดยทมีเป้าหมายคือเอลิออสแต่ถ้าเขาหลบล่ะ?ร้านอาหารที่เขากำลังมองดูแห่งนี้ก็คงจะถูกมันเผาอย่างหมดสิ้นอย่างแน่นอนในขณะที่เอลิออสกำลังจะร่ายเวทย์น้ำเพื่อดับไฟนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงความร้อนที่กำลังเข้ามาอยู่ด้านหลังของเขา?



    'บอลเพลิงยักษ์ลูกนี้มาได้ยังไงกัน?'


    เอลิออสรีบกระโดดหลบอย่างรวดเร็วจึงทำให้ลูกบอลเพลิงยักษ์ทั้งสองลูกนี้ปะทะกันเองจึงระเบิดออกมาอย่างเสียงดังแต่ก็ไม่ได้ทำร้ายผู้คนใดๆ





    บู้มม--





    เอลิออสที่กำลังยืนดูอยู่ที่มุมๆนึงเขาหันไปมองทั้งสองข้างนั้นก็คือหญิงสาวที่ไล่ตามจับเขาและหญิงสาวที่ดูเหมือนจะเป็นองค์หญิง?





    "เชลวีย์ เจ้ากำลังคิดจะทำอะไร?!"


    หญิงสาวที่อยู่ในร้านอาหารเดินออกมาข้างนอกร้านและยืนถามอยู่ต่อหน้าหญิงสาวอีกคนนึง



    "ขออภัยเพคะ องค์หญิง"


    "ข้าเพียงจะจัดการนักฆ่าคนนึงแต่องค์หญิงก็เข้ามาขัดขวางซะก่อนจึงทำให้นักฆ่าคนนั้นหนีไปได้เพคะ"


    หญิงสาวที่ชื่อเชลวีย์พูดขึ้น



    "นักฆ่า?"


    "เจ้าหมายถึงชายที่กำลังยืนอยู่ตรงนี้งั้นรึ?"

    "เพคะ"


    "แต่ดูท่าทางจะไม่ใช่อย่างนั้นนะ?"



    "องค์หญิงอย่าได้ใส่ใจกับรูงร่างหน้าตาของมันเลยเพคะเพราะยังไงมันก็คือนักฆ่าอยู่ดี"



    "เจ้าคิดว่าข้าจะตัดสินคนด้วยหน้าตาอย่างนั้นรึ?"



    "ขออภัยเพคะ องค์หญิง"


    "ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นเพคะ"



    "อืม..เอาเถอะ"


    "ถ้าเจ้ายืนยันว่าเขาคนนั้นเป็นนักฆ่าล่ะก็เจ้าก็ไปจับตัวเขาซะเถอะเพราะเขากำลังยืนมองอยู่ ตรงนั้น"


    องค์หญิงเบนสายตาไปมองเอลิออสจึงทำให้เชลวีย์ก็หันไปมองเขาเช่นกันและรีบเดินไปหาทันทีเอลิออสเห็นว่าเชลวีย์กำลังเดินมาหาตนเองเขาจึงรีบเดินหนีนางไปอย่างรวดเร็ว

    ทันใดนั้นลูกธนูเพลิงสามดอกก็ได้เคลื่อนตัวมาเข้าใกล้ร่างของเอลิออสขึ้นมาทันทีแต่เขาเองก็เดินหลบอย่างง่ายดาย




    "เจ้าจะหนีไปถึงเมื่อไหร่กัน?!"


    "แต่ยังไงเจ้าก็หนีไปไม่พ้นอยู่ดี!"



    "จะต้องให้ข้าพูดอีกกี่ครั้งว่าข้าไม่ได้เป็นนักฆ่า?"



    "งั้นเจ้าก็บอกมาสิว่าเจ้าเป็นใครมาจากไหน?"



    "ข้าเองก็บอกเจ้าไปหมดแล้ว"



    "ที่เจ้าว่าเจ้ามาจากสวรรค์โดนที่นางฟ้านางนึงส่งเจ้ามาที่เมืองนี้อ่ะนะ? ใครจะไปเชื่อ?!"



    "งั้นเจ้าจะให้ข้าทำยังไง?"


    "เดี๋ยว!"


    ในขณะนั้นเองทหารจำนวนสิบคนก็รีบวิ่งพุ่งตัวเข้าไปหาเอลิออสอย่างรวดเร็วโดยที่เชลวีย์ยังไม่ได้สั่งให้ทำไปเลยด้วยซ้ำ



    "องค์หญิง?"


    เชลวีย์หันไปเห็นองค์หญิงกำลังยืนอยู่ข้างๆนางในขณะเดียวกันเอลิออสก็เรียกดาบของตนเองและรีบจัดการพวกทหารอย่างรวดเร็ว


    ในขณะนั้นเอง...




    อั๊กก--




    เอลิออสพลันสำลักเลือดตัวเองออกมาเล็กน้อยทำให้เขายืนค้างด้วยความหงุนงงกับตนเองเมื่อได้สติกลับมาเอลิออสก็รีบวิ่งหนีเข้าไปในป่าทันที



    เอลิออสที่รีบวิ่งหนีมาจนได้มาหยุดอยู่ที่โขดหินโขดนึงเขาเอนตัวพิงกับโขดหินโขดนั้นด้วยความเหนื่อยล้าและเขาก็รู้สึกเจ็บปวดที่หน้า

    อกด้วย?



    "หรือว่านี่จะเป็นอาการป่วยที่ท่านเทพบอก?"


    เอลิออสพยายามหายใจเข้าออกอย่างใจเย็นเพื่อคลายความเหนื่อยล้ามือของเขาก็กดลงไปยังอกข้างซ้ายจากนั้นก็ปรากฏหมอกสีเขียวขึ้นมาทันที



    - รักษา -



    ผ่านไปสักพักนึงความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดก็เริ่มค่อยๆหายไปอย่างช้าๆและเขาก็เผลแหลับไปทั้งแบบนั้นอย่างไม่รู้ตัว






    "เขาหลับไปแล้วเจ้าจะเข้าไปจับหรือไม่?"



    "ก็คงต้องเป็นแบบนั้น"



    "แต่ทำไมองค์หญิงถึงได้มาด้วยล่ะเพคะ?"



    "เห็นว่ามันน่าสนุกข้าจึงตามมาด้วยเท่านั้น"


    "หรือว่าเจ้าจะหวงอะไร?"



    "หวงอะไรล่ะเพคะ?!"


    "ข้าเพียงเป็นห่วงองค์หญิงก็เท่านั้นถ้าเกิดมันเข้ามาทำร้ายองค์หญิงล่ะเพคะ?"



    "เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ได้อ่อนแอถึงขนาดนั้น"



    "ก.ก็จริงนะเพคะ"




    องค์หญิงและเชลวีย์ค่อยๆย่องเดินเข้าไปหาร่างอันไร้สติของเอลิออสอย่างช้าๆและพวกนางยืนมองร่างของชายหนุ่มอยู่นานสองนาน

    แต่เขาก็ไม่ได้ลุกขึ้นมาต่อต้านอะไรเลย?





    "เจ้าคิดว่าเขาคือนักฆ่าจริงๆอย่างนั้นรึ?"


    "ทำไมข้าถึงไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นนะ?"



    "ข้าก็เหมื..."


    "ท่านอย่าได้เคลิ้มไปกับหน้าตาของเขาสิเพคะ!"


    "เขาอาจจะเป็นนักฆ่าจริงๆก็ได้"



    "ทำไมถึงใช้คำว่าอาจจะเป็นล่ะ?"



    "ข้าลองคิดๆดูแล้วเขาก็ไม่ได้ไปทำร้ายอะไรใครถึงแม้ว่าเขาอาจจะมีความน่าสงสัยอยู่บ้างก็เถอะ"



    "ยังไงล่ะ?"




    เชลวีย์ก็ได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้องค์หญิงฟัง




    "สรุปว่าเจ้าเข้าใจผิด?"



    "ยังยืนยันไม่ได้หรอกเพคะ!"



    "เขาอาจจะเป็นนักฆ่าจริงๆก็ได้"



    "กันไว้ดีกว่าแก้นะเพคะ"



    "มันก็ถูก"


    "แต่ถ้าเกิดเขาไม่ใล่นักฆ่าขึ้นมาล่ะ?"


    "เจ้าจะขอโทษเขายังไง?"


    "จะบอกว่าเป็นความเข้าใจผิดแล้วปล่อยไปอย่างนั้นรึ? ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆพวกเรายังจะมีหน้าไปพูดกับประชาชนว่าจะดูแลพวกเขาหรือเปล่า?"



    "ขออภัยเพคะ"


    "ข้าคิดน้อยเกินไปจริงๆเพคะ"




    ในขณะนั้นเองฝ่ามือเรียวงามขององค์หญิงก็ได้เข้าไปสัมผัสบนหน้าผากของเอลิออสอย่างเบาๆจึงทำให้องค์หญิงตกใจเล็กน้อยเพราะตัวของเขาร้อนเอามากๆและในขณะเดียวกันเอลิออสก็ลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็วและก็ได้มองเห็นองค์หญิง?


    องค์หญิงเห็นว่าเอลิออสลืมตาตื่นขึ้นแล้วจึงรีบเว้นระยะห่างขึ้นมาทันทีและเอลิออสก็ได้ลุกขึ้นยืนขึ้นมาอย่างช้าๆเพราะตอนนี้เขาปวดหัว




    "เจ้าชื่อเอลิออสใช่หรือไม่?"


    "ข้าได้ยินว่าเจ้าเป็นนักฆ่า เจ้าเป็นจริงๆงั้นรึ?"


    องค์หญิงหันไปมองหน้าเขาพร้อมถามขึ้น



    "ข้าไม่ได้เป็นนักฆ่า"


    "เอาเป็นว่าข้าจะไม่เข้าไปในเมืองล่ะกันเพื่อความสบายใจของพวกเจ้าเพราะข้าไม่ใช่นักฆ่าจริงๆ"


    ทันใดนั้นเองเอลิออสที่กำลังยืนอยู่ก็ได้หมดสติไปทั้งอย่างนั้นจึงกำลังจะล้มลงไปแต่แสงสว่างสีขาวก็ปรากฏขึ้นมาพร้อมกับร่างของหญิงสาวร่างนึงนางกำลังประคองร่างของเอลิออสอยู่



    "จ.เจ้าเป็นใคร?"


    "มาจากไหนน่ะ?!".


    เชลวีย์ถามขึ้นด้วยความแปลกใจ



    "ขออภัยเจ้าคะ"


    "แต่ข้าพเจ้าคงต้องนำตัวท่านเอลิออสไปแล้ว"


    เซน่าพูดขึ้นพร้อมกับแสงสีขาวสว่างขึ้นอีกครั้งและร่างของทั้งสองก็หายไปในทันที



    "ท่านเอลิออสงั้นรึ?"


    "เขาเป็นใครกันแน่?"


    "แล้วทำไมถึงได้หายตัวไปทั้งแบบนี้?!"


    ทั้งสองที่กำลังยืนอยู่ที่เดิมและถามคำถามอย่างมากมายเพราะความสงสัยและแปลกใจสุดๆ









    ณ ที่แห่งนึง

    เซน่ายื่นหน้าลงไปจูบบนหน้าผากของเอลิออสเล็กน้อยอย่างเบาๆก่อนที่เขาจะลือมตาตื่น



    "ใครน่ะ?"


    เสียงนึงดังขึ้นทำให้เซน่าหายตัวไปอย่างรวดเร็วก่อนที่ร่างของหญิงสาวที่รีบวิ่งเข้าไปกอดเอลิออสอย่างรวดเร็วด้วยความเหลือเชื่อ



    "เอลิออส?"


    "เอลิออส! ใช่เจ้าจริงๆด้วย!"



    "ท่านพี่ ข้าหายใจไม่ออก"



    "เจ้าหายไปไหนมาตั้งสิบปี?!"


    "แล้วทำไมจู่ๆถึงได้มาปรากฏตัวแบบนี้?!"


    องค์หญิงเชอร์เบทถามขึ้นอย่างหลากความรูสึก



    "ข้าเองก็ไม่รู้ว่าทำไมข้าถึงได้มาปรากฏตัวอยู่ที่นี่?"


    'ข้าหมดสติไปที่เมืองฟิลแชสหรือว่าข้าฝันไป?'


    'เมื่อกี้เหมือนข้าเห็นเซน่าเลย?'


    เอลิออสเองก็หงุนงงและแปลกใจไม่แพ้กันเลยตอนนี้เขาเพียงไม่รู้สึกถึงอาการป่วยนั้นอีกแล้ว



    "ท่านพ่อและท่านแม่ต้องดีใจแน่ๆที่ได้เห็นเจ้า!"


    "ไปหาพวกท่านกันเถอะ~"









    "เจ้าหายตัวไปตั้งสิบปีข้าคิดว่าชีวิตนี้ข้าจะไม่ได้เจอลูกชายของข้าซะแล้ว..เจ้ากลับมาแล้วจริงๆ"


    องค์ราชินีแม่ของเอลิออสกำลังกอดเอลิออสอย่างแน่นเพราะความคิดถึงพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลลงมาพร้อมกับคำพูดที่แสนจะอ่อนโยนเอลิออสเองก็คิดถึงครอบครัวของเขามากยิ่งกว่าพวกเขาซะอีกเพราะเงลาของพวกเขาแตกต่างกันองค์หญิงเชอร์เบทที่กำลังยืนมองเองก็น้ำตาไหลตามองค์ราชินีด้วยเฉกเช่นเดียวกันมีแต่องค์ราชาที่ถึงแม้ว่าเขาจะดีใจมากๆซะจนสามารถร้องไห้ออกมาได้แต่เขาก็ไม่ได้ร้องไห้ออกมาเพราะการเป็นเสาหลักของบ้านและเมืองเขาจะอ่อนแอไม่ได้นี่คือคติของเขานั้นเององค์ราชาจึงทำได้แค่หัวเราะเสียงดังลั่นห้อง



    "ฮ่าๆ ในที่สุดเจ้าก็กลับมาแล้วจริงๆ"


    "ข้าเชื่อมาตลอดสิบปีว่ามันจะต้องมีวันนี้แน่ๆ"


    "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะไอ้ลูกชาย!"

    "

    ทีนี้ข้าก็สามารถวางมือจากการปกครองบ้านเมืองและส่งต่อให้เจ้าอย่างสบายใจแล้วล่ะ~"


    เอลิออสเองเมื่อได้เห็นปฏิกิริยาของครอบ

    ครัวตนเองเมื่อเขาได้กลับมาแล้วนั้นเขาก็ชื่นใจและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกทำให้เขานั้นก็แทบจะร้องไห้ออกมาเช่นเดียวกันแต่ก็พยายามอดทนไว้



    'คิดถึงเหลือเกินครอบครัวของข้า'










    "ข้าพูดจริงจังนะว่าข้าจะวางมือจากการปกครองบ้านเมืองแล้วน่ะเพราะข้าเองก็แก่มากยิ่งขึ้นแล้วประชาชนก็คงจะกังวลใช่เล่นว่าถ้าเกิดมีศัตรูบุกขึ้นมาองค์ราชาแก่ๆนี้จะไปทำอะไรได้อีก ฮ่าๆ"


    "ในเมื่อเจ้ากลับมาแล้วก็ให้เจ้าสืบทอดไปเลยล่ะกัน"




    'จะบอกว่ามันกะทันหันเกินไปก็ไม่ได้เพราะท่านพ่อก็คงจะรอมาตลอดสิบปีมานี้แล้วแน่ๆ'


    'เฮ้อ..'


    "ข้าขอเวลาอีกสักหน่อยได้หรือไม่?"



    "อ้อ! จริงสิ! ข้าลืมไปๆ!"


    "เจ้าก็คงจะอยากกลับไปหาลูกหาเมียซะก่อนสินะอืมๆ! ข้าเข้าใจๆ งั้นเอาไว้ค่อยเจ้ากลับมารอบหน้าวันนั้นก็จะเป็นวันที่เจ้าจะได้ขึ้นครองราชย์แล้วล่ะ~"



    'หาลูกหาเมีย? ก็จริงสินะ..'


    อย่าว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลยนะ ณ จุดๆนี้เอลิออสเองก็ยังลืมไปเลยว่าตัวเองมีลูกมีเมียด้วย?


    นี่สินะที่เรียกว่าลืมลูกลืมเมีย








    หลังจากคุยกับพ่อของตนเองเสร็จแล้วนั้น
    เอลิออสก็ได้ออกเดินทางไปเมืองฟรานซิสทันทีถึงมันอาจจะดูเหลือเชื่อไปมากซะเหลือเกินแต่เขาใช้เวลาในการเดินทางจากเมืองแลคซัสไปเมืองฟรานซิสเพียงแค่หนึ่งวันเท่านั้น!เอลิออสขี่ม้าเข้ามาในเมืองฟรานซิสอย่างช้าๆเขามองไปรอบๆก็รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองได้ในทันทีถึงแม้บ้านเมืองจะดูเรียบร้อยหรูหราและใหญ่โตมากยิ่งกว่าเดิมแต่บรรยากาศไม่ค่อยคึกคักเหมือนหนึ่งร้..เหมือนสิบปีก่อนเลยทหารเฝ้าประตูพระราชวังก็ไม่ใช่คนเดิมๆเพราะเวลาก็ผ่านไปตั้งสิบปีแล้วนี่เนอะ..


    ทำให้เขาต้องพบเจอกับปัญหาแบบเดิมๆอีกครั้งคิดซะว่าเป็นการรำลึกความหลังก็แล้วกันนะ





    "เฮ้ย! ไอ้หนุ่ม!"


    "ข้าขอเตือนเอาไว้ก่อนว่าอย่าคิดจะมาก่อเรื่องที่นี่!"


    "ยัง..ยังไม่รีบไสหัวไปอีก?"


    "นี่จะต้องให้ข้าลงไม้ลงมือหรือยังไง?!"


    "ได้ยินที่ข้าพูดบ้างไหมวะ?!"



    "เป็นใบ้หรือยังไงวะ?! ไอ้บ้านี่!"


    ทหารทั้งสองทีี่กำลังจับดาบอยู่ในมือและพวกเขาก็กำลังง้างมือจะโจมตีเอลิออสแต่..



    "ท่านลูซิเฟอร์!"


    "ท่านจะหนีการเรียนดาบแบบนี้ไม่ได้นะเพคะ!"


    "ถ้าท่านเซบัสและท่านเลวีนรู้เข้าจะโมโหเอานะเพคะ!"


    "รีบกลับมาก่อนที่จะโดนลงโทษเถอะเพคะ~"


    "มันน่าเบื่อจะตายไปเลยนี่นา~"


    "ข้าจะกลับมาให้ทันท่านเซบัสและอาเลวีน

    กลับมาเองหน่า~ ไม่ต้องเป็นห่วง"


    "โธ่ลุง! ขวางทางแบบนี้มันเกะกะนะครับ~"


    เด็กหนุ่มคนนึงที่กำลังวิ่งหนีสาวรับใช้ราวสิบกว่าคนอย่างมีความสุขก่อนที่เขาจะได้พบกับเอลิออสที่กำลังยืนขวางทางเขาอยู่เอลิออสได้ยินแบบนั้นก็หลีกทางให้แต่โดยดี


    เพียงแค่ในใจรู้สึกคุ้นๆยังไงก็ไม่รู้?





    แฮ่กๆๆ--




    เสียงหอบหายใจของสาวรับใช้พร้อมกับพูดสั่งให้พวกทหารที่มีแรงเยอะๆช่วยกันไปตามกลับมา



    "พวกเจ้าก็รีบไปตามท่านลูซิเฟอร์สิ!"


    ไม่นานที่ประตูแห่งนี้ก็ไม่ได้มีคนเฝ้าอีกเลยเพราะมัวแต่ไปตามเด็กหนุ่มคนนั้นกันทั้งหมดเลย








    "ท่านแม่! ลูซิเฟอร์ต้องหนีออกไปอีกแล้วแน่ๆเลย"


    เด็กสาวนางนึงพูดขึ้นด้วยความร้อนใจ



    "น้องเขาคงจะเบื่อนั้นแหละ"


    "วันๆทำได้แค่เรียนกับเรียนใครจะไปเหมือนลูกล่ะที่ขยันเรียนซะจนท่านเซบัสเองก็ยังเหนื่อยแทน~"


    หญิงสาวนางนึงพูดขึ้นพร้อมขบขันเล็กน้อย



    "โธ่ ท่านแม่อ่า~ ข้าขยันเรียนสิถึงจะถูก"



    "จ๊ะๆ ใช่แล้ว"

    จู่ๆหญิงสาวก็ได้หยุดชะงักลงจึงทำให้เด็กสาว
    หงุนงงเป็นอย่างมากพร้อมเรียกอยู่หลายหน



    "เอลิออส?"


    คล้ายกับเรื่องเทพแห่งความตาย ที่คุณอ่าน