ตอนที่ 24
ก่อนที่ทุกคนจะได้กลับไปยังที่นั่งของตน เสียงหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยอำนาจและแรงกดดันจากพลังปราณก็พลันดังขึ้นกลางอากาศ คล้ายเสียงฟ้าคำรามยามทมิฬ เสียงนั้นเปล่งออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“ดูท่าว่าวันนี้ข้าจะมาช้าไปก้าวหนึ่ง… แต่ข้า หลัวชางเทียน แห่งนิกายจิ่วเยี่ยน ก็ย่อมมาด้วยเหตุผลเดียวกัน!”
ทุกสายตาพลันหันขวับขึ้นไปบนฟ้า แสงเพลิงสีแดงเพลิงสาดประกายออกมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ของลานประลอง ก่อนที่เงาของเรือเหาะอีกลำหนึ่งจะปรากฏขึ้นเหนือหัว เป็เรือเหาะขนาดเล็กกว่านิกายหลัวเทียนเล็กน้อย แต่กลับแผ่กลิ่นอายพลังที่ร้อนแรงและกดดันยิ่งกว่า
บนเรือเหาะนั้น ชายร่างกำยำผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่ เขาสวมเสื้อคลุมสีแดงเข้มที่แต้มลวดลายเปลวเพลิงดำ เส้นผมสีเทาอ่อนสะบัดไปตามสายลม ใบหน้าคมสันดุดัน ประกายตาเหมือนเปลวเพลิงที่พร้อมจะแผดเผาแม้แต่ขุนเขา
ผู้นำตระกูลหลี่รีบประสานมือคารวะอีกครั้ง “ผู้าุโ...หลัวชางเทียน… ไม่คิดว่าจะได้รับเกียรติจากนิกายหลัวเทียนและนิกายจิ่วเยี่ยนพร้อมกันถึงเพียงนี้!”
หลัวชางเทียนหัวเราะเสียงต่ำ “ฮ่า ๆ การประลองผู้เยาว์ของตระกูลหลี่ในปีนี้… ดูเหมือนจะมีอะไรให้น่าสนใจยิ่งกว่าที่ข้าคาดไว้เสียอีก!”
เขาจ้องมองลงไปยังเวทีเบื้องล่าง คล้ายสายตานั้นจะสามารถมองทะลุเข้าไปในจิติญญาของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนได้โดยไม่ต้องเอ่ยคำใดเพิ่ม
ในสนามเงียบกริบไปชั่วขณะ ก่อนเสียงซุบซิบของผู้คนจะเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง — ไม่ใช่เพียงแค่นิกายหลัวเทียน… แต่แม้แต่นิกายจิ่วเยี่ยนก็มาถึงที่นี่เช่นกัน!
ใครกันแน่ที่เหล่าขุมอำนาจระดับสูง้าตัว!?
“ต้องเป็หลี่เฉินเฟิง แน่นอนอยู่แล้วสิ ”
ทันทีที่หลัวชางเทียนลงมายืนเคียงข้างกู้เหยียน กลิ่นอายของเพลิงและสายฟ้าก็ปะทะกันกลางลานประลอง แม้ทั้งสองจะยังไม่ได้ต่อสู้ แต่แรงกดดันจากระดับพลังและความไม่ลงรอยของสองขุนพลังใหญ่ก็เริ่มแผ่ซ่านออกมาชัดเจน
กู้เหยียน แค่นเสียง “หึ เ้าแห่งเพลิงยังคงอารมณ์ร้อนเช่นเคย เห็นทีเ้าจะมาตามกลิ่นธาตุเพลิงจากอสูรของ เด็กน้อยคนนั้น งั้นหรือ?” เขาเหลือบมองไปยังหลี่ชิงจื่อ
หลัวชางเทียน หัวเราะเสียงห้าว แววตาแฝงความท้าทาย “อย่าเข้าใจผิดไป ข้ามาที่นี่เพราะ ‘บางสิ่ง’ ที่น่าสนใจกว่าเ้าหนูที่ใช้อสูรธาตุเพลิงนั่น… ”
บรรยากาศเริ่มร้อนระอุจนผู้ชมบางคนเริ่มรู้สึกหายใจติดขัด พลังจากทั้งสองผู้าุโเริ่มแผ่ไอปราณออกมาปะทะกันโดยไม่รู้ตัว
แต่ก่อนที่กลิ่นอายจะปะทะกันรุนแรงกว่านี้ เสียงอ่อนนุ่มแต่แฝงไว้ด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ก็ดังขึ้นอย่างแ่เบา—แต่กลับก้องกังวานทั่วทั้งลาน
“พอได้แล้ว… พวกเ้าจะทำให้สนามประลองรุ่นเยาว์ของตะกูลหลี่กลายเป็สนามข่มขู่หรืออย่างไร?”
ทันใดนั้น ม่านหมอกสีเงิน ก็แผ่ลงมาจากฟ้า เรือเหาะลำหนึ่งที่ลอยเงียบมาั้แ่เมื่อไรไม่รู้ ปรากฏกลางท้องฟ้าเหนือเวที เป็เรือขนาดกลาง สีเงินอ่อนดูสะอาดตา ไม่มีเปลวเพลิงหรือเสียงคำราม แต่กลับสงบน่าเกรงขามกว่าทั้งหมด
ร่างหญิงชราในชุดคลุมสีฟ้าอ่อนลอยลงมาช้า ๆ ดวงตาขุ่นมัวเต็มไปด้วยประสบการณ์ อายุอานามดูราวเกินร้อยปี แต่ยืนอย่างมั่นคงไม่ต่างจากขุนเขา พลังของนางแผ่ไอสงบนิ่งออกมาราวกับสายหมอกที่ไหลล้อม สรรพสิ่ง ปิดกั้นพลังของทั้งสองผู้าุโลงในพริบตา
“ผู้าุโหลานซือหรง… แห่งนิกายเมฆาล่อง?” เสียงกู้เหยียนกล่าวอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
หลัวชางเทียน ขมวดคิ้วแน่น “นิกายเมฆาล่องถึงกับส่งท่านมาด้วยตัวเอง…”
หญิงชราหัวเราะเบา ๆ “ไม่ว่าจะเพลิงหรือพายุ ก็ย่อมถูกกลบด้วยสายหมอกได้ทั้งนั้น” นางปรายตามองชายทั้งสองอย่างเฉยชา “ข้ามาในฐานะ ผู้สังเกตการณ์และคัดเลือกศิษย์ เช่นกัน ไม่ต้องทำให้เด็กพวกนี้หวาดกลัวเกินไป”
เสียงกระซิบกระซาบในหมู่ผู้ชมดังลั่นทันที
“พระเ้า… นั่นคือ ‘หลานซือหรง’ ผู้าุโลำดับสามของนิกายเมฆาล่องจริง ๆ หรือ!?”
“ข้าคิดว่านางเกษียณไปแล้วเสียอีก…”
“พลังของนางไม่ด้อยไปกว่าระดับผู้นำนิกายเลย!”
แม้แต่ผู้นำตระกูลหลี่ก็ต้องเร่งประสานมือคารวะอีกครั้ง “เป็เกียรติยิ่งนักที่ท่านมาเยือนด้วยตนเอง ผู้าุโหลาน…”
หญิงชราเพียงพยักหน้าเบา ๆ แล้วหันไปทางเวที “เริ่มการประลองต่อเถิด ข้าอยากเห็นด้วยตาตนเองว่า… ใครในรุ่นเยาว์ของตระกูลหลี่ ที่คู่ควรให้ ‘นิกายเมฆาล่อง’ ของข้าสนใจ”
—าเยาวชนครั้งนี้… ดูจะไม่ใช่แค่ศึกในตระกูลหลี่อีกต่อไปแล้ว
แดนซีหลง—หนึ่งในดินแดนใหญ่ของทวีปหลัวเทียน เป็ดินแดนที่มีทั้งทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ เขตพลังิญญาเข้มข้น และขุมพลังระดับสูงรวมตัวอยู่มากมาย ขับเคลื่อนโดย “หนึ่งราชสำนัก สามนิกาย สี่ตระกูลใหญ่” ซึ่งแต่ละฝ่ายต่างมีอิทธิพล และอำนาจต่อรองกันอย่างไม่เปิดเผยนัก
แต่ในความเงียบสงบ… กลับเต็มไปด้วยคลื่นใต้น้ำ
ดินแดนซีหลง
“ซีหลง” แปลว่า ัตะวันตก เป็ดินแดนหลักของทวีปหลงเทียน โดยมีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี ถูกปกครองและชิงอำนาจกันมาหลายยุคหลายสมัย จนกระทั่งเมื่อราว 500 ปีก่อน มีการก่อตั้งราชสำนักหลงเทียน ซึ่งรวบรวมขั้วอำนาจทั้งหมดไว้ในเครือเดียวกันได้เป็ครั้งแรก
ในยุคก่อนราชสำนัก ซีหลงตกอยู่ในสภาพแยกส่วน ขุนนาง พันธมิตรนิกาย และกลุ่มผู้ใช้สัตว์อสูรต่างแย่งชิงพื้นที่และทรัพยากร จนเกิดาติดต่อกันเกือบศตวรรษ
เมื่อราชสำนักหลงเทียนเรืองอำนาจ ด้วยการผนึกกำลังกับ 3 นิกายใหญ่ และตระกูลเก่าแก่บางสาย จึงสามารถยุติาภายใน และสร้างสมดุลระหว่างขุมอำนาจหลักกับอิสระของแต่ละตระกูลได้
ขั้วอำนาจหลักในดินแดนซีหลง
แบ่งออกเป็ 3 แกนสำคัญที่ถ่วงดุลกันอย่างละเอียดอ่อน
1. ราชสำนักหลงเทียน (ราชสำนักัฟ้า)
(อำนาจการปกครอง)
• ควบคุมดินแดนส่วนใหญ่ มีกองกำลังทหารติดอาวุธและสัตว์อสูรระดับสูง
• ควบคุม “เมืองหลวงหลงเทียน” และเมืองยุทธศาสตร์อื่นๆ
• มีอำนาจในการตั้งกฎหมาย ออกนโยบาย และควบคุมทรัพยากรสำคัญ
2. สามนิกายใหญ่ (อำนาจศาสนา + การฝึกยุทธ)
• นิกายหลัวเทียน (์พลิกฟ้า)แนวหน้าแห่งพลังโจมตีและความแข็งแกร่ง
• นิกายจิ่วเยี่ยน (เปลวอัคคีเก้าชั้น): เชี่ยวชาญไฟ พลังทำลายรุนแรง
• หุบเขาฝูอวิ๋น (เมฆาล่อง): สายสนับสนุน ควบคุมลม หมอก
3. สี่ตระกูลใหญ่ (อำนาจยุทธภายใน)
ตระกูลเจียง ตระกูลมู่ ตระกูลซู และตระกูลถัง
• เป็ผู้ควบคุมเมืองรองและทรัพยากรสำคัญบางแห่ง
• แข่งกันผลักดันคนของตนเข้าสู่ราชสำนักหรือนิกาย เพื่อเสริมอำนาจ
• ต่างก็มี “ศิษย์ลับ” หรือ “สายเืหลัก” ที่สืบทอดพลังเฉพาะทางของตระกูล
สรุปความสมดุลของขั้วอำนาจ
• ราชสำนักหลงเทียน = แกนกลางควบคุมภาพรวม
• สามนิกาย = ฐานพลังและการฝึกปรือระดับสูง
• สี่ตระกูลใหญ่ = แขนขาและผู้ออกแรงในภาคสนาม
ทั้งหมดนี้แม้จะร่วมกันรักษาความสงบ แต่เบื้องลึกต่างก็ซ่อนจุดประสงค์เฉพาะตัว
หากผู้ใดทะลวงขึ้นเป็ผู้นำพลังอันดับหนึ่งในแดนซีหลงได้… อาจเปลี่ยนดุลอำนาจไปอย่างสิ้นเชิง
ตระกูลชั้นรองแห่งแดนซีหลง
1. ตระกูลหลี่ ตระกูลของ หลี่หยาง
2. ตระกูลหวัง
3. ตระกูลซ่ง
4. ตระกูลกู้
5. ตระกูลเวิน
นิกายชั้นรองในแดนซีหลง
1. นิกายไป๋หั่ว– นิกายเปลวขาว
• สังกัด: ใกล้ชิดกับ นิกายจิ่วเยี่ยน
• จุดเด่น: เชี่ยวชาญในพลังธาตุไฟสายโจมตีเร็วและะเิ
• ชื่อเสียง: มีชื่อเสียงด้านการฝึกฝนสัตว์อสูรสายธาตุไฟและศิษย์ที่บ้าระห่ำ
2. นิกายหลิงอวิ๋น – นิกายเมฆิญญา
• สังกัด: ได้รับการอุปถัมภ์จาก นิกายเมฆาล่อง
• จุดเด่น: เน้นการฝึกฝนพลังจิต ิญญา และเวทสายสนับสนุน
• ชื่อเสียง: เป็แหล่งรวมผู้มีพลังทะเลจิตสูง
3. นิกายเงาหยิน – นิกายเงาทมิฬ
• สังกัด: ไม่ขึ้นตรงกับนิกายใด แต่มีความสัมพันธ์ลับกับ ตระกูลถัง
4. นิกายเฟิงหลง – นิกายัวายุ
• สังกัด: เคยมีความสัมพันธ์กับ นิกายหลัวเทียน แต่ปัจจุบันแยกตัวเป็อิสระ
• จุดเด่น: เน้นความเชี่ยวชาญด้านสัตว์อสูรสายลมและเทคนิคการเคลื่อนไหวความเร็วสูง
• ชื่อเสียง: ศิษย์ของนิกายนี้มักมีความสามารถในการโจมตีสายฟ้าแลบและหลบหลีกได้อย่างยากจับ
5. นิกายซวีอวิ๋น – นิกายเมฆลวงตา
• สังกัด: เป็พันธมิตรเชิงลึกกับ นิกายเมฆาล่อง
• จุดเด่น: ใช้พลังลวงตา ภาพมายา และอาคมสับสนศัตรู
• ชื่อเสียง: ศิษย์นิกายนี้สามารถซ่อนตัวกลางเวทีการประลองได้นานจนคู่ต่อสู้สับสน