เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    ตอนที่ 146 ผลึกวิญญาณมังกร

    ตอนที่ 146


    ผลึกวิญญาณมังกร


     


                    ตึง !!!


                    หลังจากกระถางกลั่นวิญญาณหยุดหมุนมันก็ล่วงหล่นลงกระแทกพื้น ทุกอย่างกลายเป็นหยุดนิ่ง...ฝากระถางที่ปิดแน่นอยู่ด้านบนไม่ได้ถูกน้ำแข็งที่อัดแน่นอยู่ภายในดันออก แต่กลับถูกน้ำแข็งที่ก่อเกิดดึงรั้งเชื่อมติดจนเป็นเนื้อเดียวแทน


     


                    แม้ความเจ็บปวดจากการหมุนวนของกระถางกลั่นวิญญาณจะหายไปแต่นั่นก็เพียงหยุดยั้งอาการบาดเจ็บซ้ำเติมที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น ซึ่งอาการโดยรวมของเสวี่ยหมิงหลังจากที่ได้สติกลับมาก็สาหัสเกินกว่าที่จะเยียวยาด้วยลมปราณภายในกายของตัวเอง ทำให้หนทางรอดเดียวในตอนนี้ซึ่งเสวี่ยหมิงคิดออกก็คือทำอย่างไรก็ได้ให้โลหิตเพลิงวิเศษกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง


     


                    ความคิดแม้วิ่งไวแต่ความเย็นที่กระจายออกจากจี้หยดน้ำก็รวดเร็วไม่แพ้กัน


     


                    แม้น้ำแข็งเย็นเยียบไม่ได้ลุกลามออกมานอกกระถาง แต่ภายในกระถางกลั่นวิญญาณกลับไม่เหลือพื้นที่ว่างแม้สักเล็กน้อย ทุกกระเบียดนิ้วล้วนอัดเต็มไปด้วยน้ำแข็ง เมื่อน้ำแข็งอัดจนเต็มแน่นจึงไม่มีโลหิตไหลออกจากร่างของเสวี่ยหมิงอีก ปากแผลทั้งหมดถูกปิดด้วยน้ำแข็ง แม้สภาพดูน่ากลัวหวาดเสียวแต่สติของเสวี่ยหมิงกลับไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...ความคิดและพลังจิตวิญญาณของเสวี่ยหมิงยังคงทำงานได้และพยายามคิดแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น


     


                    ..."น่าแปลก น่าแปลกยิ่งนัก"


                    จู่ ๆ ก็ปรากฏเสียงดังส่งตรงเข้าสู่สมองของเสวี่ยหมิง ซึ่งความรู้สึกคล้ายกับเหตุการณ์แรกในคราที่เสวี่ยหมิงเริ่มฝึกวิชาจิตเอกะทำให้เสวี่ยหมิงไม่ได้ตื่นเต้นตกใจนัก


     


                    ..."ท่านคือใครกัน"


     


                    ..."ข้าคือใคร เจ้าที่เป็นผู้เรียกข้าออกมากลับไม่รู้รึ ชนรุ่นหลังของสายโลหิตเผ่ามังกรนี่ช่างน่าขันยิ่งนัก"


     


                    ..."เผ่ามังกรคือสิ่งใดกัน"


     


                    ..."หา นี่เจ้าไม่รู้แม้กระทั่งเรื่องของเผ่าพันธุ์ของตนเอง เอะ! เดี๋ยวก่อน"


     


                    การสนทนาเงียบหายไปครู่ใหญ่


     


                    ..."น่าแปลกข้ามั่นใจว่าเจ้ามีสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ของมังกรเหมันต์อยู่ในกายอย่างแน่นอน แต่เหตุใดข้าถึงสัมผัสได้บางเบาว่าในร่างเจ้านั้นมีพลังเพลิงไฟ แต่มันไม่ใช่เพลิงไฟของมังกรโลกันตร์ที่ข้าคุ้นเคยแถมข้ายังรู้สึกไม่ค่อยชอบใจเจ้าเพลิงประหลาดนี้อย่างไม่อาจอธิบาย เจ้าหนูเจ้าตอบข้าได้หรือไม่"


     


                    เสวี่ยหมิงครุ่นคิดตามทุกคำพูดของเสียงที่ได้ยิน แม้เขาจะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องสายเลือดศักดิ์สิทธิ์คืออะไร แต่มั่นใจได้ว่าเจ้าของเสียงนั้นไม่ชอบที่ในร่างของเสวี่ยหมิงมีโลหิตเพลิงวิเศษอยู่อย่างแน่นอน


     


                    ...เราไม่รู้ว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นใคร แต่ก็มั่นใจได้ว่ามันต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับจี้หยดน้ำ และหากเราคิดย้อนกลับไปเหตุการณ์ที่เห็นจากดวงตาเทพมารบรรพกาล จี้หยดน้ำก็คงมีส่วนเกี่ยวข้องกับมังกรเหมันต์...มังกร...มังกร...ใช่แล้วเผ่ามังกร จี้หยดน้ำสายเลือดศักดิ์สิทธิ์


     


                    ..."ข้าน้อยเสวี่ยหมิงแห่งเผ่ามังกรคารวะท่านผู้อาวุโส"


     


                    ..."เจ้าหนู เจ้านี่แปลกยิ่งนัก เมื่อครู่ยังคงจนจำเรื่องราวของเผ่าพันธุ์ตัวเองไม่ได้ แต่ยามนี้กลับจดจำออก"


     


                    ..."ฮ่า ฮ่า ฮ่า ต้องขออภัยท่านผู้อาวุโส เพราะข้าเสวี่ยหมิงถูกจู่โจมทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ความทรงจำจึงอาจเลอะเลือนไปบ้าง แต่ครานี้นับว่าโชคดียิ่งที่บังเอิญได้พบกับท่านผู้อาวุโส"


     


                    ..."อืม ก็คงจะจริงดังที่เจ้าว่าเพราะข้าเองก็รับรู้ได้ว่าร่างกายของเจ้าบอบช้ำเสียหายอย่างหนัก เช่นนั้นพลังเพลิงที่แฝงอยู่ก็คงจะเป็นพิษพลังตกค้างอยู่สินะ"


     


                    เสวี่ยหมิงอึกอักไม่ตอบคำเพราะรู้ว่าหากตอบผิดพลาดไปอาจเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นได้ จึงใช้การสงวนคำรอให้เสียงปริศนาเอ่ยออกมาก่อนเพื่อรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด ก่อนที่จะตัดสินใจตอบกลับไป


     


                    ..."อืม แม้ข้าจะรับรู้เรื่องราวได้แต่ก็เป็นเพียงวิญญาณที่สถิตอยู่ในผลึกวิญญาณมังกร ไม่สามารถช่วยเหลือเจ้าได้โดยตรง"


     


                    ...จี้หยดน้ำนี่มีชื่อเรียกว่าผลึกวิญญาณมังกรสินะ เช่นนั้นบิดาของข้าก็อาจจะเป็นสายเลือดของเผ่ามังกรอย่างนั้นหรือ


     


                    ..."ผู้อาวุโสข้าคือชนเผ่ามังกรที่ท่านเอ่ยมาใช่มั้ยขอรับ"


     


                    ..."เอะ เจ้านี่แปลกคนแต่เอาเถอะเห็นว่าเจ้าอาจจะยังสติเลอะเลือนจากอาการบาดเจ็บ ข้าจะตอบคำถามอันแสนงี่เง่าของเจ้าให้ก็ได้ ว่าเจ้ามีสายเลือดของมังกรเหมันต์อย่างไม่ต้องสงสัยแม้ว่ามันจะเจือจางลงไปมากแล้วก็ตาม"


     


                    ..."มังกรเหมันต์ ท่านว่าข้ามีสายเลือดของมังกรเหมันต์แต่เหตุใดข้าถึงไม่รู้สึกถึงพลังมังกรเหมันต์ของตัวเองเลยละขอรับ"


     


                    ..."เจ้าหนูเจ้านี่เลอะเลือนไปกันใหญ่ ข้าก็บอกแล้วว่าสายเลือดของเจ้านั้นเจือจางลงอย่างมาก แถมข้าเองยังสัมผัสไม่ได้ว่าในกายเจ้าจะมีพลังลมปราณมังกรเหมันต์สถิตอยู่ นั่นก็แปลว่าเจ้าไม่ได้ฝึกฝนเคล็ดลมปราณมังกรเหมันต์สินะ"


     


                    ...ลมปราณมังกรเหมันต์ นี่มันชื่อลมปราณแบบเดียวกับที่เจ้าฉีปิงใช้นี่นา ดูแล้วเจ้าของเสียงนี่ท่าจะเชื่อคนง่ายงั้นลองอ้อนดูหน่อยละกัน


     


                    ..."ข้าหลงเสวี่ยหมิงสูญเสียพ่อแม่แต่เล็กจึงไม่มีผู้ใดสั่งสอน หากผู้อาวุโสจะเมตตา..."


     


                    เสวี่ยหมิงจงใจเอ่ยแซ่ของบิดา เพราะตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าบิดาของตนเอง...หลงหยางสือ เป็นผู้ที่สืบสายโลหิตของมังกรเหมันต์


     


                    ..."อา ช่างน่าสงสารยิ่งนัก"


                    เสียงสนทนาเงียบหาย แต่เสวี่ยหมิงกลับได้ยินเสียงสะอื้นไห้หลุดลอดออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะหยุดลงและการสนทนาก็ดำเนินต่อไปอีกครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องราวการซักถามกันไปมา ซึ่งเสวี่ยหมิงมักจะแอบมอบประโยคปลายเปิดเพื่อชี้นำให้เสียงปริศนาที่ตอนนี้เสวี่ยหมิงรู้แล้วว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นวิญญาณของเทพมังกรบรรพกาลและมีชื่อเรียกหาว่า...ต้าหลง


     


                    ซึ่งต้าหลงนั้นมีอยู่ด้วยกันสองตนหนึ่งคือเหมันต์ส่วนอีกหนึ่งนั้นคือโลกันตร์ ซึ่งต้าหลงที่เสวี่ยหมิงกำลังสนทนาด้วยนั้นคือมังกรเหมันต์บรรพกาล


     


                    ..."ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าไม่ได้สนทนายืดยาวเช่นนี้มากี่หมื่นกี่แสนปีกันแล้วนี่ เรื่องราวของเจ้าเด็กน้อยช่างสนุกสนานยิ่งนัก"


     


                    ..."ขอบคุณท่านผู้อาวุโสต้าหลงที่เอ่ยชมขอรับ"


     


                    ..."อืม ดี ในเมื่อข้าเองก็รู้สึกถูกชะตากับเจ้าที่เป็นผู้เรียกข้าออกมา ซึ่งโดยปกติทุกหนึ่งพันปีข้าจะมอบวิญญาณมังกรเหมันต์ให้กับผู้ที่ถูกเลือกของชนเผ่ามังกร แต่นี่ก็นานหลายพันปีมาแล้วที่ไม่มีผู้ใดเรียกหาข้าออกมา ดังนั้นแม้จะมีสายโลหิตที่เจือจางแต่ยังนับว่าโชคดีที่เรียกข้าออกมาในวันนี้ข้าจะมอบวิญญาณมังกรให้กับเจ้าตามเงื่อนไข"


     


                    ..."วิญญาณมังกรเหมันต์ สิ่งนี้มันใช้ทำอะไรหรือขอรับ"


     


                    ..."ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้านึกอยู่แล้วว่าเจ้าต้องถาม วิญญาณมังกรนั้นจำเป็นต่อการฝึกฝนเคล็ดวิชาลมปราณมังกรเหมันต์ตั้งแต่ขั้นที่เจ็ดเป็นต้นไป และยังถือเป็นธาตุพลังเหมันต์สุดขั้ว เทียบเท่ากับวิญญาณมังกรโลกันตร์ ซึ่งในตำนานของชนเผ่ามังกรล้วนกล่าวเอาไว้ว่าหากเมื่อใดวิญญาณหนึ่งร้อนหนึ่งเย็นสามารถหลอมรวมจะทำให้ผู้ที่ครอบครองมีอำนาจยิ่งใหญ่เหนือฟ้าดิน"


     


                    ..."เช่นนั้นทำไม ชนเผ่ามังกรถึงไม่นำทั้งสองมาให้คนเพียงคนเดียวครอบครองละขอรับ"


     


                    ..."ไม่ใช่ไม่เคย แต่ทำไม่ได้ เพราะพลังของทั้งสองนั้นแตกต่างกันอย่างสุดขั้วยามหลอมรวมล้วนเกิดพลังขัดแย้งแตกระเบิดออกทำลายร่างผู้ถือครองจนแหลกลาญ แต่เจ้าอย่าไปใส่ใจมากนักเลยตำนานก็เป็นเพียงตำนานเพราะนับตั้งแต่ยุดบรรพกาลของข้ามา ข้าที่เฝ้าดูผู้ถือครองวิญญาณมังกรก็ยังไม่เคยเห็นผู้ใดหลอมรวมพลังทั้งสองเข้าด้วยกันได้เลย แต่เจ้าไม่ต้องกังวลไปเพราะแค่ถือครองวิญญาณมังกรเพียงหนึ่งดวงนั้นก็ทำให้เจ้ามีพลังมหาศาลไร้ผู้ต้านแล้ว"


     


                    ..."ข้าเข้าใจแล้วขอรับ"


                   


                    ..."แต่วันนี้เพราะเจ้าทำให้ข้าอารมณ์ดีเป็นพิเศษ แถมเจ้าเองก็โชคดีที่ยังไม่ได้ก่อเส้นชีพจรลมปราณ ดังนั้นข้าจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาลมปราณมังกรเหมันต์ทั้งหมดให้กับเจ้าเอง ซึ่งการที่เจ้ามีเส้นชีพจรลมปราณเหมันต์ก่อนที่จะรับวิญญาณมังกรเหมันต์นั้นจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเจ้ามากกว่า"


     


                    ..."ขอบคุณท่านผู้อาวุโสต้าหลง"


    คล้ายกับเรื่องเนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน