อลินตา... หมอผีข้ามภพ

    บทที่ 77

    ผีแม่รูปจันทร์ตาแดงก่ำดวงหน้าเริ่มเขียวคล้ำด้วยความโกรธที่อลินตาพูดแทงใจดำความลับที่ตายไปพร้อมกับพ่อตัวเอง ไม่ว่าจะมีหมอผีสักกี่คนมาปราบเธอ พวกนั้นก็ไม่เคยรู้รายละเอียดลึกซึ้งแบบหมอผีนามว่าอลินตาสักคนเดียว

                    “คนที่ฆ่าพ่อข้าเป็นผีมอญไม่ใช่ข้า” เป๋าได้ยินถึงกับเบ้ปากได้แต่คิดในใจว่าผีอะไรช่างเห็นแก่ตัวดีจัง ส่วนอลินตายิ้มเหยียดก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปหาผีแม่รูปจันทร์อย่างไม่เกรงกลัว

                    “เธอรู้อะไรไหมแม่รูปจันทร์? ทำไมเธอทำบาปขนาดนี้เธอถึงยังไม่ตกนรก?” ผีแม่รูปจันทร์มองหน้าอลินตาแต่ไม่กล้าเข้าไปทำร้าย นั่นเพราะรัศมีรอบกายของอลินตาที่ส่องแสงสีน้ำเงินระเรื่อแผ่กระจายปกคลุมเรือนกายของหญิงสาวเอาไว้และเมื่อใดที่เข้าใกล้อลินตาผีแม่รูปจันทร์จะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนขึ้นมาทันที อลินตามองหน้าผีแม่รูปจันทร์เขม็งแล้วพูดต่อ

                    “นั่นก็เพราะว่าดวงวิญญาณของพ่อเธอยังถูกกักขังอยู่แล้วรู้ไหมว่าถ้าฉันปลดปล่อยดวงวิญญาณพ่อของเธอไป เธอจะเป็นเช่นไร?” แม้ดวงตาแดงก่ำของแม่รูปจันทร์จะแข็งทื่อแต่ก็มีแววแห่งความใคร่รู้แฝงอยู่ด้วยเช่นกัน ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

                    “เป็นเช่นไร?”อลินตาไม่พูดแต่ชี้มือไปที่พื้นเรือน ฉับพลันนั้นเองเปลวเพลิงจากขุมนรกก็พวยพุ่งขึ้นมาราวกับว่ามันจะเผาผลาญเรือนทั้งเรือนให้มอดไหม้เป็นจุลไปในพริบตาเป๋าและหมิงถอยกรูดชิดกำแพงตอนนี้ไม่มีความกลัวผีแม่รูปจันทร์สักนิดและไม่มีความกลัวภูตผีวิญญาณตนใดบนโลกใบนี้หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อยไม่เพียงแต่สองเพื่อนรักเท่านั้นแม้แต่ผีแม่รูปจันทร์ก็ไม่ทิ้งร่องรอยความเฮี้ยนหลอนสยองเอาไว้อีกเลยผีสาวถอยกรูดชิดกำแพงห้อง

                   พลางคิดว่าประกายรัศมีแสงสีน้ำเงินจากกายของอลินตาทำให้เธอปวดแสบปวดร้อนจนแทบจะทนไม่ไหวแต่เมื่อเทียบกับเปลวเพลิงจากขุมนรกที่เห็นแล้วมันร้อนราวกับว่าวิญญาณของเธอจะแตกสลายอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำความแสบร้อนช่างแตกต่างกันลิบลับเหลือเกิน อลินตามองหน้าผีแม่รูปจันทร์พูดขึ้นช้าๆแต่หนักแน่นยิ่งนักในความรู้สึกของคนฟัง

                    “นี่คือความเป็นจริงเธอไม่มีกระแสบุญให้พอนำส่งไปสู่ภพภูมิที่ดีกว่านี้ได้เลยแม้แต่น้อยแม่รูปจันทร์”นั่นทำให้ผีแม่รูปจันทร์หนาวสันหลังเยือก อลินตาพูดต่อพลางรู้สึกเวทนาในผลกรรมที่ผีแม่รูปจันทร์จะได้รับอีกด้วย

                    “ผู้ที่ฆ่าหรือทำร้ายบุพการีอย่าว่าแต่ทำร้ายเลยนะ แค่ดูหมิ่นเหยียดหยามกล่าววาจาว่าร้ายพ่อกับแม่ของตัวเองนั่นก็เท่ากับยื่นขาลงนรกไปแล้วข้างหนึ่งแต่เธอนอกจากจะทำร้ายทั้งทางร่างกายและจิตใจแล้ว เธอยังอนุญาตให้ผีมอญฆ่าพ่อของเธอด้วยช่างอกตัญญูจริงๆไม่สมกับที่เกิดมารูปสวยเอาเสียเลย คิดดูเอาเถิดว่าบาปกรรมครั้งนี้จะหนักหนาสาหัสเพียงใด!!”เป๋าที่ยืนอยู่ข้างหลังก็พูดโพล่งขึ้นอย่างไม่ไว้หน้าผีสางนางเฮี้ยนอีกต่อไป

                    “มิน่าหล่อนถึงอยู่ค้างเติ่งป็นผีเฮี้ยนเพราะว่าไม่อยากให้ใครเข้ามายุ่งกับห้องที่กักขังดวงวิญญาณพ่อของหล่อนไว้ใช่มะ”นิ่ง ผีแม่รูปจันทร์ไม่ปริปากสักคำ อลินตาจึงพูดต่อ   

                    “เอาล่ะฉันคือเจ้าของคนใหม่ของบ้านหลังนี้ดังนั้นวิญญาณทุกดวงที่นี่ฉันจะปลดปล่อยเพื่อส่งไปเกิดตามภพภูมิของตน ผีแม่รูปจันทร์ได้ยินดังนั้นก็รีบเอ่ยเสียงเครือพร้อมกับนั่งคุกเข่าประนมมืออ้อนวอนร้อนรน

     

                    “ไม่ๆ ข้าไม่อยากจะลงไปอยู่ในอเวจีมหานรกหล่อนช่วยข้าไม่ได้รึ?”ผีแม่รูปจันทร์น้ำตาปริ่มแล้วพูดต่อ น้ำเสียงของผีสาวเปลี่ยนเป็นเสียงสองอยากรวดเร็ว

                    “ไม่นะอย่าทำอย่างนั้นข้าไม่อยากจะตกนรกขอร้องเถอะถือว่าสงสารกันเถิดปล่อยให้ข้าเป็นวิญญาณเร่ร่อนแบบนี้อย่ามายุ่งกับข้าเลย” อลินตายืนนิ่งไม่พูดอะไรแล้วแสร้งหันหลังกลับออกมาพลางขยิบตาส่งสัญญาณให้เป๋าและหมิงเดินตามมาด้วยประหนึ่งว่ากำลังจะออกไปจากเรือนและเพียงเสี้ยววินาทีที่อลินตาคิดไว้ตั้งแต่แรก

                   ผีแม่รูปจันทร์ก็พุ่งโผนมุ่งไปทางกลุ่มของอลินตาก่อนที่ดวงวิญญาณจะกลายเป็นเปลวเพลิงสีแดงหมายจะเผาผลาญอลินตาและลูกน้องให้วอดวายตายตกไปตามกันแต่ทว่า ขณะที่อลินตาหันหลังกลับ หญิงสาวก็ได้ท่องคาถา จุติอัตภพ ไปด้วย ซึ่งเป็นคาถาที่ส่งวิญญาณแม่กลิ่นแก้วไปเกิดใหม่

                    เมื่อผีแม่รูปจันทร์พุ่งทะยานเข้าใส่อลินตาอลินตาก็ท่องคาถานั้นเสียงดังชัดเจนจนในที่สุดหลุมนรกก็ได้เปิดออกอีกคราอลินตาหันมาทางวิญญาณของแม่รูปจันทร์ ดวงตาสีน้ำเงินฉายฉานพร้อมกับพูดเสียงดังฟังชัด

                    “คำขอร้องที่แฝงด้วยความเห็นแก่ตัวแลกกับที่ตัวเองจะได้ไม่ต้องทนทุกทรมานจากผลกรรมที่ก่อเอาไว้ถึงกับยอมให้วิญญาณของพ่อถูกขังอยู่ในห้องชั่วกัปชั่วกัลป์ แล้วยังคิดลอบกัดฉันอีกถ้าเมื่อกี้ฉันทำตามที่เธอขอร้องฉันคงโดนฤทธิ์ผีเฮี้ยนอย่างเธอเข้าเล่นงานจนสาหัสไม่น้อย!” ผีแม่รูปจันทร์สะอึกรู้สึกถึงหายนะที่กำลังจะเจอกับตัวเองอย่างไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไปวิญญาณของแม่รูปจันทร์ลอยคว้างอยู่กลางอากาศเนื่องจากโดนคาถาจุติอัตภพของอลินตาสาดเข้าใส่เต็มร่าง อลินตามองร่างที่ลอยกลางอากาศด้วยดวงตาแข็งกร้าวและพูดเสียงดุ

                    “หล่อนจงไปเกิดตามทางกรรมที่หล่อนสร้างไว้เถิดแม่รูปจันทร์!!!” อลินตาพูดจบผีแม่รูปจันทร์ก็กรีดร้องเหมือนสัตว์ใหญ่ถูกเชือดพลันแรงดึงดูดบางอย่างจากเบื้องล่างก็ดึงวิญญาณของผีแม่รูปจันทร์สู่ท้องนรกอย่างรวดเร็วผีแม่รูปจันทร์แผดเสียงร้องโหยหวนฟังแล้วรู้สึกขนพองสยองเกล้าเป็นอย่างยิ่งเพียงเสี้ยววินาทีทุกอย่างก็กลับคืนสู่ความสงบดังเดิมเป๋ารู้สึกขนลุกนี่ขนาดกลางวันแสกๆ ยังน่ากลัวขนาดนี้ถ้ากลางคืนนะคงออกวิ่งตั้งแต่เห็นนางยืนอยู่บนหลังคานั่นแล้ว

                    เมื่อผีแม่รูปจันทร์ถูกนรกสูบหายไปประตูห้องที่ผีแม่รูปจันทร์หวงนักหวงหนาก็ค่อยๆแง้มเปิดออกช้าๆ อลินตาและสองลูกน้องมองเข้าไปในห้องก็พบว่าเป็นคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลและผีมอญ โดยวิญญาณของคุณหลวงยืนสงบนิ่งอยู่กลางห้อง ส่วนผีมอญนั่งคุกเข่าเป็นเงาตะคุ่มด้วยความหวาดกลัวอลินตา อลินตาจ้องไปที่วิญญาณของผีมอญแล้วถามขึ้นนิ่งๆ

                    “จะไปเกิดดีๆหรือจะต้องให้ฉันใช้กำลังบังคับแบบเมื่อสักครู่” อลินตาก้าวเข้าไปในห้องพร้อมเจรจากับผีมอญ

                    “แล้วอย่าคิดจะไปสถิตอยู่บ้านใครอีกจะเป็นผีอยู่ในตะกร้าไม่ได้แล้วนะต้องไปเกิดได้แล้ว ทุกวันนี้เศรษฐกิจก็แย่เต็มทน คนทุกวันนี้แค่เลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเองก็จะแย่อยู่แล้วจะมาเลี้ยงผีมอญอย่างแกอีกหรือไง ต้องเอาเนื้อสดที่ราคากิโลละเกือบสองร้อยมาบูชากราบกรานเลือดสดๆ เดี๋ยวนี้ก็ต้องเสียงเงินซื้อขายเพื่อเซ่นผีมอญที่ไม่ทำอะไรนอกจากจะรอทรยศเจ้าของบ้านแบบแกเนี่ยสู้เขาเอาเนื้อสด เลือดสด มาปรุงทำกับข้าวเลี้ยงชีวิตไม่ดีกว่าเหรอ?” ผีมอญนั่งหน้าดำคร่ำเครียด เพราะรู้ดีว่าถ้าไปเกิดจุดหมายปลายทางก็ไม่ต่างอะไรกับผีแม่รูปจันทร์ แต่ถ้าไม่ไปเกิดแล้วอยู่ต่อคิดว่าน่าจะเหมือนตกนรกยกกำลังสองเป็นแน่ ดังนั้น

                    “ไปแล้วเจ้าค่า.....”เสียงตอบยานคาง และเพียงแค่ตอบไปแบบนั้น อลินตาก็ยืนนิ่งสงบจิตใจก่อนจะทำพิธีส่งผีมอญไปเกิดตามเวรกรรมของตัวเองต่อไป เมื่ออลินตาท่องคาถาจุติอัตภพเสร็จสิ้นขณะกำลังทำพิธีส่งวิญญาณผีมอญไปเกิด พลันเสียงกรีดร้องอันโหยหวนของผีมอญก็ดังขึ้นอย่างทรมานเพราะถิ่นที่ไปเกิดนั้นหาได้สุขสบายไม่

                    ผีมอญไปเกิดในภพของเปรตที่ต้องใช้ลิ้นยาวเท่าความสูงของตนเลียกินอาหารที่พื้น และไม่สามารถเก็บลิ้นนั้นเข้าปากได้เดินไปลิ้นที่แลบออกมาก็เลียละราดไปกับพื้นสร้างความเจ็บปวดทรมานให้กับผีมอญเป็นอย่างยิ่ง...