ตอนที่ 221 ความคิดแผลงๆ
“เปล่านะครับ ผมไม่ได้ต้องการจะมาที่นี่สักหน่อย...โทมัสกับจิมเป็นคนลากผมมาต่างหาก” ท่านบารอนเมื่อถูกสายตาของเหล่าแม่บ้านจำนวนกว่า 10 คน จับจ้องมองมาที่เขา
ความเอียงอายก็พลันถาโถมเข้าใส่ จนแทบจะม้วนแผ่นดินนี้ไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด
แต่ทว่า “ไม่ต้องอายไปหรอกครับท่านบารอน ทุกคนในที่นี้ ต่างก็มีเหตุผลที่มาอยู่ที่นี้เหมือนๆ กัน ฉะนั้นในเมื่อทุกคนอยากจะมีสุขภาพที่ดี ก่อนอื่นเลยต้องละทิ้งความเอียงอายและขนบธรรมเนียมเดิมๆ ไปเสียก่อน...ที่ร้านอาหารสามเวลาแห่งนี้ คือสถานที่ที่ทุกคนจะเป็นอิสระ โอเคไหมครับ?!” ไลท์นั้นรู้ดีว่า ท่านบารอนคงจะอายที่ต้องมาอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเหล่าแม่บ้าน
โดยในโลกก่อนของไลท์ กลุ่มผู้ชายก็มักจะอายที่ต้องมาเต้นแอโรบิค รวมกันกับผู้หญิง จนลานแอโรบิคมักจะมีแค่กลุ่มแม่บ้านและผู้หญิงไปเสียทั้งหมด
ทั้งนี้ไลท์ไม่ต้องการให้โลก The Gloria นั้นเป็นเหมือนกับโลกก่อนของเขา ทุกวันนี้ความเอียงอายในคนเรา ได้ทำให้เราพลาดสิ่งต่างไปมากมาย ดังนั้นไลท์ที่อยากจะให้ทุกคนได้มีสุขภาพที่ดี กินอาหารดีๆ จึงอยากจะสร้างขนบธรรมเนียมที่ทุกเพศ นั้นเท่าเทียมกันขึ้นมา
ผู้ชายไม่ต้องอายผู้หญิงและผู้หญิงก็ไม่จำเป็นต้องอายผู้ชาย ขอเพียงทั้งสองฝ่ายให้เกียรติซึ่งกันและกัน เคารพในเพศของกันและกัน ไม่ถ้ำมอง ไม่ล่วงละเมิดรูปร่างของคนอื่นๆ ด้วยสายตา เพียงเท่านี้ ขนบธรรมเนียมที่ไลท์ต้องการก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป
“ท่านพ่อไม่ต้องอายนะคะ มาเต้นกับท่านแม่ ข้างๆ หนูก็ได้” เมย่าส่งยิ้มเล็กน้อยไปทางพ่อของเธอ แม้เมย่าในตอนนี้จะถอดแว่นของเธอ เพื่อไม่ให้มันเกะกะการออกกำลังกาย แต่อย่างน้อยๆ เธอก็ยังเห็นใบหน้าที่แดงก่ำของท่านบารอน ผู้เป็นพ่อของเธอได้อยู่ดี
“ขึ้นมาด้านหน้าเลยครับท่านบารอน” ไลท์พูดเชื้อชวน พร้อมกับพยักหน้าต้อนรับ ท่านบารอนที่เป็นสมาชิกชายคนแรกในลานเต้นแอโรบิคของเขา ไม่นับโทมัสและจิม ที่ในอนาคต โทมัส จิมและเอลล่าจะเป็นคนนำเต้นให้กับทุกๆ คน ในวันที่ไลท์อาจติดธุระนั่นเอง
‘ชิด ยก ย่อ~’
ในตอนแรกท่านบารอนที่ยังไม่ละทิ้งความเอียงอาย ก็ดูจะเก้กังๆ อยู่บ้าง แต่พอผ่านไปสัก 5 นาที ท่านบารอนก็เหมือนเริ่มที่จะปรับตัวได้ ท่านบารอนไม่มีความเอียงอายอีกต่อไปแล้ว
ท่านบารอนขยับตัวไปตามจังหวะของไลท์ ไปทีละน้อย มีเสียงหอบหายใจได้ขึ้นตามจังหวะพร้อมๆ กับเหงื่อที่เริ่มไหลซึมไปทั่วทั้งตัว ซึ่งหากเป็นกลุ่มแม่บ้านที่ไม่เคยออกกำลังกายกันมาก่อน ไม่เคยได้รับการสอนจากไลท์ที่ถูกต้อง ท่านบารอนก็คงจะหมดสภาพและขอยอมแพ้กันไปนานแล้ว
แต่ด้วยความที่ท่านบารอนนั้น เป็นเพียงขุนนางชั้นผู้น้อยที่ต่ำต้อย การประชุมในแต่ละครั้งหรือออกว่าราชการ
ท่านบารอนแทบจะต้องเดินติดตามขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่นั่งสบายกันอยู่บนรถม้าตลอดๆ
ส่งผลให้ร่างกายของท่านบารอน แม้จะไม่ได้มีมัดกล้ามและดูจะมีรูปร่างที่เจ้าเนื้อ มีพุงให้เห็นอยู่บ้าง
หากแต่ในส่วนของกล้ามเนื้อหัวใจ ที่เป็นปัจจัยหลักในด้านความอึดของท่านบารอนกลับแข็งแรงมากพอที่จะรับกับการเต้นแอโรบิคของไลท์ได้
‘พวกเราตามท่านบารอนไปเต้นแอโรบิคกับท่านไลท์กันดีไหม? ข้าเองก็อยากจะมีหุ่นที่ดีเหมือนกับ พ่อครัวหนุ่มสองคนนั้นเหมือนกัน’
‘ถ้านายไป งั้นฉันไปด้วย’
‘ฉันด้วยๆ’
หลังจากท่านบารอนเริ่มที่จะปรับตัวให้เข้ากับการเต้นแอโรบิคได้แล้ว ทางด้านของกลุ่มพ่อบ้านที่ตอนนี้ได้วางมือจากหมากฮอสกันเป็นเวลาชั่วคราว ก็ได้มองไปยังท่านบารอนที่กำลัง หัวเราะร่า เต้นแอโรบิคเคียงคู่อยู่กับภรรยาและเมย่า
จนพวกเขาก็เริ่มที่จะมีไฟและอยากที่จะลองเต้นแอโรบิคบ้างเช่นกัน
“ถ้าทุกคนอยากจะลอง ก็เข้าไปเลยครับ...ท่านไลท์พร้อมต้อนรับทุกคนตลอดเวลา” เมื่อเห็นว่ากลุ่มพ่อบ้าน ต่างทยอยกันออกมาจากร้าน พลางยืนมองดู กลุ่มที่กำลังเต้นแอโรบิคด้วยสายตาที่ไม่รู้จะเอายังไงดี
แมทที่คอยจับตาดู ไม่ให้มีคนนอกมารุ่มร่าม มองคนที่กำลังออกกำลังกายด้วยความคิดที่วิตถาร
ก็ได้เข้ามาเชื้อเชิญกลุ่มพ่อบ้านที่ยืนอยู่ด้านหน้า ให้เดินเข้าไปออกกำลังกายกับไลท์ได้เลย ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจหรือเข้าไปขัดจังหวะ
โดยระหว่างที่แมทกำลังเชื้อเชิญเหล่าพ่อบ้านอยู่นั่นเอง ชายหนุ่มก็ได้ถลกเสื้อขึ้นมาโชว์ให้กับกลุ่มพ่อบ้านได้ดูเช่นเดียวกัน แม้จะไม่ได้ล่ำบึ้กและมีกล้ามที่ชัดแจ้งเหมือนกับโทมัสและจิม
แต่แมทก็มี กล้ามหน้าท้องที่เมื่อเกร็งหน้าท้องเอาไว้ ก็เผยให้เห็นถึงก้อนกล้ามเนื้อทั้ง 6 ลูก ที่เรียกกันว่า ซิกแพ็คอย่างชัดเจนเช่นเดียวกัน
“พนักงานต้อนรับก็มีกล้ามหน้าท้อง เหมือนกันด้วยเหรอ?!’ ร้านอาหารแห่งนี้ น่าสนใจมากจริงๆ” กลุ่มพ่อบ้านมองดูกล้ามหน้าท้องของแมท ด้วยความอิจฉาอีกครั้ง ก่อนจะก้มลงไปมองดู พุงที่มีเพียงชั้นไขมันหนาๆ ด้วยความท้อแท้
“ท่านคาห์นและคุณตาเกลเห็นแบบนี้ก็แข็งแรงเหมือนกันนะครับ ไม่เชื่อพวกท่านลองไปงัดข้อกับคุณตาเกลได้เลย” แมทส่งยิ้มให้กับกลุ่มพ่อบ้านที่ ดูตกใจกับคำพูดของตัวเอง
“จริงเหรอ?”
“ทุกคนก้มหัวมานี้ครับ ผมมีความลับอะไรจะบอก...ความจริงแล้ว ทุกคนได้ยินแล้วก็เงียบไว้นะครับ อย่าไปบอกใครเด็ดขาด จริงๆ แล้วคนที่แข็งแรงที่สุดในหมู่พวกเรา ไม่ใช่โทมัสกับจิมหรอกครับ...เป็นท่านไลท์ต่างหากที่แข็งแรงและอึดที่สุด” แมททำท่ากระซิบกระซาบ บอกเล่าถึงมัดกล้ามของไลท์ แม้จะถูกซ่อนเอาไว้อยู่ภายใต้เสื้อผ้าและใบหน้าที่ดูใจดี
แต่ทว่าจริงๆ แล้ว ไลท์เองก็มี ชิกแพ็คที่โดดเด่นไม่แพ้โทมัสกับจิม ที่เป็นลูกศิษย์ของเขาเลย
หลังจากกลุ่มพ่อบ้าน ได้ฟังเรื่องเล่าจากปากของแมท ในตอนนี้พวกเขาก็ไม่มีอะไรให้ต้องคิดหรืออายอะไรอีกแล้ว ในเมื่ออยากจะมีหุ่นที่ดีให้ ภรรยาของพวกเขาที่กำลังเต้นแอโรบิคกันอย่างสนุกสนานได้ภาคภูมิใจ
ก็ถึงเวลาแล้วที่พวกเขาจะสลัดความอาย สลัดความขี้เกียจ ออกไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่เรียกว่าการออกกำลังกายกันเสียที
แฮ่ก~! เสียงหอบหายใจของชายและหญิง ได้ดังไปทั่วลานกว้างหน้าร้านอาหาร บางคนถึงกับทรุดตัวลงไปนอนกับพื้น ด้วยสภาพที่หมดเรี่ยวหมดแรง
“ขอน้ำหน่อย? ฉันจะตายอยู่แล้ว” แม่บ้านและพ่อบ้านต่างร่ำร้องเรียกหา น้ำดื่มกันถ้วนหน้า
ซึ่งคาห์นและแมท ที่เฝ้ารอช่วงเวลานี้กันอยู่ ไฉนเลยจะปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอย ทั้งสองรีบเดินเข้ามาพร้อมกับน้ำจำนวนหลายสิบขวด ป่าวประกาศว่า
“น้ำดื่มเย็นๆ ชื่นใจ หลายรสชาติจากท่านไลท์ ราคา 3 เหรียญทองมณี มีใครสนใจไหมครับ” “ฉันๆ ขอสามขวดให้ ฉัน ภรรยาและเมย่าคนละขวดนะ ลงบัญชีของฉันได้เลย” ท่านบารอนยกมือขอซื้อน้ำเป็นคนแรก
ไม่นานนัก คาห์นก็ได้พุ่งตัวเข้ามา ใช้ความแข็งแกร่งทางด้านการต่อสู้ เดินหลบหลีกผู้คนที่นั่งขวางทาง ได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว ก่อนจะหยิบยื่นขวดน้ำดื่มส่งให้กับ ท่านบารอนในชั่วพริบตา
ทันทีที่ท่านบารอนใช้มือบิดฝาขวด ‘ฟู่…แกร๊ก ช่าห์!’ เสียงของโซดาที่อัดแก๊สก็ค่อยๆ ดังขึ้น
อ่าห์ ชื่นใจ~ น้ำมะนาวโซดาเย็นๆ ได้ช่วยให้ร่างกายที่อ่อนล้า กลับมาสดชื่นขึ้นอีกครั้ง ความเปรี้ยวที่ผสานเข้ากับความซ่าของโซดา ช่างเป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับท่านบารอนและภรรยามากจริงๆ
“ทุกคนพักกันให้หายเหนื่อยอยู่ตรงนี้ก่อนนะครับ อย่าพึ่งรีบกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในทันที เดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้”
ไลท์ได้แนะนำกลุ่มพ่อบ้านและแม่บ้าน ที่เนื้อตัวเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ เหมือนเช่นที่เคยย้ำเตือนทั้งสามสาวมาก่อน
ส่วนตัวเขาเองหลังจากได้นั่งพักจนหายเหนื่อยและอัตราการเต้นของหัวใจได้กลับมาเป็นเต้นตามจังหวะปกติแล้ว พ่อครัวหนุ่มก็ได้ลุกขึ้นกลับไปอาบน้ำอาบท่าที่บ้านของเขาที่อยู่ฝั่งตรงข้าม โดยมีโทมัส จิมและเอลล่า เดินติดตามมาด้วยกัน
ซึ่งในระหว่างที่ตัวของไลท์กำลังเดินกลับไปยังบ้านของเขานั่นเอง ตัวของก็บังเอิญไปได้ยินถึงเสียงร้อง ที่เกิดจากอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัวของเหล่าพ่อบ้านแม่บ้าน ที่พึ่งจะออกกำลังกายกันเป็นครั้งแรก ดังอยู่ตลอดทาง
“ขนาดพึ่งจะออกกำลังกายกันเสร็จ ก็ร้องปวดเมื่อยกันแล้ว ไม่อยากจะคิดเลยว่า ถึงวันพรุ่งนี้พวกเขาจะปวดเมื่อยกันสักแค่ไหน” โทมัสมองดูทุกคนด้วยความสงสาร พลางนึกย้อนถึงประสบการณ์ของตัวเอง ที่ได้มาออกกำลังกายกับไลท์เป็นครั้งแรก
เพียงแค่คิด ขนของพวกเขาก็ลุกไปทั้งตัว...ความเจ็บปวดในวันนั้น พวกเขายังจดจำมันได้ดีอยู่เลย
แม้โทมัสและจิม ในก่อนหน้านี้จะใช้ชีวิตกันมาด้วยความโลดโผน มีการออกแรงจากการต่อสู้อยู่เป็นประจำ แต่พอต้องมาออกกำลังกายที่เน้นทุกส่วนในร่างกายอย่างเป็นจริงเป็นจัง
โทมัสและจิม ในวันต่อมา ก็แทบจะขยับตัวกันไม่ได้เลยทีเดียวและยิ่งกว่านั้น เชฟไลท์ที่พวกเขาเคารพศรัทธาประหนึ่งผู้อาวุโสเร้นกาย ยังกลั่นแกล้งพวกเขาด้วยการใช้มือนวดเฟ้นตามจุดที่ปวด ขย้ำอยู่อย่างนั้น
ความเจ็บที่ระบมอยู่แล้ว สะท้านขึ้นมาจนโทมัสและจิม แทบจะดิ้นพล่านไปทั่วบ้าน
“เจ็บไหม? ความเจ็บแบบนี้แหละคือสัญญาณว่ากล้ามเนื้อของพวกนายกำลังตื่นตัว? สะใจดีเนอะว่าไหม ฮ่าฮ่า!” พวกเขายังคงจดจำคำพูดของพ่อครัวหนุ่มที่เข้ามานวดเฟ้นให้กับพวกเขาได้อย่างแม่นยำ มันเป็นคำพูดที่สุดแสนจะโรคจิต
ความทรมานจากอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มีใครบ้างไม่รู้ว่ามันเจ็บแค่ไหน เพียงแค่สัมผัสโดนจุดกดเจ็บ แค่เพียงเล็กน้อย...ความเจ็บปวดก็สะท้านขึ้นมาทันใด
ทันทีที่โทมัสและจิม ได้ยินว่าคนอื่นๆ ต่างประสบชะตากรรมเดียวกับตนเอง จึงอดไม่ได้ที่จะสงสาร พร้อมกับดึงรั้งให้เชฟไลท์ของพวกเขา รีบเดินให้ห่างจากผู้คนที่กำลังร้องระงมไปให้เร็วที่สุด
เพราะกลัวว่า ไลท์จะไปนวดเฟ้นคนอื่นๆ แบบที่เคยแกล้งตนเองนั่นเอง
แน่นอนว่าไลท์ไม่ได้รู้ว่า โทมัสและจิมลูกศิษย์สุดที่รักของเขาทั้งสองคน ฉุดดึงเขาด้วยเหตุผลอะไร เขาเดินตามทั้งสองคนไปอย่างว่าง่าย ราวกับในหัวกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่
“พี่ไลท์คิดอะไรอยู่เหรอคะ?” เป็นเอลล่าที่สังเกตเห็นท่าทีของไลท์ ที่ดูกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ เธอเดินตามไลท์และสองพี่ชาย กลับเข้ามาในบ้าน ก่อนจะเอ่ยถามไลท์ที่กำลังนั่งมองดู ผู้คนที่นั่งทุบแขนขาของตัวเอง อันเกิดจากอาการปวดเมื่อย จากด้านในหน้าต่างของบ้าน
“เชฟอย่าคิดอะไรแผลงๆ อย่างการไปนวดเฟ้นพวกเขา เหมือนกับที่ทำกับเราสองคนนะครับ พวกเขาอาจทรมานจนขาดใจตายได้เลยนะครับ” โทมัสรีบเข้ามาห้าม โดยมีจิมพยักหน้างึกๆ อยู่ข้างๆ
“คิดอะไรแผลงๆ?” ไลท์นิ่งไปสักพัก ราวกับกำลังใช้ความคิด เนื่องจากสิ่งที่เขากำลังคิดอยู่นี้ คงเป็นเรื่องแผลงๆ อย่างที่โทมัสและจิม พูดเอาไว้จริงๆ
‘หากในโลกนี้มีเครื่องทำน้ำอุ่นก็คงจะดี!’ การอาบน้ำด้วยน้ำอุ่น มีคุณประโยชน์มากมาย มีส่วนช่วยการกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และยังสามารถช่วยลดอาการปวด บวม ของกล้ามเนื้อให้ดีขึ้นได้อีกด้วย
ฉะนั้นหากให้ผู้ที่ออกกำลังกาย หรือผู้ที่ทำงานหนัก ได้มาแช่หรืออาบน้ำอุ่น มันก็คงจะช่วยให้พวกเขาสบายตัวกันได้มากขึ้นนั่นเอง
“ถ้าฉันจะสร้างบ่อน้ำร้อน...พวกนายคิดว่ายังไงกันบ้าง?” ไลท์เอ่ยถาม ด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
“บ่อน้ำร้อน?!” โทมัส จิมและเอลล่า ถึงกับร้องตะโกนออกมาด้วยความประหลาดใจ
เพราะการอาบน้ำร้อนหรือแช่น้ำร้อนในโลกนี้ จะมีก็แต่ คนร่ำรวยและคนที่มีฐานะมั่งคั่งเท่านั้นที่จะทำกัน
ต้องใช้คนและฟืนไฟเป็นจำนวนมาก ในการต้มน้ำให้ร้อน การอาบน้ำร้อนจึงเป็นอะไรที่สุดแสนจะสิ้นเปลืองเป็นอย่างมาก ขนาดโทมัสและเอลล่า ที่เป็นถึงเชื้อพระวงศ์จากทั้งสองอาณาจักร การจะได้อาบน้ำร้อนในแต่ละครั้ง ก็ยังต้องคิดแล้วคิดอีกเลย
ทว่า...ไลท์กลับจะสร้างบ่อน้ำร้อนขึ้นมาเสียอย่างนั้น!
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy