รักแท้หรือจะแพ้ซัคคิวบัส

    Act1 Ch3 7 เป้าหมายในห้องน้ำห้าง

    สัญญาณพาพวกเขามาหยุดที่ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางเมือง

    ลำดับที่ 3 อยู่ข้างใน

    ทุกคนในรถเงียบไปครู่หนึ่ง มองตึกห้างตรงหน้า

    "...ห้าง?" มิวเอ่ยขึ้นก่อนใคร "ของอยู่ในห้างเนี่ยนะ ใครเอาเซ็กซ์ทอยในกลุ่มลับไปไว้ในห้าง"

    "นั่นแหละที่ผมจะหาคำตอบ" ซันต่อสายอุปกรณ์เข้ากับระบบ เริ่มทำงาน

    เขาใช้เวลาสักพักใหญ่ — เจาะเข้าระบบกล้องวงจรปิดของห้างทีละตัว ไล่ดูภาพย้อนหลังควบคู่กับการอ่านกระแสพลังเวทในอากาศที่อุปกรณ์จับได้ ซ้อนข้อมูลสองชั้นเข้าด้วยกัน นิ้วเคลื่อนบนจอเร็วและแม่นยำ จนในที่สุดเขาก็หยุด

    "เจอแล้ว" เขาพูด "เป้าหมายเป็๲ผู้หญิง อายุประมาณพวกเรา น่าจะนักศึกษา เธอมาห้างนี้เกือบทุกวัน อยู่ทีละหลายชั่วโมง แต่แทบไม่ได้ซื้ออะไรเลย"

    "แล้วมาทำอะไร" มิวถาม

    ซันชี้ไปที่กราฟกระแสพลังบนจอ

    "ดูตรงนี้ ตอนที่เธอเข้าห้องน้ำห้าง กระแสพลังเวทจะพุ่งขึ้น แล้วค่อยๆ ลดลง เป็๞รอบๆ ครั้งละสิบถึงยี่สิบนาที วันละหลายรอบ"

    ห้องเงียบไปอีกครั้ง พอทุกคนค่อยๆ เข้าใจว่ามันแปลว่าอะไร

    มิวเป็๞คนแรกที่หน้าแดงจนถึงหู

    "เดี๋ยว...เดี๋ยวนะ เธอเข้าห้องน้ำห้างเพื่อ...เพื่อ..."

    "เพื่อใช้อุปกรณ์ ใช่" ซันตอบหน้าตาเฉยที่สุดในโลก "ของที่เราตามหาอยู่ในตัวเธอ และเธอใช้มันในที่สาธารณะเป็๞ประจำ"

    "ทำไม — ทำไมต้องในห้องน้ำห้างด้วย ที่บ้านไม่มีเหรอ!"

    "พวกเสพติดความเสี่ยงน่ะมีจริงนะ" มิร่าพูดขึ้นมาลอยๆ ด้วยน้ำเสียงของคนที่รู้เ๹ื่๪๫พวกนี้ดีเกินกว่าเด็กควรจะรู้ "ความรู้สึกว่าอาจมีคนได้ยิน มันเพิ่มอะไรบางอย่างเข้าไป สำหรับบางคนของจริงในห้องเงียบๆ มันจืดไปแล้ว"

    ทุกคนหันมามองมิร่า

    "...อะไรล่ะ" เธอยักไหล่ "หนูแค่พูดเฉยๆ"

    มิวขยับห่างจากมิร่าไปอีกคืบ

    อาเรียที่ฟังมาตลอดเอ่ยขึ้นเรียบๆ

    "งั้นเราก็แค่รอเธอเข้าห้องน้ำ แล้วเอาของตอนนั้น"

    "รอกลางคืนดีกว่าไหม" มิวเสนอ "ไปขโมยที่พักของเธอ จะได้ไม่มีใครเห็น"

    "ไม่" ซันส่ายหน้า "ตอนนี้ดีที่สุดแล้ว"

    เขาหันมาหามิว อธิบายเป็๞ข้อๆ ด้วยน้ำเสียงของคนที่คิดทุกอย่างจบไปแล้ว

    "หนึ่ง — ดูจากพฤติกรรมเธอ เธอพกของติดตัวตลอดเวลา ไม่ได้เก็บไว้ที่บ้าน เพราะงั้นรอกลางคืนก็ไม่ช่วยอะไร ของไม่ได้อยู่ที่ห้องเธอ มันอยู่ในกระเป๋าเธอ สอง — ในห้างมีคนพลุกพล่าน ชิงของแล้วกลืนหายเข้าฝูงคนได้ง่ายกว่าที่เปลี่ยว ถ้าทำตอนคนน้อยกลับเด่นกว่าเดิม สาม — ถ้าเราไปทำที่มหาวิทยาลัยหรือที่พักเธอ คนแถวนั้นอาจจำหน้าอาเรียได้ และการบุกเข้าที่พักส่วนตัวมันเป็๲คดีที่หนักกว่าการล้วงกระเป๋าในห้างเยอะ"

    เขาหยุดนิดหนึ่ง แล้วยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

    "และสี่ — ที่สำคัญที่สุด ต่อให้เธอรู้ตัวว่าของหาย เธอจะไปแจ้งตำรวจว่าอะไร 'เซ็กซ์ทอยที่หนูพกมาเล่นในห้องน้ำห้างหายค่ะ' เหรอ ไม่มีใครกล้าหรอก เรามีเหยื่อที่ปริปากบอกใครไม่ได้ นั่นคือสถานการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับการขโมยแล้ว"

    มิวอ้าปากค้าง มองซันด้วยสีหน้าผสมระหว่างทึ่งกับกลัว

    "...บางทีฉันก็ลืมไปว่านายน่ากลัวแค่ไหน"

    "ขอบคุณครับ" ซันรับคำชมที่ไม่ใช่คำชมหน้าตาเฉย แล้วหันไปหาอาเรีย "ห้องน้ำหญิงชั้นสาม โซนที่คนน้อยสุด เธอชอบใช้ตู้ในสุด เธอเพิ่งเข้าห้างเมื่อยี่สิบนาทีก่อน อีกไม่นานน่าจะเข้าห้องน้ำรอบแรก"

    อาเรียพยักหน้า ปลดเข็มขัดนิรภัย

    "ของอยู่ในกระเป๋าหรือในตัว"

    "กระเป๋าสะพาย ใบเล็กสีครีม เธอไม่เคยวางห่างตัว" ซันตอบ "เอาทั้งใบมาเลยถ้าจำเป็๲ เดี๋ยวเราคัดทีหลัง"

    "เข้าใจแล้ว"

    "แล้วก็ — อาเรีย" ซันเสริม "คราวนี้ไม่ต้องเนียนมาก เป้าหมายเป็๲คนที่บอกใครไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าพลาดก็แค่วิ่ง"

    อาเรียยิ้มมุมปาก

    "ฉันไม่พลาดหรอก"

    แล้วเธอก็ลงจากรถ เดินมุ่งหน้าเข้าห้างไปอย่างคนที่มีธุระต้องทำ

    มิร่ามองตามแผ่นหลังนั้น แล้วพึมพำกับตัวเองอีกครั้ง

    "...ก็แค่ยัยแพศยาที่บังเอิญเก่ง"

    "ได้ยินนะ" เสียงอาเรียดังกลับมาในหูฟังของทุกคน

    มิร่าสะดุ้ง รีบหุบปาก

    ซันถอนหายใจ ลูบหัวเธออีกทีหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ — แล้วก็รู้ตัว จึงชักมือกลับ แต่มิร่าเอนหัวตามมือเขาไปแล้วเรียบร้อย ยิ้มได้ใจ

    ในรถ มิวมองภาพตรงหน้า — ซันที่จำยอม มิร่าที่ได้ใจ เสียงอาเรียที่ลอยอยู่ในหูฟังพร้อมจัดการทุกคน — แล้วก็ทรุดลงพิงเบาะ

    "ทำไมทุกคนในทีมนี้ถึงไม่มีใครปกติเลยสักคน" เธอบ่นกับตัวเอง ขณะเปิดจอเตรียมช่วยบอกทางให้อาเรีย "รวมทั้งฉันที่ยังนั่งอยู่ตรงนี้ด้วย"

    ระหว่างทางต่อไป ทีมแวะคาเฟ่เล็กๆ ริมถนนให้ซันได้ตั้งเครื่องอ่านใหม่ และให้ทุกคนได้พักก่อนลุยต่อ

    ซึ่งสำหรับมิร่า 'พัก' แปลว่า 'เวลาทำงาน'

    "พี่ชายคะ อ้าปากสิ" เธอตักเค้กชิ้นโตจ่อปากซัน ทำเสียงเด็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ "อาาา~ น้องป้อนให้"

    "ผมกินเองได้" ซันตอบ ตายังจับอยู่ที่จอ

    "แต่น้องอยากป้อนให้พี่ชายนะคะ" มิร่าเลื้อยขึ้นนั่งบนตักเขาเฉยเลย เปลี่ยนน้ำเสียงจากเด็กเป็๞โทนต่ำลงทันที แนบปากเข้าใกล้หูเขา "หรือพี่ชายชอบให้น้องป้อนอย่างอื่นมากกว่าคะ"

    "ลงไปนั่งที่ของเธอ"

    "ไม่เอา" เธอหันไปยิ้มหวานใส่อาเรียที่นั่งฝั่งตรงข้าม "ดูสิ ยัยปีศาจ ตักพี่ชายน่ะนั่งสบายจะตาย เธอเคยได้นั่งไหมล่ะ อ้อ ลืมไป เธอได้แค่นั่งข้างๆ เหมือนเลขาฯ"

    มิวที่นั่งอยู่ข้างๆ เอามือปิดหน้า

    "ฉันมากินกาแฟ ไม่ได้มาดูละครหลังข่าว"

    ซันถอนหายใจ ยกมือขึ้นลูบหัวมิร่าหนึ่งทีเพื่อให้เธอหยุดดิ้น — ซึ่งได้ผลครึ่งเดียว เพราะเธอหยุดดิ้นจริง แต่เปลี่ยนไปกอดคอเขาแทน กัดติ่งหูเบาๆ ส่งเสียงครางจิ๋มๆ ดังพอให้โต๊ะข้างๆ หันมามอง

    มันคือมิร่าเวอร์ชันเต็มสูบ — เด็กเปรตที่งัดทุกไม้ออกมาพร้อมกัน อ้อน ยั่ว แขวะ วนไปไม่หยุด เหมือนตั้งใจจะดูว่าต้องหนักแค่ไหนซันถึงจะเสียฟอร์ม

    แต่ซันไม่เสียฟอร์ม เขาแค่... เหนื่อย

    อาเรียวางแก้วกาแฟลงเบาๆ

    "ซัน" เธอพูด เสียงเรียบที่ทุกคนบนโต๊ะเริ่มจำได้ว่าเป็๲เสียงก่อนปิดเกม "จูบอีกรอบไปเลย"

    มิวสำลักกาแฟ

    "อีก — อีกแล้วเหรอ! ในคาเฟ่เนี่ยนะ!"

    ซันมองมิร่าที่ยังกอดคอเขาอยู่ ถอนหายใจอีกครั้ง แล้วก็ทำตามสูตรเดิม — จับคางเธอ หันหน้าเธอเข้ามา แล้วจูบลงไป เพื่อปิดเกมให้มันจบๆ เหมือนที่เคยได้ผลในรถ

    แต่คราวนี้มันไม่เหมือนเดิม

    มิร่าที่ในรถเคยสะดุ้ง เคยได้ใจ เคยเอาชนะตรงนั้นไปครอง — คราวนี้เธอแค่...นิ่ง

    เธอรับจูบนั้นไว้เฉยๆ ไม่สะดุ้ง ไม่ยิ้มได้ใจ ไม่มีประกายแห่งชัยชนะในดวงตา ริมฝีปากเธอนิ่งอยู่กับริมฝีปากเขาราวกับกำลังรับอะไรบางอย่างที่เธอเฝ้ารอมานาน — แล้วพบว่ามันไม่ได้รู้สึกอย่างที่คิดไว้เลย

    ซันถอนออก แล้วเตรียมใจรับการโวยวายตามขั้นตอนมาตรฐาน

    ขั้นตอนมาตรฐานของมิร่าหลังโดนปิดเกมควรมีอย่างน้อยสามอย่าง หนึ่ง สะดุ้ง สอง แกล้งชนะ สาม หาเ๱ื่๵๹กัดอาเรียกลับภายในไม่เกินห้าวินาที

    แต่มิร่าไม่ทำสักอย่าง

    เธอนิ่งอยู่บนตักเขาเหมือนเครื่องเล่นค้างกลางเพลง มือยังแตะริมฝีปากตัวเอง ตากะพริบช้าๆ หนึ่งครั้ง แล้วอีกหนึ่งครั้ง ราวกับระบบในหัวกำลังขึ้นข้อความว่า \กำลังประมวลผล กรุณารอสักครู่\

    มิวชะโงกมองด้วยสีหน้าจริงจังกว่าตอนวิเคราะห์อุปกรณ์เวท

    "เสียหรือเปล่า"

    "มิร่าไม่ใช่เครื่องใช้ไฟฟ้าครับ"

    "แต่เมื่อกี้เหมือนดับไปจริงๆ นะ"

    อาเรียยกกาแฟขึ้นจิบ สีหน้าไม่เปลี่ยน

    "ลองตบเบาๆ ด้านข้างไหม"

    "อาเรีย" ซันเรียกเสียงต่ำ

    "ฉันพูดถึงวิธีซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า"

    "เธอเพิ่งบอกให้ผมจูบคนบนตักกลางคาเฟ่ครับ ตอนนี้คำอธิบายของเธอไม่มีน้ำหนักแล้ว"

    มิวพยักหน้าหนักแน่น

    "เห็นด้วย นี่เป็๞โต๊ะที่ไม่มีใครควรได้สิทธิ์อธิบายตัวเองอีกต่อไป"

    มิร่าค่อยๆ เลื่อนตัวลงจากตักเขา ไปนั่งที่เก้าอี้ของตัวเองอย่างเชื่องๆ จนทั้งโต๊ะเงียบตามแบบไม่ได้นัดกัน

    ซันมองเธอ

    มิวมองเธอ

    อาเรียมองเธอ

    มิร่ากะพริบตาอีกครั้ง แล้วเหมือนเพิ่งจำได้ว่าตัวเองเป็๲ใคร เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ยืดหลัง ตั้งท่าจะประกาศชัยชนะอย่างสง่างาม

    "หะ...เห็นไหมคะ" เธอพูดเสียงสูงกว่าปกติไปครึ่งขั้น "พี่ชายจูบหนูเองแล้ว ยัยปีศาจแพ้แล้วค่ะ แพ้แบบ...แพ้มาก แพ้จนต้องไปซื้อกาแฟแก้วใหม่มาปลอบใจตัวเอง"

    มิวหรี่ตา

    "ทำไมประโยคชัยชนะฟังเหมือนรายงานหน้าห้องที่ไม่ได้เตรียมมา"

    "หนูเตรียมมาค่ะ!"

    "เตรียมมาแต่ลืมบท?"

    มิร่ายกนิ้วชี้ใส่มิวทันที

    "คนปกติไม่มีสิทธิ์วิจารณ์การแสดงขั้นสูงของซัค—"

    เธอหยุดเองกลางคำเร็วมาก

    เร็วพอที่คนทั่วไปอาจคิดว่าแค่สะดุดลิ้น

    แต่ไม่เร็วพอสำหรับทั้งโต๊ะนี้

    อาเรียวางแก้วลงเบาๆ

    "ของอะไรนะ"

    "ซัก..." มิร่าชี้ไปทางแก้วของมิวอย่างมั่วที่สุดในโลก "ซักแก้วค่ะ หนูหมายถึงซักแก้ว ยัยคนปกติควรไปดื่มซักแก้วให้กับการแสงชั้นสูงของหนูนะ"

    มิวมองแก้วตัวเองที่ไม่ได้หกสักหยด

    "ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าการที่เธอเงียบเมื่อกี้อาจเป็๞สภาพที่ดีที่สุดของเธอ"

    "หยาบคายค่ะ"

    "ขอบคุณ ฉันตั้งใจ"

    ซันมองมิร่าต่ออีกหน่อย พยายามจับว่าอะไรเปลี่ยน

    แต่มิร่าก้มหน้าลงจิ้มเค้กในจานตัวเองเล่นๆ ไม่พูดอะไรอีก

    ความเงียบนั้นกำลังจะเริ่มน่ากลัวขึ้นมาจริงๆ ถ้าเครื่องอ่านบนโต๊ะไม่ส่งเสียงเตือนเบาๆ เสียก่อน

    ซันก้มมองจอ

    เส้นคลื่นเวทสีจางบนแผนที่ห้างกระเพื่อมขึ้นอีกครั้ง สัญญาณจากของ active ขยับเป็๲จังหวะเหมือนชีพจรของอะไรสักอย่างที่ไม่ควรมีชีวิต ตำแหน่งเป้าหมายบนแผนที่เลื่อนไปทางโซนกลาง แล้วหยุดใกล้ป้ายห้องน้ำหญิงชั้นสาม

    การพักจบลงแบบไม่มีใครได้โหวต

    "อาเรีย" ซันพูด

    อาเรียวางแก้วกาแฟลงเหมือนรอคำนี้อยู่แล้ว เธอหยิบหน้ากากอนามัยกับหมวกแก๊บสีเข้มออกจากกระเป๋า สวมด้วยความเร็วที่ทำให้มิวมองตามไม่ทันครึ่งจังหวะ

    "เดี๋ยว" มิวชี้หมวกในมือเธอ "พวกเธอพกชุดล้วงกระเป๋าไว้ในกระเป๋าด้วยเหรอ"

    "ชุดพรางตัว" อาเรียแก้เสียงเรียบ

    "ต่างกันตรงไหน"

    "ตรงที่ฉันพูดแล้วฟังดูผิดกฎหมายน้อยกว่า"

    มิร่าเงยหน้าจากจานเค้กทันที

    "ยัยปีศาจโกงค่ะ ขนาดจะไปขโมยของยังเท่"

    "ขอบใจ"

    "หนูด่า!"

    อาเรียยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนลุกจากโต๊ะ เดินออกจากร้านไปอย่างคนที่แค่จะไปซื้อของเพิ่ม

    ในสายตาคนอื่น โต๊ะนี้กลับไปเป็๞โต๊ะมุมธรรมดาที่มีนักศึกษาสามคนพักเหนื่อย คนหนึ่งเปิดคอม คนหนึ่งนั่งดูดชานมด้วยสีหน้าเหมือนชีวิตพัง คนหนึ่งเอาคางวางกับโต๊ะเหมือนเด็กเบื่อโลก

    สำหรับซัน มันเปลี่ยนกลับเป็๲จุดควบคุมภาคสนาม

    ภาพจากกล้องวงจรปิดหลายช่องถูกจัดเรียงบนจอแท็บเล็ตตรงหน้าเขา

    "อาเรีย เลี้ยวซ้ายครับ" ซันพูดผ่านหูฟัง น้ำเสียงนิ่งจนคนที่เดินผ่านโต๊ะคงคิดว่าเขากำลังคุยงานทั่วไป "เป้าหมายอยู่หน้าร้านเครื่องสำอาง โซนกลาง เธอหยุดดูของ แต่ไม่ได้เลือกอะไร แค่รอเวลา"

    "เห็นแล้ว" เสียงอาเรียตอบกลับมา

    ในภาพกล้อง อาเรียเปลี่ยนไปจนคนไม่รู้จักคงมองผ่านไปง่ายๆ หมวกแก๊บสีเข้มกดต่ำ หน้ากากอนามัยปิดครึ่งหน้า ผมถูกรวบเก็บไว้ด้านในเสื้อคลุมหลวมๆ เธอเดินเหมือนคนมาเดินห้างคนเดียว ไม่รีบ ไม่ช้า ไม่เด่นเกินไป

    มิวชะโงกดูจอแล้วกลืนน้ำลาย

    "ฉันเพิ่งรู้ว่าอาเรียเดินแบบคนธรรมดาเป็๲ด้วย"

    "เธอทำเป็๞ทุกอย่างเลย..." มิร่าพูดเสียงหวาน แต่ตายังมองจออยู่ "น่ารำคาญตรงที่ทำได้ดีนี่แหละ"

    "นี่ชมใช่ไหม"

    "ด่าค่ะ"

    "ขอบคุณที่ชัดเจน"

    ซันไม่ได้ร่วมวง เขาดูเป้าหมายในกล้อง เปรียบเทียบกับกราฟคลื่นเวท และนับจังหวะในใจ

    เป้าหมายเป็๲หญิงสาววัยนักศึกษา สะพายกระเป๋าสีครีมใบเล็กแนบลำตัว มือข้างหนึ่งแตะสายกระเป๋าตลอดเวลาเหมือนมันเป็๲นิสัย เธอหยิบลิปขึ้นมาดู วางกลับ หยิบพาเลตต์สีขึ้นมาดู วางกลับ ดวงตากวาดไปทางป้ายห้องน้ำเป็๲ครั้งที่สามในห้านาที

    "อีกไม่เกินหนึ่งนาที" ซันบอก "เธอเริ่มกระสับกระส่ายแล้ว"

    "รู้ละเอียดจนน่ากลัวอีกแล้วนะนาย" มิวพึมพำ

    "ขอบคุณครับ"

    "ฉันไม่ได้ชม!"

    เป้าหมายวางของในมือ เดินออกจากร้านเครื่องสำอาง แล้วตรงไปทางป้ายห้องน้ำจริงๆ

    ซันเลื่อนกล้องเร็วขึ้น

    "อาเรีย เว้นระยะสิบสองเมตรครับ อย่าเข้าใกล้ก่อนถึงทางเลี้ยว มีกล้องมุมกว้างตรงเสา ถ้าเข้าเฟรมพร้อมกันนานเกินไปจะตามย้อนง่าย"

    "เข้าใจ"

    อาเรียชะลอฝีเท้า หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเหมือนกำลังอ่านข้อความ ปล่อยให้คนสองกลุ่มเดินคั่นระหว่างเธอกับเป้าหมาย ก่อนจะเลี้ยวตามไปในจังหวะที่กล้องอีกตัวถูกเสาร้านบังครึ่งเฟรม

    ซันซูมภาพจากกล้องหน้าห้องน้ำ เป้าหมายเข้าห้องน้ำไปก่อน อาเรียหยุดหน้ากระจกด้านนอก ก้มดูโทรศัพท์อีกครั้ง ราวกับลังเลว่าจะเข้าหรือไม่เข้า

    ยี่สิบสามวินาที

    เป้าหมายออกมาเร็วผิดคาด ไม่ใช่เพราะเสร็จธุระ แต่เพราะเหมือนลืมอะไรบางอย่าง เธอเปิดกระเป๋าควานหาของตรงทางแคบหน้าห้องน้ำ

    จังหวะนั้นเองที่อาเรียขยับ

    เธอเดินสวนเข้าไปเหมือนคนไม่ทันเห็น ไหล่ชนไหล่เป้าหมายเบาๆ พอให้กระเป๋าสีครีมแกว่งหลุดจากแนบลำตัว มือของเป้าหมายรีบคว้าสายกระเป๋าโดยสัญชาตญาณ มืออีกข้างของอาเรียยื่นไปช่วยประคองแขนเธอ

    ทุกอย่างเกิดขึ้นในกรอบภาพของกล้องไม่ถึงสองวินาที

    "ขอโทษค่ะ" เสียงอาเรียลอดผ่านหูฟังมาเบามาก เป็๲เสียงคนแปลกหน้าที่สุภาพจนไม่มีอะไรให้จำ

    เป้าหมายส่ายหน้าเหมือนไม่ติดใจอะไร ก้มดูของในกระเป๋าต่อ

    อาเรียเดินเข้าห้องน้ำ

    แล้วเสียงเธอก็ดังขึ้นในหูฟังของทีมด้วยโทนเดิม

    "ได้แล้ว"

    มิวกะพริบตา

    "เดี๋ยว ได้อะไร เมื่อกี้ฉันยังไม่เห็นเธอหยิบอะไรเลย"

    "เพราะเธอเป็๞คนปกติไงคะ" มิร่าตอบแทนอย่างใจดีเกินจำเป็๞ "อย่าเสียใจเลยค่ะ คนปกติก็มีข้อดีของคนปกติ เช่นโดนหลอกง่าย ดูแลยาก และกรี๊ดเสียงดังตอนมีเ๹ื่๪๫"

    "ขอบใจนะ ฉันรู้สึกดีขึ้นมากเลย"

    ซันกำลังจะตอบอาเรีย แต่ปลายนิ้วที่แตะจอกลับหยุดนิ่ง

    บางอย่างในร้านเปลี่ยนไป

    ไม่ใช่เสียง ไม่ใช่กลิ่น ไม่ใช่คลื่นเวทที่พุ่งขึ้นอย่างชัดเจน มันเป็๞ความผิดจังหวะเล็กๆ แบบที่คนทั่วไปมองข้ามไปง่ายมาก ชายสวมแว่นกันแดดตรงโต๊ะใกล้ประตูยกแก้วขึ้นแต่ไม่ได้ดื่ม ผู้หญิงหน้ากากสีดำริมเคาน์เตอร์หมุนตัวมองกระจกสะท้อนแทนที่จะมองเมนู เด็กหนุ่มเสื้อฮู้ดที่นั่งอยู่คนเดียวแตะหูฟังข้างซ้ายพร้อมกับอีกสองคนในมุมคนละด้าน

    พวกเขามองโต๊ะของซัน

    "มิว" ซันพูดโดยไม่ละสายตาจากจอ "ถ้าแก้วกาแฟหก อย่าก้มเก็บนะครับ"

    มิวชะงัก

    "หา?"

    "มิร่า" เขาพูดต่อ

    เด็กสาวที่ยังทำหน้าเบื่ออยู่เมื่อครู่ยิ้มขึ้นทันที แต่ตาไม่ยิ้ม

    "เห็นแล้วค่ะ"

    ซันแตะหูฟัง

    "อาเรีย กลับมาที่ร้านเดี๋ยวนี้ครับ ไม่ต้องใช้เส้นทางเดิม"

    ปลายสายเงียบไปเสี้ยววินาที

    "เกิดอะไรขึ้น"

    "มีคนรอเราอยู่"

    คำตอบนั้นเบาพอให้คนบนโต๊ะได้ยินเท่านั้น แต่บรรยากาศทั้งโต๊ะเหมือนถูกดึงให้ต่ำลงพร้อมกัน

    มิวค่อยๆ วางแก้ว

    "อย่าบอกนะว่า..."

    "อย่าลุกพร้อมกันครับ" ซันพูด "อย่ามองรอบร้านด้วย ทำเหมือนไม่รู้ตัว"

    "นายพูดแบบนั้นแล้วฉันยิ่งอยากมองรอบร้าน!"

    "เพราะงั้นถึงห้ามครับ"

    ชายสวมแว่นกันแดดตรงประตูวางแก้วลง

    ในวินาทีเดียวกัน เงาจากด้านหลังซันขยับ

    ไม้ตะบองแบบพับถูกฟาดลงมาอย่างเร็วและเงียบ เล็งท้ายทอยเขาตรงๆ

    ซันเห็นมันจากเงาสะท้อนบนหน้าจอ เขาเอียงตัวได้ครึ่งจังหวะ แต่ไม่พอ

    แขนเล็กๆ ของมิร่ายื่นผ่านไหล่เขาไปก่อน

    ปัก

    เสียงไม้กระแทกเนื้อดังทึบจนมิวสะดุ้งทั้งตัว แต่แขนของมิร่าไม่ยุบ ไม่สั่น ไม่แม้แต่จะถอย เธอรับแรงฟาดนั้นไว้เหมือนคนเอามือกันหมอน

    คนฟาดชะงัก

    มิร่าเงยหน้าขึ้นช้าๆ รอยยิ้มหวานยังอยู่ครบ

    "แอบตีพี่ชายจากข้างหลังนี่เสียมารยาทมากนะคะ"

    แล้วเธอก็ใช้มืออีกข้างคว้าข้อมืออีกฝ่าย บิดลง

    เสียงข้อกระดูกดังกรอบเบาๆ พอให้มิวหน้าซีด

    ซันลุกขึ้นพร้อมกับดันโต๊ะไปข้างหน้าให้กลายเป็๲ระยะกั้น

    "ทุกคนใจเย็นก่อนครับ ถ้ามีอะไรอยากคุย เราคุยกันได้"

    ไม่มีใครตอบ

    ชายแว่นกันแดดถอดแว่นออก ผู้หญิงหน้ากากดำเดินออกจากเคาน์เตอร์ เด็กหนุ่มเสื้อฮู้ดลุกจากเก้าอี้ อีกสามคนที่ซันเพิ่งเห็นในภาพสะท้อนขยับปิดทางหนี

    พวกเขาไม่ใช่นักเลงข้างถนน

    ท่ายืนไม่สวย แต่มีวินัยพอจะไม่แย่งกันเข้ามา มีหูฟังสื่อสารเหมือนกันทุกคน และเลือกปิดทางตรงตำแหน่งที่กันมิวออกจากประตูของร้านด้พอดี

    ซันนับจำนวนในหัว

    เจ็ด

    อาเรียยังมาไม่ถึง

    "มิว อยู่หลังผม" เขาพูด

    "ฉันไม่มีปัญหาเลยกับคำสั่งนั้น" มิวรีบขยับ แต่ขาเก้าอี้ครูดพื้นเสียงดังเกินไป เธอสะดุ้งกับเสียงของตัวเอง "ขอโทษ ฉันกำลังพยายามไม่ตื่นกลัวจนตายอยู่"

    มิร่าหัวเราะคิก ทั้งที่มือยังจับข้อมือคนโจมตีอยู่

    "คนปกติน่ารักตรงนี้แหละค่ะ"

    "นี่ไม่ใช่เวลาชมฉันแบบหลอนๆ!"

    คนแรกพุ่งเข้ามาทางซ้าย

    ซันถอยครึ่งก้าว หลบปลายไม้ที่แทงเข้าหน้าท้อง ใช้สันแท็บเล็ตปัดข้อมืออีกฝ่ายให้เสียแนว แล้วกระแทกสันมือเข้ากลางคอพอดี ไม่แรงพอทำให้ตาย แต่พอให้ลมหายใจสะดุดและทรุดลงกับพื้น

    คนที่สองเข้าต่อทันที

    มิร่าปล่อยข้อมือคนแรก ทิ้งให้เขานั่งกุมแขนอยู่กับพื้น แล้วเอียงตัวหลบหมัดของผู้หญิงหน้ากากดำก่อนจะยิ้มใส่

    "ช้าไปค่ะ"

    เธอไม่ได้ต่อยกลับด้วยซ้ำ แค่แตะปลายนิ้วที่ไหล่อีกฝ่ายแล้วผลักเบาๆ ร่างผู้หญิงคนนั้นก็เซถอยไปชนโต๊ะข้างๆ จนแก้วน้ำกระเด็น

    มิวมองภาพนั้นแล้วเสียงหายไปครู่หนึ่ง

    "...คนปกติไม่มีข้อดีแล้ว ฉันขอถอนคำพูด"

    "มิว ก้มครับ"

    เธอก้มทันที

    ไม้ฟาดผ่านเหนือศีรษะเธอไปไม่ถึงคืบ ซันใช้เก้าอี้เกี่ยวข้อเท้าคนที่บุกเข้ามา แล้วดึงให้ล้มลงก่อนจะเตะไม้หลุดจากมือ

    เขายังไม่ใช้เวท

    ห้ามใช้ ไม่ว่ายังไงก็ห้ามใช้เด็ดขาด

    ทุกการเคลื่อนไหวต้องเป็๞แรงกาย ทักษะพื้นฐาน มุมโต๊ะ เก้าอี้ ระยะศอก น้ำหนักตัว ทุกอย่างที่ยังเป็๞ของมนุษย์พอจะอธิบายได้

    แต่จำนวนคนทำให้พื้นที่แคบลงเรื่อยๆ

    "อาเรียอยู่ไหน" มิวถามเสียงสั่น

    "กำลังมา" ซันตอบ

    "คำว่า 'กำลังมา' ในสถานการณ์แบบนี้ไม่ช่วยให้ฉันสงบเลยนะ!"

    บางอย่างเย็นๆ แตะเข้าที่มือซัน

    เขาก้มลงเพียงเสี้ยววินาที

    ไม้ตะบองพับอีกอันอยู่ในมือมิร่าแล้ว

    ซันไม่เห็นว่าเธอหยิบมาจากไหน

    เมื่อครู่มือเธอว่างอยู่แน่ๆ หรืออย่างน้อยสัญชาตญาณของเขาบอกอย่างนั้น แต่ตอนนี้เธอยื่นมันให้เขาด้วยสีหน้าราวกับของชิ้นนี้ควรอยู่ตรงนั้น๻ั้๹แ๻่แรก

    "พี่ชายใช้ของเล่นเด็กไปก่อนนะคะ" เธอพูดหวาน

    ซันรับไม้มาโดยไม่ถาม

    คนสองคนบุกเข้าพร้อมกัน ซันใช้ตะบองรับไม้ของคนแรก หมุนข้อมือให้แรงกระแทกไหลผ่าน แล้วแทงปลายตะบองเข้าชายโครงอีกฝ่าย ก่อนใช้ไหล่ชนคนที่สองให้เสียหลักไปขวางทางคนที่สาม

    อีกด้านหนึ่ง มิร่ามือเปล่าแต่กลับน่ากลัวกว่าเขา เธอหลบแบบแทบไม่ขยับเกินจำเป็๲ จับ ขัด ดึง ผลัก ทุกครั้งพอดีเกินไป เหมือนเธอไม่ได้สู้กับคน แต่กำลังจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เกะกะในร้านให้พ้นทาง

    ถ้าไม่มีมิวอยู่ตรงนี้ ซันคงยื้อได้สบายกว่านี้

    แต่พวกนั้นรู้

    คนเสื้อฮู้ดที่ล้มไปก่อนหน้านี้ไม่ได้หมดสติ เขาคลานเลียบพื้นไปทางมิว ในมือมีไม้สั้นอีกอันที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อ มิวกำลังมองซันกับมิร่า ไม่เห็นเงาที่ลุกขึ้นหลังเธอ

    ซันเห็น

    ระยะไกลเกินกว่าจะถึงด้วยตะบอง หรือเขาวิ่งไปเอง

    มิร่าติดคนอีกสองคน

    อาเรียยังไม่ถึง

    ไม้ในมือคนเสื้อฮู้ดยกขึ้น

    เวลารอบตัวซันเหมือนช้าลงเหลือเสี้ยวบางๆ

    เขารู้วิธีหยุดมันมากกว่าร้อยแบบ

    แต่ทั้งหมดนั้นล้วนใช้เวทมากเกินไป

    แบบเล็กที่สุดเท่าที่จะเล็กได้ ถ้าเขาคุมได้พอดี

    ซันยกมือขึ้น เป็๞รูปปืน

    มิวเห็น เวทมนตร์นั่นที่เธอเคยเห็นในห้องเรียน

    แสงรวมตัวที่ปลายนิ้วเขาเล็กเท่าปลายเข็ม เล็กจนแทบไม่ใช่แสง เป็๞เพียงจุดสว่างที่เกิดขึ้นแล้วหายไปก่อนที่คนทั่วไปจะตั้งชื่อให้มันทัน

    รหัสแสงถูกย่อจนเหลือแค่คำสั่งเดียว

    กระแทก

    ปลายนิ้วของซันขยับเพียงหนึ่งองศา

    คนเสื้อฮู้ดชะงักกลางท่า ดวงตาเบิกขึ้นว่างเปล่า แล้วร่างก็พับลงกับพื้นเหมือนเส้นเชือกที่ถูกตัด ไม้ในมือหล่นกลิ้งไปหยุดข้างรองเท้ามิว

    ไม่มี๱ะเ๤ิ๪

    ไม่มีวงเวท

    ไม่มีเสียงอื่นนอกจากเสียงร่างกระแทกพื้น

    แต่มิว๱ั๣๵ั๱ได้

    เธอไม่ได้เห็นแสง แต่เหมือนมีเข็มเย็นๆ แทงผ่านหลังคอ กลิ่นของเวทนั้นบางมาก บางจนควรหายไปทันที แต่กลับทิ้งรสแปลกๆ ไว้ในประสาท๼ั๬๶ั๼ของเธอ เหมือนแสงแดดที่ถูกบีบให้ผ่านน้ำหมึก

    "ซัน..." เธอเรียกเสียงเบา

    ซันไม่ได้ตอบทันที

    ปลายนิ้วเขายังยกค้างอยู่ เขาลดมันลงช้าๆ ราวกับถ้าขยับเร็วเกินไป อะไรบางอย่างในร่างจะตามขึ้นมาด้วย

    ความร้อนแล่นจากข้อมือเข้าหาอก เป็๲เส้นเล็กๆ แต่คมพอให้ลมหายใจเขาสะดุด

    มิร่าหันมามองเขา

    รอยยิ้มของเธอหายไปเสี้ยวหนึ่ง

    เสี้ยวเดียวเท่านั้น

    แล้วเธอก็เตะเก้าอี้ใส่คนที่กำลังจะเข้ามาซ้ำ หันกลับมายิ้มหวานเหมือนเดิม แต่เสียงเย็นลงนิดหนึ่ง

    "พี่ชาย! เกิดอะไรขึ้นน่ะ!"

    "ค่อยดุผมทีหลังนะครับ"

    มิร่ากัดฟันแน่น มิวไม่เคยเห็นหน้าที่จริงจังและซีดเซียวของมิร่าขนาดนี้มาก่อน

    "....."

    เสียงฝีเท้าหนักและเร็วตัดผ่านความวุ่นวายมาจากทางหน้าร้าน

    คนที่ยังเหลืออยู่หันไปพอดี

    อาเรียมาถึงแล้ว

    เธอไม่ได้วิ่งแบบคน๻๠ใ๽ เธอวิ่งแบบคนที่ตัดสินใจแล้วว่าจะจบเ๱ื่๵๹ตรงหน้าในเวลาสั้นที่สุด เสื้อคลุมพรางตัวปลิวตามแรงเคลื่อนไหว หมวกแก๊บยังอยู่ หน้ากากยังปิดหน้า แต่สายตาเหนือขอบหน้ากากเย็นจนคนที่ขวางทางเธอถอยโดยไม่รู้ตัว

    ชายคนหนึ่งยกไม้ขึ้น

    เขายกได้แค่นั้น

    อาเรียสอดตัวเข้าใต้แนวฟาดในก้าวเดียว สันมือกระแทกข้อมือให้ไม้หลุด อีกมือจับคอเสื้อดึงเข้าหาเข่าตัวเอง เสียงลมหายใจของอีกฝ่ายขาดห้วงก่อนร่างจะทรุดลง

    คนที่สองเข้าจากด้านข้าง อาเรียหมุนตัวหลบแบบไม่เสียจังหวะ ศอกกระแทกปลายคาง ต่อด้วยส้นเท้ากวาดข้อเท้าจนเขาหงายหลังลงไปชนโต๊ะ

    คนที่สามกำลังจะถอย

    อาเรียไม่ปล่อยให้ถอย

    เธอก้าวตามเพียงครึ่งก้าว จับข้อมือ บิด แขนอีกฝ่ายพับไปด้านหลัง ก่อนจะกดหน้าลงกับโต๊ะว่างข้างๆ ดังปังเดียวพอดี

    ทุกอย่างจบในอึดใจเดียว

    เร็วพอที่แก้วพลาสติกบนโต๊ะยังเพิ่งกลิ้งต่อจากแรงกระแทกเมื่อครู่ เร็วพอที่มิวอ้าปากค้างแล้วลืมหายใจต่อ เร็วพอที่มิร่ายังยืนค้างในท่าเตรียมจะดุซัน แต่ศัตรูที่เหลือไม่มีใครยืนอยู่แล้ว

    อาเรียโยนกระเป๋าสีครีมให้ซันโดยไม่มองด้วยซ้ำ

    ซันรับไว้ได้ แต่ปลายนิ้วที่เพิ่งใช้เวทยังชาอยู่

    ความชานั้นไต่ขึ้นมาตามข้อมือ ผ่านข้อศอก แล้วเปลี่ยนเป็๲ความร้อนคมๆ ที่บาดเข้ากลางอก เขากะพริบตาหนึ่งครั้ง พยายามบังคับลมหายใจให้กลับไปเป็๲จังหวะเดิม แต่ร่างกายไม่ยอมฟัง

    "พี่ชายเป็๞อะไรหรือเปล่า..." มิร่าถาม

    เสียงเธอไม่หวานหรือความยั่วยวนแต่อย่างใด

    มันสั้น เบา และขาดจากบทตัวป่วนจนมิวหันมามองทันที

    "ไม่เป็๲ไรครับ แค่..."

    "พี่ใช้เวทมนตร์งั้นเหรอ!"

    ซันเงียบไปครึ่งจังหวะ

    "...อืม"

    สีหน้าของมิร่าเปลี่ยนไปทันที

    ความตื่นตระหนกขึ้นมาก่อน เร็วและจริงเสียจนไม่มีใครบนโต๊ะสงสัยว่ามันเป็๞การแสดง แต่ในพริบตาถัดมา เธอก็เผยรอยยิ้มบางอย่างที่เร็วเกินกว่าจะให้ใครจับได้ถนัด รอยยิ้มของคนที่ตัดสินใจแล้วว่าจะทำสิ่งที่คนอื่นไม่มีทางเข้าใจ

    เธอยื่นมือไปแตะปากซัน

    อาเรียขยับทันที

    "มิร่า"

    "พี่ชาย กัดมือหนูซะ"

    "ไม่..." ซันพยายามถอย "ผมจะ—"

    "หยุดดื้อเดี๋ยวนี้นะ!"

    เสียงนั้นทำให้ทุกอย่างมีแต่ความเงียบ

    ไม่ใช่เสียงเด็กอ้อน ไม่ใช่เสียงคนแกล้งป่วน ไม่ใช่เสียงน้องสาวที่เรียกคะแนนสงสาร มันเป็๞เสียงของคนที่รู้ว่าถ้าปล่อยให้เขาดื้ออีกหนึ่งวินาที อะไรบางอย่างอาจพังลงตรงหน้า

    มิร่าก้มลงกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูเขา

    ซันนิ่งไป

    ท่าทีที่แข็งขืนหายไปเหมือนถูกปลดกลอน เขาหลับตาลงช้าๆ แล้วจับข้อมือมิร่าไว้ ก่อนจะยอมทำตาม

    คำว่า 'กัด' ทำให้ภาพนั้นฟังรุนแรงกว่าความจริงมาก ปากของซันแตะลงบนฝ่ามือเธอมากกว่า เขาไม่ได้ฝังฟัน ไม่ได้ทำให้เ๧ื๪๨ออก มันคล้ายการกดบางอย่างไว้ด้วยริมฝีปากและลมหายใจมากกว่า แต่ถึงอย่างนั้น ภาพตรงหน้าก็ยังน่าอึดอัดจนมิวไม่รู้ว่าควรมองไปทางไหน

    อาเรียยืนค้างอยู่กับที่

    มือของเธอกำแน่นขึ้นครึ่งหนึ่ง เหมือนกำลังจะดึงมิร่าออกจากซัน

    แต่แล้วลมหายใจของซันก็ผ่อนลง

    ความเจ็บในหน้าเขาค่อยๆ คลาย สีหน้าที่ซีดเกินปกติกลับมามีเ๧ื๪๨นิดหนึ่ง ร่างที่เกร็งเหมือนกำลังฝืนไม่ให้ตัวเองแตกออกจากข้างในค่อยๆ อ่อนลง

    มิวกลืนน้ำลาย

    เธอ๱ั๣๵ั๱ได้ชัดมาก

    เวทในตัวซันที่เมื่อครู่เหมือนเส้นลวดขึงตึงจนใกล้ขาด กำลังผ่อนลงเพราะมือของมิร่าและคำพูดของมิร่า

    เพราะมิร่า

    ซันถอนลมหายใจออกยาว ก่อนร่างจะเอียงลงอย่างหมดแรง

    อาเรียรับเขาไว้ทัน

    "ยัยปีศาจ" มิร่าพูด เสียงยังแข็งอยู่ "พาพี่ชายไปที่รถเดี๋ยวนี้"

    อาเรียมองเธอ

    ในสายตานั้นมีคำถามมากเกินไป มีความโกรธมากเกินไป และมีบางอย่างที่เจ็บจนยังไม่มีชื่อ

    "เร็วสิ!"

    "ถึงไม่บอกฉันก็จะทำอยู่แล้วน่า"

    อาเรียพูดเสียงต่ำ แล้วอุ้มซันขึ้นอย่างระวังเกินกว่าความโกรธที่อยู่ในตาเธอ

    มิวรีบคว้ากระเป๋าสีครีมกับแท็บเล็ตบนโต๊ะตามไป

    "นี่ฉันควรโทรตำรวจ โทรหมอ หรือโทรคนมาอธิบายชีวิตคู่พวกเธอก่อนดี"

    "เดินตามมาก่อนค่ะ คนปกติ" มิร่าตัดบท

    "ฉันเกลียดที่ตอนนี้ประโยคนั้นฟังมีเหตุผล"

    พวกเขาย้ายซันมาถึงรถตู้โดยแทบไม่มีใครพูดอะไรเพิ่ม

    อาเรียวางเขาลงบนเบาะหลัง ซันเหมือนหมดสติไปแล้ว แต่พอประตูปิด เขากลับลืมตาขึ้นครึ่งหนึ่ง มือยังจับสายกระเป๋าสีครีมไว้ไม่ยอมปล่อย

    "ขออุปกรณ์อ่าน..." เขาพูดเสียงแหบ

    "ไม่" อาเรียตอบทันที

    "ซัน นายเพิ่งสลบไปนะ" มิวเสริม "คนปกติหลังสลบไม่ขอทำงานต่อ"

    "ผมยังไม่สลบครับ"

    "นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ช่วยนายเลย"

    ซันพยายามยันตัวขึ้น มิร่ากดไหล่เขากลับลงด้วยมือเดียว

    "พี่ชาย..."

    "มิร่า ขอแค่ดูเส้นทางต่ออีกนิดเดียว"

    เขายื่นมือไปลูบหัวของมิร่าอย่างฝืนๆ ทำให้มิร่าเองก็จนใจ

    "พี่ชาย... ถ้าไม่ไหวเมื่อไรต้องหยุดทันทีนะ"

    ซันหลับตาเหมือนกำลังข่มคลื่นเจ็บที่ย้อนขึ้นมาอีกครั้ง แต่มือของเขายังขยับไม่หยุด

    "คนพวกนั้นแปลกครับ มีหูฟังทุกคน เคลื่อนตัวเป็๞กลุ่มมีแบบแผน ไม่ได้เข้ามาแบบคนมีเ๹ื่๪๫ส่วนตัว ไม่มีใครด่า ไม่มีใครถาม"

    อาเรียยืนอยู่ข้างประตูรถ เธอยังคงกวาดสายตาออกไปข้างนอกเพื่อเฝ้าระวังอันตรายที่อาจจะมาแบบไม่ทันตั้งตัว

    "รับงานมา"

    "น่าจะใช่" ซันพยักหน้าเล็กน้อย "และพวกเขาเลือกจังหวะที่เธอไม่อยู่"

    "เพราะรู้ว่าถ้าฉันอยู่ พวกนั้นไม่มีโอกาส"

    ซันหลับตาพักชั่วครู่เพื่อให้คอมพิวเตอร์ประเมินผลของทิศทาง

    "ใช่ครับ" ซันลืมตาขึ้นมองอาเรีย "แปลว่าพวกเขารู้เ๹ื่๪๫เธอพอสมควร หรืออย่างน้อยก็สืบประวัติกลุ่มเราแล้ว"

    มิวหน้าเสียลง

    "เดี๋ยวนะ แล้วเป้าหมายคือใคร"

    "..."

    มิร่ามองเขาแวบหนึ่ง

    ซันชะงัก แต่ก็พูดต่อ

    "ถ้าเป้าหมายคือมิร่า พวกนั้นจะไม่รอให้อาเรียแยกออกไป เพราะมิร่ามีจังหวะที่อยู่คนเดียวเยอะแยะ มิวเองก็ไม่มีชื่อเสียงพอให้คนรับงานเสี่ยงในที่สาธารณะ"

    "ขอบใจที่ยืนยันว่าฉันไม่มีชื่อเสียงด้วยน้ำเสียงเป็๲วิชาการมาก"

    "ส่วนผมทำตัวไม่เด่นมาตลอด เป็๞แค่เด็กเนิร์ดธรรมดาที่ไม่มีพิษภัย" ซันพูด เหมือนไม่ได้ยินมิว "ดังนั้นสิ่งที่ดึงพวกนั้นมาได้มากที่สุดคือคดีนี้ อุปกรณ์ชิ้นนี้ หรือเส้นทางที่เรากำลังตาม"

    เขาก้มมองเป้าหมายอุปกรณ์ถัดไปที่ปรากฏที่หน้าจอ

    "ที่น่าปวดหัวคือผมระวังแล้ว ไม่แตะระบบหลักนาน ไม่ทิ้งร่องรอยเวท ไม่ให้ข้อมูลหลุดผ่านช่องปกติ ถ้าพวกนั้นรู้เร็วขนาดนี้ แปลว่าอาจจะมีระบบเฝ้าเส้นทางของอุปกรณ์อยู่ หรือไม่เครือข่ายของพวกมันก็สุดยอดมาก"

    "งั้นก็ยิ่งควรส่งเ๱ื่๵๹ให้ตำรวจ หรือไม่ก็ลุงนาก" มิวพูด "นี่มันเกินระดับนักศึกษาช่วยคดีน่าอายแล้วนะ"

    ซันเงียบ

    สายตาเขาเลื่อนไปหามิร่าเพียงเสี้ยวหนึ่ง

    เสี้ยวเดียว แต่ทั้งอาเรียและมิวเห็น

    "ไม่ได้ครับ" ซันตอบ

    "เพราะอะไร" อาเรียถาม

    ซันไม่ตอบทันที

    และนั่นก็เป็๞คำตอบแบบหนึ่ง

    มิร่าก้มหน้า รอยยิ้มป่วนๆ ของเธอหายไปหมดแล้ว

    "พี่ชาย...กลับไปพักเถอะ"

    "ไม่ได้" ซันพยายามดันตัวขึ้นอีกครั้ง "ถ้าพวกนั้นรู้ว่าเรากำลังตามสืบอยู่ มันไม่จบแค่ครั้งนี้แน่ ถ้าเราช้า เขาจะตัดเส้นทางหรือย้ายแกนกลาง ผมต้องกำหนดปลายทางถัดไปจากคลื่นของเธอก่อน"

    "ซัน" อาเรียพูดเสียงต่ำ "พอแล้ว"

    "อีกนิดเดียวครับ"

    "พี่ชาย"

    มิร่าจับคางเขา บังคับให้หันมามองเธอ

    คราวนี้เสียงเธอไม่สั่น มีแต่ความเด็ดขาดที่ไม่ให้ต่อรอง

    "กลับไปพักเดี๋ยวนี้ นี่คือคำสั่ง"

    อากาศในรถตึงขึ้นแบบที่ไม่มีใครขยับ

    ซันนิ่งงันไป ความเกร็งในไหล่เขาค่อยๆ คลายลงอย่างผิดธรรมชาติ ลมหายใจที่ติดขัดเริ่มกลับมาเป็๲จังหวะสั้นๆ แต่สม่ำเสมอขึ้น ดวงตาที่กำลังดื้อเหมือนจะฝืนทุกอย่างอ่อนลง

    มิวขนลุก

    ไม่เห็นวงคาถา ไม่เห็นอะไรเลย

    แต่เธอรู้สึกได้ชัดว่าอะไรบางอย่างในตัวซันยอมถอยเพราะประโยคของมิร่า

    อาเรียเองก็เห็น

    ซันหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนพูดเสียงเบา

    "อาเรีย มิว...ช่วยตามหาของชิ้นถัดไปทีนะครับ ผมจะส่งข้อมูลไว้ให้ในเครื่อง"

    "นายจะทำอะไร"

    "ผมจะกลับไปพัก"

    เขาพูดเหมือนเป็๞คำตอบที่ดี

    แต่ท้ายประโยค ลมหายใจเขาขาดไปอีกครั้ง ร่างเอนลงกับเบาะอย่างหมดแรง

    มิร่ารับเขาไว้ก่อนศีรษะจะกระแทกข้างรถ

    "เ๱ื่๵๹ของพี่ชายหนูจะดูแลเอง"

    "หา ทำไมต้องเป็๞เธอล่ะ" มิวหลุดถาม

    มิร่าหันไปมองเธอ

    คราวนี้สายตานั้นไม่ใช่สายตาของเด็กป่วน

    "คิดว่ามีใครในนี้เข้าใจอาการของพี่ชายเท่าหนูไหมล่ะ"

    มิวเงียบ แต่อาเรียไม่เงียบ

    "เกิดอะไรขึ้นกับซันกันแน่"

    มิร่ามองอาเรียอยู่นานกว่าปกติ

    เหมือนกำลังชั่งว่าจะตอบให้เจ็บแค่ไหน

    สุดท้ายเธอเลือกคำที่ไม่เฉลยอะไรเลย แต่ทำให้ทุกอย่างแย่ลงพอดี

    "ถ้าพี่ชายไม่คิดจะบอก หนูก็จะไม่บอก"

    อาเรียก้าวขึ้นรถครึ่งก้าว

    มิร่าก้าวขวางไว้

    ร่างเธอเล็กกว่าอาเรียเกือบหัว แต่ในวินาทีนั้นกลับไม่ให้ความรู้สึกว่าเล็กเลย

    "ลงไปค่ะ ยัยปีศาจ"

    "มิร่า"

    "หนูบอกให้ลงไป"

    มิวมองสองคนสลับกัน

    "เดี๋ยวๆ อย่างน้อยให้ฉัน—"

    "คนปกติลงไปด้วยค่ะ"

    "ทำไมฉันโดนด้วย!"

    มิร่าผลักทั้งสองออกจากรถตู้อย่างทุลักทุเล ไม่ได้สง่างามเลยสักนิด อาเรียไม่ล้มเพราะตั้งหลักทัน แต่มิวเกือบสะดุดขอบประตูจนต้องจับแขนอาเรียไว้

    ประตูรถปิดลง

    มิร่าย้ายไปที่เบาะคนขับ สตาร์ตรถด้วยท่าทางที่ทำให้มิวมั่นใจทันทีว่าเธอไม่อยากรู้เลยว่ามิร่าหัดขับจากที่ไหน

    "มิร่า!" อาเรียเรียก

    กระจกฝั่งคนขับลดลงครึ่งหนึ่ง

    มิร่ามองเธอผ่านช่องกระจก

    "ของชิ้นถัดไป ฝากด้วยนะคะ ยัยปีศาจ"

    "เธอคิดว่าฉันจะปล่อยให้เธอพาซันไปง่ายๆ เหรอ"

    "ไม่ง่ายค่ะ" มิร่าตอบ "แต่พี่ชายฝากงานไว้กับเธอแล้ว"

    อาเรียนิ่ง

    คำพูดนั้นแทงตรงจุดเกินไป

    ซันฝากงานไว้กับเธอ

    แต่ตัวซันอยู่ในรถกับมิร่า

    มิร่าปิดกระจก แล้วรถตู้ก็เคลื่อนออกจากลานจอด

    มิวมองตามท้ายรถไปจนไฟท้ายเลี้ยวลับมุม

    "มันมีอะไรแปลกๆ" เธอพูดเบาๆ "แปลกแบบ...ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรเริ่มสงสัยจากตรงไหน"

    อาเรียยังมองทางที่รถหายไป

    ใบหน้าเธอนิ่งเกินไป

    นิ่งแบบคนที่กำลังบังคับตัวเองไม่ให้วิ่งตาม

    "เราทำตามที่ซันบอกก่อน" เธอพูด

    "อาเรีย"

    "ของชิ้นถัดไป" อาเรียตัดบท เสียงเรียบจนเย็น "เราจะหามันก่อน"

    มิวมองเพื่อนสนิทของตัวเอง แล้วไม่พูดต่อ

    เพราะเธอรู้ว่าอาเรียไม่ได้ไม่ปวดใจ หากเป็๲เ๱ื่๵๹ซันแล้วเธอก็ไม่ใช่ผู้แข็งแกร่งไร้เทียบทาน

    โชคดีที่ยังไม่ถึงชั่วโมงเร่งด่วนของเมือง มิร่าจึงพารถตู้ออกจากลานจอดได้โดยไม่ต้องเล่นบทนักขับหนีตายมากเกินไป

    ถึงเธอจะหน้าอ่อนกว่าวัยจนดูเหมือนนักศึกษาปีหนึ่ง แต่ความจริงแล้วเธอมีใบขับขี่ตามกฎหมายครบถ้วน เ๱ื่๵๹นี้น่าจะทำให้คนอื่นสบายใจได้ หากท่าทางตอนจับพวงมาลัยของเธอไม่ร่าเริงเกินไปนิด

    ท้ายรถมีซันนอนนิ่งอยู่ เงียบสนิทพอให้คนภายนอกเชื่อว่าเขาหมดสติจริงๆ มิร่าต้องตั้งสมาธิกับถนน จึงทำได้แค่เหลือบมองเขาผ่านกระจกมองหลังเป็๞ระยะ

    แต่รอยยิ้มของเธอไม่จางลงเลย

    เมื่อถึงคอนโด มิร่าจอดรถอย่างชำนาญ แล้วหันไปทางเบาะหลัง

    "พี่ชาย เลิกแกล้งหลับได้แล้วค่ะ ถึงแล้ว"

    ดวงตาของซันลืมขึ้นทันที

    เขาไม่พูดอะไร เพียงเดินลงจากรถมาอย่างเรียบร้อย ในขณะที่มิร่ายิ้มร่าเหมือนเดิม

    ไม่ต้องช่วยพยุงอะไรทั้งนั้น ชายหนุ่มสามารถลุกขึ้นยืนได้อย่างสง่างามเกินคนป่วยไปมาก เขายิ้มบางๆ แล้วมองมิร่าด้วยสายตาที่อ่อนลงจนน่าสงสัย

    "เก่งมากค่ะ พี่ชาย..." มิร่าพูด

    มิร่ายิ้มอย่างเบิกบาน ราวกับท่าทีจริงจังเมื่อครู่เป็๞แค่ฉากหนึ่งที่เธอพับเก็บได้ทันที

    เธอควงแขนซันอย่างเปี่ยมสุข รอยยิ้มซุกซนกลับมาอยู่บนใบหน้าอีกครั้ง

    "ดีเนอะที่ทุกอย่างเป็๞ไปตามแผน ฮิๆ"

    เธอเขย่งตัวขึ้นเล็กน้อย

    "พี่ชาย ก้มมารับรางวัลหน่อยสิคะ"

    ซันก้มลงตามคำขอ

    มิร่าจูบแก้มเขาเบาๆ

    "เอาล่ะ พี่ชายเองก็ต้องให้รางวัลหนูเหมือนกัน ไปที่ห้องกันเถอะค่ะ"

    แล้วทั้งคู่ก็เดินเข้าคอนโดไปพร้อมกัน ทิ้งความวุ่นวายทั้งหมดไว้ข้างหลัง พร้อมรอยยิ้มของมิร่าที่ดูไม่บริสุทธิ์เกินกว่าจะไว้ใจได้