ติ๊ด~!
ภาพโฮโลแกรมแสดงบนเครื่องสแกน เป็นภาพมอนสเตอร์ดอกไม้ใหญ่ยักษ์มีจุดสีแดงบ่งบอกถึงจุดอ่อนของมัน แอนเดอร์สันที่ทราบถึงจุดอ่อนแล้วจึงหันมองทุกๆคนก่อนจะออกคำสั่งอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้มีใครตาย ภารกิจครั้งนี้ของทหารคือช่วยพลเรือนให้ได้ เขาจึงไม่ต้องทุ่มกำลังฆ่ามอนสเตอร์ตรงหน้า การโจมตีเป็นเพียงแค่การหลอกล่อเท่านั้น
ทหารที่ได้รับคำสั่งแยกออกเป็นสองกลุ่มอย่างชัดเจน แอชเชอร์ที่ยังคงอยู่บนหลังคารถเช่นเดิมมองจ้องทหารที่กำลังเคลื่อนตัวห่างออกจากกันหลังจากแบ่งกลุ่ม
ทหารกลุ่มแรกพุ่งตัวไปรอบๆตึกที่ถูกคลุมเอาไว้ด้วยร่างของมอนสเตอร์ดอกไม้ยักษ์ ส่วนกลุ่มที่สองพุ่งตัวเข้าไปในตึกเพื่อช่วยเหลือพลเรือนออกมา ทันทีที่ทหารทั้งสองกลุ่มเคลื่อนไหวดอกไม้ยักษ์ก็เริ่มกรีดร้องแล้วตวัดรากและเถาวัลย์ของมันออกไปรอบๆเพื่อทำลายทุกๆอย่าง
“เริ่มโจมตีได้”
ตู้ม~!
สิ้นเสียงของแอนเดอร์สันระเบิดมือถูกโยนไปยังบริเวณกลีบดอกจนส่งเสียงระเบิดสั่นสะเทือนไปทั่ว ทันทีที่ทหารกลุ่มแรกลงมือจัดการกับรากและเถาวัลย์ทหารกลุ่มที่สองที่เข้าไปในตึกต่างทุบทำลายกำแพงไปจนถึงห้องที่พลเรือนหลบซ่อน พวกเขาจำเป็นต้องเปิดทางให้กว้างที่สุดเพื่อให้พลเรือนเคลื่อนตัวออกจากตึกแห่งนี้ขึ้นไปยังรถหุ้มเกาะให้เร็ว
ทันใดนั้นเองแอชเชอร์กลับเห็นว่ามอนสเตอร์ดอกไม้ไม่ได้สนใจรากและเถาวัลย์ของมันที่ถูกตัดขาดเลยสักนิด ยิ่งทหารตัดรากและเถาวัลย์ทิ้งมันยิ่งงอกออกมามากกว่าเดิม หากทหารไม่สามารถเรียกร้องความสนใจได้แล้วล่ะก็พลเรือนจะถูกฆ่าแน่นอน แอชเชอร์จึงหันมองไปยังแอนเดอร์สันผู้ที่น่าจะทำให้มอนสเตอร์หันมองได้ ตอนนี้เขากำลังยืนนิ่งเหมือนต้องการจะทำอะไรบางอย่าง
“ย๊าก~!”
เสียงกรีดร้องรีดเค้นพลังดังออกมาจากแอนเดอร์สัน ก่อนจะมีออร่าสีแดงระเบิดออกมาจากร่าง แอชเชอร์ที่มองจ้องเกิดความตกใจไม่น้อย สิ่งๆนี้ที่แอนเนอร์สันปลดปล่อยออกมาเป็นวิธีการบูสพลังของชุดเกราะเพื่อเร่งการทำงานให้สูงมากยิ่งขึ้น ทั้งความเร็วและพลังโจมตีจะเพิ่มสูงขึ้น ตามแต่ละประเภทของชุดเกราะ
แต่ชุดเกราะที่แอชเชอร์หมายถึงคือชุดเกราะนาโนสูท ที่ในอนาคตจะถูกสร้างออกมา 3 สายได้แก่ นาโนสูทสายโจมตี นาโนสูทสายป้องกัน นาโนสูทรูปแบบสายความเร็ว หากผู้ใช้งานเปิดใช้การบูสที่มีหลักการทำงานเหมือนมานาบูสเพียงแต่ปลอดภัยกว่า ชุดเกราะจะถูกเร่งการทำงานให้สูงขึ้นตามแต่ละสาย
ตู้ม~!
พลังโจมตีคือการบูสที่แอนเดอร์สันเรียกใช้ เพียงตวับดาบใหญ่ออกไปด้านหน้าของเขาห่างไป 30 เมตรล้วนเต็มไปด้วยรอยฟันจากสกิล ทุกๆอย่างไม่ว่าจะเป็นราก เถาวัลย์หรือใบที่ใช้โจมตีล้วนแล้วถูกตัดทิ้งทั้งหมด ทว่ามันกลับงอกกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ถึงอย่างนั้นการโจมตีของแอนเดอร์สันกลับไม่ได้ไร้ประโยชน์ ด้วยการซัดสกิลหลังจากบูสชุดเกราะเขาสามารถดึงความสนใจมอนสเตอร์ให้มองจ้องมาทางเขาได้
“แอชเชอร์ ฉันต้องการการสนับสนุน”
เสียงร้องดังมากจากระยะไกลทำให้แอชเชอร์ขึ้นสายยิงธนูออกไปอีกครั้งหนึ่ง หลังจากมีการโจมตีมากมายของดอกไม้ยักษ์พุ่งเข้าหาแอนเดอร์สัน แม้จะสามารถสร้างการโจมตีที่รุนแรงได้ก็ตาม อีกฝ่ายกลับเป็นมอนสเตอร์ 8 ดาว จำเป็นต้องให้ระดับ S ร่วมมือ
พิ้ว~!
ลูกธนู 7 ดาวพุ่งแหวกกิ่งไม้และเถาวัลย์พร้อมกับแช่แข็งพวกมันจนร่วงตกลงไปแตกบนพื้นดิน หลังจากที่แอชเชอร์ยิงธนูสนับสนุนแอนเดอร์สันด้วยการทำลายเถาวัลย์รอบๆตัวแอนเดอร์สัน การโจมตีของทั้งสองก็เริ่มดุดันมากยิ่งขึ้นหลังจากเห็นพลเรือนวิ่งออกมาแล้ว
ลูกธนูในมือของแอชเชอร์เปิดใช้งานสกิลยิงต่อเนื่องร่วมกับอีก 2 สกิลได้แก่ศรห้าแฉกและสกิลลำแสงอาวุธ ทำให้การยิงธนู 3 ครั้งติดกันของแอชเชอร์ ปรากฎลูกธนูพุ่งออกไป 3 ระลอกด้วยกัน ระลอกแรกมีธนู 5 ดอกพวกมันล้วนเต็มไปด้วยไอเย็นมุ่งสู่งบริเวณกลีบดอก ระลอกที่สองพุ่งไปช่วงกลางลำตัวที่เปิดโล่งเอาไว้ ระลอกที่สามพุ่งเข้าไปยังจุดที่แอนเดอร์สันกำลังโจมตี ด้วยการยิงของแอชเชอร์นี้เองทำเอาพื้นที่รอบๆที่เขายิงมีน้ำแข็งปกคลุม
แต่แล้วมอนสเตอร์กลับไม่สนใจพวกเขาทั้งสองคนที่เป็นระดับ S มันเลือกที่จะหันมองไปยังกลุ่มพลเรือนที่กำลังวิ่งออกมาจากตึก แอชเชอร์ที่เห็นท่าไม่ดีจึงเปลี่ยนอาวุธด้วยการโยนธนูไปไว้บนหลังรถคันที่เขาจะขี่กลับไปพลางดึงดาบและมีดออกมาจากชุดเกราะพุ่งเข้าหาตำแหน่งต้นตอของรากและเถาวัลย์ที่กำลังจะโจมตีพลเรือน หากมีคนตายเกิดขึ้นภารกิจของเขาจะต้องมีแต้มที่น้อยลง แอชเชอร์จึงเปิดใช้งานปรมาจารย์มีดและปรมาจารย์ดาบ ก่อนจะตัดทุกๆสิ่งอย่างที่พุ่งไปหาชาวเมือง
“หัวหน้า ด้านบน~!”
เสียงร้องเรียกดังมาแต่ไกลทำให้แอนเดอร์สันที่กำลังโจมตีรากของต้นไม้พยายามเข้าไปให้ถึงจุดอ่อนเพื่อล่อให้มันสนใจตน เขาได้มองจ้องไปด้านบนตามเสียงแล้วสบตากับบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ใจกลางกลีบดอก ขนทั่วร่างของแอนเดอร์สันถึงขั้นลุกชันเพราะตอนนี้ใจกลางกลีบดอกกำลังมีพลังงานมหาศาลถูกรวบรวมเอาไว้ หากปล่อยให้มันรวบรวมได้สำเร็จจะต้องมีคนตายมากมายแน่นอน
“บูส”
เสียงพูดสั้นๆกระชับได้ใจความเปิดใช้งานฟังก์ชันบูสพลังของชุดเกราะอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้มันกลับเป็นการบูสพลังงานที่มากกว่าก่อนหน้าจนพลังของชุดเกราะตกฮวบลงไปอย่างรวดเร็ว ทันทีที่มานาพวยพุ่งไปทั่วร่างวิ่งอาบไปทั่วดาบ แอนเดอร์สันไม่รอช้ากระโดดขึ้นไปยังตำแหน่งกลีบดอกด้วยไอพ่นชุดเกราะก่อนจะออกแรงฟันเต็มกำลังเพื่อขัดขวางไม่ให้มอนสเตอร์รวบรวมพลังงานได้
ตู้ม~!
แอชเชอร์หันมองบริเวณกลีบดอกพบเข้ากับการระเบิดขนาดใหญ่ ถึงอย่างนั้นมันกลับไม่สามารถหยุดการรวบรวมพลังของกลีบดอกได้
เขาจึงขอเปลี่ยนตำแหน่งกับหัวหน้า จากนี้ไปเขาจะเป็นคนสร้างความเสียหายดึงดูดความสนใจเอง ทันทีที่หัวหน้าร่อนตัวลงมายังตำแหน่งที่แอชเชอร์ยืนอยู่นี้เอง เขาได้ตวัดสกิลออกไปด้านหน้าจนทำให้เกิดการโจมตีซ้อนทับกันหลายครั้งตัดทำลายเถาวัลย์จำนวนมากที่กำลังพุ่งมา ทันทีที่เขาเปิดทางสำเร็จแอชเชอร์ไม่รอช้าวิ่งไปยังรถหุ้มเกราะคันที่เขานั่งก่อนจะดึงเอาขวานขนาดใหญ่ติดตัวไปด้วยหลังจากเก็บดาบและมีดลงไป
“ลำแสงอาวุธ”
แสงสีฟ้าพุ่งอาบไปทั่วขวานในมือของแอชเชอร์จนปลดปล่อยไอเย็นออกมา กระทั่งสกิลเตรียมการเสร็จแอชเชอร์ไม่รอช้าฟันขวานไปด้านหน้าเต็มกำลัง ภายใต้คมของขวานที่พุ่งออกไปนั้นต่างสร้างความตะลึงงันให้กับทุกๆคนที่จ้องมองเพราะมันได้ตัดทำลายเถาวัลย์ที่อยู่รอบๆด้วยการส่งแรงกระแทกไปเท่านั้น
เพล้ง~!
“วิ่ง วิ่งเร็วเข้า~!”
แอนเดอร์สันกลับมาเป็นตัวเสริมแทนแอชเชอร์ หน้าที่ของเขาในตอนนี้คือออกคำสั่งพลางทำลายเถาวัลย์เปิดทางให้พลเรือนวิ่งขึ้นรถได้อย่างสะดวก ทันทีที่เขาออกคำสั่งไปนี้เองแอชเชอร์ที่ได้วิ่งเข้าไปในดงเถาวัลย์ก็ได้หายลับไปกับตา ไม่สามารถมองเห็นตัวได้ มีเพียงแค่เสียงการโจมตีและการระเบิดของน้ำแข็งคอยระบุจุดให้เห็น
“ทริปเปิ้ลสแลช”
ตู้มตู้มตู้ม~!
ขวานภายในมือสับลงไปบนหนึ่งในรากก่อนจะกระจายสะเก็ดน้ำแข็งออกไปรอบๆทำลายเป็นวงกว้าง หลังจากที่แอชเชอร์สับขวานไป 3 ครั้งติดกันเขาได้มองหาวิธีการทำให้มันสนใจ แต่ไม่มีวิธีไหนดีกว่าใช้กำลังโจมตีจุดเดิมซ้ำเพื่อสร้างความเสียหาย แอชเชอร์จึงได้วิ่งไปยังอีกฝั่งของต้นไม้แล้วโจมตีด้วยสกิลทั้งหมดเท่าที่มี จนทำให้เกิดเสียงระเบิดของน้ำแข็งอย่างถี่รัว
“เยี่ยม ”
แอชเชอร์ฉีกยิ้มกว้าง พลังของชุดเกราะมาร์คเอทที่ได้รับผลจากสถานะทั้ง 3 ด้านไป 50 % ทำให้การโจมตีของเขารุนแรงกว่าชุดเกราะมาร์คเอททั่วๆไป หลังจากวิ่งมาจนถึงอีกฝั่งเขาต่างฉีกยิ้มดีใจเพราะสามารถทำให้มอนสเตอร์สนใจได้แล้ว แต่เขากลับวิตกเพราะกลีบดอกขนาดใหญ่ของมันที่กำลังรวบรวมหันมองมายังตำแหน่งเขาเช่นเดียวกัน หากมันโจมตีเขาคิดว่าพลังของไม่เกินกว่าการระเบิดยานของคอนโทรลเลอร์แน่นอน
เมื่อนึกได้ว่ามีวิธีการทำให้มอนสเตอร์หยุดรวบรวมพลังคือการโจมตีก้านใต้กลีบดอก แอชเชอร์จึงกวาดตามองรอบๆก่อนจะกระโดดเหยียบเถาวัลย์ส่งตัวเองขึ้นไป เขาตัดไอพ่นของชุดเกราะออกเพราะต้องการความเร็วในการเคลื่อนไหว ถึงอย่างนั้นเขากลับมีสกิลช่วยเสริมทำให้การปีนป่ายและการกระโดดรวดเร็วมาก กระทั่งร่างของเขามาถึงบริเวณใต้กลีบดอกขนาดใหญ่ยักษ์ แอชเชอร์ได้รวบรวมพลังไปยังขวานทันที ต่อให้ตอนนี้รอบๆตัวของเขาจะมีเถาวัลย์มากมายพุ่งเข้ามาโจมตี แอชเชอร์กลับไม่สน เพราะเพียงแค่เขาสับขวานให้โดนอะไรสักอย่าง สิ่งที่ลอบโจมตีร่างของเขาจะถูกทำลายและถูกผลักออกไป
“ย๊าก”
แสงสีฟ้าปรากฎบนท้องฟ้าผสมปนเปกับแสงสีแดงจากพลังที่มอนสเตอร์กำลังรวบรวมเข้าไปในกลีบดอก ทันทีที่แสงสกิลของแอชเชอร์ดึงดูดความสนใจทุกๆคนไป เขาได้ทำการสับขวานไปยังก้านใต้กลีบดอกด้วยความเร็วไว้ ด้วยสกิลทั้งหมดเท่าที่มี
เพล้ง~!
การโจมตีแรกเป็นของสกิลลำแสงอาวุธที่พุ่งสับไปยังก้าน ทำให้เกิดสะเก็ดน้ำแข็งแตกกระจายออกไปรอบๆทำลายเถาวัลย์ต่างๆที่พุ่งเข้าโจมตี แอชเชอร์กลับไม่ได้ยกเลิกสกิลลำแสงอาวุธออกไปในทันทีเขายังคงสกิลเอาไว้เพื่อให้การโจมตีต่อๆไปรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม ทันทีที่การโจมตีแรกจบลงการโจมตีที่สองก็โหมกระหน่ำโจมตีเข้าไปด้วยสกิลโจมตีต่อเนื่อง ตามด้วยสกิลดับเบิ้ลสแลชและทริปเปิ้ลสแลช จนทำให้บริเวณก้านใต้กลีบดอกเกิดแผลลึกพร้อมกับมีน้ำแข็งเกาะเต็มไปหมด แอชเชอร์ที่เห็นว่าแสงใจกลางกลีบดอกกำลังหม่นแสงลงเขาจึงพลิกตัวกลางอากาศใช้มือจับไปยังเถาวัลย์หนึ่งที่พุ่งเข้ามาโจมตีแล้วใช้แรงแขนที่มีเหวี่ยงตัวเองลงไปบนพื้นดิน เพื่อไม่ให้ชุดเกราะได้รับความเสียหายจากการตกแอชเชอร์ได้เหยียบอากาศก่อนจะถึงพื้นดิน ทำให้แรงทุกๆอย่างที่มาจากการตกหายไป
“แอชเชอร์ พลเรือนถูกช่วยออกมาทั้งหมดแล้ว เรากำลังจะออกไปแล้ว~!”
“หัวหน้า ไม่ทัน ส่งธนูมาแล้วเราจะแยกย้ายกันหนี”
แอชเชอร์ตะโกนตอบกลับ การหนีของเขาตอนนี้ไม่มีทางไปถึงจุดที่รถกำลังเคลื่อนตัวออกไปอย่างแน่นอน หลังจากช่วยพลเรือนออกมาได้สำเร็จ หากเขาวิ่งไปมอนสเตอร์ตัวนี้จะต้องหันเหความสนใจไปยังการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มใหญ่ ตอนนี้มันสนใจเขาแอชเชอร์จึงหยากจะล่อเอาไว้ให้ได้นานที่สุดจนกว่าขบวนรถจะวิ่งออกจากระยะการโจมตีของมัน
“งั้นรับ~!”
ธนูขนาดใหญ่โยนมายังฝั่งที่แอชเชอร์ยืนอยู่ ส่วนลูกธนูเขาไม่ต้องการเนื่องจากว่าชุดเกราะของเขานั้นมีลูกธนูบรรจุแยกต่างหาก
“ไปไปไป ร้อยตรีแอชเชอร์จะดึงความสนใจให้เรา”
จากเดิมแอนเดอร์สันจะรับหน้าที่เปิดทางด้านหน้า เขากลับมาด้านหลังเพื่อป้องกันรากและเถาวัลย์ที่กำลังพุ่งตามไปโจมตี แม้ดอกไม้ยักษ์จะไม่ได้สนใจพวกเขา รากและเถาวัลย์กลับโจมตีไปตามสัญชาตญาณ แอชเชอร์ที่เห็นรถพุ่งออกไปแล้วนั้นเขาได้ทำการสับขวานอีกครั้งจนรอบข้างเต็มไปด้วยเถาวัลย์ที่ถูกแช่แข็ง ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนไปใช้ธนูพยายามเล็งยิงแล้วทิ้งระยะห่างออกไป
พิ้ว~!