ระบบ AI พิชิตแดนเซียน

    บทที่ 44 ลงมือต่อเนื่อง

            บทที่44

            ลงมือต่อเนื่อง

            ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนผู้คนไม่ทันตั้งตัว

            ทันทีที่ศีรษะของกวนเทียนระเบิดแหลกกระจายร่างของมันทรุดฮวบลงแน่นิ่งราวกับท่อนไม้ผุ

            โลหิตสีเข้มสาดกระเซ็นลงพื้นกระเบื้องหินทิ้งกลิ่นคาวคละคลุ้งในอากาศ

            ชั่วขณะนั้น...ทั่วทั้งบริเวณพลันตกอยู่ในความเงียบงันจนสามารถได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของผู้คน

            ดวงตาของหมิงเยว่หลานเบิกกว้างเล็กน้อย

            แม้นางจะสงบนิ่งยากคาดเดาแต่ในแววตายังคงฉายชัดถึงความตกตะลึงที่ซ่อนเร้นไม่มิด

            มือเรียวยาวที่กำลังถือหอกเตรียมเข้าช่วยถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ

            ใบหน้างดงามที่ปกติเยียบเย็นของนางกลับปรากฏรอยสั่นไหวจาง ๆ

            หลี่เฉินหยางยืนตะลึงดวงตาคู่นั้นเบิกโพลง

            แววตาจิ้งจอกที่ปกติเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยยามนี้กลับกลายเป็นแข็งค้าง

            สีหน้าเรียบนิ่งถูกทดแทนด้วยความตกใจอย่างถึงที่สุด

            ริมฝีปากขยับพะงาบ ๆราวกับต้องการจะพูดบางสิ่ง ทว่ากลับไม่มีถ้อยคำใดหลุดรอดออกมาได้แม้แต่คำเดียว

            มือขวาที่เคยประดับด้วยแหวนหยกบีบแน่นจนข้อกระดูกลั่นกรอบแกรบโดยไม่รู้ตัว

            ฝูงชนโดยรอบที่มุงดูเหตุการณ์ก็เช่นกัน

            ผู้ฝึกตนจำนวนมากที่เคยส่งเสียงซุบซิบหรือหัวเราะเยาะเย้ย ต่างพากันเงียบงัน

            สายตาทุกคู่เบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงอย่างถึงขีดสุด

            ร่างของหลายคนยืนนิ่งแข็งทื่อแม้แต่จะหายใจก็ยังทำได้ยากเย็น

            มีบางคนที่มือไม้สั่นระริกโดยไม่รู้ตัวเหงื่อเย็นไหลซึมเต็มแผ่นหลัง

            ในยามนี้...บริเวณโดยรอบแผงขายของเล็กๆ ที่หยุนโม่ตั้งอยู่

            เงียบสงัดไร้สุ้มเสียงราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนชั่วขณะ

            มีเพียงเสียงหยดโลหิตที่ไหลลงกระทบพื้น

            แหมะ...แหมะ... ดังเป็นจังหวะอย่างต่อเนื่อง

            ตอกย้ำความตายของกวนเทียนที่บังเกิดขึ้นเบื้องหน้า

            ผู้คนต่างไม่กล้ากระทั่งจะกลืนน้ำลายแม้แต่จะหันหลังหนี...ยังต้องตรึกตรองให้ดีว่าสมควรหรือไม่

            ผู้คนโดยรอบยังคงตกตะลึงจนพูดไม่ออก

            ผู้ที่ล้มตายลงในยามนี้หาใช่บุคคลธรรมดาไม่

            แต่เป็นถึงหนึ่งในผู้ฝึกตนแนวหน้าของเมืองอวี้หยาง

            กวนเทียน...ผู้นำกลุ่มหมาล่าเนื้อ

            หนึ่งในสองกลุ่มผู้ฝึกตนใหญ่ที่ทรงอำนาจรองลงมาเพียงแค่สองตระกูลใหญ่เท่านั้นในดินแดนแห่งนี้

            บุรุษที่ทุกคนเชื่อว่าก้าวข้ามผู้คนมากมายและเป็นยอดฝีมือในสายตาของผู้คนทั้งเมือง

            กลับถูกสังหารลงอย่างง่ายดาย

            แถมยังเป็นฝีมือของปุถุชนธรรมดา...คนหนึ่ง

            เหตุการณ์ตรงหน้าคล้ายเขย่าความเชื่อทั้งปวงของโลกแห่งการฝึกตน

            ทุกคนยืนแน่นิ่ง

            เงียบงันดุจสุสานไร้ชีวิต

            ไม่มีเสียงไม่มีแม้แต่กระทั่งลมหายใจที่ดังให้ได้ยิน

            บรรยากาศโดยรอบราวกับถูกตรึงอยู่ในขุมนรกอันว่างเปล่า

            หยุนโม่...ที่ยังคงยืนอยู่กลางแรงกดดันทั้งมวล

            เขาสะบัดข้อมือที่ถือปืนพกของตนเองเบาๆ

            เสียงโลหะขยับดัง แกร๊ก... อย่างแผ่วเบาและเฉียบคม

            ปืนสีดำในมือเขาเย็นเยียบทว่าทรงอานุภาพนัก

            ชายหนุ่มยกมุมปากเล็กน้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

            “ตายไปแล้ว”

            ถ้อยคำสั้น ๆ ดังก้องในความเงียบงัน

            คล้ายมีดที่เฉือนความกลัวลงลึกในหัวใจผู้คนโดยรอบเป็นการยืนยันว่าผู้ฝึกตนของเขตหลอมกายาตายด้วยน้ำมือของมนุษย์จริงๆ 

            ทันใดนั้นเอง

            ชายชราหลังค่อมที่ยืนอยู่เบื้องหลังหลี่เฉินหยาง

            ใบหน้าเหี่ยวย่นของมันแปรเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวด้วยโทสะ

            จิตสังหารแผ่ซ่านออกมาอย่างดุร้ายราวกับอสรพิษคลั่ง

            “เดรัจฉาน! ตายซะ!!”

            เสียงคำรามต่ำแฝงแรงโทสะจนสั่นสะเทือนอากาศ

            ปลายไม้เท้ารูปหัวอสรพิษทุบกระแทกพื้นหินดังตึง!

            พื้นแตกร้าวเป็นเส้นสายลมปราณวิญญาณอันหนาแน่นและดุดันพวยพุ่งจากร่างชายชรา

            แผ่ซ่านพลังปะทุรุนแรงจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว

            เงาร่างของมันพุ่งทะยานไปข้างหน้าในพริบตาราวกับหลุดออกจากพันธนาการของพื้นพิภพ

            ฝ่ามือข้างหนึ่งเปล่งแสงหม่นคล้ำรัศมีปราณสีดำซัดทะลวงดั่งเงาอสูร กระแทกใส่ร่างของหยุนโม่ในพริบตาเดียว!

            ปัง!!

            เสียงระเบิดพลังปราณดังสะเทือน

            แรงกระแทกมหาศาลสาดซัดเข้าใส่โล่พลังงานที่ปกป้องร่างของหยุนโม่

            พื้นดินโดยรอบแตกร้าวเป็นใยแมงมุมคลื่นฝุ่นตลบอบอวลพวยพุ่ง

            ทว่า...โล่พลังงานสีน้ำเงินเข้มที่ล้อมรอบร่างของหยุนโม่

            กลับเพียงแค่สั่นสะท้านเล็กน้อย

            ก่อนจะนิ่งสงบกลับคืนสู่สภาพเดิม

            คลื่นพลังที่ทุ่มเทลงไป...หาได้แม้แต่รอยขีดข่วน

            ชายชราขมวดคิ้วแน่นสีหน้าพลันแปรเปลี่ยนเป็นตะลึงงัน

            มือเหี่ยวย่นสั่นระริกเล็กน้อยราวกับไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ตนเห็น

            “นี่มัน...อะไรกันแน่?”

            น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบเบา ๆแต่สะท้อนสะท้านใจตนเอง

            โล่พลังงานเบื้องหน้าหยุนโม่หยุดยั้งการโจมตีเต็มกำลังของผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาขั้นกลาง

            ทั้งที่พลังของเขาใกล้จะก้าวขาไปแตะขอบเขตหลอมกายาขั้นสูงแล้วด้วยซ้ำ

            แต่กลับไร้ผลใด ๆต่อโล่พลังนี้แม้แต่น้อย!

            หลังจากชายชราหลังค่อมหยุดชะงักด้วยความตกตะลึงร่างของมันแข็งค้างไปเพียงชั่วเสี้ยวอึดใจ

            แต่ในสนามรบ...เสี้ยวอึดใจนั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับคนที่พร้อมลงมือเสมอ

            หยุนโม่ไม่ปล่อยโอกาสให้สูญเปล่า

            สายตาใต้หน้ากากเยียบเย็นราวคมกระบี่เสี้ยววินาทีที่อีกฝ่ายชะงัก

            เขาพลันพุ่งตัวออกไปข้างหน้าอย่างเงียบงันราวอัสนีที่ไร้เงา

            ดาบพลังงานในมือขวาเปล่งแสงวาบรังสีสีแดงเข้มฉาบไปทั่วคมดาบ

            ก่อนจะฟันฉับไปยังฝ่ามือของชายชรา!

            ฉัวะ!

            เสียงโลหะพลังงานตัดทะลวงเนื้อหนังดังก้อง

            ปลายดาบพุ่งทะลวงผ่านฝ่ามือเหี่ยวย่นจนเกิดเป็นรูขนาดใหญ่

            เลือดสีคล้ำทะลักออกมาในทันทีพวยพุ่งเป็นเส้นสายกลางอากาศ

            ชายชราหน้าบิดเบี้ยว เจ็บปวดจนลมหายใจสะดุดแต่สัญชาตญาณของยอดฝีมือยังไม่สิ้น

            ขณะที่หยุนโม่ยกปืนพกขึ้นจ่ออย่างแม่นยำปลายนิ้วบีบไกปืนด้วยความนิ่งเฉียบ

            ปัง!

            เสียงลั่นกระสุนดังสนั่นก้องคลื่นกระแทกสะท้อนในอากาศ

            ชายชราดึงสติกลับคืนมาในห้วงสุดท้าย

            ขอบเขตหลอมกายาที่สูงกว่ากวนเทียนหนึ่งช่วงตัว

            รวมถึงระยะห่างที่เพียงพอทำให้มันเบี่ยงตัวหลบกระสุนได้ทัน

            แต่ไม่อาจหลบพ้นได้หมดสิ้น

            ฉัวะ!

            เสียงเนื้อฉีกขาดดังขึ้นอีกครา

            กระสุนพลังงานพุ่งฉีกผ่านไหล่ซ้ายของชายชรา

            สร้างรูขนาดใหญ่จนเห็นเนื้อข้างในฉีกเปิดโล่ง

            เลือดทะลักราวเขื่อนแตกสาดกระเซ็นไปทั่วชุดอาภรณ์ของมัน ร่างสูงโปร่งเซไปหนึ่งก้าวก่อนจะยันเท้ากลับมาตั้งมั่นอีกครั้ง

            ดวงตาแหลมคมทอแววคลั่งแค้นและตื่นตระหนกปะปนกันทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียว

            แต่พลังทำลายและความรวดเร็วของการเคลื่อนไหวกลับยิ่งกว่าพายุสายฟ้า

            บรรยากาศโดยรอบยังคงอึดอัดตึงเครียด

            เสียงโลหิตที่หยดกระทบพื้นยังคงดัง แหมะ...แหมะ...ต่อเนื่อง

            ทุกสายตาที่มองเหตุการณ์ล้วนแข็งค้างราวรูปสลัก หัวใจเต้นเร่งรัวไม่อาจสงบได้แม้ครึ่งส่วน

    คล้ายกับเรื่องระบบ AI พิชิตแดนเซียน ที่คุณอ่าน