ตอน 15 แค้นฝังใจ
“นี่... เพื่อนางแล้ว... เขายินยอมทำถึงขนาดเลยหรอ..” จื่อเซียวใหนักมาก
“หลายปีมานี้ข้าพยายามทอดกายให้ท่านตลอด แต่ท่านไม่เคยแม้กระทั่งจะชายตามอง บัดนี้กลับโอบกายข้าโดยไร้ท่าทีรังเกียจรังงอน” จื่อเซียวพอจะมองภาพออกถึงสาเหตุของลาดเลานี้
“หึ เอาเถอะ ได้คืบก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย หากท่านอยากให้ข้าแสดงเป็ภรรยาที่รักใคร่ ข้าจะสนองให้ท่านพึงใจ” จื่อเซียวคิดในใจ พึงพอใจที่จะเล่นตามบทบาทที่เขาหวังใช้ประโยชน์
“ไหนๆ ก็ได้มาแล้ว... มิสู้นั่งดื่มชากับข้าสักหน่อยเถิด” ไฉเฉิงถึงขั้นเอ่ยปากเชื้อเชิญด้วยตัวเอง ชวนกู้ฝู ยากที่จะปฏิเสธ
"นั่งก็นั่งสิ คนอย่างข้ากลัวซะที่ไหน สตรีที่ท่านพาติดตามมาสู้ข้าก็ไม่ได้สักนิด ใบหน้าเล็กเรียวเหมือนมะม่วง เปลืองตางอนเหมือนเปลือกหอย ปากเล็กแหลมเหมือนรูเข็ม ดูยังไงก็เปรตชัดๆ "ตันหรงเหม็นขี้หน้าแม่นางเซียวจะแย่
"อยากเล่นาประสาทกับข้า... ท่านคิดผิดแล้วไฉเฉิง " ตันหรงมองหน้าไฉเฉิงไม่กะพริบ แววตาเจาะใจส่องลึกลงไปถึงก้นบึ้ง
“ไอ้โหย่ว... ท่านพี่เ้าขา ขนมจานนี้ ข้าคุมสาวใช้ปรุงปั้นด้วยตัวเองั้แ่เช้ามืดเพื่อเอาใจท่าน”
“สามีของข้าจะต้องได้กินของที่ดีที่สุดเท่านั้น” ตันหรงเอื้อมมือผ่านหน้าไฉเฉิงแบบไม่เกรงใจ หยิบขนมหนึ่งชิ้น ใช้นิ้วเรียวๆ บดบี้ฉีกแบ่งออกเป็สองชิ้น ค่อยๆ ยื่นป้อนปากสามีอย่างอ่อนช้อย
“จริตจะก้านของนางใช้ได้ซะที่ไหน!!! ต่อหน้าผู้อื่นไม่รู้จักสำรวมกริยา” ไฉเฉิงมองนางไม่กะพริบตา พลางเผลอกัดขบฟันจมกรามปูด มือสองข้างบีบนวดจวนจนอาภรณ์ดำจะขาดปล่อง
"แย่แล้ว แย่แล้ว นี่มันความรู้สึกบ้าอะไรเนี่ย ในใจของเขาทั้งสองกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่นะ "หลงชิงเจ๋อเริ่มรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ยกมือปาดเหงื่อ ััได้ถึงมวลหนาบางอย่าง ที่ทำให้ศาลาเสียนเจาที่ปรุโปร่งกลายเป็สถานที่ที่สุดอึดอัดไปได้
“โอ่ว... หากรสชาติดีเพียงนั้น แม่นางชู่คงยินดีแบ่งปันให้ข้าได้หยิบป้อนท่านพี่ไฉเหมือนกัน ได้หรือไม่” จื่อเซียวร้ายไม่เบา เอ่ยขอนางซึ่งๆ หน้า
“โถๆ แม่นางจื่อเซียว เื่เล็กน้อยเพียงเท่านี้ ท่านไม่จำเป็ต้องเอ่ยขอข้าหรอก เอาไปเถอะ มากมายเช่นนี้ สามีของข้าคงท่านไม่หมด เหลือทิ้งก็น่าเสียดาย” คำพูดของนางฟังดูเหมือนไม่มีอะไรแอบแฝง แต่หากคำนึงให้ดี กลับมีแต่คำเหน็บแนมส่อเสียดคน
“แม่นางชู่ผู้นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ปากคอเราะร้าย ตำหนิคนซึ่งๆ หน้า โดยไม่มีคำหยาบคายให้เสียกริยาแม้แต่น้อย” แม่นางจื่อเซียวเริ่มจับนางได้
งัดท่าไม้ตายสู้ แสร้งเอื้อมมือยกกาชาร้อนเทลงจอกพลาดท่าราดลวกมือตนเองให้พุพอง
"อะ อ๊าก "
“ท่านพี่ช่วยข้าด้วย” ลงทุนขนาดนี้ ไม่ชนะก็คงไม่ได้
นางทิ้งตัวลงซบอกไฉเฉิงทำท่าอ่อนแอไร้ที่ติ
“ห่ะ!! จื่อเซียว เหตุใดเ้าซุ่มซ่าม ไม่ระวังถึงเพียงนี้” ไฉเฉิงตำหนินางเล็กน้อย โอบร่างเล็กๆ ของนางไว้ชั่วคราวก่อนจะปลดผ้าคลุมไหล่ห่มกายให้นาง
ร่างกำยำใหญ่สอดแขนคร่อมร่าง พาแม่นางจื่อเซียวจากไปต่อหน้าต่อตาชู่ตันหรง
จอกชาที่ยกดื่มร่วงหล่นพื้น ด้วยสีหน้าเหม่อลอย นางมองแผ่นหลังที่องอาจของเขาอุ้มสตรีนางอื่นจากไปไกลจนลับตา
“ยอดรักของเขา เ้าเป็อะไรไป...” ชวนกู้ฝูสังเกตเห็นท่าทีผิดหวังของนางก็รู้สึกแปลกใจ ไถ่ถามเพราะความกังวล
ไหนเลยเขาจะได้รับเพียงท่าที่เฉยเมยเ็าของนาง เดินย่ำเท้าจากไปโดยไม่รีรอเขาแม้แต่น้อย
“ไฉเฉิง... ข้าเกลียดท่านมากที่สุด ข้าคิดผิดมหันต์ที่ข้าหลงรักคนเช่นท่าน” ตันหรงบีบมือแน่น ใบหน้าบูดเบี้ยวปิดประตูเรือนเสียงดัง
ต่างจากชวนอ๋องลิบลับที่พยายามหาทางทำให้นางพอใจ กระทั่งสั่งให้บ่าวในเรือนเร่งมือทำโคมลอยลวดลายต่างๆ เตรียมพร้อมสำหรับจุดหน้าจวนในคืนนี้
ส่วนตัวของเขานั้นก็ไม่น้อยหน้า ลงมือประติประต่อกระดาษ คัดบรรจงด้วยลายมือบิดเบี้ยว วาดเขียนภาพพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว พร้อมแนบคำอธิษฐานเพื่อมอบให้นาง
**********
ยามโหย่ว คือ 17.00 – 18.59 น.เกือบจะข้ามไปยาม
ยามซวี คือ 19.00 น. ชู่ตันหรงก็ยังคงอารมณ์ไม่ดี...
กึกๆๆ เสียงชวนกู้ฝูพยายามเคาะขอบประตูเรียกนาง
"ยอดรัก ไม่กินไม่ดื่มไม่ได้ มิเช่นนั้นร่างกายเ้าจะทรุดโทรม "
“หากว่าวันนี้ข้าทำสิ่งใดให้ภรรยาไม่พอใจ โปรดอภัย หลังจากนี้ข้าจะตามใจเ้าทุกอย่าง” ชวนอ๋องผู้ปัญญานิ่มเอ่ยง้อภรรยาหน้าเรือนอย่างไม่อายบ่าว
“น่ารำคาญจริงๆ ข้าก็แค่อยากอยู่คนเดียว ใช้ความคิดสักหน่อย” ตันหรงยืนกอดอกมองจันทร์ คิ้วขมวดผูกปม บ่นพึมพำคนเดียว ยอมเดินออกไปแง้มประตูให้อ๋องสามเข้ามา
“ดูนี่สิ... ข้าเตรียมมันไว้เพื่อให้เ้าสำราญใจ” อ๋องสามยินดีทำทุกอย่างเพื่อให้นางสำราญใจ นั่นมันยิ่งทำให้ตันหรงรู้สึกผิดไปใหญ่ เพราะนางไม่เคยรักเขาเลยสักวัน
“ชวนกู้ฝู ท่านอย่าทำเช่นนี้เลย” อ๋องสามยื่นโคมลอยที่ตนตั้งใจลงมือทำให้นางเพื่อเป็ของขวัญด้วยสีหน้าเบิกบาน แต่ตันหรงกลับผลักไสมันออกห่าง กระทั่งโคมลอยร่วงพื้น ผุพังเสียทรง
"ภรรยาข้า ของชิ้นนี้ ท่านจงใจทำให้เ้า เหตุใดเ้าไม่แยแส "
“จำได้หรือไม่ ครั้งที่เราพบกันครั้งแรก เ้าก็ตราตรึงใจข้ามิอาจลืม” ชวนอ๋องพูดจาอู้อี้ในลำคอ
“พบกันครั้งแรกงั้นเหรอ เราเคยพบกันที่ไหน” ตันหรงเอ่ยอยากหน้าตาย วินาทีนั้นชวนอ๋องเหมือนถูกหักหน้า น้ำใจที่มีถูกหักหาญทลายลง
“นอกจากนางจะจำข้าไม่ได้เพียงเศษเสี้ยว ในใจของนางยังไม่เคยมีข้าเลยั้แ่แรก... เช่นนั้นสิ่งที่โจวไฉเฉิงพูด ล้วนเป็คำโกหกทั้งหมดทั้งสิ้น” กว่าจะคิดได้ก็สายเกินไปแล้ว ชวนกู้ฟู เดินคอตกน้ำตาริน จากนางไปโดยไม่อธิบายอะไรเลย
“นี่เขาเป็บ้าอะไร เดี๋ยวมาเดี๋ยวไป น่าเบื่อจริง” ตันหรงชักสีหน้าเบื่อหน่ายสามีผู้นี้ยิ่ง
เพื่อบรรเทาอารมณ์เบื่อหน่าย ชู่ตันหรงตัดสินใจออกจากเขตซานตี้ เดินดุ่มๆ เชยชมตำหนักต่างๆ
กระทั่งย่างกรายไปถึงท้ายวัง...
พบเห็นตำหนักหนินเหินฟ้า (ตำหนักเย็น)
เหตุใดที่นี่ช่างดูเงียบเชียบ ไร้ความโอ่อ่า... ไร้ซึ่งทหารเวรยามลาดตระเวน ต่างจากตำหนักทั้งหมดทั้งมวลที่มีคนคุ้มกันทุกเค่อ...
ตำหนักหนินเหินฟ้ารูปทรงประหลาด คล้ายเจดีย์เสียดฟ้าที่ผู้คนกราบไหว้
“ช่างเถอะ คืนนี้ข้าว้าวุ่นใจนัก ในที่สุด์ก็เห็นใจ ให้ข้าได้พบสถานที่เงียบสงบไร้ผู้คนได้พักใจ” ตันหรงคิดในใจเพียงผู้เดียว เดินหน้าเข้าเขตตำหนักเย็น เปิดเทียบประตูไม้ที่ปิดตายออก
สตรีผู้ผิวกายละเอียดละมุน นั่งปล่อยผมเฟื่อย หวีสางเส้นเกษาอย่างเหม่อลอย
“นี่ท่าน... เป็เ้าของตำหนักใช่หรือไม่” ตันหรงที่ผ่านมาทุกความยากลำบากร้อยแปด ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้นางหวาดกลัวได้อีก แม้กระทั่งหนนี้ได้พบกับอดีตฮองเฮาที่ถูกคุมขังก็เถอะ
"แม่นางน้อย... เ้าเป็ผู้ใด "
“ในวังหลัง สตรีทุกนาง ไม่มียศไหนที่ข้าไม่รู้จัก ั้แ่เล็กๆ จนถึงหัวหน้านางกำนัล ต่างต้องโค้งคำนับแก่ข้าทั้งนั้น” เสียงที่ดูสิ้นหวังของนางเอ่ยถามนางด้วยไอิญญาแ่เบา
“ขะ ข้า... ชู่ตันหรง แต่งเข้าวังในฐานะชายาเอกของชวนกู้ฝู ไม่แน่ใจว่าท่านรู้จักหรือไม่” ชู่ตันหรงเดินย่องเบาเข้านั่งในตำหนักเย็นเพื่อพูดคุยกับนาง
"หึ ตอนนี้เ้าแห่งอวิ๋นเทียนจนตรอกถึงขั้นให้คนปัญญานิ่มอย่างชวนกู้ฝูเข้ามาอยู่ในวังแล้วเหรอ "อยู่ๆ นางก็หัวเราะออกมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
“นี่ท่าน อย่าได้หากล่าวโผงผางไม่ไตร่ตรอง เ้าอวิ๋นเทียนมิใช่คนโง่เขลาอย่างที่ท่านคิด” แม้จะงอนให้เขา แต่พอมีคนมาพูดถึงในด้านไม่ดี นางก็พร้อมจะปกป้องเต็มที่
“เหอะ ที่แท้ เ้าก็เป็คนของไอ้ชั่วโจวไฉเฉิงสินะ !!!” แค่ได้ยินชื่อก็เคืองโกรธ ฆาตกรเืเย็นอย่างฮองเฮาเร่งฝีเท้าหยิบปิ่นทองจ่อคอประชิดตัวนางชั่วพริบตา
“ปล่อยนะ !! ปล่อยข้า” ตันหรงออกแรงขัดขืน กระทั่งได้เื ปิ่นทอดเฉียดเฉือนคอไปเล็กน้อย