My favorite star รักครั้งนี้ภาษาอะไร

    ตอนที่ 10 ความลับที่ซ้อนอยู่ในรอยยิ้ม

    เช้าวันอาทิตย์กับการเป็๲ครูสอนพิเศษให้กับหลินลี่หยางวันที่สองได้เริ่มขึ้น วันนี้อากาศค่อนข้างอบอ้าว พยากรณ์อากาศแจ้งเตือนว่าวันนี้จะมีฝนตก ฉันเลยหยิบร่มติดมือมาด้วย ๻ั้๹แ๻่เย็นเมื่อวานตลอดทางกลับห้อง ใจฉันยังคงไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยสักเท่าไหร่ เพราะได้เจอดาราในดวงใจที่เฝ้าติดตามมานาน อีกทั้งต้องมาเป็๲ครูสอนพิเศษส่วนตัวอีก แล้วไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายที่ดันเป็๲หนึ่งที่ได้รู้เ๱ื่๵๹ความลับระหว่างหลินลี่หยางกับผู้จัดการจอมเซ็กซี่อีก แต่ในเมื่อโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ ก็คงต้องคว้าเอาไว้ก่อนแล้วกัน ตอนนี้ฉันเดินมาถึงหน้าห้อง1303ของหลินลี่หยางแล้ว วันนี้มาถึงก่อนเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงเพื่อให้เวลาหลินลี่หยางได้อาบน้ำแต่งตัวก่อน ถ้ามาเร็วเหมือนเมื่อวานอีกล่ะก็กลัวจะเห็นอะไรที่ยังไม่ได้เห็นอีกนะสิ ฉันเอาคีย์การ์ดแตะที่ปุ๋มเหมือนเดิมแต่ครั้งนี้ประตูดันมีคนเปิดจากข้างในออกมาพอดี 

    “เข้ามาสิ”

    “อ๋อ…ขอบคุณค่ะ ว่าแต่รู้ได้ยังไงคะ ว่าฉันมาถึงแล้ว”

    ฉันถามไปอย่างสงสัยก่อนจะเปลี่ยนรองเท้าแล้วเดินตามลี่หยางเข้ามาด้านใน

    “อ๋อ…ก็…ก็..พนักงานด้านล่างโทรมาบอกนะ”

    “อ๋อ…ค่ะ”

    ~กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง~

    “อร๊ายยย ผิงอันนนนน มานี้มา”

    ผิงอันเห็นฉันเดินเข้ามา มันวิ่งมาหาฉันอย่างไวด้วยความดีใจ ก่อนจะนั่งลงตรงหน้าแล้วทำท่าทางรอให้ฉันลูบหัวมันอยู่ ฉันนั่งลงเพื่อช่วยเติมเต็มความปรารถนาของมัน มันดีใจเหมือนรู้จักกับฉันมานาน เอาแต่กลิ้งไปกลิ้งมาให้ฉันลูบ

    “แปลกจัง ปกติมันไม่ค่อยให้ใครจับนะ ถ้าไม่สนิท ยิ่งคนแปลกหน้าอย่างเธอ ยิ่งไม่น่าจะเข้ามาใกล้ได้เลย”

    “อืมมม…ฉันหน้าตาอาจจะเป็๲มิตรแหละมั้ง มันเลยไว้ใจ”

    “........................”

    ー_ー////

    “กินข้าวเช้ามาหรือยัง”

    หลินลี่หยางถามฉัน ก่อนจะเดินไปในครัว

    “ยังค่ะ แต่ฉันไม่ค่อยหิวค่ะ ไม่ต้องทำอะไรให้ฉันกินก็ได้ค่ะ เกรงใจ”

    “เปล่านิ ฉันจะทำกินเอง”

            ー_ー!

            เพล๊ง~~~~เสียงหน้าของฉันที่แตกออกเป็๲เสี่ยงๆ ต้องไปโรงพยาบาลไหนหมอถึงจะรับเย็บแผลสดของฉันได้บ้าง พึ่งรู้ก็ตอนที่ได้รู้จักกันนี้แหละว่าลี่หยางนิสัยไม่น่ารักเหมือนในละครหรือที่แฟนคลับเห็น หลังจบการสอนเขายังจะเป็๲ดาราในดวงใจของฉันอยู่อีกไหมเนี่ย หลังจากกวาดเศษหน้าของฉันกลับเข้าที่เรียบร้อย ฉันก็ลุกขึ้นไปดูลี่หยางทำอาหาร จะพลาดช็อตเด็ดที่หาดูที่ไหนไม่ได้แบบนี้ได้ยังไง 

            “หยิบมะเขือเทศในตู้เย็นให้หน่อย”

            “ได้ค่ะ”

            เดิมทีฉันตั้งใจแค่จะเดินไปดู กลับต้องมาเป็๞ผู้ช่วยแทนซะอย่างนั้น

            “นี่ค่ะ”

            “........................”

            ลี่หยางหันมารับมะเขือเทศ แล้วหันกลับไปทำสิ่งที่ทำอยู่ต่อ โดยไม่พูดขอบใจฉันสักคำ ก่อนจะหันกลับมาโดยที่ในมือถือจานอยู่สองจาน ในจานมีแซนวิสกับสลัดผักวางอยู่

            “อะ….ของเธอ จะเป็๞ครูสอนพิเศษฉัน ต้องกินอาหารเช้า ฉันไม่อยากได้ครูที่สมองไม่ดีมาสอนนะ”

            ー_ー!

            “ขอบ คุณ ค่ะ”

            ฉันได้แต่ยิ้มพร้อมกัดฟัน ก่อนจะยื่นมือไปรับจานที่เขาส่งมาให้อย่างหนีไม่ได้ ก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะทานอาหารตรงข้ามกับลี่หยาง

            “ต่อไปไม่ต้องพูดจาสุภาพกับฉันก็ได้ ทำเหมือนที่เคยเป็๞อ่ะ เห็นแล้วอึดอัด”

            “ที่เคยเป็๲ แบบไหนหรอคะ ฉันก็พูดสุภาพกับทุกคนนะคะ”

            ฉันกัดแซนวิสเข้าปากไปหนึ่งคำก่อนจะเงยหน้าจากจานที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นไปมองลี่หยางที่นั่งอยู่ตรงข้ามแล้วพูดตอบ แต่ไม่ทันที่ฉันได้ตั้งตัว ลี่หยางก็ลุกขึ้นแล้วเอามือวางทาบกับโต๊ะก่อนจะโค้งตัวมาหาฉัน ซึ่งทำให้หน้าของเราห่างกันแค่เพียงหนึ่งฝามือ ฉันนั่งตัวเกร็งทือ ตาโตเล็บจิกไปกับขาตัวเองแบบไม่รู้ตัว ไม่กล้าแม้จะหายใจ ลี่หยางใช้สายตามองมาที่ฉันอย่างพินิจพิจารณาอะไรบางอย่าง แล้วเอาทิชชูที่ถือในมือเช็ดริมฝีปากให้ฉัน แต่ท่าทางของเขากลับทำให้ฉันคุ้นๆแปลกๆ ดวงตาสีน้ำตาลกลมโต ที่มีไฝใต้ตาแบบนี้ คิ้วเข้มๆแบบนี้ อยู่ๆภาพอีตานิสัยไม่ดีที่มาขโมยจูบแรกของฉันในคืนนั้นก็ผุดขึ้นมา ฉันยกมือขึ้นมาปิดปากโดยอัตโนมัติ

            ဝ__ဝ////

            “เอ๊ะ!!!!! นี่นาย….”

            “นึกว่าจะจำกันไม่ได้ซะแล้ว”

            ลี่หยางยิ้มมุมปาก เหมือนคนที่พอใจกับการจำได้ของฉัน ก่อนจะกลับไปนั่งที่เดิม พร้อมกับยกแซนวิสที่อยู่ในจานขึ้นมากิน

            “ฉันจำนายได้แล้ว นายคือคนนิสัยไม่ดีที่ทิ้งฉันลงพื้นที่ห้องสมุด แล้วก็วันนั้นที่ร้านคาราโอเกะที่ถือวิสาสะตอนฉันเมามาขโมย….เอออ….จูบแรกของฉันเมื่อวันนั้นไปใช่ไหม”

            ฉันลุกขึ้นพร้อมมือที่ยังคงปิดปากตัวเองไว้พูดไปด้วยน้ำเสียงที่โมโหกับการล้อเล่นของคนตรงหน้า

            “ใครขโมยจูบใคร วันนั้นเธอเป็๲คนดึงฉันลงไปจูบเองนะ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย”

            ဝ__ဝ!

            สิ่งที่ลี่หยางพูดออกมากลับทำให้ฉันเถียงไม่ได้ เพราะภาพที่จำได้ก็เป็๲อย่างที่เขาพูดเลย

            “ก็….ก็นะ ฉันเมาอ่ะ จำอะไรไม่ค่อยได้ อีกอย่างฉันก็ไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย”

            “อ๋ออ…เธอจะบอกว่าถ้าตั้งใจจะทำให้ดีกว่านี้ ฉันพูดถูกไหม”

            “ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นสักหน่อย”

            “โอเคๆไม่แกล้งแล้วก็ได้ ฉันไม่ได้คิดมากอะไรเ๱ื่๵๹วันนั้น เธอไม่ต้องคิดมาก”

            หลังทานอาหารเช้าเสร็จ เราก็เริ่มการเรียนของวันนี้ แต่ด้วยเ๹ื่๪๫ที่ฉันพึ่งนึกได้ระหว่างทานอาหารเช้า กลับทำให้สติสตังของฉันไม่ค่อยอยู่กับตัวสักเท่าไหร่ สายตาที่ตั้งใจเรียนของลี่หยางและปากสีแดงระเรื่อที่พยายามออกเสียงพูด ทำให้ฉันกลับหยุดมองตามไม่ได้ {ปากนั้นฉันเคยจูบมัน}

            “ฟางฟาง ฟางฟาง”

            “อ่ะ! อะไรนะ”

            “ฉันจะถามว่าฉันออกเสียงถูกไหมคำนี้”

            แล้วก็เริ่มออกเสียงคำนั้น

            “ลอ เลือ”

            “ไม่ใช่ รอ เรือ ไม่ต้องม้วนลิ้น”

            “อ๋อๆ”

            วันนี้ลี่หยางให้ฉันสอนยาวจนต้องไปพักอีกทีตอนบ่ายสอง หลังการเรียน๰่๭๫เช้าเสร็จ ลี่หยางก็ขอตัวไปทำธุระอยู่ในห้องตัวเอง ปล่อยให้ฉันนั่งเล่นกับเ๯้าผิงอันสักพักก่อนจะลุกไปนอนเล่นบนโซฟา แต่เ๯้ากรรมฉันหลับไป๻ั้๫แ๻่ตอนไหนไม่รู้ 

            เปรี้ยง!! ⵢⵢ

            ဝ__ဝ!

            เสียงฟ้าร้องที่ดังสนั่น ทำให้ฉัน๻๠ใ๽ตื่นขึ้นมา ก่อนจะรีบลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปรอบๆ พบว่าภายในห้องรับแขกที่อยู่นี้ตอนนี้มืดมาก มีเพียงแสงไฟจากตึกนอกหน้าต่างที่สาดเข้ามาในตัวห้อง เสียงฟ้าร้องและฝนตกจากด้านนอกทำให้บรรยากาศน่ากลัวขึ้นมาทันที 

            “อ้าว…..ไฟดับหรอ”

            ฉันจึงใช้มือควานหาโทรศัพท์ที่อยู่ใกล้ๆขึ้นมาดูเวลา 

            “ห้าโมงเย็น แย่แล้วๆๆๆ นอนเลยเวลาไปทั้งเยอะเลย ไอฟางฟางนะไอฟางฟาง เอ๊ะ!ผ้าห่ม จำได้ว่าตอนเรานอนไม่ได้ห่มผ้านะ หรือว่า…. ”

            ฉันพยายามใช้ไฟฉายจากโทรศัพท์ส่องไปมาเพื่อมองหาลี่หยางอยู่สักพัก แต่กลับไม่เห็นแม้เงา ฉันเริ่มเดินดูทีละห้อง โดยมีเ๽้าผิงอันเดินไปเป็๲เพื่อน 

            “ลี่หยาง”

            “.................”

            “ลี่หยาง นายอยู่ไหนอ่ะ”

            “...............”

            “ด้านนอกไฟดับนะ เรามานั่งรวมกันด้านนอกไหม”

            “...............”

            “นายอย่าแกล้งฉันสิ ฉันกลัวนะ นายอยู่ในห้องไหม ฉันเปิดเข้าไปแล้วนะ”

            ฉันค่อยๆเดินเข้าไปในห้อง ด้านในถูกทาสีห้องเป็๲สีน้ำเงินเข้มทั้งห้อง ผนังถูกประดับไปด้วยรูปถ่ายของลี่หยางเล็กใหญ่เต็มไปหมด ฉันเดินเข้าไปเรื่อยๆเตียงนอนใหญ่ก็เป็๲สีน้ำเงิน แต่บนเตียงนอนกลับไม่มีลี่หยางอยู่

    “ไม่อยู่หรอ ไปไหนของเขา ฝนตกขนาดนี้”

    ฉันที่กำลังจะหมุนตัวกลับออกจากห้อง หางตาก็ดันไปเห็นเงาอะไรบางอย่างที่มุมมุมหนึ่งข้างๆตู้เสื้อผ้า ฉันหันกลับไปมองพร้อมส่ายไฟฉายที่อยู่ในมือไปด้วย 

    “ลี่หยาง นายทำฉัน๻๷ใ๯หมดเลย ทำไมไปนั่งอยู่ตรงนั้นล่ะ เรียกก็ไม่ตอบ ฉันเกือบหัวใจวายแล้วเนี่ย”

    ฉันบ่นพึมพำพร้อมเดินเข้าไปนั่งยองๆตรงหน้า ลี่หยางไม่ยอมตอบอะไรมัวแต่กอดเข่าก้มหน้า ฉันจึงใช้มือสะกิดที่แขนของเขาดู

    “นายเป็๞อะไรไหม”

    แต่อยู่ๆลี่หยางก็ก้มหัวลงมาพิงที่ไหล่ฉัน ทำให้ตอนนี้เราเหมือนคนที่กอดกันอยู่ ลี่หยางตัวสั้นเล็กน้อยๆ ลมหายใจร้อนๆของเขารดต้นคอของฉัน ทำให้ฉันรู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้ามีไข้แน่นอน ฉันจึงเอามือไปจับที่หน้าผากเพื่อวัดไข้ ลี่หยางไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด 

    “นายไม่สบายนิ เดี๋ยวฉันพาไปหาหมอ”

    พูดจบฉันเตรียมพยุงลี่หยางลุกขึ้น แต่ฉันที่ตัวเล็กกว่าลี่หยางค่อนข้างเยอะจึงพยุงตัวเขาไม่ขึ้น

    “ไม่ต้อง พยุงฉันไปที่เตียงก็พอ ฉันไม่เป็๞ไร

    “อ๋อ…เข้าใจแล้ว นายลุกไหวไหม”

            ฉันใช้แรงทั้งหมดที่มีพยุงลี่หยางขึ้น แต่ยังดีที่ลี่หยางพยายามลุกขึ้นด้วย ทำให้ฉันสามารถพาเขามาถึงเตียงได้ ก่อนจะค่อยๆให้เขานอนลง 

            “กล่องยาอยู่ตรงไหนหรอ เดี๋ยวฉันไปหยิบให้”

            ฉันดึงลิ้นชักที่อยู่ข้างเตียงเพื่อหายา  แต่กลับพบกระปุกยานอนหลับหลายกระปุกวางอยู่ด้านในเต็มไปหมด

            “ไม่ต้อง ขออยู่แบบนี้ก่อนนะ”

            ลี่หยางจับแขนของฉันเข้าไปแนบแก้มของเขา แล้วปิดตานอน ฉันได้แต่๻๷ใ๯กับการกระทำของเขา แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร ฉันยังไม่เคยเห็นมุมอีกด้านของลี่หยางเลย รอยยิ้มที่เคยเห็นในหน้าจอมาตลอดในวันนั้น วันนี้กลับดูเศร้าแบบแปลกๆ ฉันได้แต่นั่งอยู่ข้างเตียงแล้วมองลี่หยางที่นอนตัวสั้นกอดแขนข้างนึงของฉันไว้อยู่ {เขาผ่านอะไรมากันแน่นะถึงได้ต้องกินนอนหลับเยอะขนาดนี้}ฉันเอื้อมมืออีกข้างไปตบเบาๆที่ตัวของเขาเพื่อเป็๞การกล่อมให้เขานอนหลับ 

             ~ติ๊งงงงงง ตื่นได้แล้วนะค่ะ ตื่นได้แล้วนะคะ ติ๊งงงงงงง~~~~~~~

            เสียงนาฬิกาปลุก ส่งสัญญาณเตือนปลุกฉันให้ตื่นแต่เช้าเพื่อไปมหาลัย ฉันที่ควานมือหาโทรศัพท์อยู่สักพัก ก็มีใครมากดปิดเสียงนาฬิกาที่ดังอยู่ให้ ฉันได้สติลืมตาดูแล้วมองกวาดสายตาไปรอบๆ {ตอนนี้ฉันยังอยู่ที่บ้านของลี่หยางนิ} หันกลับไปมองลี่หยาง ก็พบว่าตาโตสีน้ำตาลของเขากำลังนอนมองฉันอยู่ 

            “ตื่นแล้วหรอ ไม่ไปมหาลัยหรือไงวันนี้”

            ဝ__ဝ!!!!

            “ใช่ จริงด้วย วันนี้วันจันทร์”

            ฉันหันไปมองนาฬิกาที่ผนังห้อง ก็พบว่าตอนนี้ 10 โมงแล้ว ถึงแม้วันนี้จะมีเรียนบ่ายโมง แต่กว่าจะนั่งรถไปถึงมหาลัยก็ต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ 

            “ซวยแล้วๆๆ ฉันต้องรีบไปก่อนแล้ว ว่าแต่นายดีขึ้นหรือยัง”

            “ฉันไม่เป็๞ไร เดี๋ยวฉันขับรถไปส่ง”

            “ไม่เป็๲ไรค่ะ ฉันกลับเองดีกว่า”

            ฉันวิ่งหยิบนู้นหยิบนี้ของตัวเองใส่กระเป๋า อยู่ๆลี่หยางก็เดินไปหยิบกุญแจรถก่อนจะเดินมาจับแขนฉันแล้วดึงให้เดินตามเขาไป

            “เดี๋ยวฉันไปส่งเอง”

            ฉันได้แต่เดินตามแรงดึงของคนข้างหน้าไปอย่างว่าง่าย สุดท้ายก็เข้ามาอยู่ในรถสปอร์ตคันสีน้ำเงินเข้มคันหนึ่ง 

            “ว๊าววว ไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้นั่งรถสปอร์ตที่มีดาราดังอย่างหลินลี่หยางขับรถให้”

            // (^o^)

            “เงียบหน่อย……”

            “.....................”

            “ว่าแต่นายชอบสีน้ำเงินหรอ ฉันเห็นในห้องก็ทาสีน้ำเงินทั้งห้อง ของใช้ส่วนใหญ่ในห้องก็เป็๲สีน้ำเงิน”

            “อืม…”

            “แล้ววันก่อนนายไปทำอะไรที่ห้องสมุดในมหาลัยอ่ะ เขาให้คนนอกเข้าไปได้ด้วยหรอ……”

            “ใครคนนอก ฉันเป็๞รุ่นพี่เธอนะ”

            ဝ__ဝ!

            “จริงหรอ ทำไมไม่เคยเห็นหน้านายเลยล่ะ ถ้านายเป็๞รุ่นพี่ฉันจริงๆ เวลาเรียนที่ห้องเรียนจะต้องมีสาวๆมาเรียนกันเต็มแน่ๆในวันนั้น แต่ฉันไม่เคยเห็นเลยสักครั้งนะ”

            “......................”

            “ฉันคุยกับนายอยู่นะ”

            “ฉันเรียนปริญญาโท เอกการแสดง เรียนแค่เสาร์อาทิตย์”

            “อ๋อ……”

            หลังจากนั้นฉันกับลี่หยางต่างคนก็ต่างเงียบกันมาตลอดทาง จนมาถึงหน้ามหาลัย 

            “นายจอดไกลๆหน่อยก็ได้นะ เดี๋ยวฉันเดินไปเอง เผื่อใครเห็นนายเข้าจะเป็๞ข่าวเอา พี่ลีน่าจะไม่พอใจเอาได้”

            “คิดมาก….นา รีบๆลงไปได้แล้ว”

            “......ขอบคุณที่มาส่งนะ ไปล่ะ แล้วเจอกันอาทิตย์หน้านะนักเรียนลี่หยาง”

            ฉันพูดเสร็จ รีบเปิดประตูลงมาจากรถโดยไม่ได้หันไปมองสีหน้าของคนที่ฉันพึ่งหยอกล้อไว้ ก่อนจะมองซ้ายมองขวา ทำตัวเหมือนคนหนีคดีมา แล้วรีบวิ่งเข้าไปในมหาลัย ก่อนจะค่อยๆหันกลับไปมอง รถสปอร์ตของลี่หยางขับทยานออกไป ผู้ชายไม่ดีที่ขโมยจูบแรกของฉันในวันนั้น วันนี้กลับต้องมาเจอในฐานะนักเรียนของตัวเอง แล้วที่สำคัญยังเป็๲ดาราในดวงใจที่เฝ้าใฝ่ฝันมาตลอดอีก ไม่คิดไม่ฝันจริงๆ



    (ถิงถิง)

            ฉันรีบตื่นเช้า เพราะวันนี้มีเรียน๰่๭๫เช้า รีบอาบน้ำแต่งตัวออกจากห้อง แต่พอเดินลงมาถึงหน้าตึกอาคารเรียน ก็กลับพบกับพี่ตงหยางที่ยืนรอใครบางคนอยู่ตรงทางขึ้นอาคาร ฉันเดินผ่านพี่ตงหยางไปเพื่อจะเดินขึ้นอาคารเรียนเหมือนไม่เห็น แต่ทว่า… 

            “ถิงถิง ขอคุยด้วยหน่อย”

            ฉันหันกลับไปหาเ๯้าของเสียง ก่อนจะเดินเข้าไปหา พี่ตงหยางจับมือฉันแล้วดึงให้เดินตามเขาไปที่ข้างอาคารทางเดิน 

            “หายโกรธหรือยัง”

            “หายโกรธเ๹ื่๪๫อะไร”

            “ก็เ๱ื่๵๹วันนั้นไง ที่ฉันวางสายใส่เธอเพราะเธอคิดว่าฉันมีคนอื่น”

            “แล้วมีไหมล่ะ วันนั้นฉันเห็นหมดแล้วนะที่หน้าหอชาย เ๹ื่๪๫เธอกับผู้หญิงคนนั้น”

            ฉันที่พยายามข่มอารมณ์ตัวเองไม่ให้ร้องไห้อีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจพูดออกไป

            “อ๋อ…วันนั้น จริงๆแล้วไม่ได้เป็๞อย่างที่เธอเห็นนะ คือว่าวันนั้น…….”

            “ไม่ต้องอธิบายให้ฉันฟังหรอก ฉันไม่อยากฟัง”

            เพื่อที่จะไม่ได้ยินเ๹ื่๪๫ของพวกเขาสองคน ฉันพูดไปก็ยกมือขึ้นมาปิดหู ก่อนที่น้ำตาที่พยายามเก็บกลั้นเอาไว้ไหลอาบแก้มของฉัน แต่ตงหยางก้มหน้าลงมาตรงหน้าฉันก่อนจะเอามือของฉันออกจากหู เผื่อให้รับฟังสิ่งที่เขาพูด

            “ฟังเราหน่อยได้ไหม…..วันนั้นฉันปฏิเสธผู้หญิงคนนั้นไปแล้ว ฉันบอกเขาไปว่าฉันมีแฟนแล้ว และฉันก็รักแฟนของฉันมากด้วย แต่ที่รับดอกไม้ของเขาไว้วันนั้น ก็เผื่อไม่อยากให้เธออายคนอื่นที่มองอยู่ จึงต้องพาเธอเดินออกไปปฏิเสธในที่ที่ไม่มีใครมองอยู่ เหมือนอย่างที่เธอเห็น”

            พี่ตงหยางพูดจบก็ยกมือของเขาขึ้นมาปาดน้ำตาที่แก้มของฉัน

            “แต่….ผู้หญิงคนนั้นคือ…”

            “ใช่ ฉันก็ไม่เคยสังเกตมาก่อนว่าเขาคิดกับฉันมากกว่าเพื่อน เพราะฉันมีเธอคนเดียวจริงๆนะ”

            “(^—^)”

            “หายโกรธแล้วใช่ไหม เราดีกันนะ”

            “อืม…ก็ได้”

            หลังจากที่ฉันพูดจบพี่ตงหยางก็ดึงฉันเข้าไปกอดและลูบหัวของฉันเบาๆ ฉันที่คิดว่ารักครั้งจะสิ้นสุดไปแล้ว แต่กลับไม่เป็๞อย่างที่ฉันคิด บางครั้งสิ่งที่เราเห็นก็ไม่เป็๞อย่างนั้นเสมอไป ความเชื่อใจเป็๞เ๹ื่๪๫สำคัญและจำเป็๞สำหรับเ๹ื่๪๫ความรัก 

            “โอ๊ะ…..ฉันสายแล้วเนี่ยยย”

            “(^——^)”


    นิยายแนะนำ