อลินตา... หมอผีข้ามภพ

    บทที่ 64

    ฉับพลัน...ไฟหน้ารถของหมิงก็สาดสว่างจ้าปะทะเงาของผู้หญิงนางหนึ่ง เป็นจังหวะการเปิดตัวที่น่ายกโล่ให้จริงๆเจ้าหล่อนหันหลังรำอ่อนช้อยเข้ากับจังหวะเพลง อ่อนช้อยชนิดที่หัวของหล่อน โค้งกลับหน้าถึงพื้นดินจิ้มไปจูบกับพื้นดินได้ทีเดียวเชียวแล้วท่วงท่าการรำก็แสนจะพิลึกพิลั่น ด้วยกระบวนท่าโค้งหน้า โค้งหลัง โค้งซ้ายโค้งขวา จากนั้นก็หมุนหัวเล่นทำมุม 360 องศา ณ จุดนี้ เป๋าตาเหลือกค้างมือหนึ่งกำโทรศัพท์แน่น อีกมือเอื้อมไปจิกหัวหมิงเพื่อนรักราวกับจะหาหลักใจสองเท้ากระทืบพื้นรถด้วยความจิกเกร็ง

                    ส่วนหนุ่มหมิงถามว่ารู้สึกเจ็บรึไม่ตอบเลย ณ จุดจุดนั้นไม่รู้สึกอะไรอีกแล้วหมิงไม่รู้สึกเจ็บสักนิดที่โดนเป๋าจิกหัวจนหนังหัวแทบจะหลุดคามือออกมาเพราะมัวแต่กุมพระเครื่องในมือแล้วสวดมนต์ผิดๆ ถูกๆ ตามประสาคนความจำไม่ดีแต่แล้วขณะที่ทั้งสองเพื่อนรักทำอะไรไม่ถูกเพราะขาดสติทั้งคู่ พลัน..มีเสียงสยองโสตประสาทแทรกเสียงดนตรีไทยดังขึ้น

                    “หึหึหึหึ...ฮิฮิฮิฮิ... ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า..” เสียงหัวเราะกรีดแหลมก้องกังวานก็ดังขึ้นเป๋าถึงกับทิ้งโทรศัพท์เอามืออุดหู ก่อนจะพูดออกมาอย่างไร้สติ

                    “แว้กกกก...มึงจะหัวเราะผันวรรณยุกต์ให้ครบเลยไหมอีผี” และยังไม่ทันจบประโยคดีผีร้ายนางรำตนนั้นก็โผล่พรวดเอาหน้าแนบกระจก เป๋าผงะเงยหน้าขึ้นมาดูพร้อมกับหมิงภาพเบื้องหน้าทำเอาทั้งสองช็อกและแน่นอนอาการทางกายตอบสนองอย่างรวดเร็วนั่นคือผมทั้งสองคนชี้ฟูโดยไม่ต้องใช้เจลหรือสเปรย์จัดผมมาทำให้มันตั้งเด่แบบนั้นเลยหมิงที่นึกอะไรขึ้นได้ท่ามกลางสมองที่ไร้สติก็รีบบอกเป๋า

                    “แหวน.. ไอ้เป๋าแหวนที่คุณอลินให้อยู่ไหนเอามาใส่เร็ว” ไม่ทันได้คิดอะไรสองคนควานหาแหวนที่ก่อนหน้านั้นยังแหยงๆว่ามันเป็นแหวนผีตายทั้งกลมแต่ตอนนี้ เมื่ออลินตาไม่อยู่ก็คงจะมีเพียงตัวแทนเจ้านายสาวของพวกเขาซึ่งก็คือแหวนที่อลินตาให้ไว้เมื่อช่วงบ่ายนั่นแหละเป็นหลักใจในยามคับขันเช่นตอนนี้ทั้งสองควานหาแหวนและหยิบขึ้นมาสวมอย่างทุลักทุเล แต่ยัง ความซวยของสองคนยังไม่สิ้นสุด

                    เมื่ออยู่ๆเพลงไทยเดิมที่บรรเลงเอื้อนโหยหวนก็พลันหยุดกะทันหันชะงักอารมณ์คนถูกผีหลอกให้หวาดกลัวยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม เป๋าตอนนี้นั่งนิ่งมือประสานกันบนหน้าตัก นิ้วมือข้างที่ไม่ได้สวมแหวนไล้สัมผัสนิ้วที่สวมแหวนอยู่อย่างเผลอตัวเพราะไม่มีที่พึ่งทางใจไหนอีกเอาไงก็เอากันวะ         

                    “นี่เธอคุณผีในแหวน...” เป๋าเสียงสั่นเครือ

                    “ถ้าเธอมีอยู่จริงและสถิตอยู่ที่แหวนวงนี้ เธอเห็นแล้วใช่ม๊าว่านังผีนางรำนั่นก็แค่สัมภเวสีไม่มีที่อยู่ที่อยากอวดอำนาจว่าเหนือกว่าเธอที่ตายก่อนอ้ะ..”หมิงที่นั่งอยู่ข้างๆ นึกอยากเขกกะโหลกเพื่อนสาวสองตัวเองเสียจริงเวลาอย่างนี้ยังมีหน้ามาเสี้ยมให้ผีตายโหงทะเลาะกันอีกนิสัยเสียๆ ไม่เคยจะเปลี่ยนแม้กระทั่งช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานแต่ทว่า เป๋าสาวสองก็ยังไม่หยุดเสี้ยม คงกลัวว่าผีตายทั้งกลมจะไม่ออกมาช่วยล่ะกระมัง

     

                    “แต่ฉันศรัทธาเธอนะตั้งแต่คุณอลินยื่นแหวนให้ ฉันก็รู้ว่าฉันต้องปลอดภัยจากผีร้ายทุกตัวบนโลกใบนี้นี่ หยุดนะ อย่ามาว่าฉันพูดเวอร์ ไม่ได้เวอร์นะ” พูดเองตอบเองคนเดียว

                    “นี่เรื่องจริงล้วนๆถ้าเธอช่วยฉันได้ ฉันจะกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ทำบุญด้วยชุดคลุมท้องเจ็ดสีเจ็ดแบบ แถมกระเป๋าน้ำร้อนกับนมผงบำรุงครรภ์ให้เธอด้วยลด แลก แจก แถมขนาดนี้ช่วยฉันให้รอดจากนังผีรำไทยตัวนั้นด้วยเถ๊อะ เพี้ยง...”แน๊ มีลงท้ายคล้ายพึมพำคาถาเสริมความเข้มขลังอีกตะหาก สมกับเป็นลูกน้องของอลินตาจริงๆทางด้านหมิงก็ได้แต่ประนมมือวิงวอนเช่นกัน

                    “เจ้าประคุณรุนช่องเอ๊ย..ไม่ว่าพระจากคอของผม รึว่าผีที่แหวนของผม ได้โปรดช่วยผสานพลังไล่ผีนางรำไปให้พ้นๆที คุณอลินครับช่วยพวกเราด้วย...” ไม่ทันจะขาดคำของหมิง พลันผีร้ายนางรำตนนั้นก็แนบหน้าแปะลงตรงกระจกหน้ารถ ก่อนอ้าปากแลบลิ้นเลียกระจก ทั้งตาและปากเต็มไปด้วยเลือด หมิงหลับตาปี๋..

                    ผีร้ายนางรำตนนั้นเอาหน้าถูไปกับกระจกรถคราบเลือดเปรอะเต็มรถจากนั้นก็ค่อยๆ เอื้อมมือยาวราวกับแม่นาคหยิบมะนาวมาตรงประตูรถและอยู่ๆ เสียงบางอย่างก็ทำเอาสองเพื่อนรัก ถึงกับสะดุ้งสะเทือน

                    “แป๊ก...” เสียงคลายล็อกประตู เป๋าคิดว่างานนี้ตัวเองไม่น่าจะรอดแน่ๆ สองเพื่อนรักหลับตายกมือประนมงานนี้ได้แต่ภาวนาขอให้รอดกลับไปได้และในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น บัดดลก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง

                    “แป๊ก!” เสียงล็อกประตูรถอีกครั้ง เอ๊ะ! ใครมาล็อกประตูรถให้เป๋าที่น้ำตารื้นชื้นเปียกขนตาอันงอนงามก็ค่อยๆเหลือบไปมอง พลัน.. ก็เห็นมือขาวๆ ของใครบางคนเอื้อมมาจากห้องโดยสารด้านหลังมาล็อกรถให้ และยังไม่ทันที่เป๋าจะแหกปากร้องเสียงอันเย็นยะเยือกแฝงไว้ด้วยความดุพอสมควร เอ่ยขึ้น

                    “ออกรถไปหาคุณอลินนายของพวกเราประเดี๋ยวนี้”หมิงและเป๋าได้ยินดังนั้นก็พร้อมใจกันโดยไม่ได้นัดแนะ หันไปมองทางที่มาของเสียงและก็ถึงกับผ่างผงะ เพราะไม่รู้ว่าในรถกับนอกรถอันไหนจะสยองกว่ากันภาพที่ทั้งสองคนเห็นนั่นคือ ผีผู้หญิงในชุดโจงกระเบน เสื้อแขนกระบอกสภาพเนื้อตัวเขียวคล้ำอืดพอง ตาลึกโบ๋ มีแต่ตาขาวหาตาดำไม่มีสักนิด ผมยาวถึงที่นั่ง และที่สำคัญท้องอันใหญ่นูนของเธอนั้นก็เต็มไปด้วยคราบเลือดหมิงปากสั่น ราวกับเป็นไข้จับสั่นหันมาทางเป๋า

                    “ไอ้เป๋าแกช่วยยืนยันกับฉันทีว่าข้างหลังนั่นคือผู้คุ้มครองไม่ใช่ผู้ทำลาย”แต่ไม่ทันที่เป๋าจะตอบคำถามหมิงเสียงจากข้างหลังรถก็ดังคล้ายกับจะหงุดหงิด แน่ล่ะตามประสาอารมณ์คนท้องอ่ะเนอะ

                    “กูบอกให้ออกรถไปหาคุณอลิน”และคราวนี้เองสองเพื่อนซี้รับคำกันอย่างพร้อมเพรียงพลางขนลุกกรูเกรียว

                    “ไปจ้าไป๊....”แสงไฟหน้ารถสาดส่องขึ้นอีกครั้งเสียงรถกระหึ่มราวกับมีคนไขกุญแจสตาร์ทให้หมิงซึ่งหมิงบอกกับตัวเองว่าเขายังไม่ได้ทำอะไรกับรถสักอย่างเลย แล้วพลันหมิงก็รู้สึกหนักๆ แถมยังมีกลิ่นเน่าๆ ปะทะเข้าหู เข้าปากอีกต่างหากเป๋าหันขวับมาทางหมิงก็ถึงกับตาเบิกโพลง เพราะภาพที่เธอเห็นก็คือผีตายโหงที่มากับแหวนซึ่งอลินตาทำการฝากวิญญาณไว้ที่หัวแหวนนั้นเข้าทำหน้าที่เป็นเพื่อนคู่คิดมิตรคู่ความสะพรึงได้เป็นอย่างดี

     

                    ผีตายทั้งกลมนางนั้นเข้าประทับบนตักหมิงแล้วใช้มนต์ที่มีบังคับให้รถวิ่งไปบนท้องถนนทั้งยังขับแบบพุ่งปร๊าดๆส่ายไปส่ายมา ยิ่งกว่าพี่ดอมแห่งเดอะฟาสสิบร่างมาช่วยขับให้เสียอีก ดูไปก็เหมือนกับว่าผีตายทั้งกลมนั้นนางอยากจะสะบัดผีนางรำให้หลุดออกไปจากรถเป๋าแอบตัดภาพไปที่ผีนางรำตนนั้นคือก็ไม่รู้นะว่ายังไง แต่เจอรถตะบึงห้อซะขนาดนี้มีหวัง ได้ใช้สองมือเกาะหลังคา สไบปลิวไสวเป็นธงอยู่บนยอดเสาแหงๆ

                    ทางด้านผีตายทั้งกลมก็ไม่ได้ฟังฟ้าฟังฝนควบรถตะบึงปุเลงปุเลงมาที่คอนโดของอลินตาโดยที่หมิงนั่งนิ่งเป็นปูนปั้นด้วยความช็อกไปแล้ว ส่วนทางด้านเป๋านั้นก็ช็อกตาใสนั่งนิ่งเป็นปูนปั้นพอๆกับหมิงเพื่อนรัก เพราะผีตายทั้งกลมในรถที่นั่งอยู่บนตักหมิงไม่หนำใจยังย้ำแค้นด้วยผีนางรำสไบพริ้วไหวนอกรถที่เกาะหนึบนึกว่าเป็นตุ๊กแกแปลงกายไม่ยอมปล่อยมือออกจากหลังคารถด้วยเช่นกัน

                    เป๋าสงสัยว่าผีนางรำตนนั้นจะต้องใช้เล็บจิกหลังคาเอาไว้เพราะมีเสียงกี้ดๆๆๆ บนหลังคารถตลอดเวลาขณะที่รถควบหน้าตั้งอยู่ จะตามติดอะไรกันนักกันหนาเนี่ยแต่.. แต่ช่างโชคดีเหลือเกินที่เมื่อมาถึงลานจอดรถใต้คอนโดของอลินตาสองเพื่อนซี้ก็พบเจ้านายสาวยืนตระหง่านเป็นยานแม่ประจำการรออยู่ใต้ฐานที่มั่นเรียบร้อยแล้วตอนนี้ในความรู้สึกของสองเพื่อนรักนั้น อลินตาเปรียบเสมือนแม่พระมาโปรดที่แท้ทรู...