พระยาเดชาดำรงศักดิ์สำรวจบ้านเล็กน้อย ในห้องนั่งเล่นมีโต๊ะ เก้าอี้ โทรทัศน์ โทรศัพท์ พระยาเดชาดำรงศักดิ์จึงได้ทราบว่าความเป็อยู่ของหลานสาวค่อนข้างดีเลยทีเดียว
มันสะอาดสะอ้านดี แม้จะเล็กไปหน่อย แต่หรูหรากว่าชาวบ้านทั่วไป
สมยศถือกระเป๋าเสื้อผ้ามาตั้งในบ้าน เขานั่งเก้าอี้ข้างๆอย่างสงบ ม่านฟ้าจัดห้องเสร็จจึงบอกสมยศให้เอากระเป๋าเสื้อผ้าเข้าไปเก็บได้เลย สมยศเห็นห้องนอนค่อนข้างสะอาดและห้องเป็ระเบียบจึงโล่งใจ
“คุณหนูไปอยู่กับนายท่านใหญ่เถิดขอรับ”
“ค่ะ”
ม่านฟ้าเตรียมน้ำชาและขนมให้พระยาเดชาดำรงศักดิ์
“คุณตาทานชากับขนมก่อนค่ะ”
“ขอบใจ”
มาสั้นๆ งั้นเธอไม่อยู่คุยดีกว่าเพราะไม่มีบทพูด
“งั้นหนูไปอาบน้ำก่อนนะคะ ตามสบายเลยนะคะคุณตา”
ม่านฟ้าก้าวเท้าฉับๆไปที่ห้องของตัวเองอย่างไว พระยาเดชาดำรงศักดิ์เหลือบมองร่างเล็กขณะเด็กสาวหันหลังให้
“เหอะ! เท้าเร็วยิ่งกว่าลิง”
ม่านฟ้าอาบน้ำเสร็จแล้ว ในหัวเธอยังคงตีกันไปมา ทำไมพระยาเดชาดำรงศักดิ์กับเธอถึงได้มาอยู่ในบ้านสวนเล็กๆแห่งนี้ด้วยกันล่ะ?
นี่มันเหตุการณ์อะไรกันวะเนี่ย แถมยังมีกระเป๋าเสื้อผ้าพร้อมอีก
เขาวางแผนมาค้างอยู่แล้วรึเปล่า?
ในนิยายพระยาเดชาดำรงศักดิ์แค่มารับม่านฟ้าไปเมืองหลวงสยาม ไม่บอกว่าเขาได้มาแวะพักนอนที่ไหนนี่ แล้วทำไมไม่นอนในโรงแรมในตัวจังหวัด แต่ทำไมมานอนบ้านเธอแทน?
รู้สึกอึดอัดจริงๆ จะไล่ก็ไม่ได้ เพราะเขาคือตาที่แท้จริงของม่านฟ้า
พระยาเดชาดำรงศักดิ์ดูจะเป็คนดุ ชอบชี้นิ้วสั่งคนอื่นให้ทำตาม แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าอยากพาเธอไปจริงๆก็แค่ให้ลุงสมยศอุ้มเธอขึ้นรถไปเลย แต่พระยาเดชาดำรงศักดิ์คนนี้ไม่ทำ
แต่! แต่! แต่! เขาดันเลือกจะนอนที่นี่ อยู่กับเธอไปเลย
อิหยังวะ! ตาแกคิดจะทำอะไรกันแน่
หลังจากที่ม่านฟ้าเดินไปมาอยู่ในห้องนอนของตนได้ห้านาที เธอก็ใจเย็นลง
เออ อยู่ก็อยู่!
เธอใส่ชุดชาวสวน ชชุดของเธอเป็เสื้อแขนยาวและมีกางเกงขายาว ม่านฟ้าพับขากางเกงขึ้นเพราะมันยาวเกินไป นี่คือชุดปกติเธอที่ใส่อยู่ทุกวัน ดูในกระจกแล้ว แม้ชุดจะธรรมดาแต่ความสวยของเธอก็ยังเฉิดฉายออกมาอย่างดีงาม
เธอยิ้มให้กับตัวเอง ม่านฟ้า เธอจะคิดอะไรมากมาย เขาก็แค่คนแก่คนหนึ่ง เธอรับมือได้อยู่แล้ว เธอเป็ถึงอดีตซีอีโอในชาติก่อนเลยนะ เธอเคยเจอคนมาทุกรูปแบบแล้ว
พระยาเดชาดำรงศักดิ์ไม่ใช่คนไม่ดีสักหน่อย ก็แค่คนแก่หัวโบราณที่ดื้อมาก เหอะ!
ม่านฟ้าเข้าไปในครัว ตาพวงทำข้าวต้มหมูให้เธอไว้ เธอไม่รู้ว่าตาของเธอกับลุงสมยศกินอะไรมาหรือยัง เธอเดินไปที่ห้องรับแขกแล้วถามผู้ใหญ่ทั้งสองคน
“คุณตากับลุงสมยศทานอะไรกันมารึยังคะ?”
ลุงสมยศตอบ “ยังเลยขอรับคุณหนู”
เ้านายของเขาเร่งเดินทางมาตลอดั้แ่ตีสี่หลังจากพวกเขาได้รับรู้ว่าพิภพกับจิตลดาเสียชีวิตไปแล้ว ทั้งสองจึงไม่ได้กินอะไร รีบออกมาเพราะเป็ห่วงม่านฟ้า
“งั้น เดี๋ยวหนูทำอะไรให้กินค่ะ อาหารเช้าเป็ข้าวต้มปลาดีไหมคะ?”
“ให้กระผมทำดีกว่าขอรับ”
“ไม่เป็ไรค่ะ มาเหนื่อยๆพักก่อนเถอะค่ะ”
ร่างเล็กเดินไปในห้องครัวทันที ม่านฟ้าเดินไปเปิดตู้เย็นที่ดูธรรมดาแต่แพงมาก
ในตู้เย็นของเธอตอนนี้มีไก่ หมู ปลา เป็ด ไข่ ผัก ผลไม้
ของพวกนี้เธอได้เอาออกมาจากในมิติ
ม่านฟ้าตัดสินใจหุงข้าวเผื่อทั้งวันไปเลย
ถัดมาเธอก็ขอดเกล็ดปลา แล้วแล่เป็ชิ้นๆ เธอตรวจก้างปลาอีกครั้ง คนแก่กินอาจติดคอได้ สายตาเขาย่อมไม่ดี ต้องตรวจให้รอบคอบถี่ถ้วนหน่อย
โรงหมออยู่ไกลด้วยนะเออ ติดคอขึ้นมาวุ่นกันตาเหลือก
จากนั้นม่านฟ้าก็จุดแก๊สตั้งหม้อใส่น้ำรอเดือด ระหว่างรอน้ำเดือด เธอใช้อีกเตาตั้งกระทะเพื่อทำกระเทียมเจียว เมื่อเห็นน้ำเดือดก็ใส่รากผักชีและหัวปลาลงไป กระเทียมเจียวทำแป็ปเดียวเสร็จก็ใส่ถ้วยเล็กๆแล้วตั้งไว้ มาต่อที่น้ำซุป เธอใส่ขิงข่า ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวกับซอสปรุงรส ตามด้วยน้ำตาลทรายแล้วคนให้เข้ากัน
ม่านฟ้าชิมและปรุงไปอีกหน่อยจนได้รสชาติที่้าและเธอก็เร่งไฟแรง ต่อมาเธอก็ใส่เนื้อปลาที่แล่แล้วลงไปในหม้อ ไม่ต้องคน พอมันสุกเธอก็เอาข้าวสวยใส่ถ้วย จากนั้นเธอเอาเนื้อปลาใส่เรียงกันให้ดูสวยงามแล้วตักน้ำซุปราดไป ดับคาวอีกชั้นโดยการโปะด้วยผักขึ้นฉ่าย ขิงซอย กระเทียมเจียวและพริกไทย
ปกตินั่งกินข้าวบนแคร่หรือไม่ก็เสื่อ ที่บ้านไม่มีโต๊ะกินข้าว โอ้…ทำไงดี?
ม่านฟ้าเดินไปหาผู้ใหญ่ทั้งสองคน “คือว่า… พอดีบ้านหนูไม่มีโต๊ะกินข้าวค่ะ ปกตินั่งกินบนแคร่ไม่ก็ปูเสื่อหลังบ้าน คุณตากับลุงสมยศสะดวกแบบไหนคะ?”
“นายท่านใหญ่อายุมากแล้ว เกรงว่าก้มรับประทานไม่ไหวขอรับคุณหนู”
“อ่อ… ค่ะ”
เธอเดินไปใช้โทรศัพท์บ้าน “ตาพวง นี่หนูม่านฟ้าเองนะ ตาช่วยซื้อโต๊ะกินข้าวแบบพับได้พร้อมเก้าอีสี่ตัวให้ม่านหน่อยนะคะ เอาตอนนี้เลยนะ ซิ่งมาเลยนะตาพวง จ๊ะๆ”
ม่านฟ้าหันไปพูดกับทั้งสอง “รอสักครู่นะคะ”
ระหว่างนั้นเธอก็ไปอุ่นข้าวต้มหมูของเธอ เวลาผ่านไปสักพักก็มีเสียงรถพ่วงมอเตอร์ดังที่หน้าบ้าน นั่นคือรถตาพวง ม่านฟ้ารีบเดินออกไปทันที ตาพวงเห็นรถยนต์แพงๆจอดอยู่ก็สงสัยว่าใคร ม่านฟ้าเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของตาพวง เธอจึงเล่าให้ตาพวงฟัง
ตาพวงใมากที่คนสูงศักดิ์มาค้างนอนที่นี่ ตาพวงรู้สึกเกร็งโดยปริยาย
นั่นคือพระยาเลยนะ!
สมยศออกมาทักทายตาพวง “ต้องขอบคุณคุณพวงมาก ที่ดูแลคุณหนูม่านฟ้ามาโดยตลอด”
“ไม่เป็ไรหรอกจ๊ะ ตัวฉันต่างหากที่ถูกดูแล หนูม่านรับฉันมาอยู่ด้วย ฉันเป็หนี้บุญคุณหนูม่าน เธอสงสารเวทนาชายแก่จนๆอย่างฉัน”
สมยศระบายยิ้ม คุณหนูม่านฟ้าเป็เด็กที่อ่อนโยนจริงๆแม้จะแก่นแก้วไปหน่อย
“รีบตั้งโต๊ะเถอะค่ะ เดี๋ยวข้าวต้มจะเย็นซะก่อน” ม่านฟ้าพูดอย่างเร่งรีบ
โต๊ะเก้าอี้ถูกวางในสวนครัวหลังบ้าน เพราะบรรยากาศดีแถมอยู่ใกล้บ้านด้วย ม่านฟ้านำข้าวต้มมาเสิร์ฟบนโต๊ะ แล้วเชิญพระยาเดชาดำรงศักดิ์มานั่งทานข้าว ตาพวงไม่นั่งร่วมด้วยเพราะเกร็ง บนโต๊ะจึงมีแค่สามคน
พระยาเดชาดำรงศักดิ์ตักข้าวต้มกินจนหมด เขาเผลอตัวกินไปอย่างรวดเร็ว สมยศเห็นแล้วก็ชื่นใจที่เ้านายกินข้าวเยอะ วันนี้เป็วันแรกที่พระยาเดชาดำรงศักดิ์กินเยอะที่สุด คงเพราะได้เจอหลานกระมัง
“รสมือคุณหนูดีจริงๆ สู้คนในวังได้เลยขอรับ”
“ขอบคุณค่ะ ลุงสมยศ เรากินข้าวเสร็จสิบเอ็ดโมงพอดี ข้าวเที่ยงเลยคงต้องเลื่อนไป เดี๋ยวหนูจะทำอาหารว่างระหว่างวันให้นะคะ”
“กระผมทำให้ดีกว่าขอรับ กระผมเป็ข้ารับใช้ คงไม่ดีนักที่ให้เ้านายทำเอง”
“ลุงสมยศทำกับข้าวเป็ด้วยเหรอคะ?”
“กระผมเป็คนสนิทของนายท่าน ย่อมต้องทำได้ทุกอย่างเวลาออกไปข้างนอกหรือค้างคืนที่อื่น บางครั้งอาหารก็ไม่ถูกปากนายท่าน กระผมจึงเป็คนลงแรงเตรียมอาหารให้ การดูแลสุขภาพของนายท่านใหญ่เป็หน้าที่ของกระผมขอรับ”
“เอางั้นก็ได้ค่ะ ในตู้เย็นมีหมดเลยค่ะ ลุงสมยศทำได้เต็มที่เลยนะคะ สงสัยอะไร ถามตาพวงได้ค่ะ”
“คุณหนูอยู่กับคุณพวงสองคนหรือขอรับ?”
“ใช่ค่า ตาพวงแกน่าสงสาร เมียและลูกๆทิ้งแกไปหลายสิบปีแล้ว หนูเองก็อยู่คนเดียวเป็เด็กกำพร้า ให้ตาพวงมาอยู่ด้วยกัน เราสองคนจึงไม่เหงาเลยค่ะ ตาพวงเป็คนซื่อๆขยันทำงานมากเลยค่ะ เราสองคนจึงอยู่ด้วยกันมาเป็ครอบครัวเดียวกัน”
สมยศแอบเหลือมองพระยาเดชาดำรงศักดิ์ เขารู้ว่าเ้านายของเขานั้นภายนอกนิ่ง แต่ภายไม่ได้นิ่งอย่างที่แสดงออก เขาล่ะกลัวจริงๆว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย คุณหนูม่านฟ้าไม่ใช่เด็กที่ควบคุมอยู่ในกรอบของคุณท่านได้
ตาพวงเห็นว่าทุกคนกินข้าวเสร็จแล้วจึงเก็บถ้วยไปล้างอย่างเงียบๆ เธออดขำไม่ได้กับท่าทางแปลกๆของตาพวง
พระยาเดชาดำรงศักดิ์แค่นั่งเฉยๆ ก็ทำให้ใครๆสั่นกลัว เพราะมีหน้าเป็อาวุธ
ดุ๊…ดุ อ่ะ เนอะ :)
เสียงรถหกล้อห้าคันมาจอดหน้าสวนของเธอ
จากนั้นก็มีเสียงมอเตอร์ไซค์มาจอดหน้าบ้าน เสียงนี้เป็รถของผู้ใหญ่ผินนั่นเอง
“หนูม่าน หนูอยู่รึเปล่า? ใครมาเหรอ?” ลุงผินะโถาม
ม่านฟ้าเดินไปรับลุงผินกับน้าพายที่หน้าบ้าน เธอพาทั้งสองมาหาพระยาเดชาดำรงศักดิ์ที่กำลังนั่งชิวๆอยู่ในสวนผักสวนครัวของเธอ
ลุงผินกับน้าพายตัวแข็งทื่อ ร่างเกร็งไม่กล้าขยับ ม่านฟ้าสะกิดเรียกสติทั้งสองคน
ออร่าพระยาเดชาดำรงศักดิ์ช่างรุนแรงดาเมจสูงจริงๆ
“ลุงผิน น้าพายคะ นี่พระยาเดชาดำรงศักดิ์ค่ะ คุณตาของหนูไงคะ คุณตาคะ นี่ผู้ใหญ่ผิน ส่วนคนผอมๆคือน้าพายค่ะ”
ทั้งสองคนไหว้สวัสดีกันอย่างพร้อมเพียง แต่ยังคงมีความเกร็งอยู่
“สวัสดีขอรับท่านพระยาเดชาดำรงศักดิ์”
“อืม... เธอทั้งสองมาทำอะไรล่ะ?”
ลุงผินตอบ “กระผมมาถามหนูม่านเื่ฟาร์มหมูขอรับ หนูม่านจะเปิดฟาร์มหมูขอรับ”
น้าพายตอบ “ส่วนกระผม มารับผลไม้ของหนูม่านขอรับ”
“เปิดฟาร์มหมูรึ? เธอมีเงินรึม่านฟ้า?” พระยาเดชาดำรงศักดิ์แปลกใจ
“หนูขายผลไม้ได้เงินมามากโขอยู่ค่ะ” เธอตอบสัั้นๆ
พระยาเดชาดำรงศักดิ์ขมวดคิ้วหนา “เธอทั้งสองคนมานั่งก่อน”
ลุงผินกับน้าพายนั่งลงบนเก้าอี้อย่างเกร็งๆ จะเกร็งไปไหนคะเนี่ย
ม่านฟ้าเดินไปเอาเก้าอี้ในบ้านมานั่งด้วย ดูท่าจะยาว
ตาพวงเอาน้ำมาเสิร์ฟให้ลุงผินกับน้าพาย จากนั้นก็ส่งสายตาเป็กำลังใจแล้วเผ่นเข้าบ้านไปเลย เหอะๆ
ลุงผินกระแอมเบาๆ “เรียนท่านพระยาเดชาดำรงศักดิ์ขอรับ หลังจากที่พ่อแม่ของหนูม่านฟ้าเสีย หนูม่านฟ้าก็ทำสวนเลี้ยงชีพ กระผมเห็นผักผลไม้ของหนูม่านออกผลได้ดี จึงแนะนำให้พระพายเพื่อนของกระผมมารับไปขาย ผลผลิตจากสวนหนูม่านฟ้าขายได้ในราคาสูงและเป็ที่้าของตลาด หนูม่านฟ้าจึงมีเงินเป็กอบเป็กำขอรับ”
ม่านฟ้าพยักหน้าหงึกๆ เป็ความจริงทุกประการค่ะ
“ตอนนี้หนูม่านฟ้าได้ขยายสวนจนใหญ่โต เธอได้สร้างบ้านพักคนงานอีกยี่สิบหลังด้วยขอรับ นอกจากนี้หนูม่านฟ้าก็มีร้านค้าขายหมูแดดเดียวในตลาด นับว่าตอนนี้หนูม่านฟ้าเป็เศรษฐีตัวน้อยของหมู่บ้านเขาเขียว”
สมยศอ้าปากค้าง เด็กตัวเท่านี้ทำธุรกิจได้ใหญ่โตเพียงนี้เชียวหรือ
“มิน่าเล่า ว่าเหตุใดคุณหนูจึงไม่อยากไปอยู่บ้านใหญ่กับนายท่านใหญ่”
ม่านฟ้ายิ้ม “ธุรกิจของหนูกำลังไปได้ดีค่ะ หนูไม่สามารถทิ้งตรงนี้ไปได้ อีกอย่าง...หนูให้น้า พายหาคนงานให้หนูแล้ว ถ้าหนูทิ้งที่นี้แล้วไปอยู่กับคุณตา คนงานก็จะไม่มีงานทำนะคะ”
“ถึงอย่างไรเธอก็ต้องไปอยู่ในเมืองหลวงสยามกับฉัน เพราะเธอเป็หลานฉัน” พระยาเดชาดำรงศักดิ์พูดเสียงเข้มอย่างไม่ยอมแพ้
“หนูจะไปอยู่ทำไมคะ? หนูเป็หลานก็จริง แต่ที่นั่นไม่ใช่ที่ของหนู คุณตาก็รังเกียจหนูเพราะคุณพ่อหนูเป็แค่ชาวบ้านธรรมดา ถ้าหนูไปอยู่ที่นั่นก็ย่อมมีคนไม่ชอบหนู หนูเป็เด็กไม่มีความอดทนนะคะ ใครทำร้ายหนู หนูย่อมสู้กลับ คุณตายังอยากเอาหนูไปขายหน้าในเมื่องหลวงสยามไหมล่ะคะ?”
ลุงผินกับน้าพายเหงื่อตก เด็กคนนี้ไม่กลัวตายจริงๆ เถียงพระยาเดชาดำรงศักดิ์ฉอดๆได้แบบนี้ นับว่ากล้าหาญไม่น้อย สมยศขำอยู่ในใจแต่ก็ต้องพยายามกลั้นไว้ น่ารักจริงๆคุณหนูม่าน ไปอยู่บ้านใหญ่ชีวิตของนายท่านคงมีสีสันไม่น้อย
“จะให้คนอื่นมาว่าหลานฉันเป็คนไม่มีการศึกษาไม่ได้” พระยาเดชาดำรงศักดิ์หรี่ตามองเธออย่างเอาเื่
ม่านฟ้าเสียวสันหลังวาบ
ม่านฟ้าคิดสิคิด “แต่หนูทิ้งที่นี่ไม่ได้ จริงๆแล้วหนู อ่านและเขียน ได้นะคะ”
“นั่นไม่พอหรอกขอรับคุณหนู”
เอาไงดีล่ะยายม่านฟ้า?