เสียงของภูติน้อยอีกสองตัวดังก้องไปทั่วทำให้ภูติน้อยจำนวนมากปรากฎตัวออกมาบินลอบๆตัวของฉางเฟิงและรู้สึกได้ถึงสายเลือดที่คุ้นเคยอย่างดี
“เป็นสายเลือดของนายเหนือหัวจริงๆด้วย”
“เร็วไปนำอาหารมาต้อนรับเลย”พวกภูติน้อยเมินพวกมู่เฟยเสวี่ยและสนใจเพียงแค่ฉางเฟิง
“พวกเจ้าถอยออกมาให้หมด”ในตอนนั้นเสียงที่เย็นชาก็ดังขึ้น
ชายวัยกลางคนปรากฏตัวออกมากลิ่นอายเซียนที่แข็งแกร่งเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที ชายวัยกลางคนที่ปรากฏตัวมีระดับพลังระดับเซียนขั้นที่9 ไปแล้ว
“ผู้พิทักษ์เขามีสายเลือดอันสูงส่งของนายเหนือหัว” เหล่าภูติน้อยโกรธมากเมื่อเห็นผู้พิทักษ์แสดงท่าทางยโสต่อหน้าสายเลือดที่พวกเขาเคารพและนับถือ
“จริงอยู่ที่เขามีสายเลือดของนายท่านแต่พวกเรายังไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใครกันแน่เพราะงั้นถอยออกมา”ผู้พิทักษ์กล่าว
“ไม่จำเป็นต้องกังวลขนาดนั้นก็ได้ข้านั้นไม่ได้เป็นพวกเดียวกันกับวังสวรรค์และคนเหล่านี้ก็เป็นคนที่อาศัยอยู่ในโลกนี้แต่เดิมอยู่แล้วถ้าเจ้าไม่เชื่อเจ้าลองถามภูติน้อยพวกนี้ก็ได้” ฉางเฟิงกล่าว
“ใช่แล้วนายท่านนั้นไม่ใช่พวกเดียวกันกับพวกวังสวรรค์แน่นอน แถมนายท่านยังเป็นถึงสามีของนายเหนือหัวแห่งโลกอีกด้วย”เหล่าภูติน้อยกล่าวขึ้น
“เอ่อเรื่องนี้พวกเจ้าไม่ต้องพูดก็ได้นะ”
“เจ้ามีหลักฐานอะไรมาพิสูจน์ละด้วยเพียงแค่ภูติน้อยแค่ไม่กี่ตนไม่เพียงพอหรอกนะ” ผู้พิทักษ์กล่าว
“แล้วถ้าเป็นข้าละ”ทันใดนั้นเองภาพสวรรค์นิรันดร์ก็ปราฏและสร้างประตู 1 บ้านเมื่อประตูบ้านนั้นเปิดออกร่างเงาที่งดงามก็ปรากฏ ซีรั่วหยานที่ก้าวออกมาพร้อมกับสยายปีกภูติราวกับเป็นราชินีที่สูงส่งของโลก
“ไม่จริงนายเหนือหัวแห่งโลก นายเหนือหัวแห่งโลก” เหล่าภูติน้อยนั้นทันทีที่เกิดมาจะจดจำรูปลักษณ์ของราชินีภูติหรือนายเหนือหัวแห่งโลกได้อย่างชัดเจนเพราะภาพเหล่านี้มันฝังอยู่ในสายเลือด
เรียกได้ว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใหนที่ภักดีต่อซีรั่วหยานเท่ากับภูติน้อยเหล่านี้อีกแล้วและเพราะแบบนั้นทันทีที่ซีรั่วหยานปรากฎเหล่าภูติน้อยพากันร้องไห้ออกมาด้วยความตื่นเต้นและพากันแสดงความเคารพ
ร่างของผู้พิทักษ์แห่งทื่อก่อนจะได้สติและคุกเข่าลงด้วยความเคารพและหวาดกลัว ใครจะไปคิดว่าตัวตนระดับนี้ยังมีชีวิตอยู่
“ผู้ต่ำต้อยคารวะนายเหนือหัว”ผู้พิทักษ์กล่าว
“ดูเหมือนว่าอำนาจของข้าจะยังพอหลงเหลืออยู่”ซีรั่วหยานมองไปยังรอบๆและหวนคิดถึงความทรงจำที่ถูกเก็บไว้
“หลายแสนปีที่ข้าไม่ได้กลับมายังที่แห่งนี้ดูเหมือนจะได้รับความเสียหายไม่น้อยเลยทีเดียว”ซีรั่วหยานกล่าวพร้อมกับปลดปล่อยสายเลือดในร่างออกมา
“อึก!!!!!!”
แม้แต่เสี่ยวเฮ่ยยังต้องถอยออกไปเพราะได้รับแรงกดดันของสายเลือดส่วนพวกคนอื่นๆยิ่งไม่ต้องพูดถึง ถ้าไม่ใช่เพราะซีรั่วหยานจงใจไม่ให้พวกนางได้รับแรงกดดันพวกนางคงหมดสติไปแล้ว
แม้ซีรั่วหยานจะยังฟื้นฟูไม่ถึง1 ใน 10 ส่วนแต่สายเลือดของนางก็ทรงพลังมากอยู่ดี ในกลุ่มมีเพียงฉางเฟิงและเสี่ยวเสี่ยวที่ไม่ได้รับผลกระทบอย่างสิ้นเชิงเพราะสายเลือดของทั้งสองนั้นทรงพลังไม่แพ้ของซีรั่วหยาน
“ท่านแม่”เสี่ยวเสี่ยวกระโดดเข้าหาซีรั่วหยานทันที
“เจ้าตัวแสบเจ้ามันเด็กดื้อจริงๆ” ซีรั่วหยานยิ้ม
“นั่นแหนะเหรอแม่ของเด็กนั่น ก็แสดงว่านางคือภรรยาของฉางเฟิงงั้นเหรอ” เจี้ยนอี้และหู่หวางอ้าปากค้าง
“ในเมื่อนายเหนือหัวกลับมาแล้วพวกเราก็จะสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติแล้ว ไม่สิพวกเราจะต้องแก้แค้นกลับไป” ผู้พิทักษ์กล่าว
“เรื่องนั้นข้าจะบอกทีหลังให้เจ้านำทางเราไปยังศูนย์กลางของโลกเดี๋ยวนี้และเรียกได้ผู้พิทักษ์มารวมตัวกันข้ามีเรื่องจะแจ้ง”ซีรั่วหยานกล่าว
“เจ้าออกมาแบบนี้มันจะดีงั้นเหรอศัตรูคงไม่รู้ตัวหรอกนะ” ฉางเฟิงกังวล
“ไม่เป็นไรมิติแห่งนี้ค่อนข้างพิเศษวังสวรรค์ไม่มีทางสัมผัสได้ถึงพลังของข้าได้แน่” ซีรั่วหยานกล่าว
“งั้นก็ดี”
พวกฉางเฟิงได้ถูกผู้พิทักษ์นำทางไปยังหมู่บ้านที่ใหญ่ที่สุดในสวนสมุนไพรและที่นั่นเป็นสถานที่อยู่อาศัยของสมุนไพรเทพพวกฉางเฟิงตลอดการเดินทางได้รับการต้อนรับอย่างดี
ขณะเดียวกันทางด้านพวกสี่นิกายในที่สุดพวกเขาก็เอาชนะอสรพิษสามหัวได้และสามารถเข้ามาข้างในสวนสมุนไพรได้แล้วเพียงแต่ สิ่งที่ต้องจ่ายนั้นก็ไม่น้อยเลย มีตัวตนระดับเซียนตายไปจำนวนมากแม้แต่ตระกูลเซียนยังเสียหายอย่างหนัก
“ถ้าพวกเราไม่สามารถได้รับสมุนไพรเทพการเดินทางครั้งนี้เกรงกว่าจะไม่คุ้มเสียแล้ว” ผู้อาวุโสนิกายปฐพีเร้นลับกล่าว
“มันน่าโมโหจริงเจ้าพวกนั้นมันข้ามได้อย่างง่ายดายโดยไม่สนใจพวกเราเลยแม้แต่น้อยและพวกมันเข้ามาก่อนพวกเรานานแล้วไม่รู้ว่าตอนนี้พวกนั้นเก็บเกี่ยวไปถึงใหนแล้ว”ผู้อาวุโสนิกายอัคคีฟ้าโกรธมาก
“พูดไปแล้วจะได้อะไรถึงอย่างไรพวกนั้นก็ไม่ใช่คนที่พวกเราจะไปหาเรื่องง่ายๆ” ผู้อาวุโสนิกายบงกชถอนหายใจ
“มาถึงตรงนี้พวกเราก็แยกกันเถอะ”ผู้อาวุโสนิกายธารวารีที่เงียบไม่ออกความเห็นมาตั้งแต่ต้นกล่าวและพาคนในนิกายพร้อมกับตระกูลซวนหยวนจากไป
ตระกูลฉางเองก็ติดตามตระกูลซวนหยวนจากไปเช่นกันส่วนขุมอำนาจอื่นๆก็รีบแยกย้ายกันออกตามหาสมุนไพรพวกเขาต้องแข่งกับเวลาเพราะจากที่วังสวรรค์เคยบอกพวกเขามีเวลาแค่1 เดือนในการอยู่ในสวนสมุนไพร
ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเร่งรีบและกระจายกันเป็นวงกว้างส่วนพวกสมาคมนักปรุงยาและหอสมบัติก่อนจากกันกับพวกฉางเฟิง ฉางเฟิงได้เตือนกับพวกเขาให้อย่าได้ก่อปัญหาให้กับผู้อาศัยอยู่ในที่แห่งนี้ให้ใช้วิธีอย่างเป็นมิตรยกเว้นแต่จะไม่มีทางเลือก
และสองกลุ่มนี้ก็ได้เจอกับหมู่บ้านของภูติน้อยเช่นกันแม้ตอนแรกจะไม่ได้รับการต้อนรับแต่สองกลุ่มก็พยายามซื้อใจโดยเสนอการแลกเปลี่ยนจนในที่สุดผู้พิทักษ์ก็ยินยอมแลกเปลี่ยนกับพวกเขา
จะแตกต่างจากพวกนิกายอัคคีฟ้าที่ใช้กำลังแย่งชิงและเข่นฆ่าพวกฉางเฟิงที่มาถึงหมู่บ้านของสมุนไพรเทพก็ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ สมุนไพรเทพพากันออกมาต้อนรับซีรั่วหยานด้วยความเคารพ
ซีรั่วหยานในตอนนี้ไม่หลงเหลือคราบของผู้หญิงโรคจิตที่ฉางเฟิงรู้จักอีกแล้วแต่เป็นราชินีภูติที่ปกครองโลกแห่งนี้มาหลายยุคสมัยกลิ่นอายของนางทำให้เหล่าภูติน้อยและสมุนไพรเทพรู้สึกปลอดภัย
ที่ซีรั่วหยานปรากฏตัวออกมาเพราะนางต้องการสมุนไพรเทพเพื่อฟื้นฟูพลังของตัวเองบวกกับต้องการจะวางแผนเพื่อช่วยฉางเฟิงเตรียมพร้อมในการต่อสู้กับวังสวรรค์