Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

    บทที่ 77 ปลาในก้อนน้ำแข็ง

    ปลาในก้อนน้ำแข็ง

     

                การค้นพบปลาในก้อนน้ำแข็งนั้นทำให้กัสตกใจมากก็จริงแต่ก็ยังไม่เท่ากับการได้เห็นมันเคลื่อนไหวอยู่ภายในก้อนน้ำแข็งที่บอกให้เขารู้ว่ามันนั้นยังมีชีวิตอยู่ภายในก้อนน้ำแข็งอย่างปกติสุข

                “นี่มัน..ยังไม่ตายงั้นหรือ”

                กัสตกตะลึงเป็นอย่างมากกับการค้นพบนี้ ก่อนจะหัวเราะออกมาดังๆด้วยความตื่นเต้นยินดีเพราะเขารู้ดีว่าสิ่งที่มีลักษณะพิเศษเหล่านี้โดยมากมักจะมีคุณสมบัติบางอย่างที่แอบแฝงอยู่เสมอ

                และก็เช่นเดียวกับคุณสมบัติแฝงของมันมูลค่าของมันเองก็มักจะมากกว่าผลผลิตทั่วไปที่ไม่มีอะไรพิเศษอีกด้วย

                กัสตรวจสอบปลาในก้อนน้ำแข็งอีกเล็กน้อยรอจนมั่นใจว่ามันอาศัยอยู่ในน้ำแข็งจริงๆเขาก็หยิบเอาถังไม้ออกมาใบหนึ่งแล้วใส่ปลาที่อยู่ในก้อนน้ำแข็งลงไปจากนั้นก็หมุนตัวกลับไปแล้วเริ่มขุดต่ออย่างรวดเร็ว

                ในตอนนี้พลังใจของเขาเต็มเปี่ยมจนแทบล้นการค้นพบแหล่งทรัพยากรที่มีค่านี้ทำให้เขาตื่นเต้นยินดีมากถึงจะไม่รู้ว่ามันขายได้ DP มากน้อยขนาดไหน

                แต่กัสยินดีที่จะเชื่อว่ามันจะให้DP กับเขามากกว่าปลาที่ตกได้ในดินแดนหลักอย่างแน่นอน

                ประสบการณ์หลายปีในดันเจี้ยนแห่งนี้บอกให้เขารู้ถึงหลักการบางอย่างที่ซ่อนอยู่โดยเฉพาะหลักการที่ว่า ยิ่งได้มายากลำบากเท่าไหร่ มูลค่าของมันก็จะมากขึ้นเท่านั้น

                การค้นหาทรัพยากรในดินแดนย่อยที่มีพายุหิมะพัดผ่านตลอดเวลาเช่นนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ได้ว่ามันเป็นดินแดนย่อยที่มีระดับความยากสูงเป็นอย่างมาก

                ซึ่งกัสไม่มั่นใจว่ามันสูงที่สุดหรือไม่เพราะไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบแต่เขาก็รู้ว่าหากจัดอันดับสภาพอากาศในดินแดนย่อยที่พบเจอแล้วรูปแบบอากาศหนาวนั้นมีระดับความยากสูงสุด

                แต่ดินแดนย่อยแห่งนี้ของเขานั้นนอกจากอากาศหนาวแล้วยังมีพายุหิมะอีกด้วยแล้วไหนจะปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำแข็งที่ไม่สามารถตกได้ด้วยวิธีการตามธรรมชาติอีก

                ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาคิดมากเลยด้วยซ้ำเขาก็มั่นใจได้เลยว่ามูลค่าของมันต้องมีมากพอๆกับระดับความยากในการได้มาของปลาชนิดนี้

                เมื่อพลังใจของเขาเพิ่มพูนจนเต็มเปี่ยมอีเตอร์ในมือของกัสก็ถูกหวดลงไปไม่มีหยุดปลายแหลมของอีเตอร์เจาะทะลวงเข้าไปในชั้นน้ำแข็งจนแตกออกเป็นก้อนเล็กๆก้อนแล้วก้อนเล่า

                ยิ่งขุดกัสก็ยิ่งเดือดพล่านไปด้วยความเร่าร้อนร่างกายของเขาหลั่งเหงื่อออกมาอย่างต่อเนื่องเพราะความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นจนเกินไปของมันจากการทำงานหนักติดต่อกันไม่ได้หยุด

                ก้อนน้ำแข็งที่มีแสงสีม่วงอยู่ภายในถูกกัสเก็บขึ้นมาในทันทีแบบไม่ต้องเสียเวลาคิดใดๆจากนั้นก็โยนกลับไปด้านหลังจนตกลงในถังไม้ที่วางอยู่พอดี จากนั้นก็ขุดต่อไปไม่หลุด

                บางครั้งกัสก็ต้องเปลี่ยนจากอีเตอร์มาถือพลั่วในบางครั้งเพื่อตักเอาเศษน้ำแข็งก้อนเล็กๆที่แตกออกมาโยนไปด้านข้างเพื่อให้สามารถขุดลงไปลึกกว่าเดิมได้

                ยิ่งขุดลงไปลึกเท่าไหร่กัสก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าความอุณหภูมิมันลดลงทุกขณะแต่ในขณะเดียวกันนั้นก้อนน้ำแข็งที่มีปลาอยู่ภายในนั้นก็มีมากขึ้นด้วยเช่นกัน

                ไม่เพียงจำนวนของปลาที่เพิ่มสูงขึ้นแต่ขนาดของมันก็ยังใหญ่ขึ้นด้วยทว่าความยากในการขุดเองก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวเช่นกันเช่นเดียวกับอุณหภูมิที่ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องชนิดที่ทำให้กัสเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว

                เหงื่อที่ไหลออกมาจากร่างกายจับตัวเป็นน้ำแข็งในอึดใจที่หยดลงบนพื้นน้ำแข็งจนเขาได้ยินเสียงจากน้ำแข็งที่ร่วงหล่นดังมาไม่มีหยุด

                เสียงนี้ดังถี่ขึ้นเรื่อยๆทำให้กัสเริ่มหิวกระหายขึ้นมาบ้างเขาก็เลยต้องหยุดพักและนำเอาอาหารออกมากินลงไปอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ความร้อนของพวกมันถูกสภาพอากาศช่วงชิงไป

                แต่ถึงจะพยายามยังไงของกินที่กินลงไปก็ยังเย็นยะเยือกจนกัสถึงกับตัวสั่นและปวดท้องอยู่บ้างแต่เมื่อกระตุ้นพลังของพรใส่ลงไปร่างกายของเขาก็เดือดราวกับเหล็กเผาไฟจนแทบไม่หวาดกลัวต่อความหนาวเย็นภายนอกอีกเลย

                ทว่าการกระตุ้นพลังของพรแบบนี้ทำให้กัสสูญเสียพลังงานไปอย่างรวดเร็วจนต้องหยิบเอาอาหารออกมากินอีกหลายต่อหลายครั้งจนกระทั่งเสบียงอาหารที่พกติดตัวมาหมดสิ้นลง

                “อะไรกัน..หมดแล้ว”

                ช่วงเวลาพักครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่ทราบกัสล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเพื่อควานหาเสบียงอาหารที่พกติดตัวมาด้วยก่อนจะพบว่าเสบียงที่ใส่ไว้ในกระเป๋านั้นหมดลงไปเป็นที่เรียบร้อยทำให้เขาตกใจไม่น้อยเลยทีเดียว

                แต่เมื่อมองเห็นระดับความลึกของหลุมที่ตัวเองขุดนั้นกัสก็ไม่รู้สึกประหลาดใจอะไรอีกต่อไปเพราะว่าเวลานี้เขาขุดลงไปในทะเลสาบน้ำแข็งได้ลึกเกือบ5 เมตรแล้ว

                ในระดับความลึกณ จุดนี้ลมหายใจของเขาไม่ได้กลายเป็นไออีกแล้ว แต่กลายเป็นสะเก็ดน้ำแข็งแทนนอกจากนั้นเวลาที่เขาหายใจเข้าไปในปอด มันยังทำให้เขาเจ็บปวดลึกๆราวกับปอดของเขากำลังถูกแช่แข็งเลยทีเดียว

                “ในเมื่อเสบียงหมด..เราก็คงต้องกลับขึ้นไปแล้วสินะ”

                กัสถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วส่ายหน้าน้อยๆพลางคิดในใจว่าเขาออกจะฝืนตัวเองมากเกินไปหน่อยขณะที่ก้าวขึ้นไปตามเส้นทางที่เขาขุดลงมาอย่างช้าๆ

                เมื่อขึ้นมาถึงด้านบนอีกครั้งอากาศที่หนาวเหน็บและพายุหิมะก็กลายเป็นลมเย็นๆสำหรับเขาไปเลยทีเดียว

                เหงื่อที่ไหลออกมาไม่หยุดนั้นในที่สุดก็ทำให้เสื้อผ้าของเขาเปียกได้ต่างจากก่อนหน้านี้ที่แค่หยดลงไปได้พริบตาเดียวก็กลายเป็นก้อนน้ำแข็งเกาะติดตามเสื้อผ้าของเขาจนต้องเสียเวลาปัดออกหลังจากที่มันสะสมจนกลายเป็นพวงใหญ่

                เมื่อสายตาของกัสกวาดมองไปรอบตัวเขาก็ยิ้มกว้างเมื่อสังเกตเห็นก้อนน้ำแข็งที่กระจัดกระจายอยู่บนหิมะก่อนจะจัดการกอบโกยพวกมันไปใส่ไว้ในถังไม้จนหมด

                “ไม่เลวเลย..ประมาณ 35 ตัวได้ จะขายได้สักเท่าไหร่กันนะ”

                กัสยิ้มกริ่มแล้วหิ้วถังไม้ขึ้นมาจากนั้นเดินกลับไปยังบ้านพักที่กลายเป็นทางเข้าออกของดินแดนย่อยแห่งนี้

                เมื่อกัสเปิดประตูเข้าไปในบ้านเขาก็ต้องผงะไปเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นน้องสาวคนเล็กน้อยขดตัวอยู่ข้างๆเตาผิงด้วยใบหน้าที่ประดับไว้ด้วยรอยยิ้ม

                สภาพแบบนี้ทำให้กัสกระตุกยิ้มขึ้นมาเบาๆก่อนจะส่งเสียงหัวเราะออกมาซึ่งทำให้เด็กสาวที่นอนหลับอยู่ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ

                “พี่กัส..กลับมาแล้วหรอ เป็นไงบ้างอะ ได้อะไรกลับมาไหม”

                “อืม ข้าโชคดีทีเดียวได้ปลากลับมาถังหนึ่ง ไป! กลับไปดินแดนหลักกันดีกว่า”

                “อือ..กลับก็กลับ..”

                พอกัสเดินกลับเข้าไปที่ดินแดนหลักเขาก็ต้องหยุดชะงักไปเล็กน้อยเมื่อพบกับสายตาที่มองมาด้วยความเป็นห่วงของน้องสาวคนโตที่รอคอยอยู่ด้านนอก

                “ท่านพี่!! ดีจังน้องกำลังนึกเป็นห่วงอยู่เลย ทั้งที่ให้น้องเล็กไปตามแล้วแท้ๆแต่กลับหายเงียบไปกันสองคนน้องกำลังคิดอยู่เลยว่าถ้าท่านพี่ไม่กลับมาแล้วจะทำยังไง”

                ท่าทางที่ดูเป็นห่วงเป็นใยของน้องสาวนี้ทำให้กัสยิ้มน้อยๆ ด้วยความรู้สึกผิดยิ่งเขาเหลือบไปดูเวลาจนพบว่าตอนนี้มันเลยเวลานัดตอนเที่ยงไปแล้วเขาก็ต้องกล่าวขอโทษออกมาเบาๆ

                “ขอโทษที่ทำให้เจ้าเป็นห่วงนะน้องข้า”

                น้องสาวคนโตส่ายหน้าน้อยๆแทนคำปฏิเสธก่อนจะหรี่ตาลงแล้วหันไปมองน้องสาวคนเล็กที่ให้ไปเรียกกัสแต่กลับหายไปไม่กลับมาด้วยสายตาไม่พอใจ

                “แล้วทำไมเจ้าถึงได้หายไปเงียบๆ แบบนี้ละห๊ะรู้ไหมว่าข้าเป็นห่วง!”

                พอโดนดุเข้าน้องสาวคนเล็กก็ทำปากจู๋เธอหันมามองกัสอย่างคนที่อยากได้ความช่วยเหลือแต่กัสก็ไม่พูดอะไรและไม่ช่วยด้วยทำให้เด็กสาวต้องโดนพี่สาวของเธอดุอยู่นานหลายนาที

                ทว่าน้องสาวของเขาก็ไม่ใช่เล่นๆหลังจากโดนดุอยู่นานและรู้ว่าอาจจะนานกว่านี้หากไม่หาวิธีเบี่ยงเบนความสนใจเธอก็เริ่มเอ่ยปากแก้ตัวออกมาพลางเล่าถึงความสุขสุดยอดจากการได้นอนอยู่ข้างเตาผิงในบ้านพักที่หนาวเหน็บ

                ความรู้สึกอันแสนสงบราวกับกำลังจำศีลในฤดูหนาวนั้นมีเสน่ห์ที่น่าหลงใหลขนาดไหนทำให้กัสที่ฟังอยู่ยังแอบรู้สึกสนใจตามไปด้วยเลยทีเดียว

                แน่นอนว่าน้องสาวคนโตเองพอได้ยินแบบนั้นก็นึกสนใจไปไม่น้อยเช่นกันแต่เธอก็ไม่ได้หลงกลน้องสาว หลังจากตั้งสติได้ก็เริ่มดุอีกรอบก่อนจะเดินกลับไปเตรียมซุปร้อนๆ ให้กับพี่ชายของเธอแทน

                ส่วนน้องสาวคนเล็กนั้นก็แกล้งทำเป็นปาดเหงื่อด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสจนกัสนึกอยากจะตีก้นเธอสักที

                “ร้ายนักนะ! แต่ทำแบบนี้บ่อยๆไม่ดีรู้ไหม พี่สาวของเจ้านะเป็นห่วงเจ้าจริงๆ นะ”

                “หนูรู้น่า..แต่มันรู้สึกสุดยอดไปเลยนี่นาทั้งที่ภายนอกหนาวขนาดนั้นแต่พอนอนอยู่ข้างเตาผิงแล้วกลับรู้สึกสบายสุดๆ”

                เด็กสาวตัวน้อยยังคงพยายามแก้ตัวแต่ก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงมากเพราะเธอรู้ดีว่าตัวเองทำผิดเลยแก้ตัวได้ไม่เข้มแข็งแบบก่อนหน้านี้ที่พยายามเอาตัวรอด

                “ก็จริงนะ เผ่าอสูรอย่างพวกเรามีการตอบสนองต่อสภาพอากาศได้ดีเป็นพิเศษช่วงเวลาของการจำศีลเองก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของสัญชาตญาณเอาชีวิตรอดก็ได้แต่เล่นแบบนี้อาจจะไม่ดีเท่าไหร่ คราวหน้าไม่ให้ทำแบบนี้อีกแล้วนะ”

                “ค่ะ คราวหน้าจะไม่ทำแล้ว ไม่โกรธแล้วนะพี่กัส”

                สุดท้ายน้องสาวคนเล็กของเขาก็ไม่เปลี่ยน เธอทำเป็นจริงจังได้สองนาทีก็ทำเป็นเล่นอีกแล้วทำให้กัสอดไม่ได้ที่จะตีก้นเธอแรงๆครั้งหนึ่งจนเด็กสาวส่งเสียงร้องออกมาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ

                ทางด้านของน้องสาวคนโตเธอใช้เวลาในการอุ่นซุปไม่นานนักก็นำมาให้กัสถึงที่ตามมาด้วยเนื้อรมควันก้อนใหญ่ เนื้อย่าง ผักต้มและเครื่องเคียงเล็กน้อยจากนั้นปิดท้ายด้วยเบียร์ถังใหญ่ถังหนึ่งที่นำมาจากโรงหมักบ่มของกัส

                “ขอบใจมากนะน้องข้า จริงสิ ข้าได้ไอ้นี่มาเจ้าลองเอาไปดูสิว่ามันสามารถทำเป็นอาหารกินได้ไหม”

                พูดจบกัสก็ส่งถังไม้ไปให้ซึ่งภายในนั้นมีก้อนน้ำแข็งอยู่จำนวนหนึ่งซึ่งมีปลาตัวใสถูกแช่แข็งอยู่ภายใน

                เมื่อน้องสาวคนโตของกัสรับไปดูเธอก็อุทานออกมาเบาๆด้วยความตกใจเพราะไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน

                แตกต่างจากกัสที่แม้จะตกใจในตอนแรกแต่ก็ตกใจเพราะเขาไม่คิดว่าจะเจอปลาแปลกๆ แบบนี้เท่านั้นไม่ได้ตกใจที่มันแปลกเพราะของที่แปลกแบบนี้ยังมีอีกมากหากได้เข้าไปในดินแดนย่อยที่มีสภาพที่หลากหลายกว่านี้

                มื้อเที่ยงที่กลายเป็นมื้อบ่ายถูกกัสกวาดลงท้องไปอย่างรวดเร็วก่อนจะเหลือบไปเห็นน้องสาวคนโตที่ยืนขมวดคิ้วอยู่ข้างเตาไฟพลางมองดูหม้อเหล็กด้วยท่าทางที่ผิดปกติ

                กัสเห็นแบบนั้นก็เริ่มสงสัยเลยเดินเข้าไปดูก็พบว่าน้องสาวของเขานั้นกำลังพยายามละลายน้ำแข็งเพื่อเอาปลาออกมาอยู่

                ทว่าน้ำที่ต้มนั้นกลับจับตัวเป็นน้ำแข็งจนเต็มหม้อทั้งที่ตั้งไฟแรงเต็มที่แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะละลายอย่างที่ควรจะเป็น

                เมื่อเห็นแบบนั้นกัสก็ตระหนักถึงคุณสมบัติพิเศษของปลาตัวนี้ได้ในทันทีแต่เพื่อให้แน่ใจเขาเลยไม่พูดออกมาหากแต่เฝ้ามองปลาในก้อนน้ำแข็งที่พยายามดิ้นรนจากความร้อนอย่างสุดกำลัง

                “แปลกมากเลยค่ะท่านพี่..ทำไมมันไม่ยอมละลายละคะ”

                “น่าจะเป็นเพราะปลาตัวนี้มีพลังธาตุน้ำแข็งนะสิ..ข้าคิดว่าน่าจะเป็นเพราะสภาพแวดล้อมที่มันอาศัยอยู่เป็นน้ำแข็งทำให้มันมีพลังธาตุน้ำแข็งอัดแน่นอยู่แต่ถึงจะมีพลังธาตุน้ำแข็งสูงแค่ไหน มันก็ยังเป็นปลาธรรมดาต้มต่อไปอีกสักชั่วโมงข้าคิดว่าน่าจะละลายแล้วละ”

                แม้ว่าปลาในก้อนน้ำแข็งจะดูแปลก แต่มันก็ยังเป็นเพียงปลาธรรมดาไม่ใช่ปลาวิเศษ หรือมอนเตอร์ในดันเจี้ยน มันมีความแข็งแกร่งไม่มากนักพอต้มไปได้ชั่วโมงเศษแสงสีม่วงในตัวของมันก็หม่นแสงลงในที่สุดจากนั้นน้ำแข็งก็หลอมละลายอย่างรวดเร็วจนในที่สุดก็เผยให้เห็นตัวปลา

                แต่พริบตาเดียวหลังจากที่มันตายตัวของมันก็ละลายกลายเป็นน้ำไปแทนทำให้การต้มปลาตัวนี้ไม่เหลืออะไรให้เขากินเลยนอกจากก้างของมัน

                ผลลัพธ์นี้ทำให้กัสตกใจอยู่บ้างแต่ก็เข้าใจถึงลักษณะของมันได้มากขึ้นเขาก็เลยตัดสินใจลองเอาไปขายแทนที่จะนำมาทำอาหารกิน

                กัสเอาถังไม้ที่ใส่ปลาออกมาแล้วเทปลาทั้งหมดลงไปบนพื้นดินแล้วจัดการคัดขนาดของมันอยู่ครู่หนึ่งเพื่อเลือกขนาดของปลาที่เล็กใหญ่แตกต่างกันออกมาเป็นชุดๆแล้วนำปลาที่ตัวเล็กที่สุดไปขาย

                หน้าจอของดันเจี้ยนถูกเปิดทิ้งไว้เพื่อตรวจสอบDP ที่ได้และเมื่อขายปลาตัวแรกออกไปดวงตาของกัสก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความยินดี

                ’10 DP ต่อตัวงั้นหรือ..แล้วถ้าตัวใหญ่กว่านี้ละ’

                ในขณะที่คิดกัสก็โยนปลาอีกตัวลงไป ซึ่งก็ได้มาเพิ่มขึ้นอีก 11 DP พอไล่ขนาดต่อไปก็เพิ่มขึ้นอีกทีละ 1 DP จนสูงสุดอยู่ที่15 DP ด้วยปลาที่มีขนาดตัวใหญ่ราวๆ 2นิ้วและยาวประมาณฟุตครึ่ง

                “ยอดเยี่ยม!! ตัวละ 10 DP แบบนี้ 35 ตัวก็ได้มากกว่า 300 DP เสียอีกเสียดายต้มจนละลายไป 5 ตัวไม่งั้นคงได้มากกว่านี้..คำนวณจากเวลาแล้วข้าใช้เวลาขุดไปแค่ 4 ชั่วโมงกว่าเท่านั้นเอง”

                หากคำนวณตามค่าเฉลี่ยแล้วละก็ เขาอาจจะได้ DP ชั่วโมงละ100 หน่วยเลยก็ได้หากทำความเข้าใจกับมันได้มากพอ

                อย่างแรกเขาต้องมองหาระดับความลึกที่เหมาะสมกับร่างกายของเขาจากนั้นเน้นการขยายพื้นที่เพื่อหาปลาในระดับความลึกที่เหมาะสมแทนที่จะขุดลงด้านล่างด้วยวิธีนี้กัสมั่นใจว่าเขาจะสามารถเพิ่มจำนวนของปลาที่ขุดได้ให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมแน่

                เมื่อคิดได้แบบนั้นกัสก็ลุกขึ้นยืนในทันทีจากนั้นวิ่งไปยังยุ้งฉางเพื่อเติมเสบียงของเขาให้เต็มอัตราจากนั้นวิ่งกลับไปบ้านมองหาอุปกรณ์ช่วยเหลือจำนวนหนึ่งก่อนจะคว้าเอาอุปกรณ์ที่จำเป็นมาได้จำนวนหนึ่ง

                “ก่อนอื่นข้าต้องรักษาสภาพของหลุมที่ข้าขุดเอาไว้ก่อน..ต้องใช้ไม้สร้างเป็นโครงสร้างเอาไว้เพียงเท่านี้ดันเจี้ยนก็จะไม่ฟื้นฟูสภาพของน้ำแข็งในส่วนนั้น!”

                อุปกรณ์ในการทำงานถูกกัสเตรียมมาแล้ว เขาเพียงต้องเสียเวลาวิ่งไปเอาไม้ที่โรงไม้มาเพิ่มเท่านั้นก็สามารถวิ่งกลับไปยังทะเลสาบน้ำแข็งได้อีกครั้ง

                แต่เมื่อวิ่งไปถึงโรงไม้กัสก็ต้องหยุดเท้าไว้แบบนั้นเพราะเขาเห็นจำนวนไม้ที่เหลืออยู่มีน้อยกว่าเมื่อเช้าซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะน้องสาวคนเล็กของเขากำลังสร้างคอกสัตว์ซึ่งต้องใช้ไม้เช่นกัน

                เมื่อเห็นแบบนั้นแผนการของกัสก็ต้องถูกระงับเอาไว้ก่อนอย่างเสียไม่ได้

                ‘เอาเถอะ..เรารอมานานกว่า 1 เดือนแล้ว จะรออีกสัก 3 – 4วันไม่ได้หรือไงกัน’

                กัสยิ้มและส่ายหน้าน้อยๆ ให้กับตัวเองที่หันกลับไปสนใจเพียง DP อีกครั้งจากนั้นก็วางมือจากงานที่คิดจะไปทำแล้วเดินเข้าป่าไปตัดโค่นต้นไม้ลงมาอีกหลายต้นเพื่อเตรียมไม้สำรองเอาไว้ให้น้องสาวของเขาได้ใช้

                นอกจากแผ่นไม้ที่ทำออกมาให้มีขนาดที่พอเหมาะแก่การสร้างคอกสัตว์ของน้องสาวแล้วกัสก็ยังตัดไม้ทำเป็นท่อนที่มีความสูงและขนาดเหมาะสมแก่การสร้างโครงไม้ค้ำยันเส้นทางที่ใช้ในการสร้างทางเดินในเหมืองแร่ซึ่งในกรณีนี้เขาตั้งใจที่จะใช้ในการค้ำโครงสร้างของหลุมน้ำแข็ง

                ในเชิงปฏิบัติแล้วผลลัพธ์ของการค้ำยันโครงสร้างจะให้ผลคล้ายๆกันนั่นคือการป้องกันการฟื้นฟูสภาพของดันเจี้ยนไม่ให้ฟื้นฟูสภาพของหลุมน้ำแข็งจนปิดเส้นทางที่กัสขุดเอาไว้ไปด้วยคุณสมบัติในการฟื้นฟูแหล่งทรัพยากรของมัน

                ทว่าวันนี้กัสจำต้องยอมเสียแม้จะเสียดายหลุมที่ขุดลงไปบ้างก็ตามทีแต่ถ้าคิดถึงรอยยิ้มของน้องสาวแล้วเขาก็คิดว่ามันคุ้ม

                เขาเสียเวลาครึ่งวันต่อจากนั้นไปกับการแปรรูปไม้ทั้งไม้แผ่นสำหรับสร้างคอกสัตว์และเสาไม้กลมกับคานไม้ที่ใช้ในการสร้างโครงสร้างค้ำยันสำหรับหลุมน้ำแข็ง

                กัสเตรียมไม้เอาไว้มากพอสำหรับสร้างเส้นทางได้ยาวกว่า10 เมตร ก็หยุดมือเพราะเขาคิดว่าหลุมน้ำแข็งนั้นใช้เท่านี้ก็สมควรพอแล้ว

                ต่อจากนั้นเขาก็หันไปทำแผ่นไม้กับหนังสัตว์เพื่อใช้ในการปูพื้นเพื่อทำเป็นจุดสำหรับพักผ่อนในหลุมน้ำแข็งเพิ่ม

                จากการวิเคราะห์ของกัสเขาต้องมองทะเลสาบน้ำแข็งให้เป็นเหมือนกับเหมืองแร่ต้องมีจุดสำหรับพักผ่อนภายในเมื่อลดระยะเวลาในการไปกลับต้องมีช่องทางระบายอากาศเพิ่มด้วย

                แต่ทั้งนี้ขนาดของทะเลสาบยังเล็กอยู่มันมีความกว้างเพียง 30 เมตรเท่านั้นเพราะดินแดนย่อยของเขายังไม่ใหญ่พอทำให้กัสสามารถละเลยปัญหาด้านอากาศหายใจได้ชั่วคราวเพราะมันยังไม่ได้เข้าไปลึกเท่าไหร่

                แต่สิ่งที่ละเลยไม่ได้ก็คือจุดพักผ่อนอย่างเช่นวันนี้ที่เขาหยุดพักกินอาหารในหลุมน้ำแข็งจนทำให้เสบียงอาหารของเขาเย็นเยียบจนเป็นน้ำแข็งที่ไม่ได้ส่งผลดีต่อท้องของเขาเลยสักนิด

                ยังดีที่ร่างกายของเขาแข็งแรงทนทานกว่าคนทั่วไปเลยฝืนกินลงไปได้แต่ถ้าเป็นคนปกติแล้วละก็ กินอาหารเย็นๆ เข้าไปแบบเขาคงได้ปวดท้องแน่นอน

                การเตรียมไม้นั้นเสร็จสิ้นในช่วงเย็นของวันเพราะความชำนาญในการแปรรูปไม้ของกัสที่ดีเป็นพิเศษทำให้ย่นระยะเวลาได้มากพอสมควร แผ่นไม้สำหรับสร้างคอกสัตว์เองก็ทำสำรองจนใช้งานได้อีก2วันเป็นอย่างน้อยซึ่งกัสคิดว่าเขาน่าจะแบ่งเวลามาทำเพิ่มได้ทันก่อนที่น้องสาวของเขาจะใช้มันจนหมด

                พอถึงตอนเย็นอาหารเย็นก็ผ่านไปตามปกติเหมือนทุกๆวันจะมีก็เพียงการประกาศของกัสถึงการค้นพบทรัพยากรชนิดใหม่ในดินแดนย่อย

                “ข้าเจอปลาน้ำแข็ง..ไม่รู้ว่ามันเรียกว่ายังไงหรอกนะแต่เอาเป็นว่ามันขายได้ตัวละ 10 DP ซึ่งวิธีการค้นหาจำต้องใช้กำลังมากงานนี้ข้าจึงขอรับเอาไว้ทำเองพวกเจ้าไม่ต้องห่วง”

                เมื่อได้ยินว่าปลาขายได้มากถึง 10 DP สีหน้าของน้องสาวคนโตก็เปลี่ยนไปมันมีท่าทีอิจฉาเล็กๆ เกิดขึ้นภายในเพราะว่าเธอเองก็ทำหน้าที่ตกปลาเช่นกันแต่ปลาที่เธอตกได้นั้นขายได้ตัวละ 1 – 3 DP เท่านั้นตัวใหญ่สุดที่เธอเคยตกได้ก็ขายได้เพียง 3 DP แถมยังนานๆครั้งถึงจะได้อีกด้วย

                แตกต่างจากกัสที่ขนาดตัวเล็กสุดยังขายได้ถึง10 DP แค่คิดเด็กสาวก็รู้สึกอยากจะรับผิดชอบหน้าที่นี้แทน

                แต่ก็เป็นอย่างที่พี่ชายของเธอบอกงานนี้ต้องใช้แรงกายที่มากทำให้มีเพียงพี่ชายของเธอเท่านั้นที่ทำไหว

                กัสเองก็สังเกตเห็นสีหน้าของน้องสาวเช่นกันทำให้เขายิ้มน้อยๆแต่ก็ไม่พูดอะไรเพราะว่าในอนาคตหลังจากสร้างดินแดนย่อยเอาไว้มากๆทักษะตกปลาของน้องสาวจะต้องมีประโยชน์ยิ่งกว่านี้แน่

                ด้วยเหตุนี้กัสเลยไม่พูดอะไรนอกจากปล่อยให้น้องสาวของเขาพยายามตกปลาของเธอต่อไปเพื่อขัดเกลาทักษะในการตกปลา

                ส่วนตัวเขาก็ไม่ได้คิดที่จะทำงานนี้เป็นหลักเช่นกันเขาเพียงบุกเบิกมันและรอคอยให้ใครสักคนมารับหน้าที่นี้แทนเขาในสักวันหนึ่ง

               

               

     

    คล้ายกับเรื่องGustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ ที่คุณอ่าน