เกิดเื่น่าสยดสยองขึ้นที่ท้ายหมู่บ้าน ฉันตื่นมาด้วยเสียงรถ ที่วิ่งเข้าออกในซอยบ้านเราบ่อยกว่าปกติ
ได้ยินป้าข้างบ้านเล่ากันว่า มีผู้หญิงถูกแทงตายเมื่อคืน ตำรวจสันนิฐานว่าน่าจะโดนปล้นทรัพย์สิน
ฉันคิดว่าต้องเป็แม่ปวีณาอย่างแน่นอน
ภาพอากาศร่มรื่นเงียบสงบที่เคยมีทุกวัน ในวันนี้ถูกแทนที่ด้วยความวุ่นวายของบรรดาพวกผู้ใหญ่
ฉันยังรู้สึกแสบที่ข้อศอกและหัวเข่า แผลจากที่หกล้มเมื่อคืน ถูกใส่ยาไว้อย่างดี
ที่ราวหน้าบ้านมีเสื้อผ้าชุดเมื่อคืนที่ถูกซัก แขวนไว้อย่างเป็ระเบียบ
บรรยากาศในบ้านตอนนี้เหมือนตอนที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ เพราะบ้านช่องดูเป็ระเบียบเรียบร้อยไปหมด
พ่อที่กำลังทำกับข้าวกลิ่นหอมฟุ่งอยู่ในครัว เดินออกมาพร้อมผัดผักที่แสนอร่อย
พ่อ: "แขนขาไปโดนอะไรมาล่ะ ถลอกปอกเปิก"
ขวัญใจ: "หกล้มค่ะ"
พ่อ: "ร้องไห้หรือเปล่าล่ะ"
ขวัญใจ: "ไม่ร้องค่ะ"
ฉันส่งยิ้มหวานอย่างอารมณ์ดี พ่อมีสีหน้าเเปลกใจ เพราะปกติฉันจะไม่แสดงอารมณ์ใดใดนอกจากพยักหน้าหรือส่ายหัวเท่านั้น
พ่อ: "ลูกทายาเองด้วยเหรอ เก่งจัง"
ฉันยิ้มรับคำชม
พ่อ: "เก็บกวาดบ้านเองด้วย ซักผ้าเองด้วย ขยันจังนะตัวแค่เนี๊ย"
ฉันยิ้มอย่างประหลาดใจ แต่ก็พอนึกออกว่า แม่ต่างหากล่ะที่ทำทั้งหมด
พ่อ: "พ่อขอโทษนะ ที่ทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียว เมื่อคืนมีคนตายที่ท้ายซอย เมื่อกี้พ่อใมาก เป็ห่วงลูก ซอยบ้านเราคงมีคนร้ายเข้ามาป้วนเปี้ยนแล้ว หนูห้ามเดินไปบ้านย่าคนเดียวนะ ต้องอยู่กับพ่อตลอดเวลา จะไปไหมมาไหน ต้องมีพ่อไปด้วย"
ฉันพยักหน้ารับคำ
พ่อ: "ขวัญ ไปโรงเรียนอย่าไปทะเลาะกับหนูนาอีกนะ แม่เขาพึ่งเสียเมื่อคืน สงสารเขานะลูก"
ขวัญใจ: "คนที่ตายท้ายซอย เป็แม่ปวีณาเหรอพ่อ"
พ่อ: "อืม ใช่ลูก"
พ่อส่งฉันหน้าประตูรั่วโรงเรียน ฉันได้ยินพวกครูและผู้ปกครองคุยกันเื่ศพที่ถูกแทงเป็สิบๆแผล
ตำรวจยังหาตัวคนร้ายไม่เจอ วันนี้หนูนาไม่ได้มาโรงเรียน
ฉันเดินเข้ามาในห้องเรียน เด็กๆกำลังคุยกัน เื่แม่ของปวีณาตาย
ฉันได้ยินว่าปวีณาเองก็ยังนอนอยู่โรงพยาบาล พึ่งฟื้นวันนี้
เธอคงใที่เมื่อฟื้นขึ้นมาได้รับข่าวร้ายว่าแม่เธอตายจากไปแล้วแบบนี้
ฉันเปิดกระเป๋าเพื่อเอาสมุดระบายสีออกมาด้วยความสบายใจ แต่ก็ต้องรู้สึกประหลาดใจมากกว่า
ที่ขวดโหลใส่กระจุกผมนั้นมาอยู่ในกระเป๋าอีกครั้ง
หลังจากเลิกเรียน พ่อมารับเช่นเคย เมื่อถึงประตูบ้านฉันสังเกตุเห็นรองเท้าผู้หญิง
สีส้มๆไม่คุ้นตา ไม่เคยเห็นรองเท้าคู่นี้มาก่อน หญิงร่างสูงคนหนึ่งเดินมาเปิดประตูบ้าน
พ่อ: "สวัสดีน้ามาลัยสิลูก"
ฉันมองหน้าพ่อด้วยความงุนงง พร้อมๆกับยกมือไหว้หญิงคนนั้นอย่างเก้ๆกังๆ
เธอยิ้มรับด้วยสีหน้าและแววตาอ่อนโยน
น้ามาลัย: "น่ารักจังเลย หนูชื่ออะไรค่ะ"
ฉันไม่ตอบ เพราะปกติฉันไม่พูดกับคนแปลกหน้าอยู่แล้ว
พ่อ: "ผู้ใหญ่ถามก็ต้องตอบสิลูก"
น้ามาลัย: "ไม่เป็ไรหรอกค่ะ เด็กไม่มีแม่สั่งสอนก็แบบนี้แหละ เดียวต่อไปก็ดีขึ้นเองค่ะ"
พ่อ: "ฝากด้วยนะ"
พ่อพูดอะไรของพ่อนะ ทำไมต้องฝาก พ่อไม่ได้จะไปไหน แล้วผู้หญิงคนนี้เขามาบ้านเราทำไม พูดอะไรกันแปลกๆ
น้ามาลัย: "หนูต้องเป็เด็กดีนะ เชื่อฟังน้า เข้าใจไหม"
น้ำเสียงอ่อนโยนนั้น แฝงความเยือกเย็น ฉันขนลุกซู่เมื่อมองสบตา ฉันพิจารณาหญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า
ว่าจริงๆแล้วเขาหมายความว่าอย่างไรกันแน่ ทันใดนั้น มือทั้งสองข้างของเธอก็จับแขนฉันเบาๆและบีบค่อยๆแน่นขึ้นเรื่อยๆ
น้ามาลัย: "หนูอยากมีแม่ไหม"
เป็เพียงประโยคคำถามสั้นๆ ที่อธิบายได้ทุกข้อสงสัย
ฉันคิดว่า จะปฎิเสธได้หรือไม่ ชั่งใจอยู่นาน จนกระทั่งรู้ตัวอีกที พ่อและน้ามาลัยก็ไม่ได้สนใจจะฟังคำตอบ
ทั้งคู่พูดคุยกันเื่ต่างๆมากมายเกี่ยวกับการจัดตกแต่งบ้านใหม่
ฉันหิ้วกระเป๋าเป้ที่วันนี้รู้สึกจะหนักกว่าปกติ เดินขึ้นชั้น2 ได้ยินเสียงพ่อะโว่า "เย็นนี้เราจะไปบ้านย่ากันนะ"
พอเข้ามาถึงห้องนอน ฉันเปิดกระเป๋าแล้วหยิบขวดโหลเล็กๆบรรจุกระจุกเส้นผมนั้นออกมาดู
มันกลับมาได้ยังไงนะ ฉันอดคิดไม่ได้ ว่าแม่ปรีณาตายเพราะเ้าของสิ่งนี้แน่
ฉันนึกกลัวขึ้นมาจับใจ ลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างแล้วเขวี้ยงมันทิ้งไปสุดแรง หมั่นใจว่ามันพุ่งไปในป่ารกข้างบ้านแล้ว
แต่ทันใดนั้นก็เหมือนมีอะไรบ้างอย่างกระแทรกลงมาที่กลางหน้าผากฉันดังโป๊ะ
ฉันทรุดลงกับพื้นด้วยความเ็ป หัวแทบแตก เหลียวดูบนพื้นก็เห็นเ้าขวดโหลนั้นยังวางอยู่
มันกลับมาเองได้ ฉันกล้าๆกลัวๆที่จะหยิบมันขึ้นมาดูอีกครั้ง
พ่อ : "ขวัญ ไปบ้านย่ากันลูก ลงมาได้แล้ว"
ฉันกลัวพ่อจะขึ้นมาเห็น เลยรีบหยิบมันมาใส่ในกระเป๋าทันที
ที่บ้านย่าวันนี้มีคนเต็มไปหมด ลุงป้าน้าอา เขานัดรวมญาติกัน ทุกคนทักทายฉันด้วยสีหน้าเศร้านิดๆ
พูดถึงแม่ว่า ไม่น่ามาตายจากไป พูดซ้ำๆคล้ายๆกันเกือบทุกคน
บางคนก็พูดว่า "สงสารนะ ต้องกลายเป็เด็กกำพร้า"
ฉันยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกไม่ดี เลยเดินปลีกตัวหลบเลี่ยงผู้คน จะไปหาพ่อ แต่ตอนนี้พ่อก็ไม่ว่างเสียแล้ว
เพราะต้องพาน้ามาลัยไปแนะนำให้คนอื่นรู้จัก วันนี้พ่อดูมีความสุขมาก
โกนหนวดโกนเครา กลับมาหล่อเหมือนเดิม แววตาเศร้าๆของพ่อก็หายไปแล้ว
ฉันเห็นแบบนั้นก็เปลี่ยนใจทันที ไม่อยากไปหาพ่ออีก
ฉันเดินไปเรื่อยๆจนไปถึงสวนด้านหลังบ้านซึ่งไม่ไกลนัก นั่งลงอย่างเหงาๆรู้สึกได้ว่ากำลังเป็ส่วนเกิน
"ขวัญใจ" จู่ๆก็มีเสียงคุ้นๆเรียกมาจากพุ้มไม้รกๆ ท้องฟ้าก็ใกล้จะมืดแล้ว
แล้วนั้นใครไปหลบอยู่ในนั้นนะ ฉันเริ่มรู้สึกกลัว
มือคล้ำๆเหยี่ยวๆยื่นออกมา กวักเรียกเบาๆ
เพียงแค่ฉันเห็นเท่านั้นก็จำได้ทันที
ขวัญใจ : "ยาย เข้าไปทำไมในนั้นค่ะ ทำไมไม่เข้าไปบ้านย่าล่ะ ญาติๆเขามากันเยอะเลย"
ฉันกับคุณยายไม่เจอกันมาหลายเดือนแล้ว หลังจากแม่ตาย พ่อพาฉันหนีมา และห้ามไม่ให้คุณยายมาเจอฉันอีก
ยายสร้อย : "ไม่ได้ ขวัญใจจะให้ใครรู้ไม่ได้ว่ายายมาหา หนูบอกใครไม่ได้นะ นี้ยายก็รอมาหลายวันแล้ว รอเจอหลาน คิดถึงจริงๆ"
หญิงชราสวมกอดเด็กน้อย ด้วยความรักพร้อมๆกับมีหยดน้ำตาไหลออกมาตลอดเวลา
ยายสร้อย : "ถึงเวลาแล้ว เราต้องทวงชีวิตของอัญญาคืนมา หลานต้องช่วยยาย"
ขวัญใจ : "ยายค่ะเมื่อคืนแม่มาที่บ้านด้วยค่ะ แม่ยังไม่ตายใช่ไหมค่ะ"
ยายสร้อย : "ใช่แล้วลูก ยายรู้แล้ว ยายรู้ หนูเป็เด็กดี หนูเก่งมากๆ หนูต้องพาแม่กลับมาอยู่กับเราตลอดไปนะขวัญใจ"
ขวัญใจ : "หนูต้องทำยังไง"
ยายสร้อย : "ยายจะช่วย ถ้าขวัญใจเชื่อฟังยายนะ หนูเอาของชิ้นนั้นมาใช่ไหม"
ขวัญใจ : "ยายรู้ได้ยังไง" เด็กหญิงทำท่าใ
ยายสร้อย : "อยากให้ใคร ก็ให้เขาไปเลย ไปซิ คนข้างในนั้นไง"
หญิงชราพูดพลางชี้ไปในตัวบ้านที่มีผู้คนมากมาย เด็กหญิงมองตามนิ้วมือนั้นอย่างครุ่นคิด
ขวัญใจรู้สึกลมเย็นเฉียบพัดมาจากทางด้านหลัง แต่พอหันไปมอง ก็ว่างเปล่า คุณยายได้หายไปแล้ว