Demonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก

    สงครามเทวะ:ข้อมูล

                ศิลาเดินผ่านป่ากลับไปยังค่ายของฮานะ  เป็นเวลานานพอสมควรที่เขาจากค่ายนี้ไปโดยที่ไม่ได้ล่ำลาแต่เขากลับต้องแปลกใจเมื่อพบว่าสถานที่นี้กลายเป็นเมืองขนาดย่อมไปเสียแล้วมีทั้งผู้เล่นมากมาย  สิ่งปลูกสร้างพ่อค้า  แม่ค้า  อยู่ร่วมกับชาวบ้านผสมกันอย่างกลมกลืน

               แต่ที่เขาเห็นทั้งหมดนั้นก็เป็นแค่ส่วนชั้นนอกประกอบไปด้วยสิ่งปลูกสร้างรูปทรงแบบจีนโบราณผสมผสานกับทรงสถาปัตแบบญี่ปุ่น  ในส่วนชั้นในที่เป็นตัวค่ายยังคงสีภาพเดิมปกติพร้อมทั้งเพิร์จ  อดัม  คอยจัดการบริหารเมืองจันทราที่สร้างขึ้นมาใหม่              ซึ่งเมืองที่ผู้เล่นสร้างขึ้นมาเองจะไม่ได้รับอภิสิทธิ์ใดๆจากทางเกม  ต้องจัดการบริหารด้วยตนเองทางบริษัทเกมจะไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งเด็ดขาดอีกอย่างคือหากผู้เล่นสร้างเมืองขึ้นมาเองจะต้องเสียค่าครอบครองเมืองในทุกๆเดือนเป็นจำนวนเงินประมาณ  1แสนเรียญทอง  หากไม่เช่นนั้นพื้นที่ตั้งเมืองจะถูกผู้เล่นอื่นซื้อไปได้ซึ่งกฎนี้เป็นกฎเดียวกับพ่อค้าแม่ค้านักลงทุน  หรือก็คือเมืองที่ผู้เล่นสร้างขึ้นมาก็เปรียบได้กับร้านค้าขนาดใหญ่นั่นเองโดยการข้ายพื้นที่ให้พ่อค้าแม่ค้าเช่าอีกทีด้วยเหตุนี้หากไม่ใช่กิลด์ที่มีเงินหนากระเป๋าหนักจริงๆจะไม่มีทางสร้างเมืองเป็นของตนเองได้เลย  แต่หากวร้างเมืองขึ้นมาได้แน่นอนว่าเงินทองจะหลังไหลเข้ามาอย่างไม่ต้องสงสัย  แค่ค่าผ่านเข้าเมืองที่เก็บก็อยู่ที่ประมาณ 2 เหรียญทอง  ในแต่ละวันมีผู้เล่นผ่านเข้าออกเมืองนับแสนหลายแสนครั้ง  นี่ยังไม่รวมถึงค่าเช่าของพวกพ่อค้า  แม่ค้าที่ต้องเสียให้เจ้าของเมืองอีก 2% จากที่เสียให้กับทางเกม  

                ศิลาเดินเข้ามาในเมืองจันทราซึ่งเมืองนี้เจ้าของก็คือกิลด์ Destroyer ทำให้ในเมืองส่วนใหญ่มีแต่เหล่าอาชญากรมองดูคล้ายกับศูนย์บัญชาการในโลกใหม่ของพวกเขาก็ไม่ปานภายในเมืองคลั่งไปด้วยผู้คนมากมาย ร้านค้า NPC ดูแล้วไม่ต่างจากทวีปผู้กล้าสักนิด

                “โฮ...”  เขามองร้านคาเฟ่สีเขียวข้างทาง  “ชาพะยอมมาไกลถึงนี่เลย”  

                “ก็เพื่อให้ผู้เล่นได้ชมการถ่ายทอดสดได้ในทุกเมืองไงคะ”  ฟ้าครามบอก

                เขาเดินไปยังใจกลางเมือง  ซึ่งในเมืองจันทรามีกำแพงเมืองสองชั้น  ชั้นแรกสำหรับคนทั่วไป  ชั้นที่สองสำหรับอาชญากรและเหล่าชาวบ้านของค่ายจันทรา  ภายในกำแพงชั้นสองยังคงสภาพค่ายตามปกติมีต่อเติมบ่างเล็กน้อยเพื่อรองรับเหล่าเสนาธิการและอาชญากรที่มาทำภารกิจในโลกใหม่  อีกทั้งสถานที่นี้ยังใช้เป็นที่วิจัยดอกไม้เจ็ดสี  และอุปกรณ์เวทมนต์โบราณและวิทยาการโบราณต่างๆ  ทำให้มีผู้เล่นอาชญากรที่มีความสามารถในด้านงานวิจัยจากโลกจริงเข้ามาอาศัยอยู่กินและทำงานอยู่ที่นี่

               “ศิลา......”  เสียงหญิงสาวร้องเรียกเขาดังมาแต่ไกลเมื่อเขาผ่านกำแพงชั้นสองเข้ามา

                เขาหันไปมองก็พบหญิงสาวแสนสวยในชุดยูคาตะ

                “ฮานะ  ไม่เจอกันนานเลยนะ”

                “อื่ม  สวัสดีทั้งสองคนสบายดีนะ”  ฮานะถาม

                “สบายดีค่ะ  แต่พี่ศิดูท่าจะไม่ค่อยสบาย”  ฟ้าครามหัวเราะคิกคัก

                “คนอย่างศิลาเนี่ยนะไม่สบาย”  ฮานะตกใจ

                “พูดยังกับผมไม่ใช่คนปกติ  แค่ปวดหัวน่ะ  พอดีเมืองของผมพังยับเหลือแต่ซาก”  ทั้งสามเดินไปคุยกันไปตลอดทาง

                เมื่อมาถึงยังใจกลางค่ายเหล่าชาวบ้านต่างพากันก้มหัวทำความเคารพศิลา  เหตุการณ์นี่เล่นเอาเขาทำตัวไม่ถูกก่อนที่เขาจะบอกให้ทำตัวตามปกติ

               ภายในค่ายมีปราสาทหลังหนึ่งรูปทรงคล้ายสถาปัตแบบญี่ปุ่นโบราณใหญ่พอประมาณภายในปรากฎร่างของคนหกคนกำลังนั่งประชุมกันอยู่

                “ฉันจะเรียบเรียงข้อมูลที่ได้มาทั้งหมดให้ฟังเลยนะ”  เพิร์จบอก  “อย่างที่นายคิดในแดนสวรรค์แบ่งเป็นสามทวีปได้แก่ทวีปยูโทเปีย  ปวีปโอลิปัส  ทวีปหิมพานต์  ซึ่งที่พวกเราอยู่คือทวีปหิมพานต์  สามทวีปอยู่ติดกันและพื้นที่ของแดนสวรรค์มีขนาดใหญ่กว่าทวีปเริ่มต้นกับทวีปผู้กล้ารวมกันเสียอีก”

                “แล้วซานาดูล่ะ”   ศิลาถาม  จากนั้นอดัมก็พูดขึ้น

                “ซานาดู  ดูเหมือนจะเป็นชื่อของปราสาทที่ดิมิเทอร์เคยสถิตอยู่  พวกสัตว์อสูรเลยเรียกทวีปนี้ว่าซานาดูไปด้วย  แต่ว่าตอนนี้ปราสาทนั่นพังไปแล้ว”

                “ห่ะ...”  ศิลาร้องเสียงหลง  “ได้ไง”

                เพิร์จถอนหายใจ  “เมื่อไม่นานมานี้ระบบได้จัดกิจกรรมขึ้นเป็นดันเจี้ยนซานาดูค่าประสบการณ์  เงิน  ไอเท็มที่จะได้จากสัตว์อสูรในบริเวณปราสาทซานาดูจะเพิ่มขึ้นสามเท่า”  เพิร์จหลับตานึกย้อน  “นายคิดว่าตัวอะไรรอพวกเราอยู่ที่นั่น”

                ศิลาครุ่นคิด  “ปราสาทซานาดูตั้งอยู่ทวีปไหน”  

                “กึ่งกลางระหว่างหิมพานต์กับยูโทเปีย  แต่พวกเราพยายามบุกเบิกทางเข้ายูโทเปียแล้วแต่ไม่ไหวจริงๆ  ผู้เล่นทั่วไปก็มาล่าสัตว์อสูรบริเวณนั้นแต่ก็จนปัญญา”  อดัมตอบ

                “พวกนายไปเจอทศกัณฐ์มาซินะ”  

                เพิร์จพยักหน้า  “ใช่”

                ศิลาเบิกตากว้างตลึงไปชั่วขณะมองรอบตัว  เขายังไม่พบเสนาธิการคนอื่นๆเลย

                “อย่าบอกนะว่าพวกที่ไม่ได้อยู่ที่นี่” เขาพูดหน้าเครียด

                “ใช่  พวกนั้นรอเกิด”  อดัมตอบ

                “เสนาธิการของเราทั้งหมดเลยหรอคะ”  ฟ้าครามถาม

                “ใช่....  รวมถึงเสนาธิการของกิลด์ใหญ่ต่างๆด้วย”  เพิร์จตอบ  “ขนาดพวกฉันอัญเชิญยามาตะโนะโอโรจิ  ออกมายังเอาทศกัณฐ์ไม่อยู่”

                ศิลาหน้าเครียดเหงื่อแตก

                ฟ้าครามหันไปมองหน้าศิลาก่อนจะยื่นมือไปจับมือชายหนุ่มที่กำลังกำแน่น  เธอไม่เคยเห็นเขาเครียดขนาดนี้มาก่อนเลยซึ่งเธอเองก็ทราบดี  คนที่สามารถสยบแปดมงกุฎได้ในคราวเดียวต้องเป็นอะไรที่อยู่เหนือจิตนาการอย่างไม่ต้องสงสัย  แปดมงกุฎถือว่ามีพลังรบเป็นลองพี่ศิของเธออยู่สี่ขั้น  เมื่อคิดย้อนบวกลบคูณหารกับแปดมงกุฎและเสนาธิการคนอื่นๆที่ถูกทศกัณฐ์สยบได้ในคราวเดียวแปรว่าทศกัณฐ์อาจจะมีพลังเทียบเท่าพี่ศิของเธอหรืออาจจะมากกว่าหนึ่งขั้น

               “ทศกัณฐ์ใช้พลังแบบไหน”  ศิลาถาม

                เมื่อจบคำของศิลาภุชคินทร์ก็ลอยออกมาปรากฎร่างหญางสาวผมยาวสีดำใบหน้าคมหวานในชุดเกราะนาคราชสีดำซึ่งศิลาได้ให้เธอไว้ในระหว่างทาง  จากนั้นหญิงสาวก็พูดขึ้นว่า         

                “ถ้าให้ข้าเดาคงจะอัญเชิญอนันตะนาคราชออกมาใช่หรือไม่”

                เพิร์จ  อดัมพยักหน้า

                “ส...สวยจัง”  ฮานะและฮารุเปรยออกมามองภุชคิน

                ภุชคินทร์ก้มหัวให้คนทั้งหมด  “ขออภัยที่เสียมารยาท  เรามีนามว่าภุชคินทร์  เป็นภูติรับใช้ของเทพีรัตติกาลอดีตจันทราเทพ”

                ศิลาหันไปถามภุชคินทร์   “อนันตะนาคราช  ผู้นำพญานาคตระกูลกัณหาโคตมะซินะ”  

                “ใช่  เมื่อนานมาแล้วทศกัณฐ์ได้สังหารผู้นำเหล่าพญานาคทั้งสี่ตระกูลและจำทำเป็นสัตว์อัญเชิญ  ทำให้ทศกัณฐ์ได้เผ่านาคาไว้ในครอบครอง  ซึ่งบางส่วนที่ติดตามเรามาก็อยู่ที่ป่ากัณหาโคตมะ  พวกนั้นคือเหล่านาคราชพวกสุดท้ายที่ไม่ตกอยู่ใต้บัญชาของทศกัณฐ์”

                สามพี่น้องนั่งฟังอยู่พร้อมกับกินอาหาร  สัมพาทีก็พูดขึ้น

                “โชคดีนะพี่ใหญ่ที่เราไม่ได้สังหารพวกมนุษย์นาคพวกนั้น”  

                “ขอบคุณพวกเจ้ามากที่เมตตา”  ภุชคินทร์หันมาบอก

                “อย่าใช้คำสุภาพอะไรเลยตอนนี้พวกเราก็เป็นขี้ค่าเหมือนกัน”  หงอคงพูด

                “แล้วที่ตั้งกรุงลงกาล่ะ”  ศิลาถาม

                เพิร์จจึงหันมาตอบ  “ตั้งอยู่กลางทะเลเป็นเกาะขนาดใหญ่  น่าแปลกก็คือการเหาะและเรือไม่สามารถข้ามออกไปเลยนอกบริเวณชายฝั่งได้เกินสามกิโลเมตร

                ศิลาเอามือกุมขมับ  ถอนหายใจ 

                มีแต่เรื่องให้ปวดหัวตงอดซิน่า  เอาเข้าไป........

                อดัมเห็นศิลากุมขมับก็พูดขึ้นต่อ

                “แต่สัตว์อสูรที่เป็นพวกของทศกัณฐ์อพยบไปที่กรุงลงกาหมดแล้ว  เพราะผู้เล่นเข้ามาช่วยกันบุกเบิกถางที่อาศัย  รวมถึงกิลด์ยอดยุทธก็ช่วยพวกเราในการถางเบิกทางตามทวีปต่างๆ  แต่ฉันไม่เข้าใจ  ทำไมจีเอ็มถึงต้องจัดกิจกรรมที่ซานาดู”

                “คงเพราะเพื่อให้ผู้เล่นกำจัดสัตว์อสูรเพื่อสร้างสถานที่ให้ผู้เล่นสามารถพออยู่ได้นั่นแหละโดยการเอาการเพิ่มค่าประสบการณ์และของรางวัลมาล่อ”  เขาบอก  ก่อนจะพูดขึ้นต่อ

                “เพิร์จ  อดัม  จากนี้ฉันคงไม่ว่างสักพักฝากนายทั้งสองสั่งการตามนี้ทีนะ  ให้หน่วยรอบสังหารอิสระเปิดร้านขายไอเท็มต่างๆ  รวมถึงให้เหล่าอาชญากรแยกกันไปเป็นกลุ่ม  กลุ่มละ7-8คน สำรวจทั่วทุกมุมโลกตามหาสัตว์อสูรตามตำนานต่างๆในโลกจริง  และหาคนสักแปดคนเป็นหัวหน้าเพื่อรับคำสั่งจากพวกนานเสนาธิการอีกทีโดยให้ใช้ชื่อว่าแปดบัญญัติ  โดยทุก 7 วันให้อาชญากรส่งรายงานการสำรวจมาให้เหล่าเสนาธิการหากพวกนายคิดว่าส่วนไหนของโลกผิดปกตินำกำลังไปจัดการได้เลย” 

                เพิร์จ  อดัมพยักหน้า  

                จากนั้นเขาก็หันไปมองฮานะและฮารุก่อนจะพูดขึ้นต่อ

                “ฮานะ  คุณฮารุ  ผมขอรบกวนอะไรสักอย่างที่มากเกินไปจะได้หรือไม่”  

                “ขอท่านบอกมาเถิดไม่ว่าอะไรพวกเราจะทำตาม  ชีวิตของพวกเราขอยกให้ท่าน”  สองแม่ลูกตอบ

                ศิลายิ้ม  “งั้นผมขอไม่เกรงใจเลยนะครับ”  เขาสีหน้าจริงจัง  “ตอนนี้จำนวนชาวบ้านมีเท่าไหร่หรอครับ”

                “ประมาณ 2 พันกว่าคนค่ะ”  ฮารุตอบ

                “สองพันกว่าคนหรอ”  เขาเปรยออกมาก่อนจะหลับตาคำนวนอะไรอยู่ในสมอง  “ผมอยากให้ชาวบ้านหาผลึกธาตุให้ได้มากที่สุด”  เขาหันไปมองเพิร์จและอดัม  “อาชญากรด้วยนะ  รวมถึงประกาศไปด้วยว่ากิลด์เรารับซื้อผลึกธาตุ  แล้วราคาผลึกธาตุตามท้องตลาดอยู่ที่เท่าไหร่”  

                “ก่อนที่ผู้เล่นจะเริ่มสร้างเมืองราคาอยู่ที่ 100 เหรียญทอง  แต่ตอนนี้ขาดตลาดทำให้ราคาขึ้นไปถึง 250  เหรียญทอง”  อดัมตอบ

                “ประกาศไปว่ากิลด์  Destroyer รับซื้อผลึกธาตุในราคา 350 เหรียญทอง”  ทั้งหมดอึ่งไปชั่วขณะเมื่อได้ยินราคาที่ศิลาบอก 

                จากนั้นฟ้าครามก็ถามขึ้น

                “พี่ศิจะเอาไปทำอะไรหรอคะ  หรือจะสร้างเมืองอีก” 

                “ใช่ฉันก็สงสัย  แล้วนายจะเอาผลึกธาตุมากขนาดไหนประมาณเท่าไหร่”  เพิร์จถาม

                ศิลาหันมามองหวานใจ  “พี่จะเอาไปโถมทะเล”  

                โถมทะเล!!......  

                ทั้งหมดอุทานออกมาเป็นเสียงเดียวกัน

                “ใช่โถมทะเล  เพื่อทำสะพานข้ามไปยังกรุงลงกา”

                “แบบนั้นใช้ไม้ทำจะไม่ดีกว่าหรอ”  อดัมเสนอ

                “แบบนั้นก็ได้  แต่นายคิดว่าหากเราใช้ไม้  จะไม่โดนพวกกรุงลงกายิงถล่มเอาหรือไง  อย่างน้อยผลึกธาตุก็มีความแข็งแรงกว่าไม้กว่าหิน”  เขาตอบ

                “แล้วมันต้องใช้เยอะขนาดไหนเนี่ย  จำนวนเงินอีกไม่ใช่น้อยเลยนะ”  เพิร์จพูดปาดเหงื่อ  

                ถึงเขาจะรวยแต่การแลกเงินจริงมาเป็นเหรียญทองในเกมนั้นต้องเสียภาษี  ถึงแม้จะเสียน้อยก็ตาม  แต่ถ้าแลกเปลี่ยนเป็นจำนวนมากก็ยิ่งเสียมากตามไปด้วย  

                อีกอย่างคือการจะโถมทะเลมันต้องใช้ผลึกธาตุมากขนาดไหน  แถมผลึกธาตุก็มีขนาดเท่ากะลามะพร้าว

                “เรื่องเงินไม่ต้องเป็นห่วงฉันจัดการเอง”  ศิลาพูด          

                “นายมั่นใจหรอว่าหากโถมทะเลทำสะพานแล้วเราจะข้ามไปกรุงลงกาได้”  เพิร์จถาม

                “อื่ม”  เขาพยักหน้า  “100% เลยล่ะ”  

                ฟ้าครามมองหน้าศิลาก่อนจะถามขึ้น

                “เพราะอะไรคะ”

                “เกมนี้เชื่อมโยงกับตำนานของโลกเราใช่ไหมล่ะ  ในตำนานรามเกียรติ์มีตอนที่หนุมานไปถวายแหวนให้นางสีดาในตอนนั้นหนุมานจะพานางสีดาเหาะหนีออกมาแต่นางสีดากลัวถูกมองวาเป็นหญิงยักษ์รากไปลิงรากมา  จึงบอกกับหนุมานไปว่าทรงให้พระรามมารับตนเองอย่างสมเกียรติ  และอีกอย่างที่พี่มั่นใจคือกรุงลงกาในโลกนี้ตั้งอยู่ใจกลางทะเลเป็นเกาะใช่ไหมล่ะ” 

                เพิร์จพยักหน้า  “อื่ม”

                “นั่นแหละในรามเกียรติ์  กรุงลงกาก็ตั้งอยู่บนเกาะลงกา  เมื่อพระรามมาถึงชายฝั่งทะเลการเดินทางไปยังเมืองลงกาของพระรามเพื่อให้สมเกียรตินั้น  ชามพูวราชได้เสนอว่า  ควรให้ลิงไปขนหินมาทิ้งทะเลเป็นถนนให้พวกพลเดินข้ามไปเมืองลงกาจะเป็นการ  เฉลิมพระเกียรติพระรามไปชั่วกัลปวสาน  พระรามเห็นด้วยกับข้อเสนอจึงได้สั่งให้สุครีพ  ให้นิลพัทคุมพลลิงฝ่ายเมืองชมพูและให้หนุมานคุมพลลิงฝ่ายขีดขิน ผลัดกันรับส่งหินไปทิ้งลงสมุทรใหญ่  เพื่อทำเป็นถนนข้ามไปยังเกาะลงกา  เนื้อหาในรามเกียรติ์ในตอนนั้นได้สะท้อนอออกมาในโลกแห่งนี้เลยทำให้พี่มั่นใจ”  

                ทั้งหมดอึ่งในความรู้ของศิลาและการวิเคราะห์เชื่อมโยงสิ่งต่างๆเข้าด้วยกัน  จากนั้นศิลาก็ใช้เวลาในการประชุมเรื่องต่างๆอีกมากมาย  ฟ้าครามสามพี่น้องและภุชคินทร์ได้ขอตัวพากันออกไปเดินเที่ยวชมเมือง

                ศิลาเห็นแบบนั้นก็แอบดีใจเพราะในที่สุดฟ้าครามก็เริ่มมีเพื่อนสาวเพิ่มขึ้นมาบ่างแน่นอนเขาทราบดีว่าตัวละครที่มีส่วนเกี่ยวกับการพิชิตเกมย่อมไม่ใช่ปัญญาประดิษฐ์แต่ใช้คนจริงควบคุมตัวละครนางพญาภุชคินทร์ก็เช่นกัน

               ศิลาใช้เวลาประชุมหาลือได้อีกประมาณครึ่งชั่วโมงก็เกิดเหตุขึ้น

               บึ่ม.....   

               เสียงระเบิดดังสนั่น  พื้นดินสั่นสะเทือน  ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างกระทันหันผู้เล่นในเขตเมืองจันทราต่างพากันแตกตื่นพร้อมกับเสียงจากระบบดังแจ้งเตื่อนให้ผู้คนในบริเวณเมืองจันทราได้ยินถึงการปรากฎตัวของสัตว์อสูรระดับเทพเจ้า

               “เห่ย....”  ศิลารุกขึ้นยืนร้องเสียงหลง  “ภุชคินทร์”  เขารีบวิ่งออกไปทันที  

               ทว่าจากนั้นเสียงจากระบบก็ดังขึ้นแจ้งเตือนขึ้นอีกสี่ครั้งติดถึงการปรากฎตัวของมารอสูรและเทพีมาร

                “มันเรื่องอะไรกันเนี่ย”  อดัมร้องถามในขณะที่กำลังวิ่งตามหลังศิลาด้วยความเร็วสูงสุดทั่วเมืองเต็มไปด้วยเงามืด

                เพิร์จมองขึ้นไปบนฟ้าของเมืองจันทรา  “นั่นตัวอะไร!?...”  เขามองเห็นพญานาคตัวสีนำนิลขนาดโคตรมหึมาลำตัวขดเป็นวงกลมบดบังทั่วทั้งเมือง

                “ภุชคินทร์ไง....”  ศิลามองบนฟ้าตอบ

                อดัมร้องห่ะ....“นั่นคือผู้หญิงคนเมื่อกี้เหรอ  ใหญ่โคตร  นี่ไอ้ศีลแกไปเก็บตัวประหลาดมาอีกแล้วเลอะ”

                       

    คล้ายกับเรื่องDemonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก ที่คุณอ่าน